- หน้าแรก
- กำเนิดอัศวินศักดิ์สิทธิ์ พลิกชะตาด้วยมิติพกพา
- บทที่ 1: การตรวจค้น
บทที่ 1: การตรวจค้น
บทที่ 1: การตรวจค้น
บทที่ 1: การตรวจค้น
"ไรอัน เดอร์ริค ใช่ไหม?"
ทหารที่รับหน้าที่ตรวจค้นหันไปมองด้านหลังตามสัญชาตญาณ
ไรอันสัมผัสได้ถึงความผิดปกติในทันที วินาทีต่อมา เสียงชุดเกราะเหล็กกระทบกันก็ดังขึ้น
"เตรียมพร้อม!"
ไรอันตะโกนสั่งการในพริบตา กองทหารที่หนึ่งแห่งกองร้อยที่สาม สังกัดกองพันที่หนึ่งของภาคีอัศวินราชสีห์ต่างเคลื่อนไหวจัดกระบวนรบตามยุทธวิธีทันที
ก่อนที่อัศวินคุมกฎซึ่งดักซุ่มอยู่จะทันได้โอบล้อมขบวนขนส่ง พวกเขาก็เห็นกองอัศวินราชสีห์สวมเกราะโซ่ถัก คว้าอาวุธ และกระโจนขึ้นหลังม้าเรียบร้อยแล้ว ความรวดเร็วในการเคลื่อนไหวของพวกเขาทำเอาผู้ที่มองอยู่ถึงกับขนลุกซู่
ไรอันถอยร่นอย่างรวดเร็ว ขณะที่อัศวินรับใช้ของเขาปราดเข้ามาสวมเสื้อคลุมทับเกราะให้เขาอย่างคล่องแคล่ว
แม้จะเข้าใกล้เขตใจกลางอาณาจักรแล้ว แต่กองอัศวินของไรอันก็ยังคงรักษาระดับการระวังภัยขั้นสูงสุด แม้จะเดินทางไกล พวกเขาก็ยังคงสวมปลอกแขนและเกราะหน้าอก และตอนนี้ เมื่อสวมเกราะโซ่ถักทับอีกชั้น พวกเขาก็กลายสภาพเป็นอัศวินเกราะกึ่งหนักในพริบตา
สิ่งที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าคือกองทหารทั้งกอง ซึ่งประกอบด้วยอัศวินห้านายและอัศวินรับใช้อีกสิบเอ็ดนาย ต่างคว้าอาวุธ ทอดทิ้งทหารราบและคนงานอันน่าเวทนาของขบวนขนส่ง แล้วชักม้าถอยห่างเพื่อทิ้งระยะ
เหล่าอัศวินคุมกฎไม่คาดคิดมาก่อนว่าเป้าหมายการตรวจค้นจะมีปฏิกิริยาเช่นนี้ พวกเขาตั้งตัวไม่ติดและปล่อยให้ไรอันกับคนของเขาหลุดรอดจากวงล้อมไปได้
"จับพวกมันไว้!"
ทว่าทันทีที่อัศวินคุมกฎผู้เป็นหัวหน้าตะโกนสั่ง ลูกน้องของเขากลับมีสีหน้าหวาดผวา
ปรากฏว่าภาคีอัศวินราชสีห์ไม่ได้หนีไปไหนเลย พวกเขาเพียงแค่ถอยทัพเพื่อสร้างระยะสำหรับพุ่งชาร์จเท่านั้น
ขณะที่อาชาศึกกำยำตะกุยตะกายกีบเท้า เหล่าอัศวินยกหอกสั้นขึ้นด้วยมือข้างเดียวตามท่วงท่าในตำรา หนีบด้ามหอกไว้ใต้รักแร้ ขณะที่ปลายหอกสั่นระริกน้อยๆ รังสีอำมหิตอันดุดันแผ่ซ่าน คุกคามจนทหารที่เผชิญหน้ากับอัศวินกลุ่มนี้ถึงกับขนลุกชัน ไม่มีใครสงสัยเลยว่าหากศัตรูพุ่งชาร์จเข้ามา พวกเขาคงต้องพบกับจุดจบอันน่าสยดสยอง
นี่น่ะหรือพวกคุณชายสำอางแห่งภาคีอัศวินราชสีห์?
โอเล็ตต์ อัศวินคุมกฎ ตอนนี้อยากจะตามหาไอ้เวรที่สั่งให้เขามาทำเรื่องนี้แล้วอัดมันให้ยับ
แต่มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย ภาคีอัศวินราชสีห์ฟื้นคืนความรุ่งโรจน์ในอดีตตั้งแต่เมื่อใดกัน?
เมื่อสามร้อยปีก่อน ภาคีอัศวินราชสีห์เคยติดตามปฐมกษัตริย์ออกรบ ทำผลงานจนกลายเป็นกองกำลังระดับแนวหน้า แต่สามร้อยปีให้หลัง ภาคีอัศวินราชสีห์ในตอนนี้กลับกลายเป็นเพียงของประดับบารมีที่เอาไว้โชว์เท่านั้น
ห่างเหินจากสงคราม เต็มไปด้วยอัศวินผู้ดีมีตระกูล แถมยังมีอัศวินสืบสายเลือดที่ยากจนข้นแค้นจนไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อหาอุปกรณ์ ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างประกอบกัน ทำให้ผู้คนเลิกมองภาคีอัศวินราชสีห์เป็นกองกำลังที่น่าเกรงขามมานานแล้ว นั่นเป็นเหตุผลที่โอเล็ตต์กล้าตอบตกลงมาตรวจค้นหัวหน้ากองทหารแห่งภาคีอัศวินราชสีห์
แต่ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย?
เขาจำต้องแข็งใจก้าวออกไป โบกไม้โบกมือพร้อมตะโกนว่า "เข้าใจผิดแล้ว! เป็นความเข้าใจผิด! ข้าคืออัศวินคุมกฎสังกัดสภาขุนนาง นี่เป็นเพียงการตรวจค้นตามปกติเท่านั้น"
สายตาอันเฉียบคมของไรอันทะลวงผ่านระยะห่างหลายสิบเมตร สังเกตเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน เขาไม่เชื่อแม้แต่วินาทีเดียวว่านี่คือการตรวจค้นตามปกติ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่พวกอัศวินคุมกฎว่างงานจนต้องมาระรานอัศวินหลวง?
การต่อสู้ทางการเมือง? หรือมีใครกำลังใส่ร้ายเขา?
ข้อสันนิษฐานมากมายผุดขึ้นในหัวของไรอัน แต่โชคร้ายที่เขาออกไปปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน จึงไม่ทราบสถานการณ์ปัจจุบันในเมืองหลวงเลย หากเกิดเรื่องใหญ่โตขึ้นในเมืองหลวง ป่านนี้ก็ควรจะรู้กันทั่วแล้ว และมันก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อนายทหารระดับล่างอย่างเขา
ไรอันสรุปได้อย่างรวดเร็ว: มีใครบางคนกำลังพยายามเล่นงานเขา
ศาลเจ้าเล็กแต่ลมแรง สระตื้นเต่าเยอะ สถานที่สับปะรังเคอย่างภาคีอัศวินราชสีห์ก็ยังหนีเรื่องพรรค์นี้ไม่พ้นสินะ ไรอันลอบแค่นยิ้ม แต่ถ้าคิดว่าจะมาหลอกหมูเขาได้ง่ายๆ ล่ะก็ ฝันไปเถอะ
"ฟิโก้ ไปตรวจสถานะของมัน!" ไรอันร้องสั่ง
อัศวินรับใช้ฟิโก้เติบโตมาด้วยกันกับเขา เมื่อได้ยินคำสั่ง เขากระตุ้นม้าพุ่งทะยานออกไปโดยไม่ลังเล
ตอนแรกโอเล็ตต์ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ในไม่ช้าเขาก็ตระหนักว่าฟิโก้ไม่ได้ชะลอความเร็วลงเลย ราวกับตั้งใจจะพุ่งชนเขาให้กระเด็น
นี่เจ้านี่กะจะเอาคืนข้าใช่มั้ย!?
รูม่านตาของโอเล็ตต์เบิกกว้าง เขาอยากจะยืนหยัดอยู่กับที่ แต่ร่างกายกลับพุ่งหลบไปด้านข้างตามสัญชาตญาณ
"โว้ว!!!"
ฟิโก้ดึงสายบังเหียนรั้งอาชาศึกไว้อย่างแสนเสียดาย มันหยุดกึกห่างจากโอเล็ตต์เพียงแค่ครึ่งเมตร
ลมหายใจร้อนระอุจากจมูกม้าเป่ารดเต็มหน้าโอเล็ตต์ เขาเงยหน้าขึ้นอย่างเก้ๆ กังๆ เพียงเพื่อจะพบกับสีหน้าจองหองของฟิโก้
แม่ทัพดุดัน ทหารโอหัง!
วลีนี้ผุดขึ้นมาในหัวของโอเล็ตต์ จนเขาไม่มีกะจิตกะใจแม้แต่จะรู้สึกโกรธเคือง
"เจ้าบอกว่าเป็นอัศวินคุมกฎงั้นเรอะ? ขอดูตราประจำตัวหน่อย!"
ฟิโก้ยื่นมือออกไป แม้เขาจะเป็นเพียงอัศวินรับใช้และโอเล็ตต์เป็นถึงอัศวิน แต่บทบาทของทั้งสองกลับดูเหมือนสลับกัน
อันที่จริง ตัวตนของโอเล็ตต์ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ด้วยซ้ำ ที่นี่คือเมืองบริวารของเมืองหลวง ใครจะกล้าปลอมตัวเป็นอัศวินอยู่หน้าประตูเมืองแถมยังสั่งให้ทหารยามให้ความร่วมมือได้อีก? แต่ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายจงใจหาเรื่อง โอเล็ตต์ก็จำต้องกลืนศักดิ์ศรีของตนลงคอ
หากเกิดการนองเลือดขึ้นที่นี่จริงๆ เขาไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายจะบาดเจ็บล้มตายหรือไม่ แต่ตัวเขาเองน่ะจบเห่แน่นอน
อัศวินคุมกฎมีหน้าที่ตรวจสอบการกระทำผิดกฎหมายในกองทัพ ทว่าภาคีอัศวินราชสีห์ก็ไม่ใช่พวกที่จะไปล้อเล่นด้วยได้ พวกเขาอาจจะไม่เก่งเรื่องต่อสู้ แต่เรื่องร้องเรียนล่ะก็เชี่ยวชาญนัก ไม่ใช่เพราะเหตุผลอื่นใด ประการแรก พวกเขาทุกคนล้วนเป็นสายเลือดขุนนาง และประการที่สอง... พวกเขาคือผู้คุ้มกันยามกษัตริย์บรรทม ติดตามยามร่วมโต๊ะเสวย และแม้กระทั่งยามที่กษัตริย์ทรงทำกิจเข้าจังหวะ พวกเขาก็คือผู้รับผิดชอบในการตรวจค้นร่างกายของอิสตรี
หากเกิดความขัดแย้งขึ้น กษัตริย์จะทรงเชื่อผู้ใด? จะทรงเข้าข้างใคร?
ที่โอเล็ตต์ยอมตกลงมาตรวจค้นก็เพราะ หนึ่ง อีกฝ่ายรับประกันว่าจะจับได้คาหนังคาเขา และสอง เป้าหมายเป็นเพียงตัวหมากไร้ความสำคัญในภาคีอัศวินราชสีห์—มิเช่นนั้นคงไม่ต้องมารับงานจับกังอย่างการคุ้มกันขบวนขนส่งแบบนี้
แต่ตอนนี้ เขาเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าอาการขี่หลังเสือแล้วลงไม่ได้มันเป็นอย่างไร
โอเล็ตต์จำใจควักป้ายประจำตัวออกมาและอธิบายอย่างสุภาพ "นี่เป็นการสุ่มตรวจ ไม่ได้เจาะจงเล่นงานพวกท่านแน่นอน รบกวนแจ้งหัวหน้าของท่านด้วยว่าเราเพียงแค่จะตรวจตามธรรมเนียมให้เสร็จๆ ไปเท่านั้น"
โอเล็ตต์ตั้งใจจะทำแค่พอเป็นพิธีจริงๆ ต่อให้เจออะไร เขาก็จะแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น มิฉะนั้น เพื่อแลกกับเงินเล็กน้อย เขาเกรงว่าจะไม่มีชีวิตรอดกลับไปรายงาน หากไปล่วงเกินพวกคนดุร้ายเหล่านี้เข้า
ฟิโก้พิจารณาป้ายห้อยเอวอย่างละเอียด เมื่อยืนยันได้ว่าไม่ใช่ของปลอม จึงกลับไปรายงานไรอัน "นายน้อย พวกนี้น่าสงสัยขอรับ นี่ไม่ใช่การสุ่มตรวจแน่นอน"
ไรอันเองก็รู้ดี การสุ่มตรวจไม่จำเป็นต้องหลบซ่อน และปฏิกิริยาของทหารยามก็บ่งบอกชัดเจนว่าพวกเขากำลังรอเขาอยู่โดยเฉพาะ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายมีตัวตนถูกต้องตามกฎหมาย เขาก็จะยอมตามน้ำไปก่อน
"รู้ทั้งรู้ว่าเราขนสินค้าเถื่อนมาจำนวนมาก... เป็นพวกพ่อค้าตลาดมืดหรือคนในภาคีกันแน่?"
ไรอันลอบแค่นยิ้ม พลางปรายตามองห้วงมิติส่วนตัวของตน หากพวกมันหาหลักฐานเจอ เขาจะยอมให้พวกมันชนะเลย
"บอกพี่น้องให้เตรียมตัวให้พร้อม ประเดี๋ยวเราจะเล่นละครฉากใหญ่ ดูกันซิว่าใครหน้าไหนมันกล้าใส่ร้ายเรา"
สิ้นคำพูดของไรอัน เหล่าอัศวินเบื้องหลังต่างกำอาวุธในมือแน่นด้วยความประหม่า พวกเขารู้ดีว่าขบวนขนส่งที่พวกเขากำลังคุ้มกันอยู่นี้... มีสินค้าเถื่อนซุกซ่อนอยู่จริงๆ!