เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 - เฟิ่งอวี้เหิง

บทที่ 2 - เฟิ่งอวี้เหิง

บทที่ 2 - เฟิ่งอวี้เหิง


บทที่ 2 - เฟิ่งอวี้เหิง

★★★★★

"อะไรนะ!"

ในขณะเดียวกันนั้นเอง สิ่งที่หลี่ชิงคิดในใจก็ดันไปดังขึ้นในหัวของเฟิ่งอวี้เหิง ทำเอานางตกใจแทบสิ้นสติ

"หลี่ชิงยังไม่ได้อ้าปากพูดอะไรเลย แถมยังไม่ได้ส่งกระแสจิตด้วย แล้วข้าจะได้ยินเสียงของเขาได้ยังไงกัน"

"หรือว่า... นี่คือเสียงในใจของหลี่ชิง ข้าได้ยินเสียงในใจของเขาอย่างนั้นรึ!"

เฟิ่งอวี้เหิงรู้สึกประหลาดใจอย่างถึงที่สุด

เรื่องนี้มันพิลึกพิลั่นเกินไปแล้ว

【ไอ้หมาจ้าวถัวนอกจากจะมักมากหวังเคลมท่านอาจารย์หญิงจนไปแอบดูเขาอาบน้ำแล้ว มันยังเป็นสายลับที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์จันทราส่งแฝงตัวเข้ามาในสำนัก เพื่อคอยส่งข่าวความเคลื่อนไหวให้พวกนั้นด้วย】

【เหอะ ถ้าตาแก่ที่เป็นอาจารย์ข้ายังไม่ตาย ไอ้เด็กเวรนี่มีหรือจะกล้าทำเรื่องระยำแบบเปิดเผยขนาดนี้】

"อะไรกัน จ้าวถัวเนี่ยนะ..."

แสงสีแดงในดวงตาของเฟิ่งอวี้เหิงค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยประกายตาอันเย็นเยียบ

"สายลับอย่างนั้นรึ..."

เฟิ่งอวี้เหิงพึมพำกับตัวเองเบาๆ

จู่ๆ นางก็ตวัดสายตาไปมองจ้าวถัวแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า "โอ้ ถลกหนังเลาะเอ็น สูบวิญญาณทรมานงั้นรึ เจ้าช่างมีจิตใจที่เหี้ยมโหดดีแท้ สมแล้วที่เป็นสายลับที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์จันทราส่งมา"

สิ้นประโยคนี้ ทุกคนในที่นั้นต่างพากันตกตะลึง

"อะไรนะ!"

จ้าวถัวใจหายวาบ นี่คือความลับสุดยอดที่เขาซ่อนไว้ก้นบึ้งของหัวใจ เฟิ่งอวี้เหิงไปรู้เรื่องนี้มาได้ยังไง

ไม่สิ นางต้องกำลังหลอกถามข้าแน่ๆ

"ท่านอาจารย์หญิงพูดเรื่องอะไรกันขอรับ สายลับดินแดนศักดิ์สิทธิ์จันทราอะไร ศิษย์ไม่เห็นเข้าใจเลย ศิษย์ถูกท่านอาจารย์รับเข้าสำนักมาตั้งแต่ห้าขวบ ท่านก็เห็นศิษย์มาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ศิษย์จะเป็นสายลับได้ยังไงกันขอรับ หรือว่าอาการบาดเจ็บของท่านยังไม่หายดีจนทำให้ความคิดสับสนไปแล้ว" จ้าวถัวพยายามตั้งสติและมองเฟิ่งอวี้เหิงด้วยท่าทีนิ่งสงบ

ตอนนี้หลี่ชิงเองก็ช็อกไปเหมือนกัน

ในนิยายต้นฉบับไม่มีฉากที่เฟิ่งอวี้เหิงถามจ้าวถัวเรื่องสายลับนี่นา

แถมเฟิ่งอวี้เหิงก็ไม่มีทางรู้ด้วยว่าจ้าวถัวคือสายลับของดินแดนศักดิ์สิทธิ์จันทรา นี่มันมีอะไรผิดพลาดตรงไหนหรือเปล่าเนี่ย

"ระบบ ระบบ เรียกใช้งานฉุกเฉิน!"

หลี่ชิงตะโกนเรียกในใจอย่างบ้าคลั่ง

หมายเหตุ: ข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบ เสียงในใจจะถูกปิดกั้นโดยอัตโนมัติ

【ติ๊ง! โฮสต์ ระบบอยู่นี่แล้วครับ】

"ระบบ นายน่าจะคุ้นเคยกับนิยายเรื่องนี้ใช่ไหม"

【ติ๊ง! จำได้ขึ้นใจแทบจะท่องถอยหลังได้เลยครับ】

"แต่ในต้นฉบับมันไม่มีเนื้อเรื่องท่อนนี้นี่หว่า"

เรื่องนี้หลี่ชิงต้องรู้ให้กระจ่าง เขาอุตส่าห์วางแผนจะอาศัยความรู้ล่วงหน้าในเนื้อเรื่องเพื่อตามสืบ... ไม่สิ เพื่อตามเผือกให้ฉ่ำ ถ้าเนื้อเรื่องมันพังพินาศไปหมด แล้วเขาจะเอาแตงที่ไหนมากินวะ!

【ติ๊ง! โฮสต์โปรดวางใจ เนื้อเรื่องยังไม่ได้เบี่ยงเบนไปไหนครับ นิยายคือสิ่งตายตัว แต่ที่นี่คือโลกแห่งความจริง การจะมีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นบ้างถือเป็นเรื่องปกติสุดๆ ครับ】

"รับทราบ!"

หลี่ชิงถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก

เนื้อเรื่องไม่เพี้ยนก็ดีแล้ว จะได้ตั้งหน้าตั้งตาเผือกต่อไปอย่างสบายใจ

【จึ๊ๆ สมแล้วที่เป็นสายลับที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์คัดเลือกมา สภาพจิตใจแข็งแกร่งชิบเป๋ง งานนี้ท่านอาจารย์หญิงคงหมดมุกจะต้อนแล้วล่ะมั้ง】

【ถ้าตบกบาลไอ้หมอนี่ให้ตายคามือได้ก็คงจะดี】

【ตามเนื้อเรื่องเดิม อีกไม่กี่วันท่านอาจารย์หญิงคนสวยก็จะถูกเศษเสี้ยววิญญาณมหาจักรพรรดิพยายามยึดร่างเป็นครั้งแรก แล้วไอ้จ้าวถัวก็ดันไปเจอเข้าพอดี ไอ้เวรนี่เลยฉวยโอกาสตอนที่ท่านอาจารย์หญิงขยับตัวไม่ได้ กะจะทำเรื่องบัดสีบัดเถลิง】

"อะไรนะ!"

"ไอ้สัตว์เดรัจฉานเอ๊ย!"

"เดี๋ยวก่อนนะ เศษเสี้ยววิญญาณมหาจักรพรรดิรึ"

"เป็นไปได้อย่างไรกัน"

แววตาของเฟิ่งอวี้เหิงเผยให้เห็นถึงความตื่นตระหนก

"ที่แท้ความผิดปกติในร่างกายของข้าก็เกิดจากเศษเสี้ยววิญญาณมหาจักรพรรดินี่เอง"

"แล้วเรื่องพวกนี้หลี่ชิงไปรู้มาได้ยังไง"

"เขาสามารถหยั่งรู้อนาคต หรือว่าคำนวณลิขิตสวรรค์ได้กันแน่"

"ช่างเรื่องพวกนั้นไปก่อน ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องจัดการไอ้หมาจ้าวถัวนี่ให้สิ้นซาก" แววตาของเฟิ่งอวี้เหิงฉายแววอำมหิต

"ปากแข็งไม่ยอมรับแล้วคิดว่าข้าจะจัดการเจ้าไม่ได้งั้นรึ!"

"เคล็ดวิชาสะกดวิญญาณไท่อี!"

ดวงตาของเฟิ่งอวี้เหิงปรากฏเงาของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ แสงสีดำและขาวพุ่งทะลวงเข้าสู่ดวงตาของจ้าวถัว

ชั่วพริบตานั้น ร่างของจ้าวถัวก็สั่นสะท้าน แววตาของเขาเหม่อลอยไร้สติไปในทันที

"เจ้าเป็นสายลับของดินแดนศักดิ์สิทธิ์จันทราใช่หรือไม่"

เฟิ่งอวี้เหิงจ้องมองจ้าวถัวด้วยสายตาเย็นชา

"ใช่ขอรับ" จ้าวถัวพยักหน้าตอบด้วยท่าทีเลื่อนลอย

"วันนี้เจ้าเป็นคนแอบดูข้าอาบน้ำใช่หรือไม่"

"ใช่ขอรับ"

"นอกจากเรื่องพวกนี้แล้ว เจ้ายังทำเรื่องเลวทรามอะไรไว้อีก"

"แอบดูศิษย์น้องอวี้เอ๋อร์อาบน้ำ แอบดูศิษย์น้องอวี้เอ๋อร์ลักลอบเสพสังวาสกับศิษย์พี่ไป๋..."

【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วย แตงสุกงอมพร้อมกินแล้ว เริ่มกระบวนการเสพความเผือกได้เลยครับ】

"เชี่ยเอ๊ย!"

"ไอ้จ้าวถัวมันมีรสนิยมโรคจิตแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย"

"พวกเดียวกันนี่หว่า!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 2 - เฟิ่งอวี้เหิง

คัดลอกลิงก์แล้ว