- หน้าแรก
- หนีตายจากซีกโลกซอมบี้แทบแย่สุดท้ายต้องมาคอยเช็ดล้างวีรกรรมให้คุณชายตัวร้ายเนี่ยนะ
- บทที่ 18 - เหลียงป๋อ : เอาล่ะเว้ย เอาล่ะเว้ย งานนี้เอาจริงเว้ย
บทที่ 18 - เหลียงป๋อ : เอาล่ะเว้ย เอาล่ะเว้ย งานนี้เอาจริงเว้ย
บทที่ 18 - เหลียงป๋อ : เอาล่ะเว้ย เอาล่ะเว้ย งานนี้เอาจริงเว้ย
บทที่ 18 - เหลียงป๋อ : เอาล่ะเว้ย เอาล่ะเว้ย งานนี้เอาจริงเว้ย
เหลียงป๋อไม่ได้สนใจฟังความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของฟางโจวเลยแม้แต่น้อย ในสายตาของเขา ฟางโจวก็เป็นแค่เด็กเมื่อวานซืนคนหนึ่ง ถ้าขัดหูขัดตาเมื่อไหร่ เขาก็มีวิธีจัดการให้มันสิ้นฤทธิ์ได้เป็นร้อยๆ วิธีให้เลือกสรรเลยล่ะ
"ที่แท้ทั้งสองท่านก็รู้จักกันนี่เอง ผมก็ว่าอยู่ เชิญนั่งคุยกันตามสบายเลยครับ เชิญนั่งๆ"
เมื่อเห็นว่าเหลียงป๋อไม่ได้มีท่าทีโกรธเคือง จ้าวเฉวียนเซิ่งจึงค่อยเช็ดเหงื่อเย็นๆ ออก พลางพูดด้วยรอยยิ้มประจบประแจง
เขาอุตส่าห์วางแผนเรื่องดีลนี้มาตั้งนาน จะมาปล่อยให้ไอ้คุณชายเสเพลนี่ทำพังไม่ได้เด็ดขาด
"ได้สิ มานั่งคุยกันเถอะ" ฟางโจวพยายามปั้นหน้ายิ้มให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด
เขาลงไปนั่งบนโซฟาด้านข้าง
แต่สิ่งที่ทำให้เหลียงป๋อประหลาดใจก็คือ อวี๋เฟิงกลับนั่งลงตามไปด้วย
หมายความว่ายังไง?
เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย คนที่จะมานั่งตรงนี้ได้ ต้องมีฐานะไม่ธรรมดากันทั้งนั้น อย่างฉินเฟยก็เป็นเด็กเส้น เป็นนักแสดงที่ถูกล็อกตัวไว้แล้ว ถึงได้มานั่งตรงนี้ได้ แต่ไอ้หมอนั่น... อุตส่าห์หนีตายหัวซุกหัวซุนมาจากซีกโลกซอมบี้ สุดท้ายกลับมาเป็นดาราเนี่ยนะ?!
เหลียงป๋อโมโหจนควันออกหู รู้สึกเหมือนอาหารที่สั่งมาให้กินหลายวันมานี้มันสูญเปล่าจริงๆ
"นี่คือตัวแทนนักแสดงที่พวกคุณล็อกตัวไว้เหรอ?" เขาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ไม่ได้ปรายตามองอวี๋เฟิงอีกเลยแม้แต่น้อย
การร่วมมือของสองบริษัทในการจัดรายการออดิชันครั้งนี้ ใช้ข้ออ้างว่าเป็นการขอพรให้กับพี่น้องในเขตซอมบี้ ดังนั้นรายได้ครึ่งหนึ่งจากการออดิชัน จะถูกนำไปบริจาคเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเหล่านั้น และผู้ชนะสองอันดับแรก ก็จะได้เป็นพรีเซนเตอร์ของแคมเปญช่วยเหลือนี้
แต่พูดให้ดูดีไปอย่างนั้นแหละ สุดท้ายมันก็แค่การหลอกล่อให้พวกคนธรรมดาที่โง่เขลามาเสียเงินเท่านั้นเอง เงินที่ได้มาสุดท้ายก็เข้ากระเป๋าของพวกเขากันหมดอยู่ดี
"นักแสดงเหรอ?" ฟางโจวเลิกคิ้วขึ้น เหลือบมองอวี๋เฟิงที่กำลังทำหน้าตายิ่งยโส แล้วแค่นหัวเราะออกมา "รินเหล้าสิ"
อวี๋เฟิงก้มหน้าลงรินเหล้าให้เขาหนึ่งแก้วโดยไม่มีท่าทีขัดขืนใดๆ เหลียงป๋อโกรธจนแทบอยากจะคว่ำโต๊ะแล้วเดินหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด
บ้าเอ๊ย ตอนนั้นเขาตาบอดไปถึงไหนกันเนี่ย ถึงได้คิดว่าไอ้ขี้ขลาดแบบนี้จะทำเรื่องใหญ่ได้?!
"คุณชายเหลียง... เอ้ย ประธานเหลียง เดี๋ยวนี้ใจป้ำขึ้นเยอะเลยนะ ของเล่นชิ้นเดียว คุณยอมทุ่มทรัพยากรให้ตั้งขนาดนี้เลยเหรอ?" ฟางโจวปรายตามองฉินเฟยแวบหนึ่ง สายตาที่มองเหลียงป๋อยิ่งเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม "ไม่ได้จะว่าอะไรนะ แต่คุณน่าจะแค่เล่นๆ มากกว่า ถ้าคิดจะปั้นให้ดังจริงๆ มันจะไม่ดูจริงจังไปหน่อยเหรอ? เรื่องพรีเซนเตอร์นี่ เราหาคนที่มีแบคกราวด์ดีๆ สักสองคนมาทำไม่ดีกว่าเหรอ?"
สายตาของฟางโจวทำให้ฉินเฟยรู้สึกขยะแขยง ผู้ชายคนนี้ไม่เหมือนกับเหลียงป๋อเลย ผู้ชายคนนี้...
จู่ๆ ฉินเฟยก็มองอวี๋เฟิงด้วยสายตาสงสาร แต่กลับพบว่าอวี๋เฟิงที่นั่งอยู่ข้างฟางโจว ดูเหมือนจะก้มหน้าก้มตาอย่างว่าง่าย ราวกับพร้อมจะทำตามคำสั่งตลอดเวลา แต่ดวงตาที่ซ่อนอยู่ใต้ปอยผมกลับเหลือบขึ้นมองเหลียงป๋อที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างเงียบๆ ตอนที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
และในตอนนั้นเอง อวี๋เฟิงดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างอย่างฉับไว เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับฉินเฟยทันที
แววตานั้นเย็นเยียบจนน่ากลัว ราวกับหมาป่าโดดเดี่ยวที่กำลังจ้องมองเขาอยู่
ฉินเฟยรู้สึกเหมือนเลือดในกายจับตัวเป็นน้ำแข็ง เขาต้องรวบรวมความกล้าเฮือกสุดท้ายถึงจะหลบสายตานั้นได้
น่ากลัวเกินไปแล้ว
"หมายความว่าไง?"
จนถึงตอนนี้เหลียงป๋อถึงเพิ่งจะรู้สึกได้ลางๆ ว่าคำพูดของฟางโจวมีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากล
เขาหันไปมองจ้าวเฉวียนเซิ่ง จ้าวเฉวียนเซิ่งยังคงยิ้มประจบพลางพูดว่า "สิ่งที่ประธานฟางพูดก็มีเหตุผลนะครับ แต่ประธานเหลียงก็เป็นคนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์เหมือนกัน อีกอย่าง คนที่ไม่มีภูมิหลัง นอกจากจะเอาไว้เล่นสนุกได้แล้ว ก็ยังว่านอนสอนง่ายด้วย จริงไหมครับ?"
"เพล้ง!"
มือของเหลียงป๋อสั่นเทา จนแก้วเหล้าหล่นกระแทกโต๊ะ ในที่สุดความรู้สึกแปลกๆ ตั้งแต่แรกก็เหมือนจะได้รับคำอธิบายแล้ว ว่าทำไมจ้าวเฉวียนเซิ่งถึงต้องคอยจับคู่เขากับฉินเฟยอยู่เรื่อย สีหน้าของฉินเฟย คำพูดของฟางโจว และไอ้หมอนั่น...
บ้าเอ๊ย!
(จบแล้ว)