- หน้าแรก
- หนีตายจากซีกโลกซอมบี้แทบแย่สุดท้ายต้องมาคอยเช็ดล้างวีรกรรมให้คุณชายตัวร้ายเนี่ยนะ
- บทที่ 46 - ฉันลำเอียง
บทที่ 46 - ฉันลำเอียง
บทที่ 46 - ฉันลำเอียง
บทที่ 46 - ฉันลำเอียง
เหลียงป๋อที่เดิมทีหลุบตาลงพลันเงยหน้าขึ้นขวับ ประกายบางอย่างวาบผ่านนัยน์ตา เขาหันไปมองหลี่ซูหย่า
รอยยิ้มของหลี่ซูหย่ายังคงเดิม ทว่าน้ำเสียงแฝงความจนใจอยู่บ้าง "ตอนนี้ไม่ว่าจะทำยังไง ทรัพยากรที่รวบรวมได้ก็มีแค่นี้ ตระกูลไป๋ของเราทำธุรกิจ ขอแค่ไม่ละอายแก่ใจก็พอ ในเมื่อทุกคนอยากจะย่ำเท้าเปื้อนโคลน งั้นก็เปื้อนไปเถอะ เพียงแต่พอถึงตอนนั้น เงินทองที่ได้มา เราจะจัดการกับมันยังไง มันก็ไม่ใช่ขอบเขตที่พวกนั้นจะเข้ามาสอดแนมได้แล้ว"
"น่าเสียดายก็แต่ผลกำไรสี่ส่วนของตระกูลฟางนั่นแหละ"
ความคิดของหลี่ซูหย่าคือการรับประกันความปลอดภัยของตัวเองและครอบครัวเป็นหลัก ในขณะเดียวกันก็พยายามทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าทำได้ และเป็นสิ่งที่ควรทำ
เธอพูดกับเหลียงป๋อไม่มากนัก แต่เหลียงป๋อกลับเข้าใจความหมายของเธอได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
ในเขตปลอดภัยตอนนี้ หากอยากจะหาเงิน วิธีการย่อมไม่มีทางขาวสะอาด ในยุควันสิ้นโลกที่ทุกคนต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด เส้นแบ่งความถูกต้องมันกลายเป็นเพียงคำศัพท์ที่ห่างไกลไปนานแล้ว
แต่เงินที่หามาได้จะเอาไปทำอะไรนั้น เราสามารถตัดสินใจได้เอง คุณจะเอาไปสุรุ่ยสุร่ายก็ได้ ฉันก็ย่อมสามารถบริจาคแบบไม่ประสงค์ออกนามให้กับคนที่ต้องการความช่วยเหลือได้เช่นกัน
ไม่มีใครรับประกันได้ว่าวิธีการจะขาวสะอาดหมดจด แต่นี่ก็ถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว
"จะกลับแล้วเหรอ?" จิตใจของเหลียงป๋อสับสนเล็กน้อย ตอนเข้ามาเขาไม่ได้สังเกตว่าอวี๋เฟิงกับไป๋จือผู่คุยอะไรกัน พอเหลือบมองเวลาที่ปาเข้าไปสองทุ่มแล้ว จึงเอ่ยถามขึ้น
ท่าทางนั้นทำเอาหลี่ซูหย่าแทบจะหลุดปากเสียมารยาทพูดเสริมขึ้นมาว่า ฟ้ามืดป่านนี้แล้ว จะค้างที่นี่สักคืนก็ได้นะ
เธอค่อนข้างพอใจในตัวอวี๋เฟิงอยู่แล้ว ยิ่งหลังจากที่อธิบายเรื่องความสัมพันธ์กับฟางโจวได้กระจ่าง เธอก็ยิ่งพอใจมากขึ้นไปอีก เธอคอยใจกว้างกับเหลียงป๋อมาโดยตลอด ดังนั้นกับคนที่เหลียงป๋อชอบ เธอก็ย่อมใจกว้างด้วยเช่นกัน
เพียงแต่ไม่คิดเลยว่า ลูกชายของตัวเองคนนี้จะซื่อบื้อได้ขนาดนี้
"กลับ" อวี๋เฟิงตอบ
"ฉันไปส่ง"
บทสนทนาของทั้งคู่เรียกได้ว่าเป็นแบบฉบับของผู้ชายทื่อๆ โดยแท้
...
