- หน้าแรก
- ขออยู่เงียบๆได้ไหม...นางรองในวันสิ้นโลกไม้ได้อยากปัง! (แปล)
- บทที่ 70 จางเทา/ บทที่ 71 บาดเจ็บ/ บทที่ 72 กู้เหยาฟื้นแล้ว
บทที่ 70 จางเทา/ บทที่ 71 บาดเจ็บ/ บทที่ 72 กู้เหยาฟื้นแล้ว
บทที่ 70 จางเทา/ บทที่ 71 บาดเจ็บ/ บทที่ 72 กู้เหยาฟื้นแล้ว
บทที่ 70 จางเทา
ฟู่อิ๋งทำหน้างงสุดๆ แล้วหันไปมองหลี่เยี่ยนซีด้วยสายตาอึ้งๆ
“นี่โลกมันแปลกขนาดนี้เลยหรือเนี่ย? ทำไมถึงมีของแบบที่เธอพูดได้ล่ะ?” ฟู่อิ๋งถามขึ้น
หลี่เยี่ยนซีแอบอึ้งอยู่ในใจ ไม่คิดเลยว่าฟู่อิ๋งจะเซนส์ดีขนาดนี้ เธอยังต้องยอมรับเลยว่าชีวิตที่แล้วตัวเธอไม่เคยเอะใจหรือสงสัยเรื่องนี้มาก่อนเลยสักครั้งเดียว
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ว่ามันมีจริงๆ นะ ดูดิ” พูดแล้วหลี่เยี่ยนซีก็พลิกมือเอากล่องไส้กรอกออกมาอีกสองกล่องที่เหมือนกันเป๊ะๆ เพราะมันเป็นไอเทมชนิดเดียวกัน ก็เลยวางไว้ในช่องเดียวกันได้
“ฉันบอกไว้ก่อนเลยนะ เรื่องนี้อย่าให้คนอื่นรู้เด็ดขาด เก็บไว้เฉพาะพวกเราไม่กี่คนพอแล้ว ก็ช่องเก็บของเธอมันมีแค่สิบช่องเองนี่นา” ฟู่อิ๋งบอกเตือนขึ้นมา
“ทำไมล่ะ?” หลี่เยี่ยนซีก็คิดแบบนี้อยู่เหมือนกัน ตอนนี้ฟังก์ชันเก็บของมันดูไร้สาระมาก ต่อให้เธอไม่พูดเรื่องนี้ออกไปมันก็ไม่ส่งผลอะไรกับพวกเธอเลย คนดูก็คงไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยซ้ำ แต่เธอก็ยังสงสัยว่าทำไมฟู่อิ๋งถึงพูดแบบนี้
“ลองคิดดูนะ เธอมีฟังก์ชันลับแบบนี้ ถ้าคนอื่นรู้เข้า ต้องมีคนมาสงสัยว่าเธอแอบซ่อนของแน่ๆ แถมยังต้องมาขอร้องให้ช่วยเก็บของอีก พอถึงตอนนั้นของพวกเราเองก็แทบไม่พอเก็บแล้ว แบบนี้ไม่กลายเป็นต้องมาเดือดร้อนหรือไง” ฟู่อิ๋งพูดแล้วพิงกำแพงเบาๆ
“ฉลาดสมเป็นอดีตผู้นำตระกูลฟู่จริงๆ” หลี่เยี่ยนซียิ้มเอ่ยชมอย่างจริงใจ ชีวิตก่อนหน้านี้ที่เธอรู้ตัวเรื่องนี้ก็ดันสายไปซะแล้ว เพราะตอนที่เธอพบฟังก์ชันเก็บของครั้งแรก ดันมีคนเห็นเข้าไปหลายคน เรื่องเลยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็วมากจนกลายเป็นควบคุมไม่อยู่เลยทีเดียว
