เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46 ฟังก์ชันกระเป๋า/ บทที่ 47 พลังพิเศษของเธอ/ บทที่ 48 โทรศัพท์จากโจวเฟิง

บทที่ 46 ฟังก์ชันกระเป๋า/ บทที่ 47 พลังพิเศษของเธอ/ บทที่ 48 โทรศัพท์จากโจวเฟิง

บทที่ 46 ฟังก์ชันกระเป๋า/ บทที่ 47 พลังพิเศษของเธอ/ บทที่ 48 โทรศัพท์จากโจวเฟิง


บทที่ 46 ฟังก์ชันกระเป๋า

แต่พอสองคนเดินมาถึงระเบียง ก็ดันเจอปัญหาใหม่เข้าให้—พวกสัตว์ประหลาดที่อยู่ชั้นล่างมันเริ่มรวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็ดูเหมือนว่าจะทยอยมาจากฝั่งสนามเด็กเล่นด้วย โดยเฉพาะหลังจากที่ยัยหน้าพังคนนั้นตกลงไปเมื่อกี้ แถวนั้นก็ยิ่งวุ่นเลย เพราะสัตว์ประหลาดหลายตัวดูเหมือนจะถูกดึงดูดเข้ามา

ส่วนคนดูที่นั่งจ้องหน้าจอก็พากันตกใจสุดๆ กับภาพซูมหน้าซอมบี้ที่โผล่มาแบบเต็มๆ จอ

【แม่จ๋าาา ซอมบี้หน้าแม่งอย่างหลอน】

【ซอมบี้ในเรื่องนี้คือแบบ...น่าสงสารแล้วก็โคตรน่าขยะแขยงเลยว่ะ มีแต่พวกหน้าหาย แขนขาขาด】

【ใจฉันนิ่งมากนะตอนนี้ แต่ชานมในมือนี่อร่อยขึ้นเฉย】

【สองคนนี้จะยืนโง่กันอีกนานมั้ยอะ เดี๋ยวซอมบี้มันได้กลิ่นหรอก】

【……】

“ไปเถอะ รีบเก็บของกินให้หมดก่อน”

หลี่เยี่ยนซีเร่งขึ้นมา ตอนนี้กู้เหยาหันไปมองข้างล่างจนตาแทบถลนแล้ว

“แย่แล้วเยี่ยนซี...เราถูกล้อมไว้แล้ว…”

กู้เหยาพูดอย่างสิ้นหวัง ตอนนี้พวกเธอกลุ่มสาวๆ ถูกขังอยู่ที่นี่ ไม่ช้าก็เร็วคงโดนสัตว์ประหลาดพวกนั้นกินแน่นอน

แต่หลี่เยี่ยนซีก็ไม่ได้ตอบอะไร แค่ลากเธอกลับเข้าไปในห้องพัก 403 เฉย

ในห้อง 403 ตอนนี้ทั้งพื้นทั้งผนังมีแต่คราบเลือดเลอะไปหมด แบบนี้ของข้างในคงเอาไม่ได้แล้วล่ะ

“เมื่อกี้ผู้หญิงคนนั้นน่าจะโดนยัยนั่นที่โจมตีเราชั้นล่างกัดเข้าให้แล้วแหละ”

หลี่เยี่ยนซีว่า

“เออจริง! หน้าหล่อนโดนกินไปหมดเลย!”

กู้เหยาทำหน้าหวาดผวา โชคดีนะที่เธอยังไม่ได้นอน ไม่งั้นคืนนี้คงฝันร้ายแน่

“เธอนี่สนใจผิดจุดจริงๆ”

หลี่เยี่ยนซีส่ายหัวเบาๆ แบบไม่รู้จะบอกกี่รอบถึงจะเข้าใจ เลยตัดสินใจไม่อ้อมค้อมละ

“ผิดจุดเหรอ? งั้นเราควรสนใจเรื่องไหนล่ะ?”

กู้เหยากะพริบตาปริบๆ จ้องหน้าหลี่เยี่ยนซีที่ได้แต่ถอนหายใจ

“จากที่เราเห็นเมื่อคืน—พวกสภานักเรียน แล้วก็มายืนอยู่ตรงหน้าเมื่อกี้ ทุกคนก่อนหน้านี้ก็ยังเป็นคนปกติ แต่พอโดนพวกสัตว์ประหลาดกัดเข้าไป ก็ค่อยๆ กลายร่างเป็นแบบนั้น”

หลี่เยี่ยนซีวิเคราะห์ให้ฟัง

กู้เหยาฟังไปก็พยายามนึกตาม สุดท้ายก็ตีหัวตัวเองเบาๆ แบบว่า “โอ๊ยยย เข้าใจละ!”

“แบบนี้นี่เอง! ฉันก็งงอยู่ ว่าทำไมบางตัวเหมือนจะเป็นไข้จนกลายเป็นแบบนั้น บางตัวโดนกัดก่อนแล้วค่อยเปลี่ยน นี่แหละที่ต่างกัน!”

“ใช่ เพราะงั้นอย่าโดนกัดเข้าให้ล่ะ”

…หรือโดนข่วนก็ไม่ได้เหมือนกัน

แต่หลี่เยี่ยนซีไม่ได้พูดประโยคนั้นออกมา คิดว่าไว้ค่อยบอกตอนมันถึงเวลาน่าจะดีกว่า…

ทั้งสองคนพอขึ้นมาชั้นสี่ก็ยิ่งเจอของกินเยอะเข้าไปอีก มีทั้งของโปรดของสาวๆ อย่างชานม เจลลี่ แถมยังมีพวกขนมเผ็ดๆ อย่างเส้นเผ็ด มันฝรั่งทอดต่างๆ จนหลี่เยี่ยนซียังอดรู้สึกไม่ได้ว่า “ของเยอะขนาดนี้ แบกไม่ไหว”

พอไปเจอกล่องโจ๊กแปดอย่าง กับไส้กรอกอีกกล่อง กู้เหยาก็เห็นหลี่เยี่ยนซียืนค้างอยู่กับที่

มีอันตรายอีกแล้วเหรอ!?

กู้เหยาคิดแบบนั้นทันที—หรือว่าหลี่เยี่ยนซีผู้มีสัญชาตญาณแม่นยำจะสัมผัสอะไรได้อีก?

“เห-เยี่ยนซี อย่าทำให้ฉันตกใจสิ เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”

กู้เหยารีบวิ่งไปข้างๆ ถามด้วยสายตาเป็นห่วง

“ฉันว่า…ฉันเหมือนจะเก็บ ‘กระเป๋า’ ได้ล่ะ…”

เสียงของหลี่เยี่ยนซีมีทั้งความไม่แน่ใจ แล้วก็มีความดีใจปนๆ อยู่ด้วย

แต่มีแค่เธอคนเดียวที่รู้—พลังวิเศษไร้ประโยชน์ที่เธอได้ในชาติก่อน ตอนนี้มันกลับมาอีกแล้ว ถึงสถานที่จะเปลี่ยนไป แต่เวลากลับตรงเป๊ะเป๊ะ…

หกโมงเช้าพอดี

ในร่างกายของหลี่เยี่ยนซีปรากฏแผงหน้าต่างวิเศษขึ้นมา เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมที่มีช่องเล็กๆ คล้ายกับในเกม ด้านซ้ายมีแท็บเมนูเรียงเป็นแถว และตอนนี้ทั้งหน้าจอมีแค่คำเดียว...

“กระเป๋า”

…………………………………………………………………………………………………………………………….

บทที่ 47 พลังพิเศษของเธอ

จริงๆ แล้ว ตั้งแต่ชีวิตก่อนที่แผงหน้าจอแปลกๆ นี่โผล่ขึ้นมา หลี่เยี่ยนซีก็ควรจะตระหนักได้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วล่ะ ว่าโลกที่เธออยู่มันไม่ปกติเอาซะเลย

ก็ปกติโลกจริงๆ มันจะมีอะไรแบบหน้าจอเกมแบบนี้ได้ยังไงกัน?

