- หน้าแรก
- ยินดีต้อนรับสู่กลุ่มแชทมัลติเวิร์ส
- ตอนที่21 (R-18)
ตอนที่21 (R-18)
ตอนที่21 (R-18)
ไอกะค่อย ๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เธอปรือตาเปิดขึ้นอย่างช้า ๆ พลางหาวและบิดขี้เกียจเพื่อยืดเส้นยืดสายเนื้อตัวอันเปลือยเปล่า ก่อนจะทิ้งศีรษะซบลงบนแผงอกของยูจิอีกครั้ง พร้อมกับวาดแขนและขาโอบกอดเขาเอาไว้แน่นเช่นเดิม ริมฝีปากของเธอยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มอันแสนสุขและผ่อนคลาย
เมื่อวานนี้เป็นวันที่ทั้งเหน็ดเหนื่อยสายตัวแทบขาดทว่าก็ยอดเยี่ยมเหนือคำบรรยาย พวกเขาทำอะไรด้วยกันหลายต่อหลายอย่างหลังจากกลับมาจากบ้านของทัตสึยะ
เป็นไปตามสัญญาที่ยูจิให้ไว้ พวกเขาจับมือกันบินร่อนไปมารอบ ๆ บ้าน ก่อนจะออกไปที่สระว่ายน้ำขนาดมหึมาที่อยู่ถัดจากห้องนั่งเล่น
หลังจากชื่นชมความงามของบ้านหลังใหม่แล้ว พวกเขาก็เริ่มจุมพิตกันเหนือผืนน้ำสีฟ้าคราม ร่างกายโอบกอดกันแน่นขณะหมุนเคว้งไปมากลางอากาศอย่างช้า ๆ
จากนั้น พวกเขาก็ใช้เวลาที่เหลือของวันในการร่วมรักกัน ทั้งในสระว่ายน้ำ ห้องนั่งเล่น ห้องพักผ่อน ห้องครัว ห้องอาหาร และลงเอยที่ห้องนอนของยูจิ ซึ่งทั้งคู่ยังคงบรรเลงบทรักกันต่อจนกระทั่งเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ แม้แต่ตอนที่ยูจิกำลังทำอาหาร ไอกะก็ยังปรนเปรอเขาด้วยปากและมือของเธอ และเมื่อถึงเวลารับประทานอาหาร พวกเขาก็ผลัดกัน คนหนึ่งกิน อีกคนหนึ่งจะคอยมอบความเสียวซ่านให้ จากนั้นก็สลับหน้าที่กัน
มันเป็นวันที่วิเศษมาก มดลูกของเธอไม่เคยว่างเปล่าเลย มันถูกเติมเต็มด้วยหยาดหยดแห่งความรักของยูจิจนล้นปรี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ในตอนนี้ เธอซึ่ึงยังคงสัมผัสได้ถึงไออุ่นของเขาที่หลงเหลืออยู่ภายในกาย ซึ่งมันมอบความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้แก่เธอ
แม้ว่าตอนนี้ร่างของทั้งคู่จะยังคงชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่เธอก็ไม่ได้รังเกียจมันเลย ตรงกันข้าม เธอชอบความรู้สึกนี้ด้วยซ้ำ กลิ่นอายความเป็นชายอันหอมหวนและความอบอุ่นจากตัวเขาทำให้เธอรู้สึกมีความสุข อบอุ่น และเกิดอารมณ์ขึ้นมาพร้อม ๆ กัน ซึ่งมันเป็นการผสมผสานที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ไอกะเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยพลางแอบหัวเราะคิกคักในใจเมื่อเห็นใบหน้ายามหลับใหลอย่างสงบของเขา เขายังคงดูหล่อเหลาเอาการ แต่ใบหน้าที่ไร้การป้องกันตอนนอนหลับแบบนี้ทำให้เขาดูน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน!
ไอกะค่อย ๆ ขยับกายขึ้นไปจุมพิตที่แก้มของเขาเบา ๆ ทำให้เขาขยับตัวยุกยิกเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะค้ำข้อศอกลงบนเตียงและจ้องมองเขาตาปรบ
ฟุฟุ~ เขาดูน่ารักขนาดนี้ คงไม่มีใครเชื่อแน่ ๆ ว่าเวลาอยู่บนเตียงเขาจะกลายร่างเป็นสัตว์ป่าขนาดนั้น~
ไอกะเหลือบสายตาลงต่ำและเห็นว่าแกนกายศักดิ์สิทธิ์ของเขา ซึ่งเพิ่งมอบความรักอันไร้ที่สิ้นสุดให้แก่เธอเมื่อวานนี้ ได้ชี้ชันขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มันดันผ้าห่มนวมขึ้นมาจนกลายเป็นเต็นท์หลังใหญ่โตทรงสูง
มื้อ~ ตอนเช้าก็ตื่นตัวตังขนาดนี้เลยเหรอ ทั้งที่เมื่อวานพวกเราทำกันไปตั้งขนาดนั้นแทบทั้งวัน~ ไอกะลูบไล้ความเป็นชายของเขาเบา ๆ ผ่านผ้าห่มนวม ส่งผลให้มันกระตุกตอบรับสัมผัสของเธอทันที
"อิอิ~ มาทำให้สงบลงก่อนดีกว่านะ~"
เธอค่อย ๆ ผละตัวออกจากยูจิและมุดหายลงไปใต้ผ้าห่มนวม คลานลงไปยังท้ายเตียงแทรกตัวอยู่ระหว่างขาของยูจิ จากนั้นจึงหันหน้าเข้าหาแท่งเนื้อชายอันแข็งแกร่งที่ตั้งตระหง่านอย่างภาคภูมิใจ มันมีความยาวมากกว่าศีรษะของเธอเสียอีก และสิ่งนี้แหละที่มอบความสุขสมให้เธออย่างท่วมท้นเมื่อวันวาน
ดวงตาของเธอปรือปรอยและแก้มก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำขณะจ้องมองมันด้วยความหลงใหล ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งเธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแบบนี้
นิ้วเรียวเรียวค่อย ๆ ลากผ่านความยาวของมัน ทำให้มันกระตุกรับ เธอใช้มือหนึ่งโอบรอบแกนกายเอาไว้ ขณะที่อีกมือหนึ่งคอยกุมถุงอัณฑะอันหนักอึ้งของเขา
จากนั้นเธอก็โน้มตัวลงไป ซบใบหน้าเข้ากับส่วนโคนพลางสูดดมกลิ่นกามารมณ์อันแสนเย้ายวนของเขาเข้าเต็มปอด แล้วเริ่มถูไถแก้มของเธอกับมันอย่างรักใคร่
อา~ แบบนี้แหละดีที่สุด อ้อ จริงด้วย! ถ่ายรูปเซลฟี่เก็บไว้ดีกว่า! ฉันอยากลองถ่ายรูปแนวทะลึ่ง ๆ แบบที่เคยเห็นในหนังผู้ใหญ่มาตั้งนานแล้ว~!
เธอก้มลงจูบลูกบอลของเขาเบา ๆ ราวกับจะสัญญาว่าจะรีบกลับมา ก่อนจะค่อย ๆ คลานย้อนกลับขึ้นไปด้านบนเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างหมอนหนุนศีรษะ
เธอปลดล็อกหน้าจอ แต่ทว่าทันทีที่กำลังจะเปิดแอปพลิเคชันกล้องถ่ายรูป ดวงตาของเธอก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจกลัว
"อะไรกันเนี่ย?!"
น้ำเสียงตื่นตระหนกของเธอปลุกให้ยูจิสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที เขารีบสปริงตัวลุกขึ้นนั่งแล้วหันไปหาเธอด้วยความรวดเร็ว
"เกิดอะไรขึ้นน่ะไอกะ?! มีอะไรหรือเปล่า?!"
