- หน้าแรก
- หนีตายจากซีกโลกซอมบี้แทบแย่สุดท้ายต้องมาคอยเช็ดล้างวีรกรรมให้คุณชายตัวร้ายเนี่ยนะ
- บทที่ 22 - เหลียงป๋อ : หรือว่าฉันยังขาว รวย หล่อ ไม่พอ?
บทที่ 22 - เหลียงป๋อ : หรือว่าฉันยังขาว รวย หล่อ ไม่พอ?
บทที่ 22 - เหลียงป๋อ : หรือว่าฉันยังขาว รวย หล่อ ไม่พอ?
บทที่ 22 - เหลียงป๋อ : หรือว่าฉันยังขาว รวย หล่อ ไม่พอ?
"ประ... ประธานฟาง คุณว่าอะไรนะครับ?" จ้าวเฉวียนเซิ่งแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
"ฉันบอกว่าหกต่อสี่!" ฟางโจวกัดฟันกรอด "ตระกูลฟางสี่ พวกแกหก! แบบนี้พอใจหรือยัง!"
"ดี ดีเลยครับ!" จ้าวเฉวียนเซิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มกว้างจนหุบไม่ลง "เป็นเรื่องน่ายินดีจริงๆ ครับ ถือว่าได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย ในเมื่อประธานฟางยอมถอยให้แบบนี้ ก็ถือเป็นเรื่องดีที่สุดเลยครับ ฮ่าๆๆๆ"
บริษัทไป๋เหวินได้ส่วนแบ่งถึงหกส่วน ตอนนี้กระแสเรียกร้องให้ช่วยเหลือซีกโลกซอมบี้กำลังมาแรงมากในหมู่ประชาชนทั่วไป ถ้าใช้เรื่องนี้มาเป็นจุดขายล่ะก็ เงินที่ได้มาน่าจะพอๆ กับรายได้ครึ่งปีของบริษัทไป๋เหวินเลยทีเดียว! แบบนี้มันสุดยอดไปเลย!
"ประธานเหลียง ดูสิครับ ประธานฟางยอมถอยให้เราแล้ว เราก็รีบเซ็นสัญญากันเถอะครับ เดี๋ยวผมจะให้คนไปเตรียม..."
"เสี่ยวจ้าว" เหลียงป๋อหันไปมองจ้าวเฉวียนเซิ่งที่กำลังดีใจจนเนื้อเต้น บนใบหน้าของเขาไม่มีรอยยิ้มเลยสักนิด
แต่จ้าวเฉวียนเซิ่งกลับไม่ทันสังเกตเห็น เขาเดินเข้าไปหาพลางรีบขานรับ "ประธานเหลียงเรียกผมเหรอครับ"
ใบหน้าผอมแห้งของเขาปรากฏรอยยิ้มประจบประแจง จนตาหยีมองแทบไม่เห็นลูกตาดำ
"ก็เรียกนายสิ" เหลียงป๋อยัดแก้วเหล้าในมือใส่มืออีกฝ่าย แล้วผลักให้ถอยหลังไป "ไปยืนข้างหลังนู่น"
เหลียงป๋อสูงร้อยแปดสิบกว่าเซนติเมตร พอยืนขึ้นเต็มความสูง รังสีอำมหิตก็แผ่ซ่านข่มฟางโจวเสียจนมิด เขากอดอกมองฟางโจว แล้วพูดคำเดิมว่า "ไม่ได้"
ใบหน้าของฟางโจวบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจนเห็นได้ชัด กำหมัดแน่นราวกับพร้อมจะพุ่งเข้าไปชกได้ทุกเมื่อ อวี๋เฟิงมีแววตาดำมืดลงชั่วขณะ และในจังหวะที่ฟางโจวกำลังจะฟิวส์ขาด จ้าวเฉวียนเซิ่งก็รีบเข้ามาขวางไว้ทันที "ประธานฟาง ประธานฟาง! ใจเย็นๆ ก่อนครับ! อย่าเพิ่งวู่วาม ประธานเหลียงไม่ได้หมายความแบบนั้นหรอกครับ! เขาแค่เมาน่ะ เมาแล้ว... เดี๋ยวผมเกลี้ยกล่อมเขาหน่อยก็คงไม่เป็นไรแล้ว ประธานฟางอย่าเพิ่งใจร้อนนะครับ ใจเย็นๆ"
"มันหมายความว่าไงวะ?!" ฟางโจวหมดความอดทน
แต่เพราะเห็นแก่เรื่องผลประโยชน์ก้อนโต เขาจึงไม่ได้สะบัดหน้าเดินหนีไปดื้อๆ
เหล้าหกเลอะสูทของเขา ฟางโจวโมโหสุดขีด แต่ด้วยคำเกลี้ยกล่อมของจ้าวเฉวียนเซิ่ง เขาจึงคว้าเสื้อคลุมแล้วเดินออกไปเข้าห้องน้ำข้างนอก
อวี๋เฟิงเดินตามหลังไปอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ตอนที่เดินผ่านเหลียงป๋อ เขาชะงักไปนิดนึง เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พอเห็นเหลียงป๋อไม่แม้แต่จะปรายตามองมาทางเขาอย่างจงใจ
สุดท้ายเขาก็จำต้องเดินจากไป
"บ้าเอ๊ย" เหลียงป๋อสบถเบาๆ ถึงจะยอมรับว่าตัวเองตาบอดไปหน่อย แต่พอเห็นหน้าไอ้หมอนี่ทีไรก็อดโมโหไม่ได้อยู่ดี
ทำไมซีกโลกซอมบี้ถึงปล่อยไอ้คนขี้ขลาดแบบนี้หลุดออกมาได้วะ!?
"โอยยย พ่อทูนหัวของผม! ป๋อ... เอ้ย ประธานเหลียง คุณกำลังจะทำอะไรเนี่ย?! นั่นมันตระกูลฟางเชียวนะ สัดส่วนหกต่อสี่เนี่ย เป็นโอกาสทองเลยนะรู้ไหม?!" จ้าวเฉวียนเซิ่งโอดครวญอย่างหมดอาลัยตายอยาก
ฉินเฟยรู้สึกขยะแขยงจนแทบอาเจียน เขาเหลือบมองเหลียงป๋ออีกครั้ง จนถึงตอนนี้อีกฝ่ายก็ยังไม่หลุดพูดเรื่องไร้สาระออกมาเลยแม้แต่คำเดียว
"ฉินเฟย มัวยืนบื้ออยู่ทำไม?! รีบช่วยพูดเกลี้ยกล่อมหน่อยสิ!" ในเมื่อเขาไม่อยากพูด แต่ก็มีคนอยากจะให้พูด จ้าวเฉวียนเซิ่งหันไปตวาดใส่ฉินเฟย
'อย่าให้หมอนี่มาเกลี้ยกล่อมฉันเลย ขืนมันเกลี้ยกล่อมฉัน แล้วทำไมฉันต้องฟังมันด้วยล่ะ!?' เหลียงป๋อรู้ดีว่าทำไมจ้าวเฉวียนเซิ่งถึงพาฉินเฟยมาด้วย เขาเลยรู้สึกปวดหัวตึบๆ เมื่อก่อนเขาก็เคยเห็นพวกลูกพี่ในวงการนักเลงพาเด็กมาด้วยเหมือนกัน แต่เขาเป็นผู้ชายหยาบกระด้าง พอเรื่องแบบนี้มาเกิดกับตัวเอง เขาจะตั้งรับทันได้ยังไง?
"ประธานเหลียงอย่าโกรธไปเลยครับ ประธานฟางเขาถูกคนในตระกูลพะเน้าพะนอมาตลอด ก็เลยมีนิสัยเย่อหยิ่งไปบ้าง คุณอย่าไปถือสาเขาเลยนะครับ" ในที่สุดฉินเฟยก็เอ่ยปากพูด
จ้าวเฉวียนเซิ่ง : "..." ฉันให้นายพูดเรื่องนี้หรือไง!?
"เย่อหยิ่งเหรอ..." จู่ๆ เหลียงป๋อก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ แล้วเงยหน้าขึ้นขวับ
"ใช่สิ เย่อหยิ่ง คนที่เย่อหยิ่งขนาดนั้น..."
ห่วงโลหะที่ข้อเท้าเย็นเฉียบขึ้นมาทันที เหลียงป๋ออดนึกถึงสายตาเย็นชาของอวี๋เฟิงที่มองมาตั้งแต่ต้นจนจบไม่ได้
คนแบบนั้น คนที่อุตส่าห์ดิ้นรนเอาชีวิตรอดมาจากซีกโลกซอมบี้ คนที่รอดพ้นจากเงื้อมมือของพวกซอมบี้มาได้จนหล่อหลอมให้เกิดความเย่อหยิ่งขนาดนั้น จะยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้ไอ้คนไม่เอาไหนแบบนั้นได้ยังไง อย่างน้อยก็ต้องหาพวกขาว รวย หล่อสิ... เดี๋ยวนะ นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ!
ประเด็นสำคัญคือ...
(จบแล้ว)