แต่อย่างว่า โลกนี้มันก็มีพลังพิเศษเพี้ยนๆ เต็มไปหมด พอไปเจอกับพวกที่มีพลังโจมหรือพลังป้องกันสุดเทพเข้า ทีแรกที่รู้สึกว่าพลังเธอมันเจ๋งๆ ก็กลายเป็นพลังไก่กาที่ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรดี…

แล้วที่ปวดใจกว่านั้นคือ ตอนนี้ “กระเป๋า” ของเธอมันทำได้แค่เก็บของเท่านั้น แถมยังมีช่องเก็บแค่สิบช่องเองนะ…

แต่ก็แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ

ในชาติก่อน กว่าจะรู้ว่าจริงๆ แล้วแผงหน้าจอนี้มีฟีเจอร์เยอะมาก เธอก็เพิ่งรู้ตอนฟื้นจาก AI แคปซูนนั่นแหละ และเพราะไม่รู้วิธีใช้ ก็เลยใช้แต่ช่องเก็บของน่าสงสารๆ แค่ 10 ช่องไปยันจบเกม…

ตอนนั้นคือโง่ตายไปเลย!

ตอนนี้ในใจหลี่เยี่ยนซีก็กำลังบ่นตัวเอง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น เพราะอย่างน้อยเธอก็รู้วิธีขยายช่องเก็บของแล้ว!

ตอนนั้นเพราะไอ้กระเป๋าใบเดียวนี้แหละ ทำให้เธออยู่ในทีมก็ยาก คนดูที่ไม่รู้อะไรก็ด่ากันยับ

อย่างบางทีวางของได้แค่ 10 อย่าง เธอก็ต้องเลือกเก็บของที่หนักหรือพวกที่คนอื่นพกยากก่อน แต่พอมีช่องว่างไม่พอ พวกทีมที่เลเวลสูงกว่าก็จะมาไล่ของเลเวลต่ำออก เพื่อจะได้เก็บของตัวเอง—คือไม่ว่าจะเลือกฝั่งไหนก็โดนด่าอยู่ดีน่ะ แถมกลายเป็นหมากลางวงที่ไม่มีใครรัก…

มีบางคนก็ด่าเธอว่าเป็น “ไม้กวนอึ” ประจำกลุ่ม เดินไปไหนก็มีเรื่อง

พอมานึกดูดีๆ—ก็อาจจะเป็นฝีมือของเหลียงเมิ่งเจียทั้งหมดก็ได้นะ

แต่รอบนี้ เธอจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีกแน่นอน

“กระเป๋ามันคืออะไรอะ?”

เสียงกู้เหยาดังขึ้นอย่างสงสัย พอรู้ว่าไม่ใช่เรื่องอันตรายก็หายใจโล่งอกเลย แต่ยังไม่ทันตั้งตัวดี ก็โดนภาพตรงหน้าทำเอาช็อก

ก็ไอ้กล่องโจ๊กแปดอย่างนั่น มันหายไปต่อหน้าตาเธอเลยนะ! แล้วจู่ๆ ก็กลับมาปรากฏอีก!?

“ประมาณนี้แหละ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้…”

หลี่เยี่ยนซีทำหน้ามึนๆ ตะแคงหัวดูแผงหน้าจอ แล้วก็แอบอ้าปากเล็กน้อย ท่าทางแบบนั้นใครเห็นก็ต้องคิดว่า เธอเพิ่งเจออะไรเวทมนตร์มาแน่นอน

【นี่มันต้องเป็นพวกพื้นที่มิติแน่ๆ แต่ทำไมหน้าตามันเหมือนเกมจังวะ?】

คนดูที่เห็นแผงหน้าจอผ่านจอก็เริ่มวิจารณ์กัน—แม้ในเนื้อเรื่องจะมีแค่หลี่เยี่ยนซีที่เห็นได้ ส่วนกู้เหยานี่คือมองไม่เห็นอะไรเลย

【พวกนายลืมแล้วเหรอ? บริษัทกานหลินที่ทำเรื่องนี้มันบริษัทเกมนะ! เอาองค์ประกอบแบบนี้มาใส่ในซีรีส์คือแปลกใหม่มากเว้ย】

【ฉันนับดูละ มีแค่สิบช่องอะ งี้ก็เก็บได้แค่สิบอย่างปะ?】

【ฉันเดาว่ามันอัพเกรดได้นะ เห็นไหมว่าข้างๆ ยังมีช่องเมนูเทาๆ ที่ยังไม่ปล่อยออกมาอีกเพียบ】

【……】

ถ้าเธอได้เห็นคอมเมนต์พวกนี้นะ เธอคงมอบรางวัล "แฟนคลับยอดเยี่ยม" ให้ทั้งกองเลย

ก็ใช่น่ะสิ…ชีวิตก่อนเธอก็เพิ่งรู้หลังจบเกมนั่นแหละว่าแผงนี้มันอัพเกรดได้ แต่เงื่อนไขก็คือ…

ซอมบี้ข้างนอกนั่นแหละ

“เยี่ยนซี! สุดยอดไปเลย ขอฉันดูอีกรอบได้มั้ย!?”

กู้เหยาถูตาตัวเองอยู่หลายรอบเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด

หลี่เยี่ยนซีพยักหน้า แล้วหยิบกล่องไส้กรอกอีกกล่องใส่เข้าไปในกระเป๋า แล้วก็โชว์ให้กู้เหยาเห็นว่า ตรงนั้นไม่มีอะไรแล้วจริงๆ จากนั้นก็หยิบมันกลับออกมาให้ดูอีกรอบ

“เหมือนมายากลเลยอ่ะ!”

หลี่เยี่ยนซีก็ยิ้มๆ พูดเหมือนตกใจเองเหมือนกัน

“แล้วทำไมฉันทำไม่ได้ล่ะ?”

กู้เหยาลองเอามือแตะๆ โจ๊กกับไส้กรอกบ้าง แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ไม่รู้สิ เมื่อกี้ฉันแค่รู้สึกว่าของมันหนัก ก็เลยคิดว่า ถ้าเก็บได้ก็คงดี แล้วมันก็เป็นแบบนี้เลย…”

หลี่เยี่ยนซีอธิบายแบบงงๆ

“แล้วของอะไรก็เก็บได้หมดเลยเหรอ? หรือเราจะเก็บของทั้งหมดเข้าไปเลยดี!?”

กู้เหยาจินตนาการไปไกล ตาลุกวาวมองหลี่เยี่ยนซีด้วยสายตาเต็มไปด้วยความหวัง

“อืมม…น่าจะไม่ได้นะ มันมีแค่สิบช่องน่ะ”

หลี่เยี่ยนซีพูดเสียงอ่อยๆ แล้วก็ลองเทสต์อีกครั้งกับกู้เหยา ก็พบว่าจริงๆ แล้วใส่ได้สิบอย่างเท่านั้น แต่ถ้าเป็นของชนิดเดียวกัน อย่างเช่นโจ๊กแปดอย่างสิบกระป๋อง กับหนึ่งกระป๋อง มันก็รวมไว้ในช่องเดียวกันได้

“งั้นก็คือดีมากเลยนะ! เหมือนเธอแบกกระเป๋าได้สิบใบโดยไม่เหนื่อยเลย โคตรเจ๋งอะ!”

กู้เหยาคือยังตื่นเต้นอยู่มากๆ จนไม่สนใจว่าพลังอื่นจะเวอร์แค่ไหน เพราะอันนี้ก็เวอร์สำหรับเธอแล้ว

หลี่เยี่ยนซียิ้มออกมาแบบจริงใจ—นี่แหละเหตุผลที่เธอไม่เคยเกลียดกู้เหยาเลย

แม้เมื่อก่อนกู้เหยาจะเคยเข้าใจผิด คิดว่าเธอใช้เงินฟู่อิ๋งแบบไม่ยั้ง แล้วก็พูดจาแรงๆ เพราะหงุดหงิดเธอ แต่เธอก็ไม่เคยโกรธเลยสักครั้ง

เพราะในชีวิตก่อน มีแค่กู้เหยาคนเดียว ที่เชื่อมั่นในตัวเธอจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

“เราน่ะ อยู่ห้อง 719 ด้วยกันนะ ฉันเชื่อเยี่ยนซี—เธอไม่มีวันทำร้ายใครแน่ๆ!”

ประโยคนั้น หลี่เยี่ยนซีจำได้ไม่ลืมเลย

แม้พอซีรีส์จบ เธอจะถูกด่าว่าเป็นตัวร้ายสุดแสบ แต่กู้เหยาก็ยังออกมาปกป้องเธอ

แม้โพสต์ที่กู้เหยาเขียนจะโดนลบทิ้งโดยบริษัทต้นสังกัดในเวลาไม่นานก็ตาม…

“ไปกันเถอะ แบบนี้เราน่าจะไม่ต้องลงมาแบกของหลายรอบละ~”

หลี่เยี่ยนซียิ้มกว้าง พูดกับกู้เหยาด้วยอารมณ์ดีสุดๆ

ตอนที่ทั้งสองกลับมาถึงห้อง 719 นั้น ก็พบว่ากัวหรงหรงตื่นขึ้นมาแล้ว

“ฉันฝันร้ายน่ะ…เห็นสภาพข้างล่างแล้วก็หลับต่อไม่ลงเลย”

เธอยืนอยู่หน้าต่าง มองพวกสัตว์ประหลาดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยสายตาเศร้าๆ

ตอนนี้เจ็ดโมงเช้า เมื่อวานเวลานี้เธอยังตื่นมาล้างหน้าแปรงฟัน เตรียมตัวไปเช็กชื่อเข้างานตอนแปดโมงครึ่งอยู่เลย…

แต่วันนี้…

มันเหมือนฝันร้ายที่หลุดมาจากโลกอื่น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเพิ่งตื่นจากฝันร้ายที่มีคนกินคน หรือกำลังเดินเข้าสู่อีกฝันร้ายที่น่ากลัวกว่า…

"อาจารย์กัว พอเถอะน่า~ เราไปทำอาหารเช้ากันดีกว่า! เราเจอหม้อเล็กๆ มาเพียบเลยค่ะ!"

หลี่เยี่ยนซีพูดแบบอารมณ์ดีสุดๆ ก็แหงล่ะ เพิ่งเจอฟังก์ชันสุดมหัศจรรย์นี่นา ก็ต้องทำตัวร่าเริงไว้ก่อนสิ

“พวกนี้มัน…ไม่ใช่ของต้องห้ามเหรอ?”

กัวหรงหรงเห็นพวกหม้อไฟฟ้าเล็กๆ แล้วก็อดขำไม่ได้—เพราะมหาวิทยาลัยหนานเฉิงห้ามใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องพัก

“เหอะๆ~ กฎมีไว้ให้แหกนี่คะ! แทบทุกห้องมีนะจะบอกให้!”

กู้เหยาว่าพร้อมยักคิ้วขำๆ

ก็ช่วงเวลาแบบนี้จะไปแคร์เรื่องพวกนี้ทำไมล่ะ?

ดีซะอีก ที่น้ำไฟยังไม่ดับ

ถึงหม้อไฟฟ้าจะทำได้แค่ต้มอย่างเดียว แต่ของที่เจอมาก็ใช่ว่าจะธรรมดา—มีทั้งข้าวขาว ข้าวธัญพืช แล้วยังมีพวกเครื่องบำรุงผิวแบบถั่งเช่า พุดดิ้งรังนก พุทราแดงอีก!

หลี่เยี่ยนซีหยิบของพวกนั้นมาล้างแล้วก็ใส่ลงหม้อ ตั้งใจจะต้มโจ๊กหม้อใหญ่ให้กินตอนเช้า—เผื่อจะช่วยฟื้นแรงกันได้หน่อยก็ยังดี

“เยี่ยนซียังกับเชฟเลยนะเนี่ย!”

หลี่เยว่ที่ดูอยู่นอกจอก็แอบตกใจ—เขาจำได้ว่าเมื่อก่อนเยี่ยนซีไม่เห็นจะทำกับข้าวเป็นเลย?

…………………………………………………………………………………………………………………………….

บทที่ 48 โทรศัพท์จากโจวเฟิง

กัวหรงหรงไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าโจ๊กที่ทำจากหม้อไฟฟ้าจะหอมขนาดนี้ แค่ต้มไปได้ครึ่งเดียว กลิ่นข้าวหอมๆ ก็ลอยฟุ้งไปทั้งห้อง ส่วนกู้เหยาก็หั่นไส้กรอกกับผักดองเตรียมไว้เป็นกับข้าว พอโจ๊กสุก สามสาวก็ล้อมวงนั่งกินด้วยกัน—กัวหรงหรงถึงกับซัดแบบไม่เหลือฟอร์ม

“หิวจนจะตายอยู่แล้ว...เยี่ยนซี ที่แท้เธอทำกับข้าวเป็นด้วยเหรอ!”

กู้เหยาก็ยกนิ้วโป้งให้หลี่เยี่ยนซีแบบเต็มใจ

“มันก็แค่ต้มรวมๆ กันหมด ไม่มีอะไรยากหรอก พวกเธอนั่นแหละที่เดินมาเหนื่อยนาน พอได้กินเลยรู้สึกอร่อยไง”

หลี่เยี่ยนซีตอบแบบชิลๆ

ระหว่างที่กิน หลี่เยี่ยนซีก็เดินไปดูหน้าต่างแป๊บนึง

ซอมบี้...เพิ่มขึ้นอีกแล้ว

แต่ในมหา’ลัยก็ยังน่าจะมีผู้รอดชีวิตอยู่นะ เพราะในชาติก่อนเธอก็เป็นหนึ่งในคนที่รอดมาได้

ตอนนี้ยังเป็นเช้าวันแรก พวกเธอสามคนอยู่ตรงนี้คงไม่เป็นอะไรไปในทันทีหรอก…

ทันใดนั้น เสียงดนตรีที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น—เสียงกริ่งเข้าเรียนตอน 8 โมงครึ่งของมหา’ลัย แต่ในบรรยากาศเงียบๆ วังเวงๆ ของมหา’ลัยตอนนี้ มันกลับดูหลอนชวนขนลุกสุดๆ

พอกริ่งดังขึ้น ซอมบี้ที่อยู่ชั้นล่างก็เริ่มเคลื่อนตัวไปทางที่เสียงมาจากทันที

“มันไปแล้วเหรอ?”

กู้เหยามองดูฝูงซอมบี้ที่กระจายตัวออกไป แล้วพูดขึ้นด้วยสีหน้าดีใจ

“ไม่ใช่ มันเป็นเพราะเสียง กริ่งเข้าเรียนดึงความสนใจพวกมันออกไป”

กัวหรงหรงที่จ้องตามพวกซอมบี้อย่างจริงจัง ตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งๆ

“งั้นแปลว่า...พวกมันถึงจะกลายเป็นสัตว์ประหลาดไปแล้ว ก็ยังมีจิตใต้สำนึกอยู่เหรอ? ได้ยินกริ่งแล้วก็ยังคิดอยากจะไปเรียนงั้นเหรอ?”

กู้เหยาทำหน้าประทับใจสุดๆ แบบ...พวกนั้นก็คือเพื่อนร่วมรุ่นที่รักการเรียนเหมือนเธอใช่มั้ย!?

“……”

กัวหรงหรงหันมามองเธอแบบพูดไม่ออก คือเธอก็พูดชัดขนาดนั้นแล้วนะ...ยัยนี่คือเข้าใจผิดแบบนี้ได้ไงเนี่ย!?

หลี่เยี่ยนซีก็ทำหน้าปลงๆ คิดว่าจะต้องอธิบายให้เพื่อนร่าเริงของเธอฟังอีกรอบแล้วแหละ แต่จังหวะนั้นเอง—เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

เป็นโจวเฟิงโทรมา

“ฮัลโหลเหล่าโจว ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน?”

หลี่เยี่ยนซีรีบถามทันทีที่รับสาย เธอกลัวว่าเขาจะพูดอะไรบางอย่างแบบที่เคยเขียนในข้อความ เลยรีบตัดบทไปก่อน

ตอนนี้โจวเฟิงยืนอยู่บนดาดฟ้าของโกดังใหญ่ แล้วก็รู้สึกงงเล็กน้อย—ก่อนหน้านี้ไม่ใช่คุณหนูหลี่ส่งข้อความให้เขาไปโกดังเองเหรอ?

แต่ก็นั่นแหละ คิดว่าเธอคงอยากเช็กเฉยๆ ว่าเขามาถึงหรือยัง เลยตอบกลับไปว่า

“ผมอยู่ที่โกดังกลาง ตอนนี้ไม่ใช่ติดอยู่แล้วครับ เอ่อ...คือปลอดภัยดีครับ”

โกดังกลางของบริษัทเถาหลี่เป็นตึกสูงสามชั้น กินพื้นที่ใหญ่มาก เป็นที่เก็บวัตถุดิบและสินค้าทั้งของบริษัทแม่และบริษัทสาขาทั้งหมด

เนื่องจากเป็นโรงงานอาหาร กลัวเรื่องหนูและแมลงจะมาทำลายของในโกดัง ระบบที่นี่เลยเป็นแบบอัตโนมัติหมด ไม่มีพนักงานอยู่ในโกดังเลย—มีก็แค่ฝ่าย รปภ. ที่นั่งดูจอมอนิเตอร์ในห้องควบคุม

ดังนั้น ตอนนี้ทั้งโกดังใหญ่มีแค่เขาคนเดียว…

“แล้วทางนั้นเป็นไงบ้าง? ที่มหา'ลัยเรานี่เต็มไปด้วยพวกสัตว์ประหลาดกินคนเลยนะ…”

น้ำเสียงของหลี่เยี่ยนซีตอนพูดมันแอบสั่นนิดๆ ถึงจะพยายามคุมอารมณ์ให้ดูนิ่งที่สุด แต่โจวเฟิงก็จับได้อยู่ดีว่าเธอแกล้งทำเป็นเข้มแข็ง

“ที่บริษัท…ไม่มีคนปกติแล้วครับ”

ในฐานะมือขวาของหลี่เยี่ยนซี โทรศัพท์ของโจวเฟิงสามารถดูภาพจากกล้องวงจรปิดของแต่ละแผนกได้ตลอด

เขาเห็นทุกอย่าง—แต่แม้จะอยากช่วย ก็ต้องกัดฟันยอมรับตามที่หลี่เยี่ยนซีเคยบอกไว้ เพราะพวกที่โดนกัดหรือโดนข่วนแค่ไม่กี่นาทีต่อมาก็กลายเป็นสัตว์ประหลาดเหมือนกันหมด…

เขาช่วยใครไม่ได้จริงๆ

ดังนั้น ตอนนี้เขาก็รู้สึกโชคดีมาก ที่ตัวเองเลือกมาอยู่ที่โกดังกลาง…

เพราะตรงใต้เท้าที่เขายืนอยู่นั้น—ภายในโรงงานของบริษัทเถาหลี่ ตอนนี้มีฝูงสัตว์ประหลาดหน้าตาคล้ายคน กำลังแหงนหน้ามองเขาอยู่…

ด้วยตาขาวซีดๆ ไร้รูม่านตา…

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 46 ฟังก์ชันกระเป๋า/ บทที่ 47 พลังพิเศษของเธอ/ บทที่ 48 โทรศัพท์จากโจวเฟิง

คัดลอกลิงก์แล้ว