"ย-ยูจิ... พ-พวกเราแย่แล้ว!"
"มีอะไรเหรอ?!"
แทนที่จะตอบคำถาม เธอรีบยื่นโทรศัพท์ไปตรงหน้าเขาเพื่อระบุให้ดูหน้าจอทันที
สิ่งแรกที่เขาจับสังเกตได้บนหน้าจอก็คือภาพวอลเปเปอร์ มันเป็นรูปถ่ายเซลฟี่แบบ... ค่อนข้างจะใจกล้าของเขาเอง ซึ่งเขาส่งให้เธออย่างไม่เต็มใจนักหลังจากโดนเธออ้อนวอนขอตื๊อไม่หยุด เขาไม่เข้าใจเลยว่าตอนนั้นเธอหว่านล้อมให้เขาคิดว่าเป็นความคิดที่ดีได้อย่างไร แต่พอมาคิดดูตอนนี้ เขาก็ตระหนักได้ว่าตัวเองคงโดนเสน่ห์ของเธอเล่นงานเข้าให้แล้วตั้งแต่ตอนนั้น
ทว่า สิ่งต่อมาที่เขาเหลือบไปเห็นคือนาฬิกาบนหน้าจอ มันบอกเวลา 8:30 น. และนั่นทำให้ดวงตาของเขาเบิกโพลงขึ้นมาทันที
"อะไรนะ?! แปดโมงครึ่งแล้วเหรอเนี่ย?!!!"
"ใช่แล้ว! พวกเราต้องรีบจัดบ้านด่วนเลย!!! ทั้งบ้านรกรุงรังไปหมดแล้ว!!!"
ยูจิเหลียวมองรอบห้องและพบว่าเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ วางผิดที่ผิดทาง ของตกแต่งบางชิ้นล้มคว่ำ และทั่วทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกิจกรรมรักและคราบน้ำคาวโลกีย์
ถึงแม้ว่ากลิ่นกายตามธรรมชาติของพวกเขาจะหอมหวล และกลิ่นการร่วมรักจะน่าอภิรมย์กว่าคนทั่วไป แต่มันก็ไม่ใช่อะไรที่จะสามารถเนียนหลอกคนอื่นว่าเป็นกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศได้เลย...
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังจำได้แม่นว่าเสื้อผ้าและกางเกงในของพวกเขากระจัดกระจายไปทั่วทุกมุมบ้านตอนที่พากันบรรเลงเพลงรักรอบชั้นหนึ่งเมื่อวานนี้!
"พวกเราต้องทำความสะอาดแล้วก็ไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลย!!! ทัตสึยะกับมิยูกิจะมาถึงในอีกครึ่งชั่วโมงแล้วนะ!!!"
"เธอทำความสะอาดเถอะ!! เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำเอง!!!! ฉันขอใช้อ่างอาบน้ำห้องเธอนะ?!"
"โอเค! เดี๋ยวฉันเคลียร์เสร็จแล้วจะรีบตามไปอาบด้วย!"
"อื้อ! ไว ๆ เลยนะ!!!"
โดยที่ไม่ได้สวมเสื้อผ้าด้วยซ้ำ ยูจิร่ายเวทมนตร์พุ่งทะยานผ่านอากาศออกจากห้องนอนไปทันที ขณะที่ไอกะรีบตรงดิ่งไปยังห้องน้ำของยูจิ
ด้วยความเร็วและความแม่นยำอันเหนือชั้น ยูจิสามารถเก็บเสื้อผ้าและชุดชั้นที่ถูกถอดทิ้งไว้ตามจุดต่าง ๆ ทีละชิ้นจนครบ พร้อมทั้งจัดระเบียบห้องครัว ห้องพักผ่อน ห้องอาหาร และห้องนั่งเล่นเสร็จสรรพภายในเวลาประมาณสิบห้านาที จากนั้นเขาก็รีบวิ่งไปที่ห้องของไอกะเพื่อหยิบเสื้อผ้าและชุดชั้นตัวใหม่มาให้เธอ ก่อนจะบึ่งกลับมายังห้องนอนของตัวเอง
เขาจัดการจัดโซฟา โต๊ะ และของตกแต่งในห้องนอนอย่างรวดเร็ว แล้วจึงพุ่งตัวเข้าห้องน้ำไป
"ไอกะ! ฉันเอาเสื้อผ้ากับชุดชั้นในมาให้แล้วนะ! วางไว้ในห้องแต่งตัวห้องแรก!"
ยูจิเอ่ยบอกขณะเดินผ่านไอกะที่กำลังยืนอาบน้ำฝักบัวอยู่ เพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องอาบน้ำในโซนยิมส่วนตัวขนาดเล็กของเขา
"อื้อ! ขอบใจมากนะ!"
ทั้งสองคนต่างรีบเตรียมตัวอย่างเร่งรีบ ชำระล้างคราบเหงื่อไคลและสิ่งตกค้างจากบทรักอันดุเดือดเมื่อวานนี้ออกจากร่างกาย และแต่งตัวให้รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ในเช้าอันแสนวุ่นวายนี้
เมื่อมาถึงบริเวณหน้าประตูรั้วบานยักษ์และซุ้มประตูสีขาวบริสุทธิ์อันงดงาม ซึ่งสลักเสลาลวดลายดอกไม้อย่างประณีตบรรจง ทัตสึยะได้แต่ยืนตะลึงลานด้วยความทึ่งโดยมีกล่องขนมหวานญี่ปุ่นโบราณอยู่ในมือ ข้าง ๆ กันนั้น มิยูกิเองก็อยู่ในอาการตกตะลึงและไม่ยากจะเชื่อสายตาเช่นเดียวกัน ขณะที่ทั้งสองจ้องมองไปยังคฤหาสน์หรูหราหลังมหึมาที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า
แม้จะยืนอยู่ห่างออกมาขนาดนี้ พวกเขาก็ยังไม่สามารถมองเห็นความกว้างทั้งหมดของคฤหาสน์ได้โดยไม่หันศีรษะไปมา ขนาดของมันสามารถบรรจุบ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่ตอนนี้ได้มากกว่า 10 หลังได้อย่างสบาย ๆ และหากนับรวมพื้นที่สวนเข้าไปด้วย...
ในแง่ของขนาดแล้ว มันต้องใหญ่โตกว่าคฤหาสน์หลักของตระกูลโยตสึบะอย่างแน่นอน...
"ท-ท่านพี่คะ... มิยูกิไม่ทราบเลยค่ะว่าพวกเขาจะ... ร่ำรวยขนาดนี้"
"...ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่... ฉันพอจะเดาเหตุผลได้อยู่ว่าทำไมพวกเขาถึงได้มาอยู่ที่นี่"
ทัตสึยะเดินตรงไปยังอินเตอร์คอมที่อยู่ข้างซุ้มประตูตระการตาก่อนจะกดปุ่มเรียก
"ยูจิ พวกเรามาถึงแล้วนะ"
ไม่กี่อึดใจต่อมา น้ำเสียงที่คุ้นเคยทว่าฟังดูรีบร้อนและตื่นตระหนกเล็กน้อยก็ดังตอบกลับมา
"อ-อา! ครับ! จะรีบออกไปเดี๋ยวนี้แหละครับ! เชิญเข้ามาข้างในก่อนได้เลยครับ!!!"
ทัตสึยะเอียงคอเล็กน้อย นึกสงสัยว่าทำไมน้ำเสียงของยูจิถึงได้ดูกระวนกระวายขนาดนั้น
"ท่านพี่คะ... มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าคะ?"
"ไม่แน่ใจเหมือนกัน..."
ทันใดนั้น ประตูรั้วสีขาวบริสุทธิ์ก็เริ่มเปิดออกต้อนรับให้ทั้งสองก้าวผ่านเข้าไป ก่อนจะเลื่อนปิดลงตามหลัง
พวกเขาเดินเข้ามาตามทางเดินหินคอบเบิลสโตนสายตรงที่ทอดยาวไปสู่ใจกลางสวน ซึ่งมีน้ำพุอันสง่างามตั้งตระหง่านเป็นจุดเด่น ละอองน้ำที่สาดสายสะท้อนแสงแดดเป็นประกายรุ้งกินน้ำขนาดเล็ก รายล้อมไปด้วยพุ่มไม้ดอกหลากสีสัน
ทางเดินหินล้อมรอบตัวน้ำพุและแยกออกไปทางทิศตะวันออก ตะวันตก และทิศเหนือ
"สวยงามมากเลยค่ะ..."
"อืม... จริงด้วย..."
ขณะที่เดินไปตามทาง มิยูกิก็อดไม่ได้ที่จะเหลียวมองรอบ ๆ ด้วยความทึ่ง มัน... ช่างงดงามและสมบูรณ์แบบ ผืนหญ้าที่ปกคลุมลานบ้านอันกว้างใหญ่ ต้นไม้ที่ปลูกเรียงรายตามแนวรั้วสวน พุ่มไม้ดอก ทุกสิ่งทุกอย่างได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยมราวกับเพิ่งมีคนสวนฝีมือดีจำนวนมากมาตัดแต่งให้ก่อนที่พวกเขาจะมาถึงเพียงไม่กี่นาที
ไม่นานนัก ทั้งสองก็มาถึงบริเวณทางเข้าคฤหาสน์ ประตูไม้บานคู่ขนาดใหญ่ตระหง่านคอยต้อนรับ ผิวไม้เรียบเนียนขัดมันวาวโดยไม่มีลวดลายสลักซับซ้อน ให้ความรู้สึกโมเดิร์นทันสมัยเข้ากับยุคปัจจุบัน
ชั่วครู่ต่อมา ประตูบานใหญ่ก็เปิดออก เผยให้เห็นร่างของยูจิและไอกะที่ดูสภาพค่อนข้างยุ่งเหยิงเล็กน้อย เส้นผมของพวกเขายังเปียกชื้นและฟูฟ่องกว่าที่ทั้งสองจำได้เมื่อวาน เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ดูหลุดลุ่ยไปบ้าง
และถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้หอบหายใจรุนแรง แต่มันก็เห็นได้ชัดว่าพวกเขารีบวิ่งมาต้อนรับด้วยความเร่งรีบ
"ส-สวัสดีครับ อรุณสวัสดิ์!"
"ห-ไฮ~! ยินดีที่ได้เจอระจ้า~!"
"...ขอโทษด้วยนะ พวกเรามาเช้าไปหรือเปล่า?"
"อ-อา ไม่ใช่หรอกครับ พวกเราเองต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด พอดีพวกเราเพิ่งออกกำลังกายด้วยกันเสร็จแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าพวกคุณกำลังจะมา ก็เลยรีบวิ่งไปอาบน้ำแต่งตัวกันน่ะครับ"
"อื้อ ๆ ใช่เลย!"
ทัตสึยะกับมิยูกิมองหน้ากันด้วยความรู้สึกแปลกใจ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ
"งั้นเหรอ ฉันอยากเห็นลานฝึกซ้อมของพวกเธอจังเลย แหล่งฝึกซ้อมในบ้านขนาดนี้คงจะกว้างขวางน่าดู"
"อ๋อ พวกเราแค่ขยับร่างกายในยิมส่วนตัวเล็ก ๆ ในห้องนอนของฉันเองน่ะครับ ฉันยังไม่แน่ใจเลยว่าบ้านหลังนี้มีลานฝึกกว้าง ๆ เหมือนบ้านพวกคุณไหม พวกเราเพิ่งจะเดินดูแค่ชั้นแรกเองครับ ยังมีชั้นสองแล้วก็ชั้นใต้ดินอีกหลายชั้นที่ยังไม่ได้สำรวจเลย กะว่าจะชวนพวกคุณมาเดินดูด้วยกันวันนี้แหละครับ"
"เข้าใจแล้ว น่าสนุกดีนะ"
"เช่นกันครับ อ๊ะ เชิญเข้าข้างในก่อนสิครับ"
ยูจิและไอกะผายมือเชิญทั้งสองเข้ามาข้างในแล้วนำทางไปยังห้องนั่งเล่น
ขณะที่เดินนำหน้าอยู่เล็กน้อย ทั้งคู่ต่างลอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกกระซิบกระซาบกันเบา ๆ โดยที่ความสนใจของทัตสึยะและมิยูกิถูกดึงดูดไปด้วยความหรูหราอลังการของการตกแต่งภายในคฤหาสน์
"ยูจิ! ฉันลืมไปเลย! นายฉีดน้ำหอมปรับอากาศทั่วบ้านแล้วใช่ไหม?"
"ฉีดแล้วตอนที่เธอแต่งตัวอยู่นั่นแหละ โชคดีชะมัดที่มีเหลืออยู่ในห้องเก็บของ"
"โอ้ว!!! เยี่ยมมาก! ขอบใจมากนะยูจิ!"
"เฮ้อ... โล่งอกไปที ถ้าไม่ได้ฉีดไว้ พวกเขาต้องได้กลิ่นแน่ ๆ เมื่อวานพวกเราเล่นกัน... ดุเดือดไปทั่วบ้านเลยนี่นา"
"อื้อ..."
ทั้งสองคนต่างหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อวาน... แม้ว่าจะเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่มีความต้องการสูงด้วยกันทั้งคู่ แต่เมื่อวานนี้พวกเขาก็ทำกันเกินเบอร์ไปจริง ๆ
ทว่า ก็ไม่มีใครปฏิเสธได้ลงหรอกว่ามันรู้สึกดีแค่ไหน
"จริงด้วยสิ นี่ครับ มิยูกิกับฉันซื้อของมาฝากเพื่อเป็นการต้อนรับพวกเธอสู่โลกฝั่งนี้ครับ"
ทัตสึยะยื่นกล่องขนมหวานญี่ปุ่นให้แก่ยูจิ
"โอ้ว~! ขอบคุณมากเลยนะครับ~!!!"
"ขอบคุณมากเลยครับทัตสึยะ มิยูกิซัง พวกเรายินดีมากเลย ถ้างั้นเดี๋ยวฉันเอาขนมไปแช่ตู้เย็นไว้ก่อนนะ จะได้เอามาทานด้วยกันตอนสำรวจบ้านเสร็จ พวกคุณนั่งรอในห้องนั่งเล่นก่อนได้เลยครับ"
"โอเค~! รีบมานะ~"
ไม่กี่อึดใจต่อมา ยูจิก็เดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่นซึ่งมีไอกะ ทัตสึยะ และมิยูกินั่งรออยู่ จากนั้นทั้งสี่คนจึงพากันเดินออกจากห้องนั่งเล่นเพื่อไปยังโซนสระว่ายน้ำเป็นอันดับแรกเนื่องจากอยู่ใกล้ที่สุด
"ยอดเยี่ยมไปเลยค่ะ... ใหญ่โตมากเลย..."
มิยูกิเอ่ยชมด้วยความทึ่ง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อภาพทิวทัศน์อันงดงามปรากฏสู่สายตา
ผืนน้ำในสระว่ายน้ำทอประกายระยิบระยับล้อแสงแดดจากฟากฟ้า ทั้งฝั่งซ้ายและขวามีชานเรือนขนาดใหญ่โอบล้อมไปด้วยทิวไม้ร่มรื่น สวนสีเขียวขจี และดอกไม้นานาพันธุ์ มีเตียงชายหาดไม้ โซฟา โต๊ะกาแฟตัวเล็ก และร่มสนามคันใหญ่จัดวางไว้อย่างครบครัน นอกเหนือจากนั้นยังมีเตาบาร์บีคิว ตู้เย็น และเคาน์เตอร์ครัวขนาดย่อมตั้งอยู่ตรงมุมชานเรือนด้วย
"ที่นี่น่าทึ่งและสวยงามมากจริง ๆ นายจัดงานเลี้ยงที่นี่ได้สบาย ๆ เลยนะยูจิ"
"ฮะ ๆ งานเลี้ยงคงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ แต่คิดว่าในอนาคตคงชวนพวกเพื่อน ๆ มาเที่ยวกันได้สบายเลย"
"นั่นสินะ น่าสนุกดี"
ขณะที่สองหนุ่มเดินคุยกันพลางสำรวจชานเรือนฝั่งซ้ายของสระว่ายน้ำ ไอกะก็เดินเคียงข้างมิยูกิที่ยังคงตกอยู่ในความตะลึงกับสิ่งรอบตัว
แม้ว่าเธอจะเป็นคุณหนูแห่งตระกูลโยตสึบะผู้สูงส่ง แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะตื่นตาตื่นใจไปกับความโอ่อ่าของบ้านยูจิและไอกะ
"คุณไอกะคะ ห้องตรงนั้นคือห้องอะไรเหรอคะ?"
มิยูกิชี้นิ้วไปยังห้องรูปทรงโค้งมนที่ตั้งอยู่ตรงมุมขวาของสระว่ายน้ำ
"อ๋อ ตรงนั้นเป็นห้องสปาน่ะจ้า~ พวกเราเข้าไปแช่ตัวให้อุ่น ๆ หลังจากว่ายน้ำเสร็จได้ด้วยนะ~ ยอดเยี่ยมไปเลยใช่ไหมล่ะ~!"
"โอ้โห! ฟังดูวิเศษมากเลยค่ะ"
"อิอิ~ เมื่อวานฉันลองเข้าไปใช้ดูแล้วล่ะ สนุกมากเลยนะ~"
อย่างน้อยก็เท่าที่จำได้ล่ะนะ... แงงง ในหัวฉันจำได้แต่ตอนที่โดนยูจิกระแทกกระทั้นเข้ามาอย่างรุนแรงแค่นั้นเอง...
"ไว้มิยูกิจังต้องหาเวลามาลองใช้บ้างนะ!"
"จริงเหรอคะ? ขอบคุณมากเลยค่ะ"
เมื่อเห็นรอยยิ้มอันแสนบริสุทธิ์และงดงามของเด็กสาวตรงหน้า ไอกะก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดในใจที่แอบคิดเรื่องลามกต่อหน้าเธอ...
"อิอิ~ งั้นเดี๋ยวพวกเราเข้าไปแช่ด้วยกันทีหลังดีไหมจ๊ะ~"
"ท-ทีหลังเหรอคะ? เอ่อ... มิยูกิไม่แน่ใจว่าจะอยู่รบกวนจนถึงตอนนั้นไหมน่ะค่ะ"
"อ้าว? มีธุระอะไรต่อเหรอจ๊ะ?"
"เปล่าหรอกค่ะ ไม่มีธุระอะไรต่อ แต่พอดีมิยูกิกับท่านพี่ยังไม่ได้คุยกันเรื่องเวลากลับเลย..."
"หืม... งั้นพวกเราไปถามเขาตอนนี้เลยดีกว่า~!"
"เอ๊ะ?"
ไอกะโบกมือไปมากลางอากาศก่อนจะตะโกนเรียกทัตสึยะและยูจิที่กำลังเดินดูชานเรือนฝั่งนู้นอยู่
"โฮ่ยยยย! ทัตสึยะ! นายกับมิยูกิค้างคืนที่นี่เถอะนะ!!! พวกเรามีห้องว่างเหลือเฟือเลยล่ะ!"
"ค-คุณไอกะคะ!"
ทัตสึยะและยูจิหันมามองตามเสียงก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาพวกเธอ
"นี่ไอกะ อยู่ ๆ พูดอะไรออกมาน่ะ?
"เอ๋~? ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่นา~ บ้านเราห้องออกจะเยอะแยะ ค้างสักคืนไม่เสียหายหรอกเนอะ~?"
"มันก็ใช่... แต่ถ้าพวกเขาติดธุระล่ะ?"
"มิยูกิจังบอกฉันเองว่าวันนี้พวกเขาว่างทั้งวันจ้า"
"อ้าว..."
ยูจิค่อย ๆ เหลือบสายตามองไปทางทัตสึยะและมิยูกิ ซึ่งฝ่ายหลังกำลังยืนบิดตัวไปมาด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อพลางหลบสายตา ราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งโดนจับได้ว่าทำเรื่องน่าอายมาอย่างไรอย่างนั้น
"เธออยากค้างคืนที่นี่ไหม มิยูกิ?"
"เอ๋? ค-คือ... มิยูกิก็อยากค่ะ... แ-แต่ถ้าท่านพี่มีธุระอื่นต้องไปจัดการ ก็ไม่เป็นไรนะคะ"
"เปล่าหรอก วันนี้ฉันไม่มีแผนการอะไรเลย เพราะงั้นถ้าเธออยากจะอยู่ค้างคืนที่นี่ เธอก็ลองขออนุญาตพวกเขาดูสิ"
"ท่านพี่..."
มิยูกิเงยหน้ามองพี่ชายของเธอ มือทั้งสองข้างกุมเข้าหากันไว้ที่หน้าอก
"เอาเลย"
ทัตสึยะพยักหน้าให้ยูจิและไอกะด้วยรอยยิ้มบางเบาบนใบหน้า
"มิยูกิเข้าใจแล้วค่ะท่านพี่ ขอบคุณมากนะคะ"
"อืม"
จากนั้นมิยูกิจึงหันกลับมาทางยูจิและไอกะ ใบหน้าของเธอยังคงขึ้นสีแดงระเรื่อขณะค้อมศีรษะให้ทั้งสองอย่างสุภาพ
"ห-หากไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป พวกคุณจะอนุญาตให้พวกเราค้างคืนที่นี่สักคืนได้ไหมคะ?"
"คิกคิก~ แน่นอนอยู่แล้วจ้า~! ก็ฉันเป็นคนชวนเองนี่นา~! มาสนุกด้วยกันให้เต็มที่เลยนะมิยูกิจัง~!"
"ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ พวกเราเต็มใจต้อนรับเสมอ"
"ขอบพระคุณมากเลยค่ะ!"
ไอกะขยับเข้าไปหามิยูกิแล้วโอบกอดเธอจากด้านข้างพลางหัวเราะคิกคัก
"อิอิ~ มานอนด้วยกันเถอะนะมิยูกิจัง~ เตียงของฉันกว้างสุด ๆ ไปเลยล่ะ พวกเราสองคนนอนด้วยกันได้สบายมากเลย~"
ความจริงแล้วไอกะไม่เคยนอนในห้องนอนและเตียงของตัวเองเลยสักครั้ง เพราะเธอไปนอนกับยูจิที่ห้องของเขาตลอดเวลา แต่เมื่อพิจารณาจากขนาดที่ใหญ่โตมโหฬารของมันแล้ว เธอจึงมั่นใจว่ามันต้องมีพื้นที่เหลือเฟือสำหรับพวกเธอทั้งสองคนอย่างแน่นอน
"เอ๊ะ?! อ-เอ่อ... ค-คือ ไม่มีห้องอื่นแล้วเหรอคะ...?"
"หืม ไม่แน่ใจเหมือนกันจ้า บนชั้นนี้มีห้องอยู่แค่สามห้องเอง เป็นห้องชุดรับรองแขกสองห้อง แล้วก็ห้องชุดส่วนตัวหลักอีกหนึ่งห้อง ห้องของฉันคือห้องรับรองแขกห้องหนึ่ง ส่วนยูจิอยู่ห้องชุดหลักน่ะ และต่อให้มีห้องอื่นอยู่ชั้นล่างหรือชั้นสอง ฉันก็ไม่อยากให้มิยูกิจังต้องไปนอนคนเดียวตรงนั้นหรอก เพราะงั้น..."
"ใ-เข้าใจแล้วค่ะ... ถ-ถ้าอย่างนั้น มิยูกิต้องขอรบกวนด้วยนะคะ..."
"อื้อ~! ฮิฮิฮิ~"
เมื่อสองสาวขยับเข้ามาใกล้ชิดกันมากขึ้น หรือจะพูดให้ถูกก็คือไอกะตัวติดหนึบกับมิยูกิไปแล้ว ยูจิและไอกะจึงเริ่มนำทางทัตสึยะและมิยูกิเดินชมรอบ ๆ ชั้นแรก
จากนั้นพวกเขาก็มุ่งหน้าขึ้นไปยังชั้นสองผ่านบันไดวนที่อยู่บริเวณหน้าห้องอาหาร ซึ่งปลายทางไปสิ้นสุดลงที่ห้องโถงพักผ่อนหรือห้องเล่นเกมขนาดใหญ่ยักษ์
มีโต๊ะและเก้าอี้ไม้ที่ขัดเงาและประดิษฐ์ขึ้นอย่างงดงามตั้งอยู่โดยรอบ และมีโต๊ะพูลตัวสวยตั้งตระหง่านอยู่ตรงใจกลางห้อง ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนพรมสีแดงมารูนอันงดงามที่ปูคลุมทั่วทั้งพื้นห้อง
ที่ฝั่งซ้ายของห้องเล่นเกมขนาดใหญ่นั้น มีเคาน์เตอร์บาร์เครื่องดื่มพร้อมกับคอลเลกชันเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในขวดแก้วใสสะอาดสะอ้านจัดแสดงอยู่บนชั้นวาง
ทันทีที่เห็นมัน ทัตสึยะ มิยูกิ และแม้กระทั่งไอกะ ต่างก็ค่อย ๆ หันหน้าไปมองทางยูจิพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
"อ-อะไรเล่า?! ทำไมทุกคนต้องมองฉันแบบนั้นด้วยเนี่ย?! ฉันไม่ได้ซื้อพวกนี้มานะ! แล้วก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีห้องแบบนี้อยู่ด้วย!!!"
"...เข้าใจแล้วครับ ตัวบาร์อาจจะไม่เหมาะกับพวกเราเท่าไหร่ แต่พื้นที่ส่วนที่เหลือของห้องดูอบอุ่นดีทีเดียว เป็นห้องที่สวยมากครับ"
หลังจากนั้นพวกเขาเดินลึกเข้าไปข้างในต่อจนพบกับอีกห้องหนึ่ง
เมื่อก้าวเข้าไปข้างใน พวกเขาก็พบกับห้องขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเหมือนกับห้องชุดรับรองแขกชั้นล่าง แต่มีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย และเช่นเดียวกับห้องชุดรับรองแขกและห้องชุดหลัก ห้องนี้มีห้องแต่งตัวแบบวอล์กอินคลอเซ็ต รวมถึงห้องน้ำและห้องอาบน้ำส่วนตัวในตัวด้วย
จากนั้นเมื่อพวกเขาเดินสำรวจต่อไปรอบ ๆ ช่องเปิดตรงกลางขนาดใหญ่ที่มองลงไปเห็นห้องนั่งเล่นชั้นล่างได้ พวกเขาก็พบห้องชุดรับรองแขกเพิ่มอีก รวมเป็นทั้งหมดหกห้อง ก่อนที่จะเดินวนกลับมายังห้องเล่นเกม
เมื่อเดินลงบันไดวนกลับมายังชั้นแรก พวกเขาก็ดิ่งลงไปต่อผ่านบันไดวนอีกชุดเพื่อไปยังชั้นใต้ดิน
พอเท้าแตะถึงปลายขั้นบันได พวกเขาก็มาหยุดอยู่ที่สุดทางของโถงทางเดินที่ค่อนข้างกว้างและยาว ทางฝั่งซ้ายของพวกเขา สามารถมองเห็นห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่ยักษ์ที่เต็มไปด้วยคอมพิวเตอร์ล้ำสมัย เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายแคปซูลขนาดเท่าตัวมนุษย์ผ่านกระจกใสบานใหญ่ ยิ่งมองลึกเข้าไปข้างใน ทัตสึยะยังสังเกตเห็นลานจำลองที่มีลักษณะคล้ายกับลานทดสอบในห้องแล็บของบริษัท โฟร์ ลีฟส์ เทคโนโลยี (FLT) อีกด้วย
ส่วนทางฝั่งขวาของพวกเขาคือยิมขนาดมหึมา ที่เพียบพร้อมไปด้วยเครื่องออกกำลังกายหลากหลายประเภท รวมถึงลานฝึกซ้อมที่สามารถรองรับได้ทั้งการฝึกการต่อสู้ทางกายภาพและการต่อสู้ด้วยเวทมนตร์
"ว้าว... ฉัน... พูดไม่ออกเลย... ไม่รู้เลยนะเนี่ยว่ามีอะไรแบบนี้อยู่ใต้เท้าพวกเราด้วย..."
"ฉ-ฉันก็เหมือนกัน... บ้านของพวกเราเหมือนฐานทัพขององค์กรลับสุดยอดเลย..."
"ที่นี่น่าทึ่งมากจริง ๆ ครับ... แค่ดูกระดาดตาเดียวก็รู้แล้วว่าห้องปฏิบัติการนี้เต็มไปด้วยเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เป็นเทคโนโลยีล่าสุด..."
"..."
ทั้งสี่คนต่างยืนตะลึงลานพลางมองสลับไปมาระหว่างห้องแล็บและยิมด้วยความทึ่งปนไม่ยากจะเชื่อสายตา ไม่เพียงแต่ขนาดของมันจะใหญ่โตจนอ้าปากค้าง แต่คุณภาพของมันก็ยอดเยี่ยมจนน่าอัศจรรย์ใจเช่นกัน
"...พวกเราเข้าไปดูข้างในกันหน่อยไหม?"
ไอกะพยักหน้าอย่างตื่นเต้น ขณะที่มิยูกิหันไปมองพี่ชายของเธอ
"ถ้าไม่เป็นการรบกวน... ความจริงแล้วมิยูกิเองก็รู้สึกสงสัยและสนใจมากค่ะว่าเทคโนโลยีที่พวกคุณมีอยู่ในบ้านหลังนี้คืออะไรกันแน่"
"ฮะ ๆ ๆ... แน่นอนอยู่แล้วครับ บางทีคุณอาจจะช่วยสอนวิธีใช้ให้ฉันด้วยนะ จะได้ไม่เสียของเปล่า"
"ยินดีครับ"
โดยมียูจิและไอกะเดินนำหน้า พวกเขาเดินตรงไปตามโถงทางเดินตรงไปยังจุดที่เป็นทางเข้า ทางเข้าของทั้งสองโซนตั้งอยู่ตรงข้ามกันพอดี และทั้งสองฝั่งเป็นประตูเหล็กกล้าที่ติดตั้งเครื่องสแกนลายนิ้วมือและเครื่องสแกนรูม่านตา
"...ทำไมทางเข้าถึงระบบรักษาความปลอดภัยสูงขนาดนี้ ทั้งที่ส่วนอื่นทำด้วยกระจกล่ะครับ?"
"อื้อ... แบบนี้คนอื่นไม่แอบทุบกระจกเข้ามาได้ง่าย ๆ เลยเหรอ...?"
ทัตสึยะใช้นิ้วเคาะกระจกเบา ๆ พลางตรวจสอบมันอยู่ครู่หนึ่งด้วยสายตาภูต (Elemental Sight) ของเขา
"นี่ไม่ใช่กระจกธรรมดาครับ... มันคือกระจกโพลีคาร์บอเนต (Glass-clad polycarbonate) ซึ่งเป็นกระจกกันกระสุนประเภทที่แข็งแกร่งที่สุด แถมยังเป็นเกรดคุณภาพสูงสุดด้วย มันสามารถหยุดกระสุนขนาดใหญ่จากปืนไรเฟิลซุ่มยิงได้อย่างสบาย ๆ เลยครับ"
"...จริงดิ?"
"ครับ ต่อให้ใช้เวทมนตร์โจมตี ก็ยังยากมากที่จะเจาะทะลุกระจกป้องกันตัวนี้เข้ามาได้"
ทัตสึยะหันไปทางยูจิและไอกะ ซึ่งทั้งคู่กำลังจ้องมองเขาด้วยดวงตาเบิกกว้างและอ้าปากค้างไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"โซนนี้อาจจะใช้เป็นบังเกอร์หลบภัยเวลาโดนโจมตีด้วยอาวุธปืนได้เลยครับ"
"...เอ่อ เอาเป็นว่าขอให้พวกเราไม่ต้องเจอสถานการณ์แบบนั้นจะดีกว่านะ"
ยูจิวางหัวแม่มือลงบนเครื่องสแกนลายนิ้วมือและโน้มตัวเข้าไปให้ดวงตาอยู่ตรงหน้าเครื่องสแกนรูม่านตา
หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ ตัวล็อกก็ส่งเสียงสัญญาณดังปี๊บพร้อมกับเปลี่ยนเป็นสีเขียว แล้วประตูเหล็กกล้าก็เลื่อนเปิดออกอย่างนุ่มนวล
"โอเค... โชคดีชะมัดที่มันเปิดด้วยข้อมูลชีวภาพของฉันได้จริง ๆ..."
"อา! ฉันอยากลองบ้าง!"
ไอกะดันทุกคนเข้าไปข้างในและวิ่งออกไปข้างนอกก่อนที่ประตูเหล็กจะเลื่อนปิดลง
ชั่วครู่ต่อมา ก็มีเสียงสัญญาณดังปี๊บและประตูเหล็กก็เลื่อนเปิดออกอีกครั้ง
"ใช้ได้เหมือนกันจ้า~!"
"ก็นะ พวกเราสองคนเป็นเจ้าของบ้านนี่นา ระบบแชตกลุ่มคงจะลงทะเบียนข้อมูลชีวภาพของพวกเราไว้กับที่นี่แล้วแหละ..."
"อื้อ~ สะดวกสบายสุด ๆ ไปเลย~!"
"...สะดวกมากจริง ๆ ครับ"
ขณะที่ยูจิและไอกะกำลังคุยกัน ทัตสึยะก็เริ่มก้าวเท้าเดินเข้าไปดูรอบ ๆ โดยมีมิยูกิเดินตามติดอยู่ข้างกายไม่ห่าง
พอได้เข้ามาดูใกล้ ๆ แบบนี้ คอมพิวเตอร์ เครื่องจักร และอุปกรณ์ทุกอย่างรอบตัวเขาล้วนเป็นเทคโนโลยีระดับแนวหน้าอย่างแท้จริง ซึ่งบางชิ้นแม้แต่ในห้องแล็บของ FLT ที่เขาไปเป็นประจำก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ สำหรับคนที่ชีวิตขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเหล่านี้อย่างเขา ทัตสึยะจึงอดไม่ได้ที่จะมองไปรอบ ๆ ด้วยความทึ่งและหลงใหล
"วิเศษมากเลยครับ..."
"จริงด้วยค่ะ... ขนาดมิยูกิมองในมุมของคนนอกที่ไม่มีความรู้ ก็ยังดูออกเลยว่าเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมาก ๆ"
"ใช่ครับ มันเทียบเท่ากับอุปกรณ์ในศูนย์วิจัยลับสุดยอดของรัฐบาลได้เลย..."
"ว้าว... ถ้างั้น ตามสบายเลยนะครับ ถ้าอยากจะใช้งานส่วนไหนก็ใช้ได้เลย ใช่ไหมไอกะ?"
"อื้อ~! ทัตสึยะคุง ตาของนายเป็นประกายวิบวับมาตลอดทางเลยรู้ตัวไหมน่ะ~? ฟุฟุ~"
ทัตสึยะตาโตขึ้นเล็กน้อยขณะมองไปทางยูจิและไอกะที่กำลังส่งยิ้มให้เขา
"งั้นเหรอครับ?"
"แน่นอนครับ แต่เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน คุณต้องช่วยสอนระบบเวทมนตร์ของโลกนี้ให้พวกเราหน่อยนะ เพราะยังมีอีกหลายเรื่องเลยที่พวกเรายังไม่เข้าใจ สิ่งเดียวที่พวกเรารู้เกี่ยวกับเวทมนตร์ของโลกนี้ก็มีแค่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับพลังของพวกเราเองเท่านั้นแหละครับ"
ในแง่ของการนำเวทมนตร์ไปใช้จริงในการต่อสู้ ยูจิและไอกะได้รับความรู้อย่างละเอียดครบถ้วนแล้วตอนที่เปิดกล่องไอเทมสนับสนุนจากแชตกลุ่ม
ทว่า ในเรื่องของระบบเวทมนตร์อันซับซ้อนของโลกนี้ รวมถึงการใช้เวทมนตร์เพื่อสิ่งอื่นที่ไม่ใช่การต่อสู้—อย่างเช่นเป้าหมายของทัตสึยะในการสร้างแหล่งพลังงานที่ยั่งยืนโดยใช้เวทมนตร์ โดยไม่ต้องนำตัวจอมเวทไปเป็นชิ้นส่วนขับเคลื่อนตรง ๆ —ความรู้ของพวกเขาจำกัดอยู่แค่สิ่งที่เคยอธิบายไว้ในอนิเมะเท่านั้น
"...แน่นอนครับ ขอบคุณมากจริง ๆ การได้เข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยเป็นแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ให้กับการวิจัยของฉันได้อย่างมหาศาลเลยครับ"
"ไม่มีปัญหาครับ"
"ฮิฮิ~"
เมื่อเห็นท่านพี่ของเธอกำลังมีความสุขขนาดนี้ มิยูกิก็อดไม่ได้ที่จะพลอยรู้สึกยินดีไปกับเขาด้วย มันนานมากแล้วจริง ๆ ที่ท่านพี่ของเธอไม่ได้เพลิดเพลินกับชีวิตประจำวันในแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้...
"ท่านพี่คะ... มิยูกิดีใจจังเลยค่ะ..."
"มิยูกิจัง~ ทำอะไรอยู่เหรอ? ไปกันเถอะ~ พวกเขาเดินนำไปไกลแล้วนะ!"
"อ๊ะ ค่ะ!"
หลังจากใช้เวลาสำรวจชั้นใต้ดินอยู่หลายชั่วโมง เนื่องจากทัตสึยะจมดิ่งเข้าสู่โลกแห่งการสำรวจอย่างรวดเร็ว ทั้งสี่คนก็รับประทานอาหารเย็นร่วมกันซึ่งฝีมือการทำอาหารเป็นของยูจิเอง ก่อนจะแยกย้ายกันไปยังห้องนอนของแต่ละคนเพื่อเตรียมตัวพักผ่อนในคืนนี้
ยูจิกลับเข้าห้องของเขา ทัตสึยะแยกไปยังห้องชุดรับรองแขกห้องหนึ่ง ส่วนไอกะและมิยูกิมุ่งหน้าไปยังห้องที่ไอกะเป็น "เจ้าของ" แต่ไม่เคยมานอนเลยสักครั้ง
เมื่อมาถึง มิยูกิก็เหลียวมองรอบ ๆ ห้องด้วยความทึ่ง
"ว้าว ห้องเรียบร้อยและสะอาดสะอ้านมากเลยค่ะ คุณไอกะคงจะใช้เวลาจัดห้องนานน่าดูเลยนะคะ"
"ป-เปล่าหรอกจ้า ม-ไม่ได้ขนาดนั้นหรอก~ ฮิฮิฮิ..."
ไอกะหัวเราะแห้ง ๆ พลางหลบสายตา รู้สึกละอายใจนิด ๆ ในใจ
ท-ที่มันสะอาดขนาดนี้ก็เพราะฉันไปนอนที่ห้องของยูจิมาตลอดต่างหากเล่า... ถ้าฉันมานอนที่นี่ละก็...
เธอประมวลภาพห้องนอนที่เธอเคยอยู่ตอนที่อยู่โลกเดิมขึ้นมา แม้ว่าเธอจะไม่ใช่คนซกมกอะไรขนาดนั้น แต่ก็พูดไม่ได้เต็มปากว่าเป็นคนเจ้านะระเบียบ มีทั้งมังงะ ไลท์โนเวล และเสื้อผ้ากระจัดกระจายอยู่ทั่วห้อง มีเพียงพวก "ของสายวัฒนธรรม" (ของลามก) เท่านั้นที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างเป็นระเบียบในที่ลับตาที่มีเพียงเธอคนเดียวที่รู้
เธอไม่ได้ตั้งใจจะโกหกมิยูกิหรอกนะ แต่พอโดนเด็กสาวที่น่ารักขนาดนี้เอ่ยชมและมองเธอในแง่ดีขนาดนี้ ไอกะก็รวบรวมความกล้าเพื่อบอกความจริงออกไปไม่ลงจริง ๆ...
"อ-เอาล่ะ! พ-พวกเราไปอาบน้ำกันดีกว่า! คืนนี้มิยูกิจังยืมชุดนอนของฉันไปใส่ก่อนได้เลยนะ!"
"ค่ะ ขอบพระคุณมากนะคะ"
หลังจากผลัดกันอาบน้ำและเปลี่ยนมาใส่ชุดนอนเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองคนก็ขึ้นไปนอนบนเตียง
ท่ามกลางความมืดมิดภายในห้อง ไอกะใช้มือสะกิดแขนของมิยูกิเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มบางบนใบหน้า
"นี่ ๆ มิยูกิจัง~ พวกเรามาคุยกันตามประสาผู้หญิง (Girls' talk) กันเถอะ~"
"คุยกันตามประสาผู้หญิง... งั้นเหรอคะ? เข้าใจแล้วค่ะ คุณมีเรื่องอะไรที่อยากจะคุยงั้นเหรอคะ?"
"อืม~ ไม่รู้เหมือนกันแฮะ... แล้วมิยูกิจังล่ะ? มีเรื่องอะไรอยากถามฉันไหม?"
มิยูกินิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ขณะที่ไอกะจ้องมองเธอด้วยความคาดหวัง นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอเลยที่ได้มานอนค้างคืนกับเพื่อนและได้คุยกันตามประสาผู้หญิงแบบนี้ เธอเลยไม่ค่อยแน่ใจว่าจะชวนคุยเรื่องอะไรดี
อย่างไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่เธอรู้สึกสงสัยมาตั้งแต่ตอนที่ได้พบกับพวกเขาครั้งแรก
"เอ่อ คือถ้าฉันจะขอถามหน่อยได้ไหมคะ คุณกับคุณยูจิมีความสัมพันธ์กันแบบไหนเหรอคะ? ดูพวกคุณสนิทสนมกันมากเลย แต่ขนาดท่านพี่ยังไม่ทราบเลยว่าความสัมพันธ์ของพวกคุณคืออะไรกันแน่"
"อ๋อ~ เรื่องนั้นเป็นเพราะพวกเรายังไม่มีโอกาสได้บอกเขาน่ะจ้า ยูจิกับฉันพวกเราเพิ่งจะเริ่มคบกันเมื่อสองวันก่อนนี้เอง~ เจาะจงเลยก็คือคืนแรกที่พวกเราเพิ่งมาถึงโลกฝั่งนี้และได้เจอกันเป็นครั้งแรกนั่นแหละ~"
"เอ๊ะ?! จ-จริงเหรอคะ?"
"อื้อ~ มันน่าตกใจขนาดนั้นเลยเหรอ? ก็อย่างที่มิยูกิจังบอกนั่นแหละ พวกเราแสดงออกว่าสนิทกันขนาดนั้น ฉันเลยคิดว่ามันไม่น่าจะแปลกอะไรนะ"
"ค-คือฉันพอจะเดาออกค่ะว่าพวกคุณน่าจะมีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน แต่ไม่นึกเลยว่าจะคบหาเป็นแฟนกันแล้ว! ฉันได้ยินจากท่านพี่ว่าพวกคุณเพิ่งจะรู้จักกันได้แค่ประมาณสัปดาห์เดียวเอง แล้วทำไมถึงกลายมาเป็นคนรักกันได้รวดเร็วขนาดนี้ล่ะคะ?!"
"อ-อา... ค-คือความจริงแล้ว... ฉันคุยกับยูจิเยอะกว่าคนอื่น ๆ ในกลุ่มน่ะจ้า แล้วก็ค่อย ๆ ตกหลุมรักเขามาตั้งแต่ตอนที่พวกเราเริ่มคุยกันแล้วด้วย"
ไอกะใช้นิ้วเกาแก้มตัวเองแก้เขิน ขณะที่มิยูกิจ้องมองเธออย่างตั้งใจฟังทุกคำพูด
"ตอนที่พวกเราคุยกันผ่านแชตกลุ่ม ฉันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสนิทใจกับเขาอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าฉันรู้จักเขามานานกว่าเวลาที่พวกเรารู้จักกันจริง ๆ ซะอีก เขาเป็นคนดี ตลก อ่อนโยน ซื่อสัตย์ เข้าอกเข้าใจ และใส่ใจคนอื่น แถมฉันยังมีความสุขมากเวลาได้คุยกับเขา ฉันรู้สึกสบายใจเวลาอยู่กับเขามาก ทั้งที่ตอนนั้นยังไม่เคยเจอตัวจริงกันเลยด้วยซ้ำ มันเป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันรู้สึกแบบนี้..."
ไอกะแหงนหน้ามองเพดานห้องอันสูงลิ่วพลางเล่าต่อ
"และพอพวกเราได้มาเจอตัวจริงกันครั้งแรก ความรู้สึกทั้งหมดนั้นมันก็ยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก ฉันถึงได้ตระหนักได้ว่าตัวเองรักเขาจริง ๆ เพราะงั้นฉันก็เลยเดินเข้าไปหาเขาตอนกลางดึกแล้วก็สารภาพรักซะเลย"
"เอ๊ะ?! คุณสารภาพรักเร็วขนาดนั้นเลยเหรอคะ? แถมยังเป็นตอนกลางดึกด้วย?!"
"อ-ฮะ ๆ ๆ~ ก็ตอนนั้นมันกักเก็บความรู้สึกเอาไว้ไม่อยู่แล้วนี่นา และโชคดีชะมัดที่เขาก็รู้สึกแบบเดียวกัน เขาบอกฉันว่าเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกเราจะเข้ากันได้ดีขนาดนี้ และเขารู้สึกสบายใจเวลาอยู่กับฉันมากทั้งที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน ฮิฮิฮิ~"
"แ-แล้วพวกคุณก็เริ่มคบกันตอนนั้นตรงนั้นเลยเหรอคะ?"
"อื้อ~ ก็แหงล่ะ ฉันอดใจไม่ไหวแล้วนี่นา~! แถมเขายังบอกอีกนะว่าจะไม่มีวันปล่อยมือไปจากฉันเด็ดขาด! พอเขาพูดแบบนั้นแล้วฉันจะปฏิเสธได้ยังไงล่ะ~ กรี๊ดดด~"
มิยูกิมองไอกะที่กำลังบิดตัวเขินอายด้วยความรู้สึกทึ่ง
แม้ว่าเธอจะเป็นคุณหนูจากตระกูลใหญ่ผู้สูงศักดิ์ แต่มันก็ไม่ได้แปลว่ามิยูกิจะตัดขาดจากโลกภายนอกจนไม่รู้เรื่องบรรทัดฐานทางสังคมของคนทั่วไป รวมถึงเรื่องความสัมพันธ์เชิงชู้สาวเลย
และในยุคสมัยนี้ การคบหาดูใจกับคนที่เพิ่งรู้จักกันได้เพียงไม่กี่วันถือเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย... อย่างมากที่สุด ความสัมพันธ์ก็น่าจะหยุดอยู่แค่เพื่อน หรืออาจจะเพื่อนสนิทเท่านั้น
น-นี่อาจจะเป็นเรื่องปกติในโลกของพวกเขางั้นเหรอคะ...?
ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่ มิยูกิก็ต้องสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์เมื่อรู้สึกถึงแรงสะกิดที่แขนอีกครั้ง
"นี่ ๆ ~ แล้วฝั่งมิยูกิจังล่ะจ๊ะ~? ความสัมพันธ์กับท่านพี่สุดที่รักไปถึงไหนแล้วเอ่ย~?"
"เอ๊ะ?! อ-อะไรนะคะ?!"
"ฮิฮิ~ ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นหรอกจ้า~ พวกเรารู้อนาคตนี่นา เพราะงั้นแน่นอนว่าพวกเราย่อมรู้เรื่องความรู้สึกที่มิยูกิจังมีต่อท่านพี่ของเธออยู่แล้วล่ะ~"
"จ-จริงเหรอคะ?! อูวววว... เดี๋ยวค่ะ! งั้นก็แปลว่าท-ท-ท่านพี่ก็รู้เรื่องนี้แล้วด้วยงั้นเหรอคะ?!"
"หืม ไม่รู้สิ... เขาไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลยนะ ฉันเลยคิดว่าเขาน่าจะยังไม่รู้ตัวเหมือนกันมั้ง...?"
"เฮ้อ... งั้นเหรอคะ..."
มิยูกิซบหน้าลงกับหมอนพลางทอดถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกแกมเศร้าสร้อย...
ในแง่หนึ่ง เธอก็รู้สึกโล่งใจที่ความรู้สึกของเธอยังไม่ถูกเปิดเผยให้เขาได้รับรู้ แต่อีกใจหนึ่ง เธอก็รู้สึกเศร้าใจอยู่ลึก ๆ ที่เขาไม่เคยตระหนักถึงความรู้สึกที่เธอมีให้เขาเลย...
"ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะมิยูกิจัง~ สายตาของทัตสึยะคุงน่ะมีไว้เพื่อมองแค่เธอคนเดียวเท่านั้นแหละ! มิยูกิจังคือตัวตนที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตของเขาแล้ว! และฉันรู้ดีว่าเขาเป็นห่วงและใส่ใจเธอมาก ๆ เพราะงั้นเธอแค่ต้องเดินหน้าลุยต่อไป! รุกเข้าใส่เรื่อย ๆ จนกว่าจะทลายกำแพงป้องกันที่หนาแน่นของเขาให้ได้เลย!"
"แ-แต่ว่า... มิยูกิไม่อยากจะทำตัวรบกวนท่านพี่นี่คะ..."
"พูดอะไรแบบนั้นกันเล่า~ เรื่องของความรักน่ะไม่มีคำว่ารบกวนหรอกจ้า! อ๊ะ ยอมยกเว้นในกรณีที่ฝืนรุกหนักเกินไปทั้งที่เป็นรักข้างเดียวล่ะนะ แต่ในกรณีนี้มันไม่ใช่ไง! เขาเป็นห่วงและรักเธอมาก ส่วนเธอก็ดูลุ่มหลงในตัวเขาซะขนาดนั้น มองจากมุมไหนก็ชัดเจนสุด ๆ ! เพราะงั้นเธอต้องพยายามให้เต็มที่นะ!"
"ม-ม-มันดูชัดเจนขนาดนั้นเลยเหรอคะ?!"
"อืม~ อาจจะเพราะพวกเรารู้อนาคตอยู่แล้วมันเลยดูชัดเจนล่ะมั้ง แต่สำหรับคนอื่น ๆ พวกเธอสองคนก็อาจจะดูเหมือนเป็นแค่คู่พี่น้องที่สนิทกันมากเป็นพิเศษเท่านั้นแหละ"
"ง-งั้นเหรอคะ... ถ้าอย่างนั้น ช่วยเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับก่อนนะคะคุณไอกะ ตอนนี้ท่านพี่... ต้องเผชิญกับเรื่องราวต่าง ๆ มากมายอยู่แล้ว มิยูกิไม่อยากจะเพิ่มความเครียดให้เขาอีก แค่ได้คอยอยู่เคียงข้างสนับสนุนเขาด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่มีในตอนนี้ มิยูกิก็พอใจแล้วค่ะ..."
"มิยูกิจัง..."
เมื่อได้ยินแบบนั้น และด้วยความที่พอจะรู้เรื่องราวที่สองพี่น้องคู่ตระกูลนี้ต้องเผชิญมาบ้าง ไอกะก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะท้อนใจสะกิดใจขึ้นมาขณะจ้องมองใบหน้าที่ดูเศร้าสร้อยของมิยูกิ
"อื้อ... ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะคอยช่วยสนับสนุนความรักของเธออีกแรงเอง! ถ้าต้องการความช่วยเหลืออะไรก็บอกยูจิหรือบอกฉันได้เลยนะ! พวกเราจะช่วยเต็มที่เลย!"
"ข-ขอบพระคุณมากเลยค่ะ"
"ฮิฮิฮิ~ เอาล่ะ~ ถ้างั้นมาเล่าให้ฟังหน่อยสิว่า ทำไมถึงได้ร๊าาาาากท่านพี่ของเธอมากมายขนาดนี้กันนะ~?"
"เอ๊ะ?! ม-ไม่เอาค่ะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณไอกะ..."
"เอ๋~ อย่าเขินไปหน่อยเลยน่า~ เล่าให้ฟังหน่อยสิ~ ฉันยังเล่าเรื่องของฉันให้ฟังแล้วเลย แบบนี้ถึงจะแฟร์ใช่ไหมล่ะ~?"
"ไ-ไม่เอาเด็ดขาดเลยค่ะ!"