- หน้าแรก
- คุณชายสายเปย์กับระบบทหารสุดกาว
- บทที่ 34 - ทหารใหม่พวกนี้เป็นซูเปอร์ไซย่าหรือไง
บทที่ 34 - ทหารใหม่พวกนี้เป็นซูเปอร์ไซย่าหรือไง
บทที่ 34 - ทหารใหม่พวกนี้เป็นซูเปอร์ไซย่าหรือไง
บทที่ 34 - ทหารใหม่พวกนี้เป็นซูเปอร์ไซย่าหรือไง
[แจ้งเตือนโฮสต์ มีโอกาสเป็นไปได้]
ดวงตาของฉินลั่วเบิกกว้างขึ้นกว่าเดิม เดาไว้ไม่มีผิดจริงๆ
"แล้วนี่ระบบ การทดสอบครั้งนี้สเกลงานมันใหญ่กว่าเดิมตั้งสามเท่า ถ้าทำภารกิจสำเร็จ รางวัลมันจะคูณสามด้วยไหม"
[แจ้งเตือนโฮสต์ มีโอกาสเป็นไปได้]
ฉินลั่วรู้สึกเซ็งนิดหน่อย สรุปว่ามันก็ไม่ได้การันตีร้อยเปอร์เซ็นต์นี่หว่า อุตส่าห์ตื่นเต้นแทบแย่
เขาสูดหายใจเข้าลึก ช่างมันเถอะ มีโอกาสก็ยังดีกว่าไม่มีเลย ขอแค่ระบบแจกพลังวิเศษเจ๋งๆ มาให้สักสองสามอย่าง ไปอยู่ที่ไหนเขาก็เดินกร่างได้สบายแล้ว
"เร็วเข้า แต่ละกองร้อยจัดแถวให้เรียบร้อย แต่ละหมู่มายืนประจำที่หลังเส้นเลย!"
"เร็วเข้าๆ!"
ครูฝึกถือโทรโข่งวิ่งตะโกนสั่งการอยู่หน้าแถว บรรดาผู้กองรีบสั่งให้แถวของตัวเองไปยืนเรียงกันหลังเส้นขาวที่ถูกขีดไว้ชั่วคราว
แต่ละหมู่จัดแถวอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบ หลายคนมองซ้ายมองขวาดูคลื่นมนุษย์รอบตัวสลับกับลู่แข่งตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น การที่มีคนมาแข่งพร้อมกันเยอะขนาดนี้ ถือเป็นบททดสอบใหม่สำหรับทหารใหม่ทุกคน
"เตรียมตัว!" ครูฝึกวิ่งไปยืนอยู่ด้านข้างของกลุ่มคน ยกโทรโข่งขึ้นตะโกนลั่น "สามสิบวินาทีสุดท้าย"
ทหารใหม่ทุกคนเริ่มขยับไม้ขยับมือวอร์มอัพร่างกาย
ฉินลั่วหันไปมองทุกคนในหมู่ "ก่อนหน้านี้พวกนายบอกว่า พอลงกองร้อยไปแล้วอยากให้ฉันช่วยดูแลใช่ไหม"
เฉิงเฮ่าหนานกับคนอื่นๆ ยืนอึ้งมองหน้าเขา ไม่มีใครคาดคิดว่าในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ฉินลั่วจะมาถามเรื่องนี้
"ใช่ๆๆ!" เห่าตัวตัวพยักหน้ารัวๆ
"ต้องเกาะต้นขาแน่นๆ เลย ลูกพี่ช่วยดูแลด้วย!" เฉิงเฮ่าหนานยืดอกขึ้น
"ลูกพี่ พวกเราก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน" เจิ้งเฉียนตอบพร้อมรอยยิ้ม คนอื่นๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย
"ดี" ฉินลั่วกวาดสายตามองทุกคน "เดี๋ยวพอเริ่มแล้ว วิ่งตามฉันมาให้ติด ฉันจะพาพวกนายไปคว้าที่หนึ่ง แล้วพวกเราจะไปกองพันสอดแนมด้วยกัน"
