- หน้าแรก
- บ้านนี้มีรัก ภรรยาผมรวยทะลุฟ้า
- บทที่ 20: การถูกภรรยาตามใจนี่มันชวนให้ลุ่มหลงจริงๆ
บทที่ 20: การถูกภรรยาตามใจนี่มันชวนให้ลุ่มหลงจริงๆ
บทที่ 20: การถูกภรรยาตามใจนี่มันชวนให้ลุ่มหลงจริงๆ
เฉิงตู
ทางฝั่งของกู้เฉิน
หลิวอีอีอกหักสลาย เช่นเดียวกับกลุ่มพยาบาลสาวที่แอบหลงรักกู้เฉิน
หากไม่มีกาวตราช้างสักขวด หัวใจที่แตกสลายเหล่านี้คงไม่มีวันประกอบกลับคืนได้ดังเดิม
"ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีด้วยโฮสต์ คุณได้รับฉายา 【นักฆ่าหัวใจสาว】 คะแนน +100"
กู้เฉินรู้สึกงุนงงเล็กน้อย รางวัลนี้มันมาแบบกะทันหันเกินไปแล้ว!
ระบบได้รับการปรับปรุงขึ้นเล็กน้อย
"ระบบ นายเปลี่ยนเป็นเสียงที่มันน่าฟังกว่านี้หน่อยได้ไหม? ฉันรับไม่ได้กับน้ำเสียงตอนนี้จริงๆ"
เมื่อนึกถึงเสียงแข็งกระด้างราวกับเครื่องจักรของระบบที่เขาฟังแล้วรู้สึกบาดหู เขาจึงเอ่ยปากพูดออกไปลอยๆ
ระบบ: "โฮสต์ ระบบสามารถทำได้ แต่คุณต้องจ่าย 100 คะแนนเพื่อเปลี่ยนเป็นเสียงที่คุณต้องการ"
กู้เฉิน: "..."
บ้าเอ๊ย!
"ระบบ นายมีหน้าที่รับใช้ฉันนะ เพราะงั้นนายก็ควรจะเปลี่ยนเป็นเสียงที่ฉันชอบสิ?"
นี่มันเหมือนกับการเล่นเกม แล้วบ้าชิบ กลับต้องมาเสียเงินเพื่อเปลี่ยนสีสกินลูกน้องเนี่ยนะ
บอกทีสิว่าแบบนี้มันอยุติธรรมชัดๆ ไม่ใช่หรือไง?
ระบบ: "โฮสต์ ระบบให้บริการคุณไม่ดีพอหรือครับ?"
กู้เฉินกัดฟันกรอด: "...ระบบ ถ้านายมีตัวตนจริงๆ ล่ะก็ นายจะได้เห็นแน่ว่าหมัดฉันมันใหญ่แค่ไหน!"
ระบบ: "เสียงโลลิ เสียงสาวทรงเสน่ห์ เสียงเด็กสาววัยรุ่น เสียงหญิงสาว เสียงพี่สาว เสียงคุณป้า เสียงคุณแม่ เสียงคุณยาย... และอื่นๆ โฮสต์ คุณกะจะเอาเปรียบใช้ของฟรีพวกนี้จริงๆ หรือครับ?"
กู้เฉินนวดขมับตัวเอง
เอาเถอะ เขาเถียงระบบไปก็ไร้ประโยชน์ ยังไงซะมันก็เป็นคนคุมเกมอยู่ดี!
"คุณกู้เฉินครับ อยากลองขึ้นรถมาสัมผัสดูไหมครับ?"
ในตอนนั้นเอง คนขับรถแซ่เฟิงก็เอ่ยเตือนเขา
ในฐานะคนขับรถ แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่ากู้เฉินกับประธานเหยียนมีความสัมพันธ์กันแบบไหน แต่นั่นก็ไม่ได้หยุดยั้งเขาจากการมองกู้เฉินด้วยความอิจฉา
ส่วนเรื่องที่กู้เฉินเพิ่งบอกว่าประธานเหยียนเป็นภรรยาของเขาน่ะเหรอ...
เหอะ ต่อให้เขาไม่ได้ดื่มเหล้าและสติสัมปชัญญะครบถ้วนสมบูรณ์ดีก็เถอะ
แต่ต่อให้เขาซัดเหมาไถเข้าไปสักสองกิโล เขาก็ไม่มีทางเชื่อเรื่องไร้สาระพรรค์นั้นหรอก
ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าคุณเหยียนจะสนใจผู้ชายหรือไม่
ด้วยช่องว่างทางสถานะทางสังคมที่ห่างไกลกันราวฟ้ากับเหว ประธานเหยียนจะมาแต่งงานกับไอ้หนุ่มยากจนที่ดิ้นรนอยู่ปากกัดตีนถีบได้อย่างไร?
แค่เพราะเขาหล่องั้นเหรอ?
เหอะ สมัยหนุ่มๆ ฉันก็หล่อเหมือนกันแหละ แต่วันนี้กลับเป็นได้แค่คนขับรถเนี่ยนะ?
เขาจินตนาการถึงความเป็นไปได้ต่างๆ นานามาตลอดทาง และยังเอาเรื่องนี้ไปคุยกับบอดี้การ์ดที่เดินทางมาด้วยกันอีก
แต่ท้ายที่สุด ก็ไม่มีใครรู้ความจริงอยู่ดี
ทว่าความจริงย่อมไม่ใช่ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาอย่างที่กู้เฉินพูดเอาไว้แน่ๆ
พวกวัยรุ่นมักจะหลงระเริงและลืมตัวเวลาที่ได้รับผลประโยชน์ก้อนโตเพียงเล็กน้อย
เขาเห็นมานักต่อนักแล้ว
"ตกลงครับ ขอลองดูหน่อยก็แล้วกัน"
กู้เฉินพยักหน้าและเดินตรงไปยังรถคัลลิแนน
เสี่ยวซืออวี่เดินตามหลังไป คนขับรถที่เห็นแม่หนูน้อยสวมเสื้อผ้าห่อหุ้มตัวมิดชิดก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย:
"คุณกู้ครับ ไม่ทราบว่าคุณมีความสัมพันธ์ยังไงกับคุณหนูท่านนี้หรือครับ?"
กู้เฉินหันกลับมา คิดในใจว่า: เป็นถึงคนขับรถของตระกูลเหยียน ทำไมนายถึงจำลูกสาวเจ้านายไม่ได้กันนะ?
เมื่อเห็นว่าแม่หนูน้อยดูเหมือนจะตั้งใจปกปิดตัวตนต่อไป เขาจึงตอบกลับไปสบายๆ ว่า:
"ลูกสาวของผมเองครับ"
คนขับรถมีสีหน้าประหลาดใจทันที กึ่งเชื่อกึ่งสงสัย:
"ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะอายุยังน้อยแต่มีลูกสาวโตขนาดนี้แล้ว"
บอดี้การ์ดในชุดสูทยืนอยู่ข้างรถ
เมื่อกู้เฉินเดินเข้าไป บอดี้การ์ดก็เปิดประตูหลังให้เขา
กู้เฉินพยักหน้าให้อีกฝ่ายอย่างเป็นมิตรก่อนจะก้าวขึ้นรถ ส่วนแม่หนูน้อยก็เดินตามเขาเข้าไปติดๆ
บรรยากาศสุดหรูหราที่ต้อนรับเขาทันทีที่เข้าไปในรถทำเอากู้เฉินรู้สึกตื่นเต้น
แม่หนูน้อยตวัดสายตามองกู้เฉินด้วยความขัดใจ
จากนั้นเธอจึงเลือกที่นั่ง รัดเข็มขัดนิรภัย และเริ่มหลับตาพักผ่อน
การต้องใช้เวลาอยู่กับพ่อที่ทั้งโง่เขลาและไม่ได้เรื่องมากเกินไป ทำให้เธอเหนื่อยล้าทั้งกายและใจจริงๆ
หลังจากนั่งอยู่เบาะหลังได้สักพัก กู้เฉินก็ย้ายไปนั่งที่ตำแหน่งคนขับ
แม้ว่าเขาจะสอบใบขับขี่ผ่านแล้ว แต่ตั้งแต่ได้ใบอนุญาตมา เขาก็ไม่เคยขับรถเลยสักครั้ง
ตอนนี้สิ่งที่เขาทำได้ก็มีแค่นั่งเอนหลังและชื่นชมพวงมาลัยรถไปพลางๆ
การที่เหยียนอวิ๋นใส่ใจถึงขั้นส่งคนขับรถมาให้ ทำให้เขารู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
ช่างเป็นความเอาใจใส่ที่น่าประทับใจจริงๆ
เมื่อไม่สามารถสะกดกลั้นความโหยหาที่มีต่อเหยียนอวิ๋นได้อีกต่อไป เขาจึงหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วกดโทรหาเธอ
ในขณะเดียวกัน เหยียนอวิ๋นก็กำลังรับสายจากแม่ของเธออยู่พอดี
ที่ปลายสาย น้ำเสียงของซูจื่อฟังดูขุ่นเคืองเป็นอย่างมาก:
"ลูกหาพ่อแบบไหนให้ซืออวี่กับซือถิงกันเนี่ย? ทำไมถึงไม่บอกพวกเราก่อนล่วงหน้า?"
"พ่อแท้ๆ ของแกน่ะค่ะ ที่ไม่ได้บอกคุณแม่ก็เพราะหนูมัวแต่ยุ่งจนลืมไปเลย"
เหยียนอวิ๋นตอบกลับอย่างเชื่องช้าและตั้งใจ
ซูจื่อทั้งตกใจและโกรธจัด:
"พ่อแท้ๆ งั้นเหรอ? พ่อแท้ๆ อะไรกัน! อวิ๋นอวิ๋น บอกแม่มานะ นี่ลูกวางแผนเรื่องนี้มาตลอดเลยใช่ไหม?"
"แม่คะ แม่คงไม่ได้คิดจริงๆ ใช่ไหมว่าตอนนั้นหนูอยู่ในช่วงวัยต่อต้าน แล้วก็แค่สุ่มเอาอสุจิของใครสักคนมาทำเด็กหลอดแก้ว?"
ซูจื่อถึงกับสะอึก เธอเงียบไปไม่กี่วินาที ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วถามว่า:
"อธิบายมาให้เคลียร์เลยนะ"
"หกปีก่อน หนูประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์แล้วตกลงไปในทะเลสาบ ถ้าเขาไม่ได้ช่วยหนูไว้ทันเวลา หนูคงตายไปตั้งนานแล้วค่ะ"
"ลูกไม่เห็นจำเป็นต้องตอบแทนเขาด้วยวิธีสุดโต่งแบบนั้นเลยนี่? ตระกูลเหยียนของเรามีของกำนัลอะไรบ้างล่ะที่จะมอบให้ผู้มีพระคุณไม่ได้?"
"...หนูรู้สถานการณ์ของตัวเองดีค่ะ เพราะงั้นขอร้องล่ะ อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลยนะคะ"
"เอาเถอะ แม่จะไม่พูดถึงมันอีก แม่ก็แค่โกรธที่ลูกไม่ยอมบอกอะไรพวกเราเลย แล้วลูกรู้ไหมว่าซือถิงเพิ่งจะทำเรื่องอะไรลงไปเพื่อที่จะได้ไปหาพ่อของแก?"
เหยียนอวิ๋นผงะไป:
"แกทำอะไรคะ?"
ถึงจุดนี้ ซูจื่อก็รู้สึกทั้งโกรธทั้งขำ:
"แม่เป็นห่วงเรื่องที่แกจะกลับไป ก็เลยอยากให้อยู่ต่ออีกสักสองสามวัน แต่แม่หนูน้อยคนนี้กลับร้อนใจ ถึงขั้นไปดึงสายออกซิเจนของคุณตามาขู่แม่ บอกว่าถ้าแม่ไม่ยอมให้แกไปหาพ่อ แกก็จะไม่ยอมให้แม่ได้เจอสามีของแม่เหมือนกัน"
เหยียนอวิ๋น: ...
เธอถึงกับพูดไม่ออกในทันที เธอจะไม่ยอมรับผิดแทนในเรื่องนี้หรอกนะ
เธอไม่เคยสอนให้ลูกสาวตัวน้อยทำตัวแบบนั้นเลยสักนิด
"เอาล่ะ แม่จัดการให้คนพาแม่หนูน้อยไปส่งที่สนามบินแล้ว ลูกก็จัดคนไปรับแกด้วยล่ะ"
พูดจบ ซูจื่อก็วางสายไป
เหยียนอวิ๋นจ้องมองโทรศัพท์ที่ถูกตัดสายไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก
เธอพอจะเข้าใจได้ถ้าหากซืออวี่เป็นคนทำเรื่องแบบนี้ แต่นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าน้องสาวที่มีนิสัยเกียจคร้านและหัวอ่อนอย่างซือถิงจะกล้าทำเรื่องแบบนี้ได้
หลังจากนั้นไม่นาน กู้เฉินก็โทรเข้ามา เธอจึงรีบปรับอารมณ์ของตัวเองทันทีก่อนจะกดรับสาย
"ทำไมคุณถึงซื้อรถแพงขนาดนั้นให้ผมล่ะ?"
กู้เฉินเปิดบทสนทนาขึ้นมาทันที
"หืม? รถอะไรเหรอ? มันแพงมากเลยเหรอ?"
เมื่อได้ยินน้ำเสียงราบเรียบไร้ความกังวลของเหยียนอวิ๋นจากปลายสาย กู้เฉินก็ลอบถอนหายใจ ไม่รู้จะบรรยายถึงความร่ำรวยและอำนาจของเธออย่างไรดี
"คัลลิแนนคันละสิบกว่าล้านเชียวนะ! เป็นรถที่ชีวิตนี้ผมไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึงด้วยซ้ำ..."
"อ้อ... ในเมื่อฉันให้คุณไปแล้ว ก็ใช้งานมันให้คุ้มเถอะ ถ้ามันพังก็แค่เปลี่ยนคันใหม่"
ให้ตายสิ นี่หมายความว่าถ้าพังก็เปลี่ยนใหม่ได้เลยงั้นเหรอ?
"เอ่อ... รุ่นพี่เหยียนครับ รถคันนี้มันแพงเกินไปจริงๆ มันไม่เหมาะให้ผมขับหรอก ผมรู้สึกเกร็งไปหมดแล้ว"
แม้ว่าเขาจะรู้สึกมีความสุขมากก็ตาม แต่เขาเป็นแค่มือใหม่หัดขับที่แม้แต่รถตู้อู่หลิงเก่าๆ ก็ยังไม่เคยขับมาก่อน จู่ๆ ก็ต้องมานั่งรถหรูระดับนี้
เขาคงใจสลายแน่ถ้ามันมีรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียว
"คุณไม่ได้บ่นในโมเมนต์วีแชตเหรอว่าคุณเพิ่งจะสูญเงิน 200 ล้านไป? นี่ก็แค่ค่าชดเชยเล็กๆ น้อยๆ สำหรับคุณไง"
กู้เฉินรู้สึกอับอาย ใบหน้าของเขาแดงก่ำขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
บ้าฉิบ!
โคตรน่าอายเลย เดิมทีเขาวางแผนว่าจะตั้งค่าไม่ให้เหยียนอวิ๋นเห็นโพสต์ในโมเมนต์ของเขา แต่เขากลับลืมไปสนิท
ที่สำคัญที่สุดคือ เหยียนอวิ๋นยุ่งขนาดนั้น เธอยังมีเวลามาส่องโมเมนต์วีแชตของเขาอีกเหรอเนี่ย
ให้ตายสิ เข้ามาดูแล้วยังไม่ยอมกดไลก์อีกต่างหาก?
นี่มันทำให้เขาตั้งตัวไม่ทันเลยจริงๆ!
ขณะที่เขากำลังคิดอยากจะหาหลุมมุดหนีซ่อนตัว น้ำเสียงอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความตามใจของเหยียนอวิ๋นก็ดังขึ้น:
"เด็กดี ฟังฉันนะ รถมีไว้ให้ขับ มันไม่เกี่ยวหรอกว่าราคาจะแพงแค่ไหน ถ้าคุณอยากได้รถคันอื่นอีก ก็แค่บอกมา เดี๋ยวฉันจะซื้อให้คุณเอง"
น้ำตาเอ่อคลอเบ้าตาของกู้เฉิน บ้าเอ๊ย ความรู้สึกที่ถูกภรรยาตามใจเนี่ยมันชวนให้ลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้นจริงๆ
"โอเค ฉันมีเรื่องอื่นจะบอกคุณ ซือถิงกำลังกลับไปหาคุณนะ คุณไปรับแกที่สนามบินได้เลย เดี๋ยวจะมีคนติดต่อคุณไปเพื่อบอกรายละเอียดอีกที"