หลังจากบอกลาหลี่ซูหย่าและไป๋จือผู่อย่างมีมารยาทแล้ว เหลียงป๋อก็เดินตามออกไป
ในหัวของเขามีแผนการของตัวเองอยู่ และแผนการนั้นก็เป็นรูปเป็นร่างแล้ว ประกอบกับที่เขามาบ้านตระกูลไป๋ ก็แค่มาเยี่ยมเยียนตามความต้องการของผู้อาวุโสทั้งสองเท่านั้น
ในเมื่ออวี๋เฟิงก็จะกลับแล้ว พอดีเลยที่พวกเขาทั้งคู่กลับทางเดียวกัน
"คุณแม่ครับ" ไป๋ฉ่างวิ่งเข้ามา ตั้งแต่เขาเห็นอวี๋เฟิง เขาก็ดูพูดน้อยลงไปถนัดตา แต่เหลียงป๋อก็ไม่เคยใส่ใจไอ้เด็กเปรตคนนี้อยู่แล้ว
"จ๊ะ" หลี่ซูหย่ายืนอยู่ตรงหน้าต่างชั้นสอง มองตามแผ่นหลังของเหลียงป๋อกับอวี๋เฟิง ก่อนจะละสายตากลับมาแล้วขานรับ
"คุณแม่ครับ เขาเป็นคนเลวชัดๆ" ไป๋ฉ่างพูดอย่างไม่เข้าใจ
"ใครบอกลูกล่ะ?" ไป๋จือผู่หันกลับมาถาม สีหน้าดูจริงจังขึ้นมาก
"ใครๆ เขาก็พูดกันแบบนี้ทั้งนั้นแหละครับ แล้วก็เป็นเพราะเขา พี่ไป๋ฮ่าวถึงต้องออกไป เขาไม่ใช่คนเลวแล้วจะเป็นอะไรล่ะครับ?" ไป๋ฉ่างถามด้วยความไม่เข้าใจ
"เขาเป็นพี่ชายของลูกนะ คำพูดแบบนี้ใช่สิ่งที่ลูกควรพูดงั้นเหรอ?" น้ำเสียงของไป๋จือผู่เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ถึงกับตวาดไป๋ฉ่าง
"อีกอย่าง ที่พี่ไป๋ฮ่าวของลูกออกไปก็ไม่ใช่เพราะเขา พี่ไป๋ฮ่าวของลูกก็แค่กลับบ้านของตัวเองไปเท่านั้น เสี่ยวฉ่าง ลูกอาจจะเข้าใจพี่เขาผิดไปบ้าง ลูกยังไม่รู้จักพี่เขานะ" หลี่ซูหย่าพูดเสริมขึ้นมา
ไป๋ฉ่างยืนอึ้ง ฟังคำพูดของพ่อกับแม่ เขาฟังไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ก็คล้ายจะเข้าใจขึ้นมาบ้าง
เขานึกไปถึงคำพูดของพี่ชายสุดเท่คนนั้น
"เขาไม่ได้เลว"
"พี่มีสิทธิ์อะไรมาพูดเข้าข้างเขา?!" ตอนนั้นเขารู้สึกโมโหนิดๆ เขาอุตส่าห์คิดว่าตัวเองเจอคนที่มีความคิดเหมือนกันแล้วเชียว
แต่พี่ชายสุดเท่กลับตอบกลับมาด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยนเลยสักนิดว่า "ฉันลำเอียง"
(จบแล้ว)