วินาทีนั้น ดวงตาของทุกคนก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที
"ตกลง!" เฉิงเฮ่าหนานพยักหน้าอย่างตื่นเต้น คนอื่นๆ ก็พยักหน้าตอบรับอย่างแข็งขันเช่นกัน
ฉินลั่วส่งยิ้มให้พวกเขา ก่อนจะหันกลับไปมองตรงไปข้างหน้าด้วยสายตาอันเยือกเย็น
ที่ข้างสนามสอบ เกาฉวินกำลังยิ้มร่าแจกบุหรี่ให้ผู้บังคับการกรมทหารใหม่ค่ายอื่น
"มาๆๆ สูบบุหรี่กัน สูบบุหรี่หน่อย"
ทั้งสองคนปรายตามองเขาอย่างรังเกียจ แต่ก็ยื่นมือไปรับบุหรี่มาอย่างไม่เกรงใจ
เกาฉวินหัวเราะหึๆ ก่อนจะจุดบุหรี่ให้ตัวเอง "สองท่าน ผมต้องขออภัยด้วยจริงๆ นะ การทดสอบเพิ่งจะเริ่ม พวกคุณก็ต้องมาเสียหน้าซะแล้ว"
เขาสูดควันเข้าปอดฟอดใหญ่ พ่นควันออกมาเป็นวงกลม แล้วตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ "ผมก็ไม่ได้อยากจะแข่งกับพวกคุณหรอกนะ แต่เบื้องบนเขาอยากให้พวกเราสามกรมมาแข่งรวมกัน นี่มันจงใจให้ผมรังแกพวกคุณชัดๆ"
ผู้บังคับการกรมทั้งสองคนโกรธจนนิ้วที่คีบบุหรี่สั่นระริก
"เหล่าเกา แกเลิกทำตัวน่าหมั่นไส้ต่อหน้าฉันสักที!" ผู้บังคับการกรมคนหนึ่งชี้หน้าด่าด้วยความหงุดหงิด
"สองรอบที่แล้วมันก็แค่การทดสอบระเบียบวินัยพื้นฐาน มันจะไปวัดผลอะไรได้วะ พอถึงเวลาออกรบจริงๆ แกกะจะให้ทหารของแกวิ่งไปพับผ้าห่มใส่หน้าศัตรูให้ศัตรูขาดใจตายหรือไง"
ผู้บังคับการกรมอีกคนแค่นเสียงเย็น "ของจริงมันเพิ่งจะเริ่มต่างหาก แกอย่าเพิ่งรีบดีใจไปหน่อยเลย!"
"ถ้าแกออมมือให้ทหารใหม่ของแกจริงๆ ล่ะก็ เดี๋ยวแกก็รู้ว่าจะแพ้ราบคาบมันเป็นยังไง!"
เกาฉวินยิ้มกริ่มพร้อมพยักหน้ารับ "ใช่ๆๆ พวกคุณพูดถูกหมดเลย พวกคุณเก่ง พวกคุณยอดเยี่ยมที่สุด ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกันแหละ"
ทั้งสองคนเห็นท่าทางยียวนกวนประสาทของเขาก็โมโหจนแทบคลั่ง
"ฉันจะบอกให้รู้เอาไว้ อย่าเพิ่งรีบกร่างให้มันมากนัก กรมของเราปีนี้มีทหารใหม่ที่เป็นนักกีฬามาเพียบ!"
ผู้บังคับการกรมคนหนึ่งเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย "เรื่องสมรรถภาพร่างกายคือจุดแข็งของพวกเราโว้ย เดี๋ยวก็จะบดขยี้พวกแกให้จมดินเลยคอยดู!"
อีกคนก็แค่นเสียงเสริม "กรมของเราปีนี้ก็ได้ทหารใหม่หัวกะทิมาเยอะเหมือนกัน ฉันลงไปคุมฝึกด้วยตัวเองเลยนะเว้ย เดี๋ยวแกก็จะได้เห็นดีกัน!"
เกาฉวินยังคงพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง "อ้อ ใช่ๆๆ พวกคุณพูดถูกทุกอย่างเลย พวกคุณเก่งที่สุด พวกคุณยอดเยี่ยมที่สุด"
ทั้งสองคนโมโหจนเลือดขึ้นหน้า เขวี้ยงก้นบุหรี่ลงพื้นอย่างแรง
ก่อนจะพุ่งเข้าไปฉกบุหรี่ทั้งซองจากกระเป๋าเสื้อของเกาฉวินมาดื้อๆ แล้วเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว
เกาฉวินหน้าตาตื่นรีบวิ่งตามไป "เฮ้ยๆๆ นั่นมันบุหรี่ครึ่งซองสุดท้ายของฉันแล้วนะเว้ย เหลือไว้ให้ฉันสักมวนสิวะ ไอ้พวกโจรปล้นตังค์เอ๊ย!"
ปัง!
ในจังหวะนั้นเอง เสียงปืนปล่อยตัวก็ดังสนั่นไปทั่วสนามฝึก
"เริ่มได้!" ครูฝึกตะโกนลั่น
พริบตาเดียว ทหารใหม่แต่ละหมู่ที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วก็พุ่งทะยานออกไปข้างหน้าราวกับพยัคฆ์หลุดจากกรง
ฟิ้ว!
จู่ๆ ก็มีทีมหนึ่งพุ่งแซงหน้าทุกคนไป แถมยังเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนทิ้งห่างจากทีมอื่นๆ ออกไปอย่างรวดเร็ว
พอเห็นแบบนั้น ทหารหมู่คนอื่นๆ ก็รีบเร่งฝีเท้าตามไปติดๆ
การแข่งขันเพิ่งจะเริ่มขึ้น ทุกหมู่ก็วิ่งปะปนกันมั่วไปหมด
"สู้ๆ พยายามเข้า!" ฉางเหล่ยยืนตบมือตะโกนเชียร์อยู่ไกลๆ ด้วยความตื่นเต้น
ทีมที่พุ่งทะยานเป็นจ่าฝูงอยู่นั้นก็คือหมู่หนึ่งนั่นเอง ตอนนี้ฉินลั่ววิ่งนำหน้าสุด คนอื่นๆ ก็วิ่งตามหลังเขามาติดๆ
ไม่ต้องคิดไม่ต้องสนใจอะไรทั้งนั้น สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่แผ่นหลังของคนข้างหน้า ในหัวมีแต่คำพูดของฉินลั่วที่บอกว่า พอเริ่มแข่งแล้วก็แค่วิ่งตามเขามาให้ทัน
"หมอบลง!"
พอวิ่งมาถึงเส้นทดสอบยุทธวิธี ฉินลั่วก็ตะโกนสั่ง แล้วพุ่งตัวหมอบลงไปเป็นคนแรก
ฟุบ!
ร่างของฉินลั่วไถลไปบนพื้นหญ้าไกลเกือบสามเมตร
ก่อนจะปรับท่าเป็นคลานต่ำอย่างรวดเร็ว เขาสับมือสับเท้า ใช้เอวออกแรงส่ง พุ่งตัวไปข้างหน้าราวกับจิ้งจกติดปีก
ฟุบ ฟุบ ฟุบ!
เฉิงเฮ่าหนานกับพวกเจิ้งเฉียนก็พุ่งตัวหมอบตามลงมาติดๆ ทุกคนอาศัยแรงเหวี่ยงไถลตัวไปข้างหน้าสองสามเมตร แล้วก็ปรับท่าคลานต่ำตามฉินลั่วไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนทหารใหม่หมู่คนอื่นๆ ตอนนี้ยังเพิ่งจะวิ่งกระหืดกระหอบตามมาอยู่เลย
"เยี่ยมมาก!" อู่จื้อหย่วนกระโดดโลดเต้นเชียร์อยู่ท่ามกลางฝูงชน ทำเอาผู้กองคนอื่นๆ หันมามองค้อนกันขวับๆ
ขงเสียงมองซ้ายมองขวาแล้วแอบกลืนน้ำลายลงคอ "เหล่าอู่ เหล่าอู่ เบาๆ หน่อยสิ คนอื่นเขามองกันหมดแล้ว"
"มองก็มองสิ จะกลัวอะไรวะ" อู่จื้อหย่วนพูดอย่างภาคภูมิใจ "ทหารของฉันวิ่งได้ที่หนึ่ง ฉันจะดีใจกับพวกเขาหน่อยไม่ได้หรือไง"
"ถ้าเก่งจริงก็ให้ทหารของพวกเขาทำความเร็วให้ได้แบบนี้สิ พวกเขากระโดดเชียร์บ้างฉันก็ไม่ได้ห้ามสักหน่อย"
ผู้กองคนอื่นๆ ถึงกับตาขวางด้วยความโกรธจัด ถ้าไอ้หมอนี่ไม่ได้แซ่อู่ ป่านนี้คงโดนรุมประชาทัณฑ์ไปแล้ว
ขงเสียงยิ้มกริ่ม "ตอนนี้ยอมรับแล้วใช่ไหมว่าเขาเป็นทหารของนายน่ะ ก่อนหน้านี้ไม่เห็นพูดแบบนี้เลยนี่นา"
อู่จื้อหย่วนชะงักไป "อะไรนะ"
ขงเสียงจ้องหน้าเขา "นี่ นายจะมาทำไก๋อะไรอีก มองไม่ออกหรือไงว่าใครวิ่งนำอยู่หน้าสุดน่ะ"
"เอ่อ..." หน้าของอู่จื้อหย่วนเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำทันที
เอาจริงๆ เมื่อกี้เขาเองก็ตกใจเหมือนกันที่เห็นว่าทุกคนในหมู่หนึ่งวิ่งตามก้นฉินลั่วไปติดๆ ราวกับมีเขาเป็นศูนย์กลาง
แถมท่าทางการฝึกยุทธวิธีของฉินลั่วก็ยังเป๊ะเวอร์จนอู่จื้อหย่วนแทบอยากจะยกนิ้วโป้งให้
ขงเสียงตบไหล่เขาพร้อมรอยยิ้ม "เหล่าอู่ ยอมรับความจริงเถอะน่า ฉินลั่วน่ะเป็นทหารที่เก่งจริงๆ ฉางเหล่ยพูดถูกแล้ว"
อู่จื้อหย่วนจ้องมองฉินลั่วที่กำลังจะคลานถึงลวดหนามด้วยสายตาว่างเปล่า มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว
เวลาผ่านไปแค่แป๊บเดียว ไอ้เด็กเส้นคนนี้ทำไมถึงได้เก่งขึ้นมาขนาดนี้ได้นะ ตอนที่เพิ่งเข้ามาหมอนี่ยังทำอะไรไม่เป็นเลยไม่ใช่หรือไง
จู่ๆ อู่จื้อหย่วนก็รู้สึกละอายใจขึ้นมา เพราะความอคติบังตา เขาเลยไม่เคยไปสนใจฉินลั่วเลย สรุปแล้วเกิดอะไรขึ้นกับหมอนี่กันแน่
แล้วพวกทหารใหม่ในหมู่หนึ่ง ทำไมจู่ๆ ถึงได้เก่งกาจขึ้นมาผิดหูผิดตาขนาดนี้ ทั้งที่เมื่อเดือนก่อนยังไม่เป็นแบบนี้เลย ตอนนี้ทักษะของทหารใหม่หมู่หนึ่ง พัฒนาไปไกลจนเกินจินตนาการของเขาไปมาก
"ทะลุไปแล้ว พวกเขาคลานผ่านไปหมดแล้ว!" ขงเสียงตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น
อู่จื้อหย่วนก็เพิ่งจะได้สติ หันไปมองก็เห็นเห่าตัวตัวที่เป็นคนสุดท้ายคลานพ้นลวดหนามแล้วลุกขึ้นยืนพอดี
ทหารหมู่หนึ่งสามารถผ่านการทดสอบด่านแรกไปได้เป็นกลุ่มแรก ทิ้งห่างทหารหมู่คนอื่นๆ ไปไกลลิบ
"เยี่ยมยอด!" อู่จื้อหย่วนตื่นเต้นจนกระโดดตัวลอย
ผู้กองคนอื่นๆ ที่กำลังหงุดหงิดอยู่แล้ว พอเห็นท่าทางได้ใจของอู่จื้อหย่วนก็ยิ่งอารมณ์เสียเข้าไปใหญ่
"พวกแกมัวทำบ้าอะไรกันอยู่วะ เร็วเข้าสิเว้ย!"
"มัวแต่คลานเป็นเต่าคลานอยู่ได้ ไม่เห็นหรือไงว่าหมู่เขาไปถึงไหนกันแล้ว!"
"เร่งความเร็วหน่อยโว้ย!"
ผู้กองหลายคนทนดูไม่ไหว ถึงจะลงไปคุมไม่ได้ แต่การยืนแหกปากสั่งการอยู่ขอบสนามก็ยังพอทำได้
อีกฝั่งหนึ่ง เกาฉวินก็กำลังตบไหล่ผู้บังคับการกรมอีกสองคนด้วยรอยยิ้มกริ่ม
"ต้องขอโทษด้วยนะเพื่อนยาก ฉันชนะอีกแล้วล่ะ เด็กปั้นของพวกนายดูท่าจะไม่ค่อยได้เรื่องเลยนะ ขนาดทหารของฉันออมมือให้แล้วทำไมพวกเขายังคลานเป็นเต่าคลานอยู่เลยล่ะ หรือว่าพวกนายสอนมาไม่ดี"
ผู้บังคับการกรมทั้งสองคนหันขวับมามองหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง แต่เกาฉวินรู้ทัน ถอยกรูดไปเป็นสิบก้าวแล้ว
"อย่าเพิ่งโมโหสิพวกนาย" เกาฉวินหัวเราะร่า "การแข่งยังไม่จบเลย เดี๋ยวพวกนายก็ต้องโดนฉันขยี้ต่ออีก ขืนโมโหตอนนี้เดี๋ยวก็หัวใจวายตายกันพอดี"
"หุบปากไปเลย!" ทั้งสองคนตะโกนด่าแล้วพุ่งตัวเข้าหาเกาฉวินทันที
ตัดภาพมาที่อัฒจันทร์ ฉีเซิ่งลี่ก็กำลังคุยโวโอ้อวดจนผู้บัญชาการกองพลอีกสองคนแทบอยากจะเอาอะไรยัดปากเขาให้เงียบไปซะ
"หนึ่งนาทีห้าสิบวินาที!" ฉีเซิ่งลี่หัวเราะจนหุบปากไม่ลง "หนึ่งนาทีห้าสิบวินาทีเชียวนะเว้ย พวกนายเชื่อไหมว่านี่คือสถิติของทหารใหม่น่ะ แต่สำหรับกองพลของเรา เรื่องแบบนี้มันเบสิกมาก กองพลเราเจ๋งสุดอยู่แล้ว กองพลอื่นเทียบไม่ติดฝุ่นหรอก ฮ่าฮ่าฮ่า..."
"หุบปากไปเลยนะ!" ผู้บัญชาการกองพลทั้งสองคนสุดจะทน ตะโกนด่าออกมาพร้อมกัน
จู่ๆ ก็มีมือหนาๆ มาตบลงบนไหล่ของฉีเซิ่งลี่อย่างแรง
ฉีเซิ่งลี่หันไปมองก็พบว่าเสนาธิการเฉินหลงกำลังจ้องมองไปข้างหน้าด้วยสายตาตกตะลึงสุดขีด
"มีอะไรหรือเปล่าครับท่านเสนาธิการ" ฉีเซิ่งลี่ถามด้วยความสงสัย
เฉินหลงชี้มือไปข้างหน้า "เหล่าฉี ทหารใหม่ของนาย พวกเขาไม่ได้พักเลย แต่ไปเริ่มบททดสอบต่อไปแล้วนะ"
"อะไรนะ" ฉีเซิ่งลี่หันขวับกลับไปมอง ก็เห็นทหารหมู่หนึ่งกำลังเรียงแถววิดพื้นกันอยู่ที่ลานทดสอบสมรรถภาพร่างกายแล้ว
ตาของฉีเซิ่งลี่เบิกกว้างแทบจะถลนออกมานอกเบ้า
"พระ... พระเจ้าช่วย! เพิ่งจะคลานผ่านสิ่งกีดขวางมา... ไม่คิดจะหยุดพักหายใจกันเลยหรือไง พวกเขาเป็นซูเปอร์ไซย่าหรือไงวะเนี่ย"
[จบแล้ว]