“อดีตผู้นำตระกูลฟู่นั่นมันอดีตไปแล้ว ตอนนี้ฉันก็เป็นแค่ฟู่อิ๋งธรรมดาๆ คนหนึ่งนั่นแหละ” ฟู่อิ๋งยิ้มตอบรับ ดูท่าทางเธอก็ค่อยๆ เริ่มยอมรับความเป็นจริงแล้วเหมือนกัน
【 มิตรภาพเพื่อนสาวคือดีย์มาก ไม่ต้องมีพระเอกมาแจมก็ดีแล้วนะ 】
【 เป็นซีรีส์ที่โคตรแหวกแนวจริงๆ 】
【 ผู้ชายขอบอกเลยว่าสองสาวนี้รักหมดใจเลยครับ 】
【 ขออวยพรล่วงหน้าให้สาวๆ ขึ้นสู่ระดับราชานะคะ 】
【 …… 】
ช่วงพักชั่วคราวจบลง หลี่เยี่ยนซีก็ใช้วิธีการเดิมอีกครั้ง ล่อซอมบี้ตัวที่สองมา คราวนี้พวกเธอตกลงกันว่าจะให้ฟู่อิ๋งลองฆ่าดูเอง
“ข่าวบอกไว้ชัดเลยนะ มันเป็นแค่ศพเดินได้เอง เธอก็คิดซะว่าเป็นผักกาดขาว แล้วฟันให้กระจายไปเลย” หลี่เยี่ยนซียืนข้างๆ ให้กำลังใจ
ผักกาดขาวเหรอ? ฟู่อิ๋งส่ายหน้าทันที ผักกาดขาวออกจะน่ารักขนาดนั้น ทำไมต้องไปเทียบกับไอ้ตัวน่าเกลียดแบบนี้ด้วยล่ะ? แต่เธอก็ยังตะโกนเสียงดังแล้วฟันลงไปเต็มแรง มีดดาบยาวฟันลงที่ไหล่ของซอมบี้ผู้หญิงผมยาวตัวนั้นอย่างจัง
ตุ๊บ~ แขนทั้งแขนขาดหล่นลงไปบนพื้น
ฟู่อิ๋งสิ้นหวัง เธอรีบหลบหลีกถอยออกมาอีกครั้ง ก่อนที่ซอมบี้ตัวนั้นจะหันกลับมา เธอก็ฟันซ้ำลงไปอีกครั้งเต็มแรง
คราวนี้เธอฟันเข้าเป้าจุดตายได้จริงๆ แต่ก็เล่นเอาหัวซอมบี้ผู้หญิงตัวนั้นกับเส้นผมยาวๆ หลุดร่วงลงมาพร้อมๆ กัน เห็นภาพแบบนั้น ฟู่อิ๋งทนไม่ไหวจนต้องรีบหันไปพิงกำแพงอาเจียนแทบหมดแรง
ตุบตับ~ เสียงดังจากทางบันได
หลี่เยี่ยนซีรู้อยู่ก่อนแล้วว่ามีคนเดินลงมาจากด้านบน เธอเลยยืนยิ้มดูเฉินหมิงที่ล้มก้นจ้ำเบ้าอยู่ตรงพื้น กับจางเทาที่ยืนอยู่ข้างๆ
เฉินหมิงใบหน้าซีดเซียวรีบคลานคลำแว่นตาที่หล่นลงไปบนพื้นอย่างเก้ๆ กังๆ แล้วรีบลุกขึ้นมายืนแบบพยายามทำเป็นนิ่งสุดๆ
“พวกเธอ...นี่พวกเธอกำลังทำอะไรอยู่น่ะ?” จางเทาถามขึ้นอย่างงงๆ
“แค่กๆ เห็นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ พวกเจ๊ซ้อมฆ่าซอมบี้กันอยู่ไง” ฟู่อิ๋งพิงกำแพงตอบกลับไป น้ำเสียงกับสายตาดูมีความภูมิใจเล็กๆ อยู่ด้วย ทำเอาหลี่เยี่ยนซียิ้มออกมาแบบไม่รู้ตัวเลยทีเดียว
ซ้อมฆ่าซอมบี้งั้นเหรอ?
จางเทาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลยแม้แต่น้อย ซอมบี้พวกนั้นสามารถฆ่าได้ด้วยหรือไงนะ?
สองวันที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เขาหลับตา เขาจะเห็นหลินซินเหยียนเต็มไปด้วยเลือด มือยื่นมาตะโกนเรียกให้เขาช่วยด้วยเสียงสะอื้นสุดทรมาน
เสียงนั้นยังดังวนเวียนอยู่ในหัวของเขาไม่หยุด
เขารู้สึกผิดและเสียใจอยู่ตลอดเวลา เพราะความกลัวของเขาเองทำให้เขาทิ้งเด็กผู้หญิงไว้ข้างหลังแล้ววิ่งหนีเอาชีวิตรอดมา
และต้นตอของเรื่องทั้งหมดนี้ ก็คือพวกซอมบี้น่าเกลียดพวกนั้น!
“ซ้อมฆ่าซอมบี้น่ะ ขอฉันร่วมด้วยได้มั้ย?”
จางเทากำหมัดแน่น สายตาแฝงแววดุดันเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นกับทั้งสองคน
…………………………………………………………………………………………………………………………….
บทที่ 71 บาดเจ็บ
“โอ้โห… ตัวประกอบนี่น่าสนใจแฮะ แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าพลิกโผ...”
ด้านนอกหน้าจอ ชายหนุ่มคนหนึ่งวางไขควงในมือลง แล้วเหลือบมองข้อมูลที่อยู่ข้างๆ
หวาดกลัว รู้สึกผิด เสียใจ สิ้นหวัง แล้วยังมีอีกอย่าง... ความแค้น?
กานซิงโจวยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ อย่างที่คิดเลย อารมณ์ของมนุษย์เนี่ยมันต้องถูกกระตุ้นจริงๆ สินะ
เขายกโทรศัพท์แบบกลไกเก่าๆ ขึ้นมาโทรออก ไม่นานนักเสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งก็ดังมาจากปลายสาย พร้อมเสียงกดแป้นพิมพ์ที่รัวมาไม่หยุด
“หัวหน้าเหรอครับ?”
“อืม... ช่วยเพิ่มของดีๆ ให้คนหนึ่งหน่อย ปล่อยให้เขามีชีวิตยืนยาวอีกนิด” กานซิงโจวพูดขึ้น
……
จางเทาโดนซอมบี้ตัวหนึ่งข่วนเข้าแล้ว
แม้แต่หลี่เยี่ยนซีก็ยังไม่ทันสังเกตเลยว่าจางเทาโดนข่วนไปตอนไหน
เป็นตอนหลังจากที่พวกเขาร่วมกันจัดการซอมบี้สองตัวเสร็จเรียบร้อย จางเทาก็เดินเข้ามาบอกด้วยตัวเอง
“โดนเล็บมันข่วนไปนิดเดียว แต่เลือดก็ซึมออกมานิดหน่อย แบบนี้คงไม่รอดแล้วล่ะมั้ง?”
จางเทายิ้มออกมาอย่างขมขื่น
“…”
ทั้งสามคนเงียบมองหน้าจางเทา จะบอกว่าไม่เศร้าก็คงโกหกไปหน่อย เพราะเมื่อกี้นี้พวกเขายังรู้สึกดีใจอยู่เลยที่สามารถจัดการซอมบี้ไปได้
“อย่าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ขนาดนั้นสิวะ”
จางเทาหันไปบอกเฉินหมิง อย่างน้อยๆ ก่อนตายเขาก็ฆ่าซอมบี้ไปได้ตัวหนึ่ง ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาเองก็ยังอยากออกไปฆ่าซอมบี้อีกหลายๆ ตัวก็ตาม
“พวกซอมบี้เวรเอ๊ย!”
ฟู่อิ๋งระบายความโมโหด้วยการเตะซอมบี้ที่นอนตายอยู่ใกล้ๆ ไปหนึ่งที
“ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ทันระวังนายเลย”
หลี่เยี่ยนซีพูดด้วยความรู้สึกผิด เธอระวังความปลอดภัยของทุกคนอยู่เสมอ แต่ก็ไม่นึกเลยว่าจางเทาจะถูก…
“มันอาจมีโอกาสรอดปาฏิหาริย์บ้างไหม? ฉันหมายถึง แผลมันเล็กมากเลยนะ ล้างน้ำแล้วอาจจะไม่ติดเชื้อก็ได้ อ้อ! แล้วฉันยังเจอกล่องยาด้วยนะ เดี๋ยวฉันไปเอามาให้...”
เฉินหมิงพูดขึ้นแล้วรีบจะไปหยิบกล่องยาจากข้างบนทันที
“อย่าลำบากเลยน่า มันไม่มีประโยชน์หรอก แผลของจางเฉิงกวงก็เล็กจนแทบมองไม่เห็นเหมือนกัน พวกเราก็เห็นกันมาแล้ว”
จางเทาจับเฉินหมิงไว้ เขาดูออกว่าทุกคนกำลังเสียใจ โดยเฉพาะเฉินหมิงที่อยู่ด้วยกันมาตลอดทาง
“งั้นนาย…”
ฟู่อิ๋งมองจางเทาที่เหมือนตัดใจจะไม่รักษาแล้ว ดูเหมือนเขาจะตัดสินใจอะไรบางอย่างเอาไว้แล้วด้วย
“เดี๋ยวพวกนายก็จับฉันขังไว้ในห้องพักห้องหนึ่งก่อน พอฉันกลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว ก็เอาฉันไปซ้อมมือก็ได้ ถือว่าใช้ร่างฉันให้คุ้มๆ ไปเลยไง”
จางเทาบอกอย่างเด็ดเดี่ยว
【พี่คนนี้แมนมากเลยว่ะ เท่ชะมัด】
【เพิ่งเริ่มก็มีคนตายอีกแล้วเหรอเนี่ย?】
【มนุษย์ดูเสียเปรียบจริงๆ เลยนะ】
【……】
ทั้งสามคนแม้จะไม่เต็มใจ แต่สุดท้ายก็ยอมทำตามที่จางเทาขอ ร่วมกันพาเขาไปขังไว้ในห้องพักที่ค่อนข้างสะอาดที่ชั้นหนึ่ง
“พวกนายพยายามมีชีวิตรอดกันดีๆ ล่ะ ถ้าฉันดวงดีไม่ตายไปซะก่อน หวังว่าคงได้ออกไปฆ่าซอมบี้กับพวกนายอีก”
จางเทายิ้มให้ทุกคนอย่างสบายใจ
“ขอให้นายโชคดีนะ”
หลี่เยี่ยนซีฝืนยิ้มกลับไปด้วยใจที่รู้สึกขมขื่นไม่น้อย
การถูกซอมบี้ข่วนแต่รอดมาได้โดยไม่กลายร่างนั้นแทบจะเรียกว่าเป็นปาฏิหาริย์ ชาติก่อนเธอไม่ได้รู้จักจางเทาเลย จึงไม่รู้เหมือนกันว่าชะตากรรมของเขาจะเป็นยังไงต่อไป ได้แต่หวังว่าเขาจะกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่โชคดีแบบนั้น
พอเห็นสองคนกลับมาด้วยท่าทางหมดแรงแบบนี้ กัวหรงหรงที่รออยู่ก็รู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมาทันที
“จางเทาโดนข่วนตอนที่พวกเราซ้อมฆ่าซอมบี้น่ะ”
ฟู่อิ๋งบอกด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ
“เด็กคนนั้นน่ะเหรอ? น่าเสียดายจริงๆ”
กัวหรงหรงถอนหายใจอย่างเสียดาย คนหนุ่มสาวแท้ๆ แต่กลับอ่อนแอขนาดนี้เชียวหรือ?
“เยี่ยนซี พวกเราต้องเร่งสปีดกันแล้วล่ะ”
ฟู่อิ๋งพูดขึ้นมาทันที
“เร่งสปีด?”
หลี่เยี่ยนซีมองฟู่อิ๋งที่อยู่ๆ ก็ดูเปลี่ยนไปมาก แล้วพูดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง นั่นหมายถึง?
“มนุษย์ที่รอดชีวิตอยู่ตอนนี้มันน้อยเกินไปแล้ว ซอมบี้ก็มีเยอะกว่าแถมได้เปรียบสุดๆ คนเราแค่โดนข่วนเป็นแผลนิดหน่อยก็กลายเป็นพวกมันแล้ว ทางเดียวที่จะแก้ไขสถานการณ์นี้ได้ ก็คือพวกเราต้องรีบแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุดเท่านั้นแหละ”
ฟู่อิ๋งพูดอย่างหนักแน่น
“เธอพูดถูก ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอเอง”
หลี่เยี่ยนซียิ้มตอบกลับไปอย่างจริงใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………….
บทที่ 72 กู้เหยาฟื้นแล้ว
กู้เหยาฟื้นขึ้นมาตอนเที่ยงวันที่สามหลังจากที่มีไข้สูง
เธอรู้สึกเหมือนได้นอนหลับเต็มอิ่มมากๆ พอลืมตาขึ้นมาก็สดชื่นแจ่มใสสุดๆ ตั้งแต่โตมาเธอแทบไม่เคยนอนหลับได้สบายขนาดนี้เลยจริงๆ
หลับสบายขนาดนี้นะ ต่อให้เอาไปเทียบกับมาสก์หน้าน้ำนมตั้งหลายแผ่นก็ยังสู้ไม่ได้แน่ๆ เลย
กู้เหยานึกแล้วก็แอบรู้สึกแฮปปี้ขึ้นมาเบาๆ ในใจ
แต่แล้วไม่นานเธอก็ได้ยินเสียงกรีดร้องจากข้างนอกดังเข้ามา พร้อมกับมองเห็นกัวหรงหรงที่กำลังนั่งยุ่งกับคอมอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่ง ทันทีนั้นเธอก็นึกถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ทันที
“เยี่ยนซี! ฟู่อิ๋งล่ะ?”
กู้เหยาดีดตัวขึ้นมานั่งแล้วเรียกชื่อทั้งสองคนเสียงดัง เล่นเอากัวหรงหรงที่กำลังตั้งใจหาข้อมูลข่าวสารอยู่สะดุ้งตกใจไปด้วยทันที
“กู้เหยา! เธอฟื้นแล้วเหรอ?!”
กัวหรงหรงพอรู้ว่ากู้เหยาฟื้นก็ดีใจมาก แถมดูเหมือนว่าเธอจะดูสดชื่นดีอีกด้วย
“อาจารย์กัว หนูนอนหลับไปนานแค่ไหนเนี่ย เยี่ยนซีล่ะ แล้วทำไมฟู่อิ๋งก็ไม่เห็นอยู่ด้วยล่ะ?”
กู้เหยาถามออกมาด้วยความเป็นห่วงทันที กลัวจะได้ยินข่าวร้ายอีก
กัวหรงหรงรีบรินน้ำส่งให้กู้เหยา ก่อนจะค่อยๆ เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นช่วงที่เธอหลับไปในสองสามวันนี้ให้ฟังอย่างชัดเจน
“สรุปว่าตอนนี้สองคนนั้นลงไปฆ่าซอมบี้กันอยู่ข้างล่างน่ะเหรอ?”
กู้เหยาแทบไม่อยากเชื่อหู สองคนนั้นใจกล้าขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?
“ใช่จ้ะ เมื่อเช้าก็เพิ่งลงไปฆ่ามา ตอนนี้เพิ่งกินข้าวกลางวันเสร็จไม่นานก็ลงไปอีกรอบแล้วล่ะ เธอเองก็ควรจะลุกมากินอะไรหน่อยนะ ไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว เดี๋ยวร่างกายจะอ่อนแอไปหมด”
กัวหรงหรงเอ่ยด้วยความเป็นห่วง
“อาจารย์กัว หนูไม่อ่อนแอเลยนะ หนูรู้สึกว่าตัวเองสดชื่นมากเลยตอนนี้”
ถึงกู้เหยาจะพูดแบบนั้น แต่ก็ยอมลุกขึ้นมานั่งกินบะหมี่ไข่ที่กัวหรงหรงเตรียมไว้ให้แต่โดยดี
“กู้เหยา เธอรู้สึกร่างกายมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างหรือเปล่า?”
กัวหรงหรงถามขึ้นตอนที่เห็นเธอกำลังกินบะหมี่อย่างเอร็ดอร่อย
“เปลี่ยนแปลง? ไม่มีนะคะ หนูรู้สึกสดชื่นมากๆ เลย ว่าแต่บะหมี่นี่อร่อยสุดๆ เลยนะเนี่ย”
กู้เหยากินบะหมี่จนหมดไปตั้งสองชามใหญ่ แล้วก็เรอออกมาอย่างพึงพอใจ ก่อนจะลุกเดินเข้าไปในห้องน้ำ
กัวหรงหรงเห็นกู้เหยายังไม่รู้ตัวว่าตัวเองอาจมีพลังพิเศษ ก็นั่งยิ้มอยู่เงียบๆ
เธอฟื้นขึ้นมาก็ดีแล้ว จากที่ข่าวบอกก็มีพูดไว้ว่า ไม่ใช่ทุกคนที่มีไข้แล้วฟื้นขึ้นมาจะได้รับพลังพิเศษ แค่ส่วนใหญ่เท่านั้นเอง
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น ในห้องน้ำจู่ๆ ก็มีเสียงกรี๊ดดังขึ้น
“ว้ายย!”
กู้เหยาจ้องมือของตัวเองที่เช็ดยังไงน้ำก็ไม่ยอมแห้ง เธอแค่ล้างมือเอง ทำไมเช็ดเท่าไหร่มันก็ยังเปียกอยู่?
กัวหรงหรงที่ได้ยินเสียงร้องคิดว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น เลยรีบผลักประตูห้องน้ำเข้ามาดู แต่กลับเห็นน้ำที่มือของกู้เหยาไหลหยดลงมาไม่หยุด พื้นในห้องน้ำเปียกไปหมดแล้ว
“ดูเหมือนเธอจะเป็นพลังน้ำสินะ”
กัวหรงหรงนึกถึงข้อมูลที่ได้ดูจากในข่าวแล้วยิ้มออกมา
……
เวลาผ่านไปสามชั่วโมงหลังจากจางเทาโดนข่วน แต่พวกที่อยู่ชั้นล่างกลับไม่ได้ยินเสียงเคาะประตูจากห้องที่ขังจางเทาไว้เลย
หลังจากที่เฉินหมิงกลับไป เขาก็ได้เล่าเรื่องที่จางเทาได้รับบาดเจ็บให้โจวข่ายรุ่ยที่กำลังเฝ้าเจิ้งอวี่อยู่บนชั้นบนฟัง โจวข่ายรุ่ยเองก็อยากลงมาดูจางเทาด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่ง
“จางเทา นายอยู่ในนั้นหรือเปล่า ถ้าอยู่ก็ตอบหน่อยสิ”
โจวข่ายรุ่ยเคาะประตูเรียก
แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ออกมาเลย
หลี่เยี่ยนซีเลยตั้งใจว่าจะเปิดประตูเข้าไป เพราะเธอไม่รู้สึกถึงอันตรายใดๆ จากภายในห้องเลย
“เธอไม่กลัวตายหรือไง ถ้าเกิดเขากลายเป็นซอมบี้ขึ้นมาจะทำยังไง?”
โจวข่ายรุ่ยรีบขัดขึ้นมาทันที
“พี่ชาย นายลองใช้สมองคิดหน่อยเถอะ มีซอมบี้ที่ไหนมันจะเงียบขนาดนี้บ้าง?”
ฟู่อิ๋งเห็นโจวข่ายรุ่ยพูดไม่ดีกับหลี่เยี่ยนซี เลยรีบก้าวออกมายืนขวางหน้าหลี่เยี่ยนซีเอาไว้
“ฉัน… ฉันก็แค่หงุดหงิดน่ะสิ! พวกนายแต่ละคนเป็นแบบนี้ ฉันไม่อยากเห็นใครเป็นอะไรไปอีกแล้วนะ!”
โจวข่ายรุ่ยจับหัวตัวเองด้วยความหัวเสียพร้อมพูดออกมาด้วยความกังวลใจ
(จบบท)
ตอนต่อไปจะเริ่มติดเหรียญนะคะ