- หน้าแรก
- เจียงโย่วหลิงขอโทษที พอดีข้าใช้ปรัชญาเต๋าทะลวงด่านเซียน
- บทที่ 20 - จิตใจใสกระจ่างหาได้ง่าย โลกียวิสัยยากจะปัดเป่า
บทที่ 20 - จิตใจใสกระจ่างหาได้ง่าย โลกียวิสัยยากจะปัดเป่า
บทที่ 20 - จิตใจใสกระจ่างหาได้ง่าย โลกียวิสัยยากจะปัดเป่า
บทที่ 20 - จิตใจใสกระจ่างหาได้ง่าย โลกียวิสัยยากจะปัดเป่า
สีหน้าของเจียงโย่วหลิงไม่เปลี่ยนไปเลย "ศิษย์พี่วางใจได้ กระดาษยันต์พวกนี้ข้าเป็นคนทำเองทั้งหมด ไม่ได้ยืมมือใครเลย หากท่านไม่เชื่อ ก็เรียกคนมาสอบถามได้เลยเจ้าค่ะ"
หร่วนจื่อฉินพยักหน้า ตรวจสอบกระดาษยันต์ในมือ ยิ่งดูก็ยิ่งประหลาดใจ
ในฐานะหัวหน้าคนงาน เธอคอยตรวจสอบกระดาษยันต์ระดับมนุษย์ที่ศิษย์เรือนยันต์นำมาส่งอยู่ตลอดทั้งปี จึงคุ้นเคยกับลวดลาย ความหนาบาง และแสงวิญญาณของกระดาษยันต์ระดับมนุษย์เป็นอย่างดี——
กระดาษยันต์ตรงหน้านี้ มีคุณภาพอยู่ในระดับมนุษย์ขั้นต่ำจริงๆ
แถมยังมีบางแผ่น ที่มีแสงวิญญาณแฝงอยู่ภายใน ถือเป็นของชั้นยอดที่หาได้ยากในบรรดากระดาษยันต์ขั้นต่ำเลยทีเดียว
หากใช้กระดาษยันต์แบบนี้วาดลายยันต์ โอกาสสำเร็จจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยหนึ่งส่วนเลยทีเดียว
แต่ถึงแม้ในใจเธอจะมั่นใจไปแล้วเก้าส่วน ว่ากระดาษยันต์ชุดนี้ผ่านมาตรฐาน แต่ขั้นตอนการตรวจสอบตามกฎก็ยังต้องดำเนินต่อไป
หร่วนจื่อฉินหยิบกระดิ่งทองเหลืองขนาดเท่าฝ่ามือออกมา แล้วค่อยๆ นำไปจ่อใกล้ๆ กับกระดาษยันต์แผ่นหนึ่ง
ได้ยินเพียงเสียง 'ติง' กระดิ่งทองเหลืองก็สั่นเองโดยไม่มีลมพัด
หร่วนจื่อฉินวางกระดาษยันต์ลง แล้วหยิบอีกแผ่นขึ้นมาทำแบบเดียวกัน
จนกระทั่งตรวจสอบกระดาษยันต์ทั้งสิบเอ็ดแผ่นจนครบ เธอถึงเก็บกระดิ่งทองเหลืองลง ก่อนจะเอ่ยด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนว่า
"กระดาษยันต์ชุดนี้ที่เจ้าทำ ผ่านการประเมินทั้งหมด กระดาษยันต์ที่ส่งเกินมาหนึ่งแผ่นนั้น ข้าจะจดไว้ให้ก่อน หากสะสมครบห้าแผ่น สำนักก็จะมอบหินวิญญาณเพิ่มให้หนึ่งก้อน"
"เข้าใจแล้ว ขอบคุณเจ้าค่ะศิษย์พี่"
เจียงโย่วหลิงกล่าวขอบคุณหร่วนจื่อฉิน ก่อนจะหันหลังเดินออกจากหอเก็บยันต์ไป
หร่วนจื่อฉินมองตามแผ่นหลังของเจียงโย่วหลิงที่เดินจากไป ครุ่นคิดอยู่นาน ท้ายที่สุดก็ลุกขึ้น แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนของผู้คุมกฎคนหนึ่ง
"ศิษย์พี่จ้าว เจียงโย่วหลิงทำภารกิจเกินเป้าหมาย ส่งกระดาษยันต์สิบเอ็ดแผ่น ข้าตรวจสอบดูทีละแผ่นแล้ว กระดาษยันต์พวกนี้ผ่านมาตรฐานทั้งหมด"
จ้าวเฉิงหรี่ตาลง เรื่องนี้ชักจะน่าสนุกขึ้นมาแล้วสิ
ศิษย์ใหม่ทั่วไป หากสามารถลอกเปลือกต้นอวี๋มาส่งได้สิบแผ่นภายในหนึ่งเดือน ก็ถือว่าเก่งแล้ว
พอมาถึงตาของเจียงโย่วหลิง เขาตั้งใจเพิ่มความยากให้ นึกไม่ถึงเลยว่านางจะทำภารกิจนี้สำเร็จได้เหนือความคาดหมาย
"โอ้? ศิษย์น้องหร่วนกำลังจะบอกว่า เจียงโย่วหลิงคนนี้มีพรสวรรค์อย่างนั้นหรือ? ศิษย์น้องเกิดนึกเสียดายคนเก่งขึ้นมาแล้วสิ?"
หร่วนจื่อฉินตกใจ รีบส่ายหน้า "ข้าแค่รู้สึกว่า การจงใจเล่นงานศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้าสำนักแบบนี้ มันทำให้เสียภาพพจน์ของศิษย์ผู้คุมกฎอย่างท่านไปหน่อยน่ะเจ้าค่ะ"
จ้าวเฉิงกางพัดจีบออกแล้วยิ้มบางๆ "ศิษย์น้องเอ๋ย พวกเราคนกันเองทั้งนั้น ไม่ต้องมาพูดจาอ้อมค้อมหรอก เจ้าไม่ต้องมายกยอปอปั้นข้า
ข้ารู้ว่าเจ้ารู้สึกสงสาร แต่งข้าเองก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร แค่อยากให้แม่หนูนั่นมาขอโทษข้า แล้วเอาของที่ไม่ควรหยิบไปมาคืนก็เท่านั้นเอง"
หร่วนจื่อฉินก้มหน้าตอบรับ "เพียงแต่นางทำภารกิจของสำนักสำเร็จได้อย่างราบรื่น การจะลงโทษนางอีก คงจะทำได้ยากแล้วล่ะเจ้าค่ะ"
"ยากตรงไหนกัน? ศิษย์น้องเป็นถึงหัวหน้าคนงาน ศิษย์ใหม่พวกนี้ก็อยู่ใต้บังคับบัญชาของเจ้าทั้งนั้น แค่หาข้ออ้าง แล้วย้ายเจียงโย่วหลิงไปทำงานอื่นก็สิ้นเรื่อง"
จ้าวเฉิงพูดด้วยรอยยิ้ม "นางมีพรสวรรค์ในการทำกระดาษยันต์ ก็ใช่ว่าจะมีพรสวรรค์ไปซะทุกอย่าง ข้าไม่เชื่อหรอกนะ ว่าพอย้ายนางไปทำหมึกยันต์ นางจะสามารถทำภารกิจสำเร็จตามกำหนดได้อีก"
หร่วนจื่อฉินขมวดคิ้วมุ่น "ทำแบบนี้ มันจะไม่โจ่งแจ้งไปหน่อยหรือเจ้าคะ?
ศิษย์น้องเจียงสอบได้เป็นอันดับหนึ่ง ย่อมไม่ใช่คนโง่เขลา หากเล่นงานนางมากเกินไป เกรงว่านางจะรู้ตัวเข้า ถ้าเรื่องแดงขึ้นมาจะไม่ดีนะเจ้าคะ"
"ไม่เป็นไรหรอก ได้ที่หนึ่งแล้วยังไงล่ะ? ถึงยังไงก็เป็นแค่ศิษย์รับใช้ที่ไม่มีรากปราณอยู่ดี"
จ้าวเฉิงแค่นเสียงเย็น สายตาแฝงแววตักเตือน
"ศิษย์น้องหร่วน ข้าขอแนะนำให้เจ้าคิดให้ดีนะ พวกคนธรรมดาที่ไม่มีรากปราณน่ะ ต่อให้ได้รับการถ่ายทอดเคล็ดวิชาเซียน ก็ยากที่จะสร้างรากฐานมรรคาได้ ถึงจะได้เรียนรู้วิชาลับหวงถิง ท้ายที่สุดก็เป็นได้แค่ภาพลวงตา! มีเพียงการขัดเกลาเส้นเอ็นและกระดูกเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสได้สัมผัสกับความเป็นอมตะ
เพียงแต่การขัดเกลาเส้นเอ็นและกระดูกนั้น ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาลเลยทีเดียว"
พูดถึงตรงนี้ จ้าวเฉิงก็แค่นเสียงหัวเราะออกมา
"ผลึกไขกระดูกโลหิตแค่ก้อนเดียวก็ปาเข้าไปแปดสิบหินวิญญาณแล้ว ยาต้มหลอมกระดูกมังกรพยัคฆ์หนึ่งเทียบก็ต้องใช้ตั้งร้อยก้อน ค่าใช้จ่ายมหาศาลขนาดนี้ อย่าว่าแต่คนธรรมดาเลย ต่อให้เป็นศิษย์ที่มีรากปราณอย่างข้า ก็ยังต้องคิดหนักเลย!
ในเมื่อศิษย์น้องตัดสินใจจะเดินเส้นทางขัดเกลาร่างกายแล้ว ก็ควรจะรู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะเป็นผลดีต่อตัวเองมากที่สุด"
สีหน้าของหร่วนจื่อฉินเปลี่ยนไปมา ท้ายที่สุดก็ถอนหายใจ แล้วประสานมือคารวะ "ข้าจะทำตามคำสั่งของศิษย์พี่เจ้าค่ะ"
จ้าวเฉิงได้ยินดังนั้น ถึงได้เผยรอยยิ้มอย่างจริงใจออกมา "ศิษย์น้องปราดเปรื่องมาก รอให้เรื่องสำเร็จ ข้าจะไม่ลืมบุญคุณของเจ้าแน่นอน"
วันที่สี่ของเดือน เจียงโย่วหลิงเพิ่งจะรับเบี้ยหวัดรายเดือนมาหมาดๆ ก็ได้รับแจ้งว่า โรงทำหมึกยันต์ของเรือนยันต์กำลังขาดแคลนคน จึงมีคำสั่งให้เธอย้ายไปประจำที่โรงทำหมึกทันที เพื่อรับหน้าที่ผสมหมึกยันต์โดยเฉพาะ
ลางสังหรณ์ที่ไม่ดีในใจได้รับการยืนยัน ในที่สุดเจียงโย่วหลิงก็แน่ใจแล้วว่า ตัวเองกำลังถูกเล่นงานอยู่จริงๆ
เธอแอบไปสืบดูมาแล้ว ศิษย์ใหม่คนอื่นๆ ที่เพิ่งเข้าเรือนยันต์ ไม่จำเป็นต้องทำกระดาษยันต์เลย เพียงแค่ส่งเปลือกต้นอวี๋เขียวสิบแผ่นก็พอแล้ว แถมถ้าทำไม่เสร็จ ก็ไม่เคยได้ยินว่าจะถูกลงโทษอะไรด้วย
แต่เธอกลับถูกสั่งให้ส่งกระดาษยันต์ที่ทำเสร็จแล้วสิบแผ่น ถ้าทำไม่เสร็จก็ต้องถูกลงโทษ
นั่นยังไม่พอ หลังจากที่เธอทำภารกิจสำเร็จอย่างราบรื่น คนที่แอบเล่นงานเธอ ก็ยังออกคำสั่งย้ายอย่างเจาะจง ให้เธอย้ายไปที่โรงทำหมึกอีก
เจียงโย่วหลิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ บังคับตัวเองให้ใจเย็นลง แล้วไปหาหร่วนจื่อฉิน
"ศิษย์พี่หร่วน คำสั่งย้ายนี้มันไม่ผิดกฎไปหน่อยหรือเจ้าคะ? ข้าเพิ่งมาอยู่เรือนยันต์ได้แค่เดือนเดียว ยังไม่คุ้นเคยกับงานหลายๆ อย่างเลย หากถูกย้ายไปที่โรงทำหมึกอย่างกะทันหัน ข้าเกรงว่าจะทำภารกิจที่สำนักมอบหมายให้ไม่สำเร็จน่ะเจ้าค่ะ"
หร่วนจื่อฉินแอบถอนหายใจอยู่ในใจ พลางกล่าวคำขอโทษเจียงโย่วหลิงอย่างเงียบๆ
ศิษย์น้องเจียงเอ๋ย ไม่ใช่ว่าศิษย์พี่อยากจะกลั่นแกล้งเจ้าหรอกนะ แต่เป็นศิษย์พี่จ้าวต่างหากที่ไม่ยอมปล่อยเจ้าไป
ศิษย์พี่ยังต้องทำงานอยู่ใต้บังคับบัญชาของศิษย์พี่จ้าว ขืนไปล่วงเกินเขา วันหน้าศิษย์พี่คงอยู่ยาก เพราะงั้นศิษย์พี่ก็คงต้องขอโทษเจ้าแล้วล่ะ!
หร่วนจื่อฉินดึงสติกลับมา ทำสีหน้าขึงขังใส่เจียงโย่วหลิง
"ศิษย์น้องเจียงมีสติปัญญาเป็นเลิศ เพียงเดือนเดียวก็สามารถทำกระดาษยันต์ระดับมนุษย์ได้แล้ว พรสวรรค์ระดับนี้หากนำไปใช้กับการทำหมึกยันต์ ก็ย่อมต้องโดดเด่นไม่แพ้กันแน่
ถึงแม้การทำหมึกยันต์จะซับซ้อน แต่ด้วยความสามารถของศิษย์น้อง เวลาไม่ถึงครึ่งเดือนก็ต้องจับจุดได้แน่นอน ถึงตอนนั้นเมื่อทำหมึกและกระดาษยันต์ได้สำเร็จ ก็เท่ากับว่ามีความสามารถมากกว่าศิษย์ทำยันต์ทั่วไปอีกแขนงหนึ่งเลยนะ"
เมื่อได้ยินคำพูดของหร่วนจื่อฉิน เจียงโย่วหลิงก็เข้าใจได้ทันที ว่าคำสั่งย้ายนี้ไม่ว่าเธอจะยอมรับหรือไม่ มันก็เป็นเรื่องที่ถูกกำหนดไว้ตายตัวแล้ว
เธอยืนนิ่งหลุบตาลงเนิ่นนาน ปลายนิ้วลูบไล้ม้วน 'คัมภีร์ชิงจิ้งจิง' เก่าๆ ในแขนเสื้อเบาๆ
เมื่อก่อน เธอเคยคิดว่าคำว่า 'จิตใจบริสุทธิ์ ขจัดความกิเลส' คือแก่นแท้ของสำนักเซียน แต่เมื่อดูในตอนนี้ ท่ามกลางหมู่เมฆบนภูเขาแห่งนี้ กลับมีความขุ่นมัวยิ่งกว่าตลาดในโลกมนุษย์เสียอีก
"ศิษย์รับคำสั่ง"
ไม่รู้ว่ายืนนิ่งอยู่นานเท่าไหร่ ในที่สุดเธอก็โค้งคำนับ รับคำสั่งย้าย แล้วมุ่งหน้าไปยังโรงทำหมึก
เมื่อมาถึงโรงทำหมึก ก็เห็นควันลอยคลุ้งอยู่ภายใน ศิษย์สิบกว่าคนต่างก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเอง ไม่มีใครเงยหน้าขึ้นมามองเธอเลยแม้แต่คนเดียว
เจียงโย่วหลิงยืนอยู่ตรงประตูอยู่นานกว่าครึ่งเค่อ ถึงได้เรียกศิษย์ชุดเทาที่กำลังเดินผ่านไปอย่างเร่งรีบไว้
"ศิษย์พี่ท่านนี้ ขอถามหน่อยว่า..."
"มาใหม่เหรอ?"
ศิษย์คนนั้นพูดขัดขึ้นมาอย่างหงุดหงิด ชี้มือไปทางมุมห้องส่งๆ "ทุกเดือนต้องส่งหมึกทรายแดงสามสิบเฉียน ถ้าเป็นเด็กใหม่ก็สิบเฉียน สูตรผสมแปะอยู่บนกำแพงตรงนั้นน่ะ หลบไปซะ อย่ามาเกะกะ ไม่เห็นหรือไงว่าทุกคนกำลังยุ่งอยู่?"
พูดจบก็สะบัดชายเสื้อเดินจากไป
เจียงโย่วหลิงมองไปที่กำแพงด้านข้าง บนนั้นมีสูตรทำหมึกทรายแดงแปะอยู่จริงๆ
"นำหินทรายแดงมาจำนวนหนึ่ง ฝนกับน้ำไร้ราก จะได้ทรายหยาบสีแดงเข้มออกมาจำนวนหนึ่ง จากนั้นก็เริ่มทำหมึกได้เลย..."
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ เจียงโย่วหลิงก็ขมวดคิ้วแน่น
(จบแล้ว)