- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยหนี้สิน ผมกลายเป็นเศรษฐีได้ด้วยการแจ้งเบาะแส
- บทที่ 409 - ระเบิด!!
บทที่ 409 - ระเบิด!!
บทที่ 409 - ระเบิด!!
เฉินจื้อได้ยินเสียงนั้นก็ไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขากระโจนลงจากเวทีราวกับเสือชีตาห์ พุ่งตามหลินหนิงไปติดๆ พร้อมกับตวาดลั่น "ทุกคนสแตนด์บายอยู่กับที่!"
หลิวเจาและคนอื่นๆ พุ่งตัวไปถึงข้างกายเลี่ยวอี้กับหวงเยี่ยนเจิ๋นแล้ว
พวกเขาลงมือโดยไม่มีความปรานีใดๆ ไม่สนว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้หญิงหรือคนเจ็บ จับกระชากล็อกกรามทั้งสองคนจนหลุดดังกอบ จับจิกเส้นผมแล้วลากตัวออกมาจากที่นั่งอย่างหยาบคาย
ข้อต่อแขนขาถูกปลด เสื้อผ้าถูกกระชากขาด เพียงชั่วพริบตาเดียว ทั้งสองคนก็ถูกจับกดหน้าแนบพื้น ถูกล็อกตัวไว้อย่างแน่นหนา
ทุกกระบวนท่าลื่นไหลต่อเนื่อง ใช้เวลาทั้งหมดไม่ถึงหนึ่งวินาทีด้วยซ้ำ
ถึงตอนนี้ ฝูงชนเพิ่งจะตั้งสติได้
พนักงานฝึกหัดหน้าใหม่ที่อยู่ด้านหลังเริ่มส่งเสียงอุทานและเกิดความโกลาหล
"เงียบ!"
ชายวัยกลางคนผมเผ้ายุ่งเหยิง ดวงตาแดงก่ำจากการอดนอนที่นั่งอยู่แถวแรกข้างหัวหน้าวิศวกร ลุกขึ้นยืนแล้วตวาดเสียงเย็น
คนด้านหลังพากันเงียบกริบราวกับจักจั่นในฤดูหนาว
ส่วนทีมนักวิจัยและหัวหน้าโปรเจกต์ที่อยู่แถวหน้า เพียงแค่เอี้ยวตัวหันไปมองคนที่ถูกกดอยู่บนพื้นด้วยสายตาเย็นเยียบ
หลิวเจามองไปที่ประตูหอประชุมด้วยความเป็นห่วง แผ่นหลังของเฉินจื้อเพิ่งหายลับไป
เมื่อเฉินจื้อตามออกมาข้างนอก หลินหนิงก็วิ่งไปถึงบ่อปลาเล็กๆ ที่ตกแต่งเป็นสวนหย่อมด้านหน้าแล้ว
ฟันซี่นั้นที่ยังมีเลือดเนื้อติดอยู่ถูกโยนเป็นเส้นโค้ง ตกลงไปกลางน้ำ
เขาวิ่งหันหลังกลับมาได้แค่สองก้าว เส้นสายพลังจิตที่พันธนาการฟันซี่นั้นไว้ก็ถูกสะบั้นลง หลินหนิงทิ้งตัวพุ่งหมอบลงกับพื้นแล้วขดตัวแน่น
ตู้ม!!
เสียงระเบิดดังอู้อี้ดังมาจากใต้น้ำ
น้ำทั้งบ่อพร้อมกับเศษปูนก้นบ่อ พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในพริบตา
ชะงักค้างกลางอากาศเพียงครู่ ก่อนจะระเบิดกระจายออกไปรอบทิศทาง
ซ่า—
หยดน้ำและก้อนหินปลิวว่อน
หลินหนิงที่อยู่ใกล้ที่สุดรับเคราะห์ไปเต็มๆ ถูกเศษซากเหล่านั้นสาดกระหน่ำใส่จนเต็มตัว
เฉินจื้อเห็นภาพนั้น หัวใจเขาแทบหยุดเต้น ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ พุ่งตัวเข้าไปหาหลินหนิงทันที
หลินหนิงเงยหน้าขึ้น ปาดน้ำที่เกาะเต็มหน้าแล้วตะโกนลั่น "อย่าเข้ามา! ถอยไป! เอาชุดกันรังสีมาให้ฉัน!"
ฝีเท้าของเฉินจื้อชะงักกึก สีหน้าซีดเผือดลงในพริบตา เขามองหลินหนิงด้วยความตกตะลึง
เสียงฝีเท้าสับสนวุ่นวายดังมาจากที่ไกลๆ
หลินหนิง 'เห็น' หลี่เสี้ยวเหอนำกองกำลังทหารและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยติดอาวุธครบมือวิ่งกรูกันมาทางนี้
เขาล้วงมือถือออกมาจากกระเป๋า สะบัดน้ำออก แล้วรีบกดโทรหาเฉินจื้อทันที
เฉินจื้อเห็นการกระทำนั้น จึงรีบควักมือถือของตัวเองออกมา
เมื่อเห็นชื่อ 'หลินหนิง' กะพริบอยู่บนหน้าจอ เขากัดฟันกรอดแล้วรีบกดรับสาย
หลินหนิงพูดรัวเร็ว แต่ไม่ได้พูดถึงสถานการณ์ของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
"ไอ้เดรัจฉานนั่นประกอบระเบิดรังสีที่สามารถตัดระบบป้องกันเครือข่ายได้ ฝังไว้ที่ฐานกำแพงด้านนอกหลังห้องเซิร์ฟเวอร์หลัก"
"อาคารทดลองหมายเลขสาม คอมพิวเตอร์หมายเลข 1196 ถูกมันฝังโทรจันและตั้งโปรแกรมอัปโหลดอัตโนมัติไว้ พอระบบป้องกันถูกทำลาย ข้อมูลและตัวเลขงานวิจัยทั้งหมดเกี่ยวกับเครื่องบินรบในฐานนี้ จะถูกอัปโหลดขึ้นดาร์กเว็บเพื่อเปิดเผยสู่สาธารณะ"
"เวลาเหลือไม่ถึงสิบนาทีแล้ว เร็วเข้า"
รัศมีความน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกจากร่างของเฉินจื้อในพริบตา
เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองหลี่เสี้ยวเหอที่วิ่งใกล้เข้ามา ทิ้งไว้เพียงประโยคเดียวว่า "เอาชุดกันรังสีมาให้เขาสะบัด" แล้วไม่รออธิบายอะไรเพิ่มเติม หันหลังวิ่งสับเท้ากลับเข้าไปในหอประชุม
ฐานทัพถูกปิดตาย ห้องแล็บและคอมพิวเตอร์ทั้งหมดเข้าสู่โหมดล็อกอัตโนมัติ รหัสผ่านมีเพียงการเชื่อมต่อรหัสคู่ระหว่างหัวหน้าวิศวกรและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยระดับสูงสุดเท่านั้นจึงจะเปิดได้
หากมีการถอดรหัสคอมพิวเตอร์ในห้องแล็บด้วยวิธีรุนแรงผิดปกติ ระบบทำลายตัวเองที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในระบบจะทำงานทันที แม้ภายหลังจะกู้คืนจากเซิร์ฟเวอร์หลักได้ แต่เวลาที่สูญเสียไปนั้นประเมินค่าไม่ได้
ที่สำคัญที่สุดคือ—ยังมีซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่กำลังประมวลผลอยู่
เฉินจื้อก้าวข้ามบันไดหลายขั้น พอก้าวพ้นประตูหอประชุม เขาก็ตะโกนก้องทันที "หัวหน้าวิศวกร ผู้ดูแลอาคารทดลองหมายเลขสาม หัวหน้าแผนกเครือข่าย และช่างเทคนิคระบบป้องกันเครือข่าย ออกมาเดี๋ยวนี้!"
ทุกคนชะงัก มองหน้ากันไปมา ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างลังเล
แผ่นหลังของเฉินจื้อเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เวลาเหลือน้อยเต็มที เขาไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจอะไรอีกแล้ว โพล่งสถานการณ์วิกฤตออกไปตรงๆ
"ห้องเซิร์ฟเวอร์หลักมีระเบิดรังสีที่ตัดระบบเครือข่ายได้! อาคารหมายเลขสามถูกตั้งโปรแกรมอัปโหลดขึ้นดาร์กเว็บอัตโนมัติ เหลือเวลาไม่ถึงสิบนาทีแล้ว!"
ข่าวนี้เหมือนโยนระเบิดลงกลางหอประชุม
ทุกคนตกใจจนผุดลุกขึ้นยืน
และคนที่เฉินจื้อเอ่ยชื่อ รวมถึงอีกหลายคนที่ไม่ได้ถูกเรียกชื่อ ต่างวิ่งพุ่งตัวมาทางเฉินจื้อราวกับถูกไฟลนก้น ใช้ความเร็วที่แทบจะทะลุขีดจำกัดของตัวเอง
จัวหย่วน หัวหน้าโปรเจกต์ที่เพิ่งตะโกนสั่งให้ทุกคนเงียบเมื่อครู่ ตอนนี้ตาแดงก่ำแทบจะถลนออกจากเบ้า ท่าทางเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อ เขาวิ่งนำหน้าสุด เพราะอาคารทดลองหมายเลขสามคือที่ที่เขาใช้งานหลัก
ตอนวิ่งผ่านเลี่ยวอี้ เขาเตะอัดเข้าไปสองทีเต็มแรง "ไอ้เดรัจฉาน! เดี๋ยวพ่อจะกลับมาแล่เนื้อแก!"
หลี่เสี้ยวเหอวิ่งตามหลังเฉินจื้อมาติดๆ ก็ได้ยินสิ่งที่เขาพูดเช่นกัน เหงื่อแตกพลั่กในทันที ไม่สนจะสืบสาวราวเรื่องอะไรอีกแล้ว
เขาคว้าวิทยุสื่อสารขึ้นมาตะโกนลั่น "เตือนภัยระดับหนึ่ง! เตือนภัยระดับหนึ่ง! เรียกรถมาที่หอประชุม! เอาเกราะกันรังสีมาด้วย! เจ้าหน้าที่กู้ระเบิด! รวมตัวที่ห้องเซิร์ฟเวอร์หลัก! กองร้อยที่สอง กองร้อยที่สาม ปิดล้อมและกั้นพื้นที่หอประชุมและอาคารทดลองหมายเลขสาม!"
ด้านนอก หลินหนิงลุกขึ้นยืนแล้ว
เขามองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก ไม่รอชุดป้องกันอีกต่อไป ตะคอกห้ามคนที่พยายามจะเข้ามาใกล้ แล้วสับเท้าวิ่งไปยังห้องเซิร์ฟเวอร์หลักตามภาพความจำของเลี่ยวอี้
สันกรามของหลินหนิงนูนเป็นสัน
เขาไม่เข้าใจการกระทำของเลี่ยวอี้เลยจริงๆ
ไม่มีใครซื้อตัว ไม่มีใครยุยงให้แปรพักตร์
แค่เพราะชีวิตไม่ได้เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการ เขาก็เลยอยากจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ที่คอยปกป้องสั่งสอนมาตลอด หรือเพื่อนร่วมงานหลายพันคนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อเป้าหมายเดียวกันมาตลอดหลายปี รวมถึงผู้หญิงคนนั้นที่ถูกเขาจงใจเข้าหา ล้างสมอง และรักเขาอย่างสุดหัวใจ
เขาต้องการจะฆ่าคนพวกนี้ให้หมด
แถมยังต้องการทำลายสิ่งที่ประเทศชาติที่ฟูมฟัก อบรม และปกป้องเขา รวมถึงหยาดเหงื่อแรงงานของคนรุ่นก่อนๆ ไปพร้อมกัน โดยการมอบมันให้ศัตรูแบบฟรีๆ
คนแบบนี้สมควรโดนสับเป็นหมื่นๆ ชิ้น ไม่สิ หมอนี่ไม่สมควรถูกเรียกว่าคนด้วยซ้ำ!
สายตาของหลินหนิงกวาดมองแผลถลอกที่ข้อนิ้วจากการชกหน้าเลี่ยวอี้ เล็บนิ้วชี้ที่เปิดเผยอ และคราบเลือดที่ยังล้างออกไม่หมดตามซอกเล็บและร่องนิ้ว
แววตาเขาหม่นลง กัดฟันกรอดแน่นขึ้น
ตอนที่เขาใกล้จะวิ่งถึงอาคารห้องเซิร์ฟเวอร์หลัก เสียงรถยนต์ก็ดังมาจากด้านหลัง
หลินหนิงพลิกมือ กดโทรหาเฉินจื้ออีกครั้ง "นายตรงไปเลย ไม่ต้องวางสาย"
เฉินจื้อเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงแหบพร่า "อืม"
รถยนต์แล่นผ่านหลินหนิงไปด้วยความเร็ว
หลี่เสี้ยวเหอปรายตามองชายชุดเหลืองนอกหน้าต่าง ก่อนจะหันไปมองเฉินจื้อ
ใบหน้าของเฉินจื้อแผ่รังสีอำมหิตเย็นเยียบ ไม่แม้แต่จะหันมามองเขา
"เอี๊ยดด" เสียงรถเบรกกะทันหันจอดเทียบกำแพงด้านหลังห้องเซิร์ฟเวอร์หลัก
รถยังจอดไม่ทันสนิทดี เฉินจื้อก็กระชากประตูรถแล้วพุ่งตัวออกไปแล้ว
"เดินตรงไปอีก" เสียงหลินหนิงดังผ่านหูฟัง เขาก้าวฉับๆ ไปข้างหน้า
หลินหนิง 'จ้อง' เส้นพลังจิตที่ปักลงบนดินตรงมุมกำแพงด้านหน้าเฉินจื้อ "ฮืด... ฮืด... หยุด! ถอยหลังครึ่งก้าว ตรงมุมกำแพง!"
เมื่อเห็นว่าเฉินจื้อยืนถูกตำแหน่งแล้ว หลินหนิงก็วางสาย แล้วเร่งความเร็วฝีเท้าขึ้นอีก
สายของหลี่เสี้ยวเหอยังเปิดอยู่ เขารอให้หัวหน้าวิศวกรไปถึงอาคารหมายเลขสามเพื่อขอกรอกรหัสผ่าน เผลอเหม่อไปแค่วินาทีเดียว เฉินจื้อก็ไปนั่งยองๆ ขุดดินอยู่ตรงมุมกำแพงแล้ว
จังหวะที่เขากำลังจะลงจากรถก็ชะงักไป หันไปมองเงาสีเหลืองที่วิ่งเลี้ยวผ่านมุมตึก พุ่งตรงมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง