- หน้าแรก
- เริ่มต้นชีวิตใหม่ในชนบท
- บทที่ 40 ถนอมขนหนังสัตว์
บทที่ 40 ถนอมขนหนังสัตว์
บทที่ 40 ถนอมขนหนังสัตว์
บทที่ 40 ถนอมขนหนังสัตว์
"วันนี้คงไม่ส่งของลงไปที่หมู่บ้านแล้ว พรุ่งนี้พวกเราจะเข้าตำบลไปซื้อของกัน ใครอยากจะไปบ้าง?"
ทันทีที่กลับถึงค่าย หัวหน้าสวี่ก็เอ่ยปากถามทุกคน
"ผมครับ! ผม! มาที่นี่ตั้งนานยังไม่มีโอกาสออกไปเปิดหูเปิดตาเลย" เสียงที่ดูตื่นเต้นรอไม่ไหวนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากซุนเชาซู
"หัวหน้าสวี่ครับ ผมไปด้วยคน" เย่ฮ่าวอาสาขึ้น
"เอาแบบนี้แล้วกัน พรุ่งนี้พวกนายทั้งสามคนกับเอ้อร์โก่วจื่อ รวมเป็นห้าคนลงไปพร้อมกัน ไปซื้อของแล้วถือโอกาสให้พวกเธอได้ออกไปเดินเที่ยวด้วยเลย" หัวหน้าสวี่ตัดสินใจทันที
"จางซาน ไปเช็กดูซิว่าพรุ่งนี้เราขาดเหลืออะไรต้องซื้อกลับมาบ้าง ส่วนเอ้อร์โก่วจื่อ นายไปถลกหนังกระรอกพวกนี้ซะ แล้วจัดการเบื้องต้นไว้นะ เดี๋ยวจะเอาไปทำหมวกขนสัตว์ให้พวกน้องใหม่พวกนี้ บนเขานี่ถ้าไม่มีหมวกขนสัตว์ใส่หน้าหนาวก็คงลำบากแย่"
"ได้ครับหัวหน้า เดี๋ยวผมไปดูว่าเราขาดอะไรบ้าง" จางซานตอบรับแล้วเดินไปทางห้องครัว ดูท่าทางแล้วหลักๆ คงจะเป็นเรื่องเสบียงและเครื่องปรุงรส
"พวกนายสามคนตามฉันมาด้วย ไปดูวิธีถลกหนังและวิธีการจัดการหนังกันไว้ ต่อไปพวกนายต้องทำกันเองทั้งนั้นแหละ" เอ้อร์โก่วจื่อถือกระรอกเดินไปทางลำธาร ไม่ลืมที่จะกวักมือเรียกให้ทุกคนตามไปเรียนรู้
เมื่อมาถึงลำธาร เอ้อร์โก่วจื่อมือหนึ่งถือมีด อีกมือหนึ่งวางกระรอกหงายท้องบนแผ่นหิน แล้วใช้มีดกรีดที่หน้าท้องกระรอกเป็นแนวตรง
พลางอธิบายว่า "สัตว์ส่วนใหญ่ที่พวกเธอต้องถลกหนังทำแบบนี้แหละ กรีดจากท้อง แล้วค่อยๆ ใช้มีดเซาะเนื้อที่เชื่อมระหว่างหนังกับกล้ามเนื้อออก ต้องระวังถ้าจะเอาไปขาย อย่าให้มีดไปบาดโดนหนังนะ
เพราะหนังที่ขาดราคาจะตกมาก แต่กระรอกพวกนี้ไม่เป็นไรหรอก เพราะโดนยิงด้วยหน้าไม้หนังมันก็ทะลุไปแล้ว..."
คนอื่นๆ ตั้งใจฟังคำอธิบายของเอ้อร์โก่วจื่อและพอจะรู้วิธีการทำคร่าวๆ
"ดูออกกันแล้วใช่ไหม ใครอยากลองทำดูบ้าง? ทำเสียก็ไม่เป็นไรหรอก"
"ผมขอทำครับ" เย่ฮ่าวอาสาเป็นคนแรก
"ดี งั้นนายลงมือเลย เดี๋ยวฉันจะคอยแนะนำอยู่ข้างๆ"
เย่ฮ่าวเริ่มลงมือตามวิธีที่เอ้อร์โก่วจื่อสอน แรกๆ อาจจะยังดูเงอะงะ ไม่รู้ว่าต้องลงมีดลึกแค่ไหน แต่ทำไปได้แค่ไม่กี่แผลเขาก็เริ่มจับจังหวะได้ ไม่นานนักกระรอกตัวเกลี้ยงเกลาตัวหนึ่งก็ปรากฏต่อหน้าทุกคน
"เยี่ยมมาก ทำได้ดีเลยล่ะ ต่อไปแค่หมั่นฝึกฝนบ่อยๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว" เอ้อร์โก่วจื่อเห็นเย่ฮ่าวทำเสร็จก็กล่าวชม
"ตัวต่อไปให้ผมทำนะ" ซุนเชาซูดูจะสนใจเรื่องนี้มาก
"เชาซู นายไม่ใช่คนบอกเหรอว่าการล่ากระรอกมันใจร้าย? แล้วทำไมตอนนี้ถึงอยากถลกหนังเองล่ะ? แบบนี้มันไม่ยิ่งใจร้ายกว่าเดิมเหรอ?" เย่ฮ่าวแกล้งหยอกซุนเชาซูที่ดูท่าทางกระตือรือร้นเกินเหตุ
"มันไม่เหมือนกันหรอก! กระรอกพวกนี้พวกพี่ล่ามาแล้ว ผมทำแบบนี้คือการ 'ส่งวิญญาณ' ให้พวกมันต่างหาก ให้พวกมันได้ไปเวียนว่ายตายเกิดใหม่"
"ฮ่าฮ่า ปากแข็งจริงนะนาย ดูท่าแล้วนอกจากเรื่องเถียงนายคงไม่เหลืออะไรแล้วล่ะ"
"พอๆ เอามีดมา ดูฉันทำนะ" ซุนเชาซูไม่สนใจเย่ฮ่าว รับมีดมาแล้วเริ่มลงมือถลกหนังทันที
ผลปรากฏว่าการลงมีดครั้งแรกเขากดลึกเกินไป แล้วจากนั้น... กระรอกตัวนั้นก็เละจนดูไม่ได้ เย่ฮ่าวถึงกับรู้สึกสงสารเจ้ากระรอกน้อยขึ้นมาทันที
ซุนเชาซูยังคิดจะหยิบตัวต่อไปมาฝึกอีก
"พอแล้วๆ ที่เหลือให้ปิ่งเซิงทำเถอะ นายอย่าไปทำลายซากกระรอกพวกนี้เลย เย็นนี้เราต้องกินกันนะ"
เย่ฮ่าวทนดูไม่ไหว รีบขัดจังหวะซุนเชาซูที่กำลังยื่นมือไปหาเหยื่อตัวถัดไป
"ให้ผมลองอีกนิดไม่ได้เหรอ? ผมเพิ่งเคยทำครั้งแรก เลยไม่มีประสบการณ์ เดี๋ยวฝึกบ่อยๆ ก็เก่งเองแหละ"
"พอเถอะ นี่มันมื้อเย็นของเรานะ อย่าไปทำลายมันเลย ขืนทำแบบนี้ต่อไป นายไม่ได้กินเนื้อแน่ๆ"
"ก็ได้... งั้นปิ่งเซิง นายลองทำดูนะ เดี๋ยวไว้ผมล่าได้เองแล้วค่อยฝึกทำเองก็ได้" ซุนเชาซูวางมีดแล้วลุกขึ้นพูดเบาๆ
"ฮ่าฮ่า เชาซู ถ้านายล่าเองแล้วต้องฝึกเองล่ะก็ ดูจากฝีมือวันนี้แล้ว ผมว่านายคงเรียนถลกหนังไม่สำเร็จหรอก" เย่ฮ่าวที่หูดีได้ยินสิ่งที่ซุนเชาซูพึมพำ จึงแกล้งแซวต่อ
"ใครว่าล่ะ! วันนี้ผมแค่ไม่เข้าฝีมือ อีกไม่กี่วันคอยดูเถอะ ผมจะล่ามาให้ดู"
"เอาน่า อย่ามาแถเลย ว่าแต่จำไว้ด้วยนะว่าต้องซักผ้าให้ฉันหนึ่งเดือน ฮ่าฮ่า"
ลู่ปิ่งเซิงเห็นสองคนนี้หยอกล้อกันก็แอบขำ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
เพราะเขาไม่ได้สนิทกับซุนเชาซูเท่ากับที่เย่ฮ่าวสนิท ลู่ปิ่งเซิงลงมืออย่างมั่นคง สมกับเป็นคนมีฝีมือช่าง มือของเขาทั้งนิ่งและแม่นยำ เพียงไม่กี่ครั้งหนังก็ถูกถลกออกมาอย่างเรียบร้อย
"เยี่ยมมาก ทั้งเย่ฮ่าวและลู่ปิ่งเซิงทำได้ดีมาก ซุนเชาซู วันหลังต้องหมั่นฝึกฝนนะ"
"รับทราบครับ"
"เอาล่ะ เก็บกวาดให้เรียบร้อย เดี๋ยวฉันจะสอนวิธีจัดการหนังต่อ"
"ขั้นแรกเราต้องขูดเนื้อที่ติดอยู่กับหนังที่ถลกออกมาให้หมด ใช้มีดขูดทีละนิด ต้องระวังอย่าให้มีดไปบาดโดนหนังนะ พวกเธอจัดการหนังที่เหลือให้เรียบร้อย พอกูดจนสะอาดและล้างเสร็จแล้ว เราค่อยกลับไปหาขี้เถ้าไม้กัน"
เย่ฮ่าวและคนอื่นๆ ทำตามวิธีของเอ้อร์โก่วจื่อจนขูดหนังที่เหลือจนสะอาดหมดจด จากนั้นพวกเขาก็ถือหนังที่จัดการแล้วเดินกลับไปที่ค่าย
เมื่อถึงห้องครัว เอ้อร์โก่วจื่อก็หยิบขี้เถ้าไม้จากใต้เตาออกมา แล้วหยิบกะละมังไม้จากในโกดังมาหนึ่งใบ
"เราต้องใช้ขี้เถ้าไม้หนึ่งส่วน ต่อกับน้ำสามส่วน คนให้เข้ากันแล้วเอาหนังที่ขูดจนสะอาดลงไปแช่ หาหินมาทับไว้ไม่ให้หนังลอยพ้นน้ำ แค่นี้ก็เสร็จแล้ว" เอ้อร์โก่วจื่อสาธิตให้ทุกคนดู
"วางไว้ในที่ร่มห่างจากแสงแดดแช่ทิ้งไว้หนึ่งวันหนึ่งคืน จากนั้นค่อยเอาออกมาผึ่งลมให้แห้ง ล้างขี้เถ้าออกด้วยน้ำสะอาด แล้วแช่ในน้ำเกลือทิ้งไว้หนึ่งคืน ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว ง่ายมากเลยใช่ไหมล่ะ?"
พวกเขาทิ้งหนังแช่ไว้ที่นั่นแล้วค่อยมาดำเนินการต่อในวันพรุ่งนี้ การได้เรียนรู้วิธีการถนอมหนังในเบื้องต้นเช่นนี้ ถือว่าเป็นประโยชน์มาก เพราะในอนาคตน่าจะได้นำไปใช้บ่อยๆ อย่างแน่นอน