- หน้าแรก
- พลิกโลกเวทมนตร์เสื่อมสลายด้วยมานาไร้ขอบเขต
- บทที่ 40 หมาป่าเวทมนตร์จันทราโลหิต
บทที่ 40 หมาป่าเวทมนตร์จันทราโลหิต
บทที่ 40 หมาป่าเวทมนตร์จันทราโลหิต
หลังจากที่เจ้านี่ริเกลกลายเป็นมอนสเตอร์ไปแล้ว กลับยังสามารถใช้เวทมนตร์ของดรูอิดได้งั้นเหรอ?
เมื่อเห็นก้อนเนื้อขนาดมหึมาพุ่งเข้ามาหา ลินน์ก็ใจเต้นรัว
ทว่าในชั่วพริบตาเดียว ร่างสีทองสายหนึ่งก็แหวกความมืดมิดในยามราตรี พุ่งเข้าปะทะกับมอนสเตอร์บวมเป่งอย่างดุดัน
เป็นชาร์ลอตต์นั่นเอง!
ตอนนี้ร่างกายของเธอโค้งงอ ชูสองมือขึ้นสูง เล็บทั้งสิบนิ้วกลายเป็นสีแดงสดและแหลมคม
บาดแผลบนแขนของเธอที่ถูกมีดสั้นกรีดเอาไว้ได้หายสนิทกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว พลังแห่งธรรมชาติอันเปี่ยมล้นพลุ่งพล่านอยู่ในร่างกายของเธอ มันเป็นพลังที่แตกต่างจากพลังเวท แต่เป็นพลังประหลาดที่มาจากส่วนลึกของสายเลือด
ขณะเดียวกัน บนผิวหนังที่ขาