- หน้าแรก
- เหล่าเสนาบดีต่างอ้อนวอนให้ข้าขึ้นนั่งบัลลังก์
- ตอนที่ 1171 เตรียมกลับเจ๋อโจว
ตอนที่ 1171 เตรียมกลับเจ๋อโจว
ตอนที่ 1171 เตรียมกลับเจ๋อโจว
ตอนที่ 1171 เตรียมกลับเจ๋อโจว
ในตำหนักคุนเต๋อ ฮ่องเต้กับพระสนมเหลียงกำลังเสวยพระกระยาหารร่วมกัน
“ยามนี้ ลูกชายคนเล็กของข้ากับชายาคงกำลังทำพิธีมงคลอยู่กระมัง” แม้จวนอ๋องฮั่นจะอยู่ไม่ไกลจากวังหลวง แต่ก็ยังพอได้ยินเสียงครึกครื้นเป็นมงคลจากทางนั้นราง ๆ
พระสนมเหลียงคำนวณเวลา แล้วเอ่ยเสียงอ่อน
“พิธีน่าจะเสร็จแล้วเพคะ ตอนนี้เหยาเหยาคงถูกแขกเรือนคะยั้นคะยอให้ดื่มสุราอยู่”
ฮ่องเต้พลันยื่นพระหัตถ์ไปกุมมือพระสนมเหลียง สีพระพักตร์เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“ข้าขอโทษ ข้าไม่อาจให้เจ้าได้รับการคำนับจากเจ้าเด็กสิบกับชายาของเขาได้”
พระสนมเหลียงกุมพระหัตถ์ฮ่องเต้ตอบ ยิ้มอ่อนโยนให้พระองค์
“พรุ่งนี้พวกเขาก็จะเข้าวังมาคารวะหม่อมฉันมิใช่หรือเพคะ?”
“ถึงอย่างไรก็ยังไม่เหมือนกัน”
ฮ่องเต้รู้สึกติดค้างพระสนมเหลียงและโอรสผู้นี้มาโดยตลอด
“ฝ่าบาท หม่อมฉันพูดจาไม่เคารพสักหน่อย ต่อให้หม่อมฉันเป็นฮองเฮา ก็ใช่ว่าจะไปจวนอ๋องฮั่นเพื่อรับการคำนับจากพวกเขาได้” พระสนมเหลียงตบพระหัตถ์ฮ่องเต้เบา ๆ “อีกอย่าง ฝ่าบาทก็เหมือนหม่อมฉัน พวกเราล้วนลงเรือลำเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างไม่ควรโทษอีกฝ่าย และไม่ควรรู้สึกผิดด้วย”
ฮ่องเต้ถูกคำพูดของพระสนมเหลียงทำให้แย้มพระสรวล ก่อนยื่นพระหัตถ์ดึงนางขึ้นมานั่งบนพระเพลา
“บางครั้งข้าก็คิดว่า หากพวกเราเป็นเพียงคนธรรมดา ครอบครัวของเราคงใช้ชีวิตได้ดีมาก”
พระสนมเหลียงยื่นมือไปหยิกพระพักตร์ฮ่องเต้เบา ๆ แล้วหัวเราะ
“ฝ่าบาทของหม่อมฉัน หากพระองค์เป็นคนธรรมดา พระองค์กับหม่อมฉันก็คงไม่รู้จักกัน หม่อมฉันคงไม่ได้เข้าวัง และพวกเราก็คงไม่ได้อยู่ด้วยกันเพคะ”
“ก็จริง”
ฮ่องเต้ซุกพระพักตร์ลงกับซอกคอของพระสนมเหลียง ถูไถอย่างออดอ้อน
“ดูเหมือนการที่ข้าเป็นฮ่องเต้ ก็ยังมีข้อดีอยู่บ้าง”
พระสนมเหลียงยกมือขึ้นลูบด้านหลังพระเศียรของฮ่องเต้อย่างแผ่วเบา
“เพราะโอรสแต่งงานแล้ว พระทัยของฝ่าบาทจึงหนักอึ้งอยู่บ้างหรือเพคะ รู้สึกว่าเขายิ่งห่างไกลจากพระองค์ออกไปแล้วใช่หรือไม่?”
ฮ่องเต้ตรัสเสียงอู้อี้
“อืม แต่ก่อนคิดมาตลอดว่าเจ้าเด็กนั่นยังเป็นเด็กเล็กอยู่ จู่ ๆ ก็แต่งงานแล้ว ข้าถึงรู้ว่าเขาโตแล้ว ดีใจก็ดีใจ แต่ก็เศร้าอยู่บ้าง”
พระสนมเหลียงหยอกเย้า
“เห็นชัด ๆ ว่าเป็นการแต่งลูกชายออกเรือน แต่ฝ่าบาทกลับเหมือนกำลังส่งลูกสาวออกเรือนไม่มีผิด”
พระทัยของฮ่องเต้ในยามนี้ ช่างเหมือนบิดาที่กำลังแต่งบุตรสาวออกไปจริง ๆ
“มักรู้สึกเหมือนเจ้าเด็กนั่นถูกคนแย่งไปแล้ว”
พระสนมเหลียงอดหัวเราะออกมาไม่ได้
ฮ่องเต้เงยพระพักตร์ขึ้น มองพระสนมเหลียงอย่างไม่พอพระทัย
“เซียวเซียว เจ้ากำลังหัวเราะเยาะข้า”
พระสนมเหลียงประคองพระพักตร์ฮ่องเต้ไว้ด้วยสองมือ มองซ้ายมองขวาอย่างสนอกสนใจ แล้วเอ่ยว่า
“ฝ่าบาท หม่อมฉันเพิ่งรู้ว่าพระองค์มีความอยากครอบครองเหยาเหยามากถึงเพียงนี้”
“เขาเป็นลูกชายของข้านี่…”
ฮ่องเต้มีสีหน้าราวกับถูกเอาเปรียบ
“ตั้งแต่เล็ก เขาก็ไม่เคยสนิทกับข้า คิดมาตลอดว่าข้าปฏิบัติต่อเขาไม่ดี ระวังข้าทุกทาง…”
ยิ่งฮ่องเต้ตรัส ก็ยิ่งรู้สึกน้อยพระทัยขึ้นมา อารมณ์พลันพุ่งสูง กระทั่งพระเนตรเริ่มแดงเรื่อมีน้ำตาคลอ
เมื่อเห็นฮ่องเต้เหมือนจะกันแสง พระสนมเหลียงก็รีบโอบพระองค์ปลอบอยู่พักใหญ่ กว่าจะปลอบให้พระองค์สงบลงได้
หลังเสวยมื้อค่ำเสร็จ ทั้งสองก็นั่งอยู่ในห้องทรงพระอักษร เล่นหมากล้อมและสนทนากัน
“เจ้าเด็กนั่นแต่งงานแล้ว อีกไม่นานคงต้องออกจากเมืองหลวง” ฮ่องเต้ตรัสถาม “เจ้ายอมให้เขาไปหรือ? หากเจ้าไม่อยากให้ไป ข้าจะรั้งเขาไว้”
“หม่อมฉันไม่ยอม แต่ก็รั้งไว้ไม่ได้เพคะ” พระสนมเหลียงหัวเราะ “หม่อมฉันดูออกว่าเหยาเหยาชอบเจ๋อโจว ที่นั่นยังมีเรื่องอีกมากที่เขายังทำไม่เสร็จ”
“ไม่อยากรั้งเจ้าเด็กนั่นไว้จริง ๆ หรือ?”
ความจริงฮ่องเต้เองก็ตัดใจปล่อยลูกชายคนเล็กไปไม่ลง
“ฝ่าบาท ต่อให้พระองค์รั้งเขาไว้ เขาก็จะแอบหนีไปอยู่ดี” พระสนมเหลียงเข้าใจนิสัยโอรสของตนดี “ด้วยฝีมือของเขา หากเขาอยากแอบหนี พระองค์ก็ขวางไม่อยู่เพคะ”
“ความสามารถของเจ้าเด็กนั่นยิ่งโตยิ่งมากขึ้นแล้ว” ฮ่องเต้ตรัสด้วยความปลาบปลื้มปนหม่นหมอง “เขารู้แล้วว่าข้ากำลังทำข้อตกลงกับลูกแปด”
“หากเขารู้ไม่ทัน พระองค์ก็คงว่าเขาโง่อีก” พระสนมเหลียงกล่าว “เหยาเหยาฉลาด หลายเรื่องเขาคาดเดาออก เพียงแต่แสร้งทำเป็นไม่รู้เท่านั้น”
“เจ้าเด็กนั่นเหมือนใครกันแน่ ตอนข้าอายุเท่าเขา ยังไม่ได้มีแผนการมากเท่าเขาเลย”
พระสนมเหลียงทำหน้าบริสุทธิ์ไร้เดียงสา
“หม่อมฉันก็ไม่ได้มีแผนการมากมายเพียงนั้นเช่นกันเพคะ”
“เรื่องเจ้าเด็กนั่นกับลูกสี่และลูกแปด…”
ฮ่องเต้ขมวดพระขนงเล็กน้อย
“หากเจ้าเด็กนั่นรู้ว่าข้าทำอะไรกับลูกแปด เจ้าคิดว่าเขาจะเกลียดข้าหรือไม่?”
“พระองค์เป็นบิดาของเขา เขาจะเกลียดพระองค์ได้อย่างไรเพคะ?” พระสนมเหลียงปลอบฮ่องเต้ “เขาจะเข้าใจพระองค์”
“เจ้าว่าเมื่อใดพวกเราจึงจะได้อุ้มหลาน?”
ฮ่องเต้เปลี่ยนหัวข้ออย่างกะทันหัน
พระสนมเหลียงชินกับการที่ฮ่องเต้เปลี่ยนเรื่องไปมาเช่นนี้แล้ว
“อีกหลายปีจึงจะได้อุ้มเพคะ”
“ทำไม เจ้าเด็กนั่นไม่อยากมีลูกหรือ?”
ฮ่องเต้มีหลานอยู่มากมายแล้ว แต่สิ่งที่พระองค์เฝ้ารอที่สุด ก็คือหลานที่เกิดจากลูกชายคนเล็ก
“เขาบอกว่าสตรีไม่ควรมีบุตรก่อนอายุยี่สิบ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดอันตรายได้ เขาวางแผนว่าจะรอให้ซืออวิ๋นอายุครบยี่สิบก่อน จึงค่อยคิดเรื่องมีบุตรเพคะ”