เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35 การแข่งขันในค่ายฤดูหนาว

ตอนที่ 35 การแข่งขันในค่ายฤดูหนาว

ตอนที่ 35 การแข่งขันในค่ายฤดูหนาว


"ลูกพี่รู้เรื่องค่ายฤดูหนาวรุ่งอรุณไหม?"

ซ่งจวิ้นต๋าถาม

"รู้สิ" ฉีหลินพยักหน้า

"ฉันยังมีบัตรเชิญอยู่ในมือใบหนึ่งเลย... แล้วก็ เลิกเรียกฉันว่าลูกพี่ได้แล้ว"

"ลูกพี่ได้บัตรเชิญล่วงหน้าเหรอ?" ซ่งจวิ้นต๋าชะงักไป

"ได้ไงเนี่ย? กรุ๊ปลู่ยังไม่เริ่มแจกเลยนะ ลูกพี่ได้มาแล้วเหรอ?"

"กรุ๊ปลู่?"

ฉีหลินได้ยินชื่อนี้ก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็นึกขึ้นได้

"นายหมายถึงบริษัทอสังหาริมทรัพย์กรุ๊ปลู่น่ะเหรอ? แล้วที่นายบอกว่ากรุ๊ปลู่ยังไม่เริ่มแจก หมายความว่าไง? ไอ้ของพรรค์นี้เขาแจกฟรีกันด้วยเหรอ?!"

"เขาเป็นคนแจกแหละ แต่ก็เรียกได้ไม่เต็มปากหรอกว่าฟรี"

ซ่งจวิ้นต๋าจิบน้ำมะนาว แล้วอธิบายต่อ

"ผมไม่รู้ว่าลูกพี่รู้หรือเปล่า แต่พวกกรุ๊ปลู่น่ะ... อืม เบื้องหลังไม่ได้สะอาดนักหรอก

ที่กรุ๊ปลู่ผงาดขึ้นมาเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่งของเมืองรุ่งอรุณเราได้ ส่วนใหญ่ก็พึ่งพาวิธีการที่ค่อนข้างรุนแรงนั่นแหละ

เพราะงั้น เพื่อเฟ้นหาผู้ใช้พลังเหนือมนุษย์ที่มีวิธีรุนแรงมาร่วมงานให้มากขึ้น กรุ๊ปลู่ก็เลยเริ่มจัดค่ายฤดูหนาวรุ่งอรุณมาตั้งแต่สามปีก่อน โดยเชิญผู้ใช้พลังเหนือมนุษย์ระดับสูงมาเป็นติวเตอร์ คอยชี้แนะเนื้อหาด้านการต่อสู้จริงให้กับผู้เข้าร่วมค่าย

ตามธรรมเนียมแล้ว พอใกล้ถึงช่วงปิดเทอมฤดูหนาว กรุ๊ปลู่จะส่งข้อความหานักเรียนมัธยมปลายปีสามในเมืองรุ่งอรุณที่ก้าวเข้าสู่คลาสหนึ่งทุกคน เพื่อเชิญพวกเราไปเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของบริษัท

จากนั้นระหว่างการเยี่ยมชม พวกเขาก็จะพูดถึงเรื่องค่ายฤดูหนาว

สิทธิ์ในการเข้าร่วมค่ายฤดูหนาวน่ะ มีการตั้งราคาไว้ชัดเจนเลย โควตาละ 100,000 เหรียญ

แต่ก็มีอีกทางที่ไม่ต้องเสียเงินเหมือนกัน

ขอแค่นายเซ็นสัญญากับพวกเขา รับปากว่าหลังจากเรียนจบมัธยมปลาย หรือจบมหาวิทยาลัยแล้ว จะมาทำงานกับกรุ๊ปลู่ นายก็จะได้บัตรเชิญเข้าค่ายฤดูหนาวไปแบบฟรีๆ

แต่ส่วนตัวผมคิดว่า นั่นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเท่าไหร่นะ

อ้อ จริงสิ พูดถึงเรื่องนี้..."

ซ่งจวิ้นต๋ามองฉีหลินอย่างคลางแคลงใจ

"เมื่อกี้ลูกพี่บอกว่ามีบัตรเชิญอยู่ในมือใบหนึ่ง? ของปีนี้เหรอ? ลูกพี่ไปเอามาจากไหนน่ะ?"

"คนอื่นให้มาน่ะ"

ฉีหลินตอบเสียงเรียบ

"อ้อ"

ซ่งจวิ้นต๋าไม่ได้เซ้าซี้ถามต่อ เพียงแต่ยิ้มและพยักหน้า

"ดูเหมือนว่าเส้นสายของลูกพี่จะไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย เท่าที่ผมรู้มา คนที่ได้บัตรเชิญล่วงหน้าในเวลานี้ได้ ถ้าไม่รวยล้นฟ้าก็ต้องเป็นคนใหญ่คนโตในเมืองรุ่งอรุณของเราทั้งนั้นแหละ"

"นายยังเล่าไม่จบเลย" ฉีหลินท้วง

"ยังไม่จบเหรอ? อ้อ!"

ซ่งจวิ้นต๋าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกถึงหัวข้อสนทนาตอนต้นขึ้นมาได้

"ค่ายฤดูหนาวรุ่งอรุณที่กรุ๊ปลู่จัดขึ้นน่ะ เปิดรับนักเรียนจากสามโรงเรียนมัธยมปลายชั้นนำของเมืองรุ่งอรุณเรา ในเมื่อมีนักเรียนต่างโรงเรียนมาร่วมด้วย มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายแข่งขันกัน

ช่วงสองปีแรก การแข่งขันแบบนี้เป็นแค่เรื่องที่นักเรียนจากทั้งสามโรงเรียนจับกลุ่มแข่งกันเองเท่านั้น

แต่พอมาปีที่แล้ว กรุ๊ปลู่ดันเอาจริงเอาจังเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาซะงั้น

ค่ายฤดูหนาวปีที่แล้ว มีภารกิจอยู่สองสามอย่างที่เป็นการแข่งแบบทีม สามโรงเรียนก็คือสามทีม แข่งขันกันเอง

ในสถานการณ์แบบนั้น แต่ละโรงเรียนก็ค่อยๆ มีผู้นำของตัวเองขึ้นมา ชื่อตำแหน่งฟังดูยิ่งใหญ่ แต่ความจริงก็ความหมายเดียวกับคำว่ากัปตันทีมนั่นแหละ พวกเขาคือตัวหลักที่เก่งที่สุดที่คอยนำทีมนักเรียนของโรงเรียนตัวเองไปปะทะกับอีกสองโรงเรียน และในขณะเดียวกันก็เป็นหนามยอกอกของอีกสองโรงเรียนด้วย

ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ขอแค่ลูกพี่ไปเข้าร่วมค่ายฤดูหนาว ภารกิจผู้นำของมัธยมรุ่งอรุณแห่งที่สามเราก็จะต้องเป็นลูกพี่อย่างแน่นอน"

"ภารกิจ?"

ฉีหลินขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยถาม "ต้องทำภารกิจให้สำเร็จถึงจะได้คะแนนสะสมใช่ไหม?"

"ใช่ แต่ของที่ได้จากการทำภารกิจสำเร็จ ไม่ได้มีแค่คะแนนสะสมหรอกนะ"

ซ่งจวิ้นต๋ายิ้มแล้วพูดต่อ "ยังมีเงินด้วย พอค่ายฤดูหนาว 10 วันจบลง กรุ๊ปลู่จะแจกเงินรางวัลตามอันดับคะแนนรวมของผู้เข้าร่วมค่าย อันดับหนึ่ง 200,000 เหรียญ อันดับสอง 150,000 เหรียญ อันดับสาม 100,000 เหรียญ และนอกจากนั้น ในระหว่างที่อยู่ในค่าย ภารกิจย่อยแต่ละอัน... หรือจะเรียกว่าการสอบย่อยก็ได้ ล้วนมีเงินรางวัลให้ทั้งนั้น มีตั้งแต่หนึ่งพันไปจนถึงหนึ่งหมื่นเหรียญ คนที่ได้คะแนนอันดับหนึ่งปีที่แล้วน่ะ กวาดเงินกลับบ้านไปทั้งหมดตั้ง 368,000 เหรียญเลยนะ"

"..."

ฉีหลินนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ จมดิ่งสู่ห้วงความคิด

แม่งเอ๊ย ค่ายฤดูหนาวนี่มันเย้ายวนใจชะมัด!

เขาจำได้ว่าราชินีแมลงในห้องทดลองของครูเย่เซิน ราคาตลาดก็ตกตัวละ 300,000 เหรียญเข้าไปแล้ว...

"หน้าที่ของผู้นำมีอะไรบ้างล่ะ?"

ฉีหลินถามต่อ

"สู้ครับ"

ซ่งจวิ้นต๋ากำหมัดขวาแน่น "ภารกิจของค่ายฤดูหนาวในแต่ละปีจะแตกต่างกันออกไป เพราะงั้นผมเลยไม่รู้ว่าปีนี้จะมีภารกิจแบบทีมอะไรบ้าง แต่ผมกล้ารับประกันเลยว่าศึกชิงจ้าวเวทีสามสถาบันจะต้องมีขึ้นแน่ๆ

ตามกฎของปีที่แล้ว แต่ละโรงเรียนจะต้องส่งตัวแทนสามคนขึ้นไปประลองบนเวที ลูกพี่สามารถลงสมัครเป็นเจ้าเวทีได้นะ

เจ้าเวทีจะต้องขึ้นเวทีเป็นคนแรก ทุกครั้งที่เอาชนะคู่ต่อสู้ได้ จะได้รับคะแนนสะสมสามเท่า แต่มีข้อแม้ว่าต้องยืนหยัดเป็นคนสุดท้ายและล้มคู่ต่อสู้ทุกคนให้ได้ ถึงจะกวาดคะแนนทั้งหมดนั้นกลับไปได้รวดเดียว

สำหรับผู้เข้าแข่งขันทั่วไป ก็จะนับกันแบบตาต่อตา เอาชนะคู่ต่อสู้ได้หนึ่งคน ก็จะได้คะแนนส่วนตัวกับคะแนนทีมไปหนึ่งรอบ

ตอนคิดคะแนนสุดท้าย โรงเรียนที่ได้คะแนนทีมเยอะที่สุด จะเป็นผู้ชนะในศึกชิงจ้าวเวทีครั้งนี้ และนักเรียนทุกคนในโรงเรียนนั้นจะได้รับเงินรางวัลไปแบ่งกัน

ส่วนตัวแทนแข่งขันทั้งสามคนนั้น นอกจากเงินก้อนนี้แล้ว ยังจะได้รับเงินรางวัลพิเศษเพิ่มอีกก้อนหนึ่ง ซึ่งจะคำนวณจากคะแนนส่วนตัวบนเวที ตีเป็นเรทว่าหนึ่งคะแนนเท่ากับเงินกี่เหรียญอะไรทำนองนั้น

เจ้าเวทีปีที่แล้วเป็นเด็กจากมัธยมรุ่งอรุณแห่งที่หนึ่ง หมอนั่นยืนหยัดจนถึงคนสุดท้ายได้สำเร็จ แค่ภารกิจบนเวทีอย่างเดียว ก็ฟาดเงินไปตั้ง 80,000 กว่าเหรียญแล้ว!

เพราะงั้น ความรับผิดชอบของผู้นำ เอาเข้าจริงก็คือการสู้นั่นแหละ!"

ซ่งจวิ้นต๋ามองฉีหลินอย่างจริงจัง น้ำเสียงหนักแน่นทรงพลัง

"เมื่อถึงเวลาศึกชิงจ้าวเวทีสามสถาบัน ผู้นำจะถอยไม่ได้เด็ดขาด ขืนเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป รุ่นน้องมัธยมรุ่งอรุณแห่งที่สามของเราคงไม่มีหน้าไปพบใครแน่ๆ"

"อ้อ..."

ฉีหลินพยักหน้า

พูดกันตามตรง เขาไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันอะไรกับโรงเรียนมัธยมรุ่งอรุณแห่งที่สามเลยสักนิด ก็แหงล่ะ เพิ่งจะทะลุมิติมาได้ไม่นานนี่นา

ส่วนความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมน่ะเหรอ?

ไอ้หนุ่มนั่นวันๆ เอาแต่โดนพวกเวรโทมัสรังแกอยู่ที่โรงเรียน จะไปมีความรู้สึกผูกพันบ้าบออะไรได้ล่ะ

แต่ ช่างหัวความผูกพันไร้สาระนั่นไปเถอะ

เรื่องพรรค์นี้มันเกี่ยวกับความผูกพันซะที่ไหนล่ะ?

มันเป็นเรื่องของเงินต่างหากโว้ย!

คะแนนสะสมในค่ายฤดูหนาวก็เท่ากับเงิน!

และสิ่งที่ฉีหลินขาดแคลนมากที่สุดในตอนนี้ ก็คือเงิน!!

"ฉันเข้าใจแล้ว"

ฉีหลินตบไหล่ซ่งจวิ้นต๋าเบาๆ พร้อมกับคลี่ยิ้ม

"อีกหนึ่งเดือนในค่ายฤดูหนาว ฉันจะพยายามรับผิดชอบหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด เพื่อเงิ... อะแฮ่ม เพื่อเกียรติยศของมัธยมรุ่งอรุณแห่งที่สามของเรา!"

"ลูกพี่ ผมจะสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับลูกพี่เอง!"

ซ่งจวิ้นต๋าพยักหน้าแรงๆ แววตาเปี่ยมไปด้วยความฮึกเหิมและคาดหวัง

"เมื่อสองอาทิตย์ก่อน ผมคิดว่าลูกพี่ไม่มีทางสู้เดวิดได้แน่ๆ ผมคิดว่าลูกพี่จะต้องแพ้ยับเยิน แต่สุดท้ายลูกพี่ก็ใช้ความจริงตบหน้าผมฉาดใหญ่ และตอนนี้ ผมก็คิดว่ามัธยมรุ่งอรุณแห่งที่สามของเราคงจะต้องแพ้หลุดลุ่ยในค่ายฤดูหนาวเหมือนกัน แต่! แต่ผมหวังว่า ครั้งนี้ลูกพี่จะใช้ความจริงมาตบหน้าผมอีกครั้ง! ผม..."

"อะแฮ่ม! ฮัลโหล? เทสต์?"

จู่ๆ ก็มีเสียงทดสอบไมค์ดังมาจากลำโพงกระจายเสียง ฟังปุ๊บก็รู้เลยว่าเป็นเสียงของผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการอูลิสต์อะไรนั่น

"เรียนท่านผู้บริหาร คณะครูอาจารย์ และนักเรียนทุกคน อรุณสวัสดิ์!"

"เนื่องจากเหตุผลบางประการ การสอบภาคปฏิบัติของเราเมื่อวันศุกร์ที่แล้วจึงต้องหยุดชะงักลง รายละเอียดต่างๆ ผมได้ชี้แจงไปแล้วตอนเข้าแถวเคารพธงชาติเมื่อเช้า ตอนนี้ผมจะไม่ขอพูดซ้ำอีก"

"สรุปก็คือ การสอบจะดำเนินต่อไป"

"และตอนนี้ ขอเชิญนักเรียนผู้เข้าสอบคู่ที่สอง!"

"อีแวนส์ เจฟฟรีย์!"

"และ... ลู่ทิงเสวี่ย!"

"โอ้!!!"

สิ้นเสียงประกาศจากลำโพง เสียงโห่ร้องเชียร์ดังกระหึ่มราวกับคลื่นยักษ์ก็ดังมาจากโซนที่นั่งคนดู บรรดานักเรียนต่างแสดงอารมณ์ร่วมอย่างเร่าร้อน เพื่อต้อนรับผู้เข้าสอบทั้งสองที่กำลังจะก้าวเข้าสู่สนามประลอง

ฉีหลินยังคงไม่ค่อยชินกับบรรยากาศการสอบที่เหมือนการแข่งมวยปล้ำแบบนี้สักเท่าไหร่ แต่ก็ทำได้แค่พยายามปรับตัวให้ชิน

"เรื่องค่ายฤดูหนาว เอาไว้ใกล้ๆ ค่อยว่ากันอีกทีก็แล้วกัน"

ซ่งจวิ้นต๋ายิ้มพลางมองไปที่เวทีประลอง บนใบหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง

"เสี่ยวเสวี่ยจะขึ้นเวทีแล้ว!"

เสี่ยวเสวี่ย?

ลู่ทิงเสวี่ย?

กรุ๊ปลู่?

ฉีหลินนึกถึงยัยคุณหนูบ้านรวยคนนั้นขึ้นมา จึงอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"เอ่อ ซ่งจวิ้นต๋า? นามสกุลลู่ของลู่ทิงเสวี่ย กับคำว่าลู่ของบริษัทกรุ๊ปลู่เนี่ย มันมีความเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า?"

จบบทที่ ตอนที่ 35 การแข่งขันในค่ายฤดูหนาว

คัดลอกลิงก์แล้ว