เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

แสงสว่างแห่งจิตใจ (1)

แสงสว่างแห่งจิตใจ (1)

แสงสว่างแห่งจิตใจ (1)


[แปลโดยแฟนเพจ ยักษาแปร มาติดตามในแฟนเพจเพื่อติดตามข่าวสารได้นะ]

[Thai-novel ลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ 5 ตอน แต่จะราคาแพงที่สุด]

[หลังแปลจบจะมีการแก้ไขคำอ่านใหม่ตั้งแต่ต้นอีกครั้ง ถ้าอ่านแบบเถื่อนหรือแชร์กันเป็นคณะ100คน ก็อ่านไปครับ เพราะผมจะแก้แบบแปลใหม่อีกรอบแค่ในThai-novel กับเว็บอื่น ๆ และแหล่งที่ผมแปลครับ ส่วนคนที่อ่านที่อื่นก็จะได้อ่านแบบไม่มีการแก้คำผิด และยิบย่อยมากมาย ไปนั่นแหละ]

<เรื่องราวของอารอน ตอนที่ 39>

5. แสงสว่างแห่งจิตใจ (1)

*******

อารอนปิดหนังสือเบาๆ

แสงที่ส่องออกมาจากหน้าหนังสือก็จางหายไป

"เรื่องราวของผมมีเพียงเท่านี้ครับ"

เรื่องราวของชายหนุ่มผู้ปรารถนาจะเป็นที่แข็งแกร่ง

เขาต้องเผชิญกับกำแพงแห่งความจริงและสิ้นหวัง

แต่ได้พบกับอาจารย์ผู้เป็นแสงสว่างนำทางให้เขาผ่านพ้นความยากลำบากและคว้าความหวังเอาไว้ได้ในที่สุด

'ปวดหัวจัง'

อารอนรู้สึกเหมือนมีใครกำลังใช้เข็มทิ่มแทงจากข้างใน

เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ เบา ๆ

อย่างไรก็ตาม ในที่สุดอารอนก็ต้องเผชิญหน้ากับความจริง

ไม่ว่าเขาจะปีนขึ้นไปบนหอคอยสูงแค่ไหน โลกก็ไม่หวนกลับมา

และพี่ชายของเขาก็ตกอยู่ในอันตรายเพราะความสิ้นหวัง

ในขณะที่อารอนฝึกฝนกับอาจารย์ มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นภายนอก

แต่พวกเขาก็เอาชนะมันมาได้

ฮาน อิสรัต พี่ชายของเขา ไม่ยอมแพ้แม้จะเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย

เหล่าฮีโร่ที่เหลืออยู่ร่วมมือกันช่วยพี่ชายของเขา

และพวกเขาก็ได้เปิดประตูสู่ความเป็นไปได้บานใหม่

นั่นคือวัลฮาลา

สถานที่ที่อารอนและยูเน็ตพำนักอยู่ในขณะนี้

แน่นอนว่าการต่อสู้ยังไม่จบ

สงครามครั้งนี้จะจบลงอย่างไร คงต้องรอจนถึงวาระสุดท้ายของเวลา

แต่เขาไม่เสียใจ

ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้

เพราะนี่คือเส้นทางที่เขาเลือกเอง

"เข้าใจแล้ว….เรื่องราวของนายฉันฟังจนจบแล้ว"

ยูเน็ตตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

อารอนกล่าวเสริม

"ต้องขอโทษที่ผมไม่สามารถเล่ารายละเอียดได้ทั้งหมด ช่วงเวลาที่ผมอยู่ที่นั่นมันยาวนานมาก ความทรงจำจึงเลือนลางไปบ้าง"

ช่วงเวลาที่ลัวนานเป็นเหมือนหมอกควันเลือนราง

อารอนต้องพยายามย้อนกลับไปในอดีตหลายครั้งเพื่อรื้อฟื้นความทรงจำ

ภาพที่เขาเพิ่งเห็นก็เช่นกัน

<ความฝันที่อาจารย์พูดถึงทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก>

<เพราะเขารู้ เขารู้ทุกอย่าง>

<อาจารย์อยู่ที่นี่เพื่ออะไร ความฝันนั้น......>

เขาไม่มีทางพูดแบบนี้

ภาพเหล่านี้ไม่มีทางเป็นเรื่องจริง

หรือว่านี่จะเป็นผลข้างเคียงจากการใช้ชีวิตอยู่ในมิติที่เวลาบิดเบี้ยวเป็นเวลานาน

ความจริงและความเท็จในความทรงจำเริ่มแยกไม่ออก

'ดังนั้น'

ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือความจริง

เพราะมันชัดเจนไม่ใช่หรือ

ถ้า 'จำ' แบบนี้ ทุกอย่างก็จะลงตัว

อารอนตัดสินใจแล้ว

<ฉัน... เชื่อคุณได้ไหม?>

<ครับ ผมจะปกป้องอาจารย์ แม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม>

หัวใจของเขาเต้นแรง

ความรู้สึกบางที่เกิดขึ้น

ความทรงจำที่ปะปนกันวนเวียนอยู่ในหัวทำให้เขาเวียนหัว

หรือว่าบทสนทนากับหมอคนนั้นก็เป็นความทรงจำที่ผิดพลาดเช่นกัน

เพราะว่า….

อารอนยังจำได้

ดวงตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาของหญิงสาวที่ฝากฝังอาจารย์ไว้กับเขา

เพราะว่าใช่

ผู้หญิงตรงหน้าเขามีดวงตาแบบเดียวกัน...

"...!"

มีบางอย่างผิดปกติ

อะไรคือเรื่องโกหก อะไรคือเรื่องจริง

หรือว่าความทรงจำที่เขาจำได้ทั้งหมดเป็นเพียงภาพลวงตาของเขาเอง

หรือว่าห้องสมุดแห่งนี้เป็นเพียงความฝัน

แล้วอะไรคือความจริง อะไรคือความฝัน

เขารู้สึกเวียนหัวมากขึ้น

แค่นั่งอยู่เฉย ๆ โลกก็หมุนติ้ว

เขารู้สึกคลื่นไส้

"ใจเย็น ๆ นะ ทุกอย่างจะไม่เป็นไร"

"ขอโทษทีครับ ผมเวียนหัวนิดหน่อย"

อารอนเสียใจ

เขาไม่น่ารับข้อเสนอนั้นเลย

การขุดคุ้ยความทรงจำในห้วงลึกแบบนี้

"ฮา..."

ลมหายใจของเขาเริ่มหอบถี่

อารอนก้มหน้าลงเพื่อปรับลมหายใจ

แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้

'เขาให้สัญญา'

เขารู้สึกเหมือนเคยให้สัญญาบางอย่าง

'เขาสาบานว่าจะปกป้องอาจารย์ แม้ต้องแลกด้วยชีวิต'

เขาทำไม่ได้หรือ

ผู้หญิงตรงหน้าเขาปรากฏตัวขึ้นเพื่อตำหนิเขาหรือ

เขาไม่รู้

"อารอน"

"......."

"ไหวไหม ถ้านายยังไม่ดีขึ้น ฉันจะชงชาอุ่น ๆ ให้สักถ้วยนะ"

ผู้หญิงตรงหน้ารินชาใส่ถ้วย

ไอน้ำลอยขึ้นมาจากถ้วยชา

"ขอโทษครับพอดีผมแค่รู้สึกแปลก ๆ"

"ไม่เป็นไร นี่เป็นสิ่งที่ฉันขอร้องนายนะ"

อารอนต้องใช้เวลาหลายนาทีกว่าจะสงบสติอารมณ์ลงได้

หลังจากนั้น

ในที่สุดเขาก็เอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาและจิบชา

“....”

มือของเขาสั่นหรือเปล่า

หรือว่าถ้วยชาสั่น

อารอนไม่รู้

"ฉันไม่โทษนายหรอกอารอน นายทำตามสัญญาแล้ว"

"สัญญาเหรอครัย? ผม..."

"พาเขาออกมาได้อย่างปลอดภัยไม่ใช่เหรอ?"

อ่า ใช่แล้ว

แน่นอน

อาจารย์และลูกศิษย์ออกจากลัวานมาด้วยกัน

จากนั้นลูกศิษย์คนนั้นก็ไปยังสนามรบ

อาจารย์ไปยังสถานพักผ่อนโดยบอกว่าจะเกษียณ

ก่อนจากไป อาจารย์ได้มอบอาวุธของตนให้อารอนเพื่อเป็นกำลังใจ

พร้อมกับคำพูดที่ว่าอย่ายอมแพ้

อารอนมองแผ่นหลังของอาจารย์และสาบาน

<ผมขอสาบานด้วยทั้งหมดที่ผมมี หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้จบลง ผมจะไปรับอาจารย์กลับมาให้ได้>

และรับช่วงต่อของอาจารย์

เปลี่ยน...นามสกุล...

"......."

ดวงตาของอารอน เดลเคิร์ด สั่นไหว

ชื่อของเขา... ไม่น่าจะใช่อันนี้...

เขา... สาบานแล้ว...

ไม่

มันเป็นไปไม่ได้

อาจารย์ออกจากลัวนานไปพร้อมกับเขาเเล้ว

เขายังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนั้น

ปัง!

อารอนลุกขึ้นยืนทันที

เขาต้องไปหาอาจารย์เดี๋ยวนี้

'ที่ไหนล่ะ?'

เขาเองก็ไม่รู้

เขาไม่เคยพยายามตามหาอาจารย์เลย

หรือว่าตั้งแต่แรก...เขา...

"......."

อารอนนั่งลงอีกครั้ง

และก้มหน้าลงเงียบ ๆ

ตอนนี้เขาไม่รู้อะไรเลย

เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความทรงจำเหล่านั้นเป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงภาพลวงตาของเขา

"ที่นี่คือโลกแห่งความฝันงั้นเหรอครับ?"

อารอนพึมพำด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"และคุณก็เป็นเพียงตัวละครในความฝันสินะครับ หรือว่า... อืม ก็คงเป็นเช่นนั้น พลังแห่ง 'กรรม' สามารถเปลี่ยนความฝันให้เป็นจริงได้ ตอนนี้ผมไม่รู้อะไรอีกแล้ว"

ยูเน็ตรินชาใส่ถ้วยของตัวเอง

กลิ่นหอมของชาอบอวลไปทั่ว

"ฉันเองไม่รู้ว่าความทรงจำที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก เป็นภาพลวงตาที่สร้างขึ้นมา หรือว่านี่คือความจริง"

นักเวทย์ผมเงินยกถ้วยชาขึ้นจิบ

"คุณมาเพื่อสาปแช่งผมสินะ มาสาปแช่งผมที่ไม่สามารถรักษาสัญญาได้... คุณ... "

นักเวทย์ตรงหน้าเขาคงรู้แล้ว

แม้เวลาจะผ่านไปหลายร้อยปี

เธอก็ยังไม่ลืม และยังคงมองเขาด้วยดวงตาคู่นั้น

"อารอน"

"ครับ?"

"สิ่งที่ฉันเสียใจเพียงเรื่องเดียว"

ยูเน็ตวางถ้วยชาลง

"เพราะความอ่อนหัดของฉันยังไงล่ะ"

"......."

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร , ลงแบบราคาถูกแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับ หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิก กระซิก ;-;

จบบทที่ แสงสว่างแห่งจิตใจ (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว