เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 43 ฝึกฝนเวทมนตร์ หอกสายฟ้า

ตอนที่ 43 ฝึกฝนเวทมนตร์ หอกสายฟ้า

ตอนที่ 43 ฝึกฝนเวทมนตร์ หอกสายฟ้า


ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ฉีหลินได้รู้มาว่าพ่อแม่ของเฉินเจาล้วนเป็นวีรชนที่สละชีพอย่างกล้าหาญในศึกป้องกันเมืองเมื่อห้าปีก่อน

ในฐานะลูกของวีรชน นับตั้งแต่นั้นมาเฉินเจาก็ตั้งปณิธานแน่วแน่ว่า โตขึ้นจะต้องสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร เพื่อเป็นทหารแห่งสหพันธ์ผู้ทรงเกียรติเหมือนกับพ่อแม่ เขาจะต่อสู้กับศัตรูจากต่างมิติและปกป้องบ้านเกิดเมืองนอน ซึ่งเพื่อนๆ ในห้องต่างก็รู้เรื่องนี้กันดี

นี่คืออุดมการณ์ และเป็นเป้าหมายสูงสุดของเฉินเจา

"เฮ้!"

จู่ๆ เฉินเจาก็เอาศอกกระทุ้งเอวฉีหลิน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้ว่า "ขอบอกไว้ก่อนเลยนะเว้ย คราวหน้ามุกนี้ใช้ไม่ได้ผลแล้ว ไม่เชื่อก็ลองดูสิ"

"ฉันจะรอดู"

ฉีหลินดึงสติกลับมา ยิ้มตอบกลับไปประโยคหนึ่ง ก่อนที่ทั้งคู่จะยืนตัวตรง เตรียมรับฟังคำวิจารณ์จากครูผู้สอน

ในแต่ละลานประลองฝึกซ้อมจะมีอุปกรณ์บันทึกวิดีโอติดตั้งอยู่ เพื่อใช้บันทึกภาพการต่อสู้ และครูจะใช้มันประกอบการวิจารณ์ ก็แน่ล่ะ ถ้าไม่ชี้ให้เห็นข้อผิดพลาด แล้วมันจะเกิดการพัฒนาได้ยังไง?

"หืม?"

ครูหวังเปิดวิดีโอในแท็บเล็ต ดูไปได้ไม่ถึงเจ็ดวินาที ก็ชี้ไปที่ฉีหลินในจอแล้วพูดว่า

"ฉีหลิน ดูตรงนี้นะ จังหวะก้าวเท้าของเธอ ท่าฟันดาบแบบก้าวเท้ายาวๆ ท่านี้ จริงๆ ตัวเทคนิคกระบวนท่าไม่ได้มีปัญหาอะไร แถมยังดูคล้ายสไตล์ของกอร์ดอน เดวิด เมื่อก่อนด้วยซ้ำ แต่ปัญหามันอยู่ที่จังหวะการใช้มันไม่เหมาะสม เพราะตอนนั้นระยะห่างของเฉินเจาที่อยู่ตรงหน้าเธอมันยัง..."

"กริ๊งงง!"

ยังพูดไม่ทันจบ เสียงออดหมดเวลาคาบแรกก็ดังขึ้น

แต่นักเรียนส่วนใหญ่ในห้องฝึกซ้อมก็ไม่ได้สนใจอะไร ยังคงจับคู่ฝึกซ้อมกันต่อไป

ก็เพราะวิชาเฉพาะสายพลังมันเป็นการเรียนแบบต่อเนื่องยาวๆ ไม่มีพักเบรกกลางคัน การเรียนการสอนจะยิงยาวตั้งแต่เช้าจรดเที่ยงเลย

แต่สำหรับฉีหลินนั้นต่างออกไป

"คาบสามกับคาบสี่ เธอต้องไปที่ห้องฝึกเวทมนตร์ต่อใช่ไหม?"

ครูหวังหันมาถามฉีหลิน

"ใช่ครับ" ฉีหลินตอบตามตรง

"โอเค ไปเถอะ"

ครูหวังพยักหน้า จากนั้นก็หันกลับไปวิจารณ์การต่อสู้ระหว่างฉีหลินกับเฉินเจาต่อ เพื่อชี้ให้เห็นถึงจุดบกพร่องในวิชาดาบของทั้งคู่

เวลาในคลาสวิชาดาบค่อยๆ ผ่านไปทีละนิด...

……

……

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

ณ ห้องฝึกเวทมนตร์

ฉีหลินที่เพิ่งจบจากคลาสวิชาดาบผลักประตูเดินเข้ามา

"ฉีหลิน ในที่สุดนายก็มาสักที!!"

ทันทีที่บานประตูเปิดออก กลิ่นหอมหวนก็ลอยมาเตะจมูก ตามมาด้วยร่างนุ่มนิ่มที่โผเข้าสู่อ้อมกอด— อิเลน่าเขย่งปลายเท้า ยกแขนคล้องคอฉีหลิน แล้วโอบกอดเขาไว้อย่างแนบแน่น

ภาพบาดตาบาดใจนี้ ทำเอาพวกนักเรียนชายหญิงในห้องฝึกซ้อมพากันกัดฟันกรอดด้วยความหมั่นไส้ปนอิจฉา

"ทำไมไอ้หมอนี่ถึงกล้ามีความรักในวัยเรียนแบบออกหน้าออกตาขนาดนี้วะเนี่ย?"

"สมองเสื่อมหรือไง? อิเลน่าเป็นซัคคิวบัส ตามกฎหมายสหพันธ์แล้ว ยัยนั่นไม่มีสิทธิมนุษยชนเว้ย มีสถานะเป็นแค่สัตว์เลี้ยงของฉีหลินเท่านั้นแหละ แกจะจู๋จี๋กับสัตว์เลี้ยงในโรงเรียน ก็ไม่มีใครเขามาสนหรอก"

"ไม่เหมือนกันเว้ย ปีศาจที่ทำพันธสัญญาของผู้อัญเชิญปีศาจ ก็มีสิทธิและหน้าที่บางส่วนเทียบเท่าพลเมืองสหพันธ์เหมือนกัน ไม่ได้ถือเป็นสัตว์เลี้ยงร้อยเปอร์เซ็นต์ซะหน่อย เอ็งรู้ไม่จริงก็อย่ามามั่วกฎหมายแถวนี้ดิวะ เดี๋ยวคนอื่นก็เข้าใจผิดหมด"

"เอ๊า มันก็ความหมายคล้ายๆ กันนั่นแหละวะ"

"จิ๊! ดูดิ พวกนั้นยังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่เลย อิจฉาตาร้อนจะแย่แล้วเว้ย"

"เห็นแล้วก็ขัดหูลูกตาชะมัด แต่จะไปหาเรื่องก็สู้มันไม่ได้อีก โคตรหงุดหงิดเลย แม่งเอ๊ย!"

"ฉันล่ะยอมใจเลยจริงๆ เมื่อก่อนเดวิดก็ไม่เห็นจะสนใจเรื่องรักๆ ใคร่ๆ แต่ฉีหลินในตอนนี้ดันมีซัคคิวบัสสุดยั่วสวาทอยู่ข้างกาย ทำไมการหาแฟนหล่อๆ ไว้ควงอวดคนอื่นมันถึงได้ยากเย็นขนาดนี้นะ?!"

"อะ แฮ่ม... งั้น เธอว่าฉันพอจะ..."

"ไสหัวไปไกลๆ เลย!"

"..."

เสียงซุบซิบนินทาดังระงมไปทั่วห้องฝึกเวทมนตร์

"พอได้แล้ว"

ฉีหลินจับอิเลน่าที่เกาะหนึบเป็นลูกลิงแยกออกจากตัวอย่างจนใจ

"บอกตั้งหลายครั้งแล้วไงว่าทำแบบนี้มันไม่เหมาะ ช่วยดูสถานที่หน่อยได้ไหม?"

"ครูวินนี่บอกว่าทำได้นี่นา"

อิเลน่ากะพริบตาสีชมพูกลมโต ทำหน้าตาใสซื่อบริสุทธิ์พลางยกมือชี้ไปทางครูสอนเวทมนตร์ที่อยู่อีกฝั่ง

เธอเป็นครูสาวชาวผิวขาวที่ทั้งยังสาวและสวย หุ่นเป๊ะปัง การแต่งตัวก็ดูแฟชั่นจ๋า ตอนนี้เธอกำลังยืนมองเขากับอิเลน่าด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า

"แหม ช่างเป็นภาพที่งดงามอะไรเช่นนี้ ทำเอาครูนึกถึงสมัยเรียนมัธยมปลายเลยล่ะ นี่สิถึงจะเรียกว่าวัยรุ่นของแท้"

"..."

ฉีหลินถึงกับไปไม่เป็น

ครูคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องคลั่งรักจนรู้กันทั้งโรงเรียน เธอเคยเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยที่เดียวกับครูเย่เซิน ตามจีบเขามาตั้งหลายปีก็ยังไม่ติด สุดท้ายถึงขั้นตามเย่เซินมาเป็นครูที่มัธยมรุ่งอรุณแห่งที่สามด้วยซ้ำ

เย่เซินมักจะบ่นเสมอว่าตัวเองโสด แล้วก็ชอบใช้ให้นักเรียนไปแนะนำพี่สาวสวยๆ ให้เขาหน่อย

แต่ในความเป็นจริง ไอ้หนุ่มหล่อลากไส้คนนี้ ไม่ว่าจะในหรือนอกโรงเรียน ก็มีผู้หญิงตามจีบเป็นพรวน แค่ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่เคยตกลงคบกับใครเป็นตัวเป็นตนสักที

นักเรียนบางคนก็เม้าท์ว่า เย่เซินนอกจากจะชอบย้อมผมเขียวแล้ว ยังเคยโดนสวมเขา(หมวกเขียว)มาก่อน ก็เลยกลายเป็นปมในใจ

บางคนก็บอกว่า จริงๆ แล้วเย่เซินนกเขาไม่ขันก็เลยเอาแต่คุยโวแต่ไม่ยอมมีแฟนจริงๆ

แถมยังมีคนบอกอีกว่า เป็นทั้งสองอย่างนั่นแหละ และไอ้อย่างหลังเนี่ยแหละที่เป็นต้นเหตุของอย่างแรก...

"เอาล่ะๆ พวกเรามาฝึกเวทมนตร์สายฟ้ากันต่อดีกว่าจ้ะ"

ตอนนั้นเอง ครูวินนี่ก็ปรบมือแปะๆ แล้วยิ้มหวานส่งให้นักเรียนทุกคน

"สองคาบแรก พวกเราทบทวนการใช้เวทมนตร์สายน้ำแข็งกันไปแล้ว งั้นสองคาบนี้ เรามาเริ่มฝึกเวทสายฟ้ากันเถอะ เริ่มจากเวทหอกสายฟ้าใครอยากจะออกมาโชว์เป็นคนแรกจ๊ะ?"

"..."

ทุกคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่มีใครอยากจะเสนอหน้าเป็นหน่วยกล้าตาย

แม้แต่ ซ่งจวิ้นต๋า กับ จูเลียน่า ลุยซ่า ที่เป็นจอมเวทคลาสหนึ่ง ก็ยังไม่กล้าอาสา

นั่นก็เพราะเวทมนตร์ใหม่บทนี้ พวกเขาเพิ่งจะเรียนกันไปเมื่อสองวันก่อน ตอนนี้ยังใช้ไม่ค่อยจะคล่องเลย ขืนออกไปมีหวังได้หน้าแตกแหกหมอไม่รับชัวร์

"สองคาบแรกพวกเธอฝึกเวทน้ำแข็งบทไหนไปบ้างเหรอ?"

ฉีหลินที่ยืนเนียนอยู่ในกลุ่มนักเรียน กระซิบถามอิเลน่าที่อยู่ข้างๆ

การที่เขาต้องสลับคลาสเรียนเวทกับดาบแบบนี้ ทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพลาดเนื้อหาการฝึกบางส่วนไป แต่มันก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ท้ายที่สุดแล้ว สายพลังที่สามารถฝึกควบคู่ทั้งเวทและดาบได้มันมีน้อยมาก โรงเรียนไม่มีทางยอมเปิดคลาสเรียนพิเศษสำหรับคนกลุ่มน้อยแบบนี้หรอก

อันที่จริง จะเรียกว่ากลุ่มน้อยก็คงไม่ถูก

เพราะในโรงเรียนมัธยมรุ่งอรุณแห่งที่สามตอนนี้ นักเรียนที่ยืนยันแน่ชัดว่าจะเดินเส้นทางสายคู่เวทและดาบ มีแค่ฉีหลินเพียงคนเดียวเท่านั้น

"เวทศรน้ำแข็ง เวทโล่น้ำแข็ง แล้วก็เวทเยือกแข็ง"

อิเลน่ายกนิ้วนับทีละนิ้ว แล้วกระซิบตอบคำถามของฉีหลิน

"อ้อ"

ฉีหลินพยักหน้าเบาๆ

ในบรรดาสามบทนี้ เขาไม่ค่อยชอบใช้เวทศรน้ำแข็งกับเวทเยือกแข็งเท่าไหร่ รู้สึกว่าพลังทำลายล้างของสองบทนี้มันเบาหวิวเกินไป

ส่วนเวทโล่น้ำแข็งน่ะเหรอ?

เขาตั้งใจกับเวทป้องกันบทนี้มากที่สุด ทุ่มเทเวลาฝึกซ้อมไปตั้งเยอะ จนถึงตอนนี้ ทักษะการใช้เวทโล่น้ำแข็งของเขาถือเป็นอันดับหนึ่งของโรงเรียน เรียกได้ว่าเป็นเวทที่ถนัดที่สุดเลยก็ว่าได้...

"นักเรียนฉีหลินจ๊ะ?"

จู่ๆ ครูวินนี่ก็เรียกชื่อเขาขึ้นมา

"หือ?"

ฉีหลินหันไปมองหน้างงๆ

"ขึ้นมาสิจ๊ะ"

ครูวินนี่ยิ้มแล้วกระดิกนิ้วเรียกเขา

"ครูพูดอยู่ข้างบน แล้วเธอก็ไปซุบซิบอยู่ข้างล่างงั้นเหรอ? ถ้างั้นสู้ครูลงไปดูข้างล่าง แล้วให้เธอขึ้นมาโชว์การใช้เวทหอกสายฟ้าข้างบนนี้ไม่ดีกว่าเหรอจ๊ะ"

"ได้ครับ"

ฉีหลินพยักหน้า ก่อนจะเดินออกไปยืนข้างครูวินนี่ท่ามกลางสายตาจับจ้องของเพื่อนร่วมชั้น

ถึงเวทหอกสายฟ้าบทนี้จะเพิ่งเรียนไปเมื่อสองวันก่อน แต่เขาก็เรียนรู้ได้เร็วมาก— ดูเหมือนเขาจะเข้ากันได้ดีกับเวทมนตร์สายฟ้าสุดๆ

"เปรี๊ยะๆ!"

ฉีหลินใช้มือซ้ายจับข้อมือขวาไว้ ในขณะเดียวกันก็กางนิ้วทั้งห้าของมือขวาออก ประกายสายฟ้าค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นเส้นสายแล่นพล่านอยู่กลางฝ่ามือ

"นั่นมันท่าร่ายเวทแบบไหนวะน่ะ?"

"เหมือนเขาจะไม่ได้ร่ายคาถาเลยนะ"

"ทำได้ไงวะ?"

เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เพื่อนนักเรียนหลายคนก็อดไม่ได้ที่จะตั้งคำถาม

จบบทที่ ตอนที่ 43 ฝึกฝนเวทมนตร์ หอกสายฟ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว