เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 34 ผู้นำคนใหม่ของโรงเรียนมัธยมรุ่งอรุณแห่งที่สาม?

ตอนที่ 34 ผู้นำคนใหม่ของโรงเรียนมัธยมรุ่งอรุณแห่งที่สาม?

ตอนที่ 34 ผู้นำคนใหม่ของโรงเรียนมัธยมรุ่งอรุณแห่งที่สาม?


เวลาผ่านไปทีละน้อย

และแล้วก็ถึงเวลาที่ราชินีแมลงเรืองแสงเริ่มวางไข่ ฉีหลินก็ทำหน้าที่เก็บไข่ ฆ่าไข่ ฟาร์มมอนสเตอร์สะสมค่าประสบการณ์ไปตามปกติ

ส่วนลู่ทิงเสวี่ยที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม ก็ยื่นมือไปเหนือตัวราชินีแมลงเรืองแสง ปล่อยควันสีม่วงดำออกมาจากฝ่ามือ ค่อยๆ ซึมซาบเข้าไปในตัวราชินีแมลงเรืองแสงอย่างช้าๆ... นี่คงจะเป็นการรักษาอย่างที่ครูเย่เซินว่าไว้ล่ะมั้ง

"ช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมว่าทำอะไรอยู่น่ะ?"

ฉีหลินอดไม่ได้ที่จะถาม

"เสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกายไง"

ลู่ทิงเสวี่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "พวกเราจอมยุทธ์อสูร สามารถรวบรวมพลังงานที่เรียกว่าพลังอสูรได้ สำหรับสิ่งมีชีวิตจากต่างมิติส่วนใหญ่ พลังงานชนิดนี้สามารถทำหน้าที่เสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกายได้

"ครูเย่เซินเชื่อว่า การฉีดพลังอสูรเข้าไปในตัวราชินีแมลงเรืองแสง จะช่วยรักษาอาการอ่อนแอของมันได้ แต่เรื่องแบบนี้จะใจร้อนไม่ได้หรอกนะ วันหนึ่งๆ ทำแค่เสริมความแข็งแกร่งให้มันเบาๆ สักครึ่งชั่วโมงตอนที่มันวางไข่ก็พอแล้วล่ะ เพราะงั้นเดี๋ยวฉันก็น่าจะกลับก่อนนายนะ"

"อ้อ โอเค"

ฉีหลินพยักหน้าเบาๆ แล้วเงียบไป ก้มหน้าก้มตาฟาร์มมอนสเตอร์ต่อ

……

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

ลู่ทิงเสวี่ยก็หยุดมืออย่างตรงเวลา เลิกปล่อยพลังอสูร

แต่เธอไม่ได้รีบกลับในทันที กลับไปหยิบแหนบมาคีบลูกแมลงเรืองแสงสองสามตัวใส่ลงในบีกเกอร์

"ฉันขอเอาไปเล่นสักสองสามตัวได้ไหม?"

ลู่ทิงเสวี่ยถือบีกเกอร์มองมาที่ฉีหลิน

"...เธอก็จับไปแล้วนี่"

ฉีหลินพูดไม่ออกไปชั่วขณะ แต่ก็ตอบกลับไปว่า "อยากเล่นก็เล่นไปเถอะ แมลงพวกนี้มีเป็นพันๆ ตัว ตายไปสักสองสามตัวก็ไม่เป็นไรหรอก แต่อย่าทิ้งเรี่ยราดล่ะ เดี๋ยวเล่นเสร็จก็บี้มันให้ตาย แล้วทิ้งลงถังขยะสำหรับทิ้งซากแมลงตรงนู้นก็พอ"

"ได้เลย"

ลู่ทิงเสวี่ยเดินไปอีกฝั่งทันที

เธอหาโต๊ะนั่งลง แล้วใช้ปลายแหนบเขี่ยลูกแมลงเรืองแสงในบีกเกอร์เล่นอย่างสนุกสนาน

ผ่านไปหลายนาที เด็กสาวก็ยังคงเล่นอย่างเพลิดเพลิน

แต่พวกแมลงน่ะสิจะทนไม่ไหวเอา

แมลงบางตัวหัวหลุด บางตัวขาหัก บางตัวหนวดขาด แสงสีฟ้าบนหลังที่เคยเรืองแสงก็ดับวูบลง ตอนนี้แต่ละตัวนอนตายซากอยู่ก้นบีกเกอร์ ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย

"จิ๊ น่าเบื่อจัง"

ลู่ทิงเสวี่ยหรี่ตาลง ใช้มือซ้ายเท้าคาง มือขวาถือแหนบจัดการชำแหละแมลงพวกนี้ทีละตัว จากนั้นก็ถือบีกเกอร์เดินไปที่ถังขยะสำหรับทิ้งซากแมลง เทเศษซากแมลงเรืองแสงทั้งหมดทิ้งลงไปรวดเดียว

จากนั้นเธอก็ล้างทำความสะอาดและเก็บแหนบกับบีกเกอร์เข้าที่ ก่อนจะสะพายกระเป๋าใบเล็กสีฟ้าของตัวเอง เดินตรงไปที่ประตูห้องทดลอง

"ฉีหลิน ฉันไปก่อนนะ"

"โอเค"

ฉีหลินหันหลังให้เธอ จดจ่ออยู่กับการฆ่าแมลงฟาร์มมอนสเตอร์ ตอบรับโดยไม่หันกลับไปมอง

……

เวลา 01:03 น.

ราชินีแมลงเรืองแสงหยุดวางไข่อย่างสมบูรณ์

และจากการคำนวณของฉีหลิน คืนนี้ราชินีแมลงเรืองแสงวางไข่ไปทั้งหมดพันกว่าฟอง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเมื่อหลายวันก่อนอย่างเห็นได้ชัด พิสูจน์ให้เห็นว่าแผนการรักษาของครูเย่เซินนั้นประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

แน่นอนว่าฉีหลินย่อมดีใจ

เพราะตามอัตราส่วนเก็บสิบฆ่าเจ็ด คืนนี้เขาก็ฆ่าลูกแมลงไปได้ตั้งเจ็ดร้อยกว่าตัว ได้รับค่าประสบการณ์มาเจ็ดร้อยกว่าแต้ม พอบวกกับค่าประสบการณ์ที่สะสมไว้ เขาก็สามารถอัปเลเวลได้อีกแล้ว

【ค่าประสบการณ์ (EXP): 1486/1100】

【คุณสามารถทำการอัปเลเวลได้แล้ว!】

"อัปเลเวล"

【อัปเลเวลสำเร็จ!】

【แต้มสเตตัสคงเหลือ: 1】

——

【ค่าประสบการณ์ (EXP): 386/1200】

——

"อืม..."

ฉีหลินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจอัปแต้มสเตตัส 1 แต้มนี้ไปที่ 【ความแข็งแกร่งทางจิต】

【ความแข็งแกร่งทางจิต: คลาสศูนย์ 3 ดาว → 4 ดาว】

การมีระบบเพิ่มแต้มสเตตัส ทำให้เขาสามารถเป็นสายสมดุลย์ที่เก่งกาจรอบด้านได้ โดยไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการเป็นสายต่อสู้หรือสายเวทเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง

สายต่อสู้กับสายเวท ใครเก่งกว่ากัน?

พูดยากแฮะ

แต่ที่เก่งที่สุดน่ะ ต้องเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของสายต่อสู้บวกสายเวทต่างหากล่ะ

ก่อนหน้านี้ฉีหลินก็คิดไว้ว่า ถ้าจัดการเดวิดได้แล้ว ก็จะรีบอัปสเตตัสสายกายภาพโดยเร็วที่สุด

แต่เมื่อกี้เขาลองคิดดูดีๆ แล้ว... ไม่ใช่สิ ตอนนี้คะแนนสอบภาคทฤษฎีของเขายังไม่ถึงเกณฑ์เลยนี่นา เพราะงั้นเรื่องเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้ ก็คือต้องอัปสเตตัส 【ความแข็งแกร่งทางจิต】 ให้ถึงระดับคลาสศูนย์ 9 ดาวก่อนสิ พอเป็นแบบนี้ ประสิทธิภาพในการเรียนของเขาก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

อีกอย่าง พอ 【ความแข็งแกร่งทางจิต】 สูงขึ้น การเรียนเวทมนตร์หรือฝึกวิทยายุทธ์ก็จะง่ายขึ้นเป็นกอง

"เอาตามนี้แหละ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่"

ฉีหลินลุกขึ้นเก็บของ จากนั้นก็ปิดไฟ และเดินออกจากห้องทดลองไป

ระหว่างทางกลับหอพัก ค่อนข้างเงียบเหงา

ห้องฝึกสมรรถภาพทางกายที่คุ้นเคย ไม่มีแสงไฟสว่างไสวอีกต่อไปแล้ว

บางที... อาจจะเป็นเวลานานเลยล่ะ ที่ห้องฝึกนั้นจะไม่มีไฟสว่างขึ้นมาในตอนตีหนึ่งตีสองอีก

……

……

สองวันถัดมา คือวันเสาร์และวันอาทิตย์

ที่สหพันธ์บลูสตาร์ วันเสาร์ไม่มีการเรียนพิเศษหรอกนะ แม้แต่กับนักเรียนมัธยมปลายปีสามก็เถอะ

แต่ไม่ว่าจะมีเรียนหรือไม่มีเรียน ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการที่ฉีหลินไปฟาร์มมอนสเตอร์ที่ห้องทดลองของครูเย่เซินทุกคืน

ช่วงสองวันมานี้ ลู่ทิงเสวี่ยมาสายไปหลายนาทีเลย แต่ช่างมันเถอะ ครูเย่เซินยังไม่กล้าว่าเธอเลย แล้วประสาอะไรกับฉีหลินล่ะ เขาไม่มีทางไปตำหนิเธอเรื่องมาสายอยู่แล้ว... สรุปคือ เรื่องพวกนี้มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรหรอก

เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือ การฟาร์มมอนสเตอร์สะสมค่าประสบการณ์ต่างหาก!

รวมสองวันนี้ ฉีหลินสะสมค่าประสบการณ์มาได้อีกพันห้าร้อยกว่าแต้ม อัปเลเวลได้สำเร็จอีกครั้ง และเขาก็ยังคงเอาแต้มสเตตัส 1 แต้มนี้ไปอัป 【ความแข็งแกร่งทางจิต】 ต่อไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ในทุกๆ ด้านของตัวเอง

หน้าต่างสถานะของระบบก็เปลี่ยนเป็น:

【ค่าประสบการณ์ (EXP): 723/1300】

【ความแข็งแกร่งทางจิต: คลาสศูนย์ 4 ดาว → 5 ดาว】

จากนั้น ฉีหลินก็ก้าวเข้าสู่สัปดาห์ใหม่

เช้าวันจันทร์ การสอบภาคปฏิบัติดำเนินต่อไป!

โรงยิมที่ถูกโจวอวี่พังยับเยินแน่นอนว่ายังซ่อมไม่เสร็จ ก็เลยต้องย้ายมาสอบกันที่สนามหญ้าแทน โดยให้นักเรียนเอาเก้าอี้มานั่งดูการแข่งขันกันเอาเอง

และนักเรียนคู่ที่สองที่จะทำการสอบต่อจากฉีหลินและเดวิด ก็คืออัศวินออร่าคลาสหนึ่งอีแวนส์ เจฟฟรีย์ และจอมยุทธ์อสูรคลาสหนึ่ง... ลู่ทิงเสวี่ย!

……

……

"ลูกพี่ฉี! ลูกพี่ฉี! เชิญนั่งตรงนี้เลยครับ!"

เวลา 8:45 น. ท้องฟ้ามืดครึ้ม อึมครึมไปหมด

ฉีหลินกับอิเลน่าเพิ่งเดินเข้ามาในโซนที่นั่งคนดู ก็มีฝรั่งผิวขาวหลายคนโบกมือเรียกเขา ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มประจบสอพลอ

หนึ่งในนั้นที่มีรอยสักรูปหมาป่าที่มือซ้าย ถึงกับเอาแขนเสื้อตัวเองเช็ดเก้าอี้สองตัวให้ซะด้วยซ้ำ

"อะไรของพวกแก?"

ฉีหลินเดินเข้าไปใกล้ มองหน้าพวกที่คุ้นหน้าคุ้นตาพวกนี้ด้วยรอยยิ้มเยาะ

"โทมัสหมดสภาพไปแล้ว เดวิดก็เข้าซังเตไปแล้ว พวกแกที่เป็นนกสองหัวก็เลยเริ่มมองหาเจ้านายใหม่แล้วงั้นสิ?"

"เอ่อ..."

พอได้ยินแบบนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขาก็แข็งค้างไปทันที

ถึงจะเป็นแค่นักเรียน แม้จะพยายามรวมหัวกันตั้งแก๊งตั้งตัวเป็นลูกพี่ แต่ประสบการณ์ก็ยังน้อยอยู่ดี พอเจอสถานการณ์แบบนี้ ก็เลยไม่รู้จะไปต่อยังไง

"เอาล่ะ ไสหัวไปให้หมด!"

ฉีหลินนั่งลงและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"ฉันไม่ใช่โทมัส แล้วก็ไม่ใช่เดวิด ฉันไม่สนใจจะรับลูกน้อง เห็นหน้าพวกแกแล้วฉันรำคาญ ถอยไปไกลๆ เลย! แล้วก็... ถ้าฉันเห็นพวกแกรังแกเพื่อนนักเรียนอีกเมื่อไหร่ล่ะก็ ฉันรับรองเลยว่า จุดจบของพวกแกจะอนาถยิ่งกว่าโทมัสซะอีก!"

"ครับๆๆ!"

พวกนั้นรีบวิ่งหนีกันกระเจิง

"ฉันนึกว่านายจะรับพวกนั้นไว้ซะอีก"

อิเลน่าที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉีหลิน เอียงคอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็พูดขึ้นมา

"ที่นรกน่ะ การที่ผู้ชนะยอมรับความภักดีจากกองกำลังของผู้แพ้ มันเป็นเรื่องปกติมากเลยนะ"

"กองกำลัง?" ฉีหลินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

"อิเลน่า เธออย่ามาทำให้ฉันขำหน่อยเลย ไอ้พวกสวะพวกนี้น่ะเหรอที่เรียกว่ากองกำลัง? ก็แค่ไอ้พวกหน้าไหว้หลังหลอก ขี้ขลาดตาขาว รับพวกมันมาเป็นลูกน้องก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับฉันเลย แถมยังทำให้เสียชื่อเสียงเปล่าๆ"

"ก็จริงนะ"

อิเลน่าพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็มองตรงไปข้างหน้าอย่างคาดหวัง รอให้นักเรียนที่จะสอบขึ้นประลอง

แต่ฉีหลินกลับสังเกตเห็นว่า...

เก้าอี้สิบกว่าตัวรอบๆ เขาและอิเลน่า ไม่มีใครกล้ามานั่งเลย กลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าไปซะอย่างนั้น

"ก็ดี เงียบดี"

ฉีหลินยักไหล่ หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง เลื่อนดูข่าวไปพลางๆ ระหว่างรอการสอบเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

ข่าวพาดหัวใหญ่ที่สุดของเมืองรุ่งอรุณในช่วงนี้ แน่นอนว่าหนีไม่พ้นคลิปวิดีโอที่โจวอวี่อัดปีศาจระดับสี่จนตายคาที่เมื่อสองวันก่อน ก็แหม... เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ ในเมืองรุ่งอรุณนี่นา

ส่วนเรื่องที่เดวิดเข้าคุกน่ะเหรอ?

เรื่องนั้นยอดวิวเทียบไม่ติดกับคลิปวิดีโอโจวอวี่ฆ่าปีศาจเลยสักนิด

นอกจากนั้น ฉีหลินยังเห็นคลิปการต่อสู้ระหว่างเขากับเดวิดติดอันดับที่เจ็ดในชาร์ตข่าวฮอตของเมืองอีกด้วย

มีคอมเมนต์อยู่เยอะพอสมควร แบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ

ประเภทแรก คือคนที่สงสัยว่าตอนสู้กับฆาตกรโรคจิตน่ะ เขารู้สึกกลัวบ้างไหม หรืออะไรทำนองนั้น

ส่วนอีกประเภท คือคนที่มาต่อว่านักข่าวที่ลงคลิป ว่าทำไมถึงมีฉากของน้องสาวซัคคิวบัสน้อยจัง...

"ไง ลูกพี่"

จู่ๆ ก็มีเสียงผู้ชายที่คุ้นเคยดังขึ้นที่ข้างหูฉีหลิน

เขาหันไปมองตามเสียง

ก็เห็นนักเรียนชายหน้าตาดีคนหนึ่ง กำลังฉีกยิ้มกว้าง ในมือถือแก้วน้ำมะนาว เดินมานั่งที่เก้าอี้ข้างๆ ทางซ้ายมือของเขา

——ซ่งจวิ้นต๋า ผู้ใช้พลังเหนือมนุษย์คลาสหนึ่ง สายจอมเวท

เมื่อสองสัปดาห์ก่อน หมอนี่แหละที่เตือนฉีหลินให้รีบไปขอโทษเดวิดแต่เนิ่นๆ โดยบอกว่าทำแบบนั้นเดวิดอาจจะออมมือให้ จะได้ไม่โดนหนักเกินไป

"นายเรียกฉันว่าไงนะ?ลูกพี่?"

ฉีหลินถอนหายใจอย่างอ่อนใจ พร้อมกับเน้นย้ำ "ฉันไม่ชอบสรรพนามนี้นะ เลิกเรียกแบบนี้ได้แล้ว ฉันว่ามันดูงี่เง่าสิ้นดี"

"นี่ไม่ใช่สรรพนามหรอก แต่มันคือสถานะต่างหาก ไม่ว่าเราจะเรียกหรือไม่เรียก มันก็เปลี่ยนความจริงไม่ได้อยู่ดี"

ซ่งจวิ้นต๋าส่ายหน้า มองไปที่เวทีประลองตรงหน้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"เมื่อก่อนผู้นำของโรงเรียนมัธยมรุ่งอรุณแห่งที่สามคือเดวิด แต่ตอนนี้เดวิดถูกนายโค่นลงต่อหน้าต่อตาแถมยังเข้าคุกไปแล้ว เพราะงั้น... ตั้งแต่นี้ต่อไปนายก็คือลูกพี่ของพวกเรา และในค่ายฤดูหนาวรุ่งอรุณอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า นายก็จะกลายเป็นผู้นำคนใหม่ของมัธยมรุ่งอรุณแห่งที่สามในสายตาของเด็กมัธยมรุ่งอรุณแห่งที่หนึ่งและมัธยมรุ่งอรุณแห่งที่สอง"

"หืม?" ฉีหลินขมวดคิ้ว

"หมายความว่าไง?"

"นายไม่รู้เหรอ?"

ซ่งจวิ้นต๋าหันมามองเขาด้วยความประหลาดใจ

ฉีหลินเริ่มรู้สึกตะหงิดๆ ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล

"งั้น... ฉันควรรู้อะไรบ้างล่ะ?"

จบบทที่ ตอนที่ 34 ผู้นำคนใหม่ของโรงเรียนมัธยมรุ่งอรุณแห่งที่สาม?

คัดลอกลิงก์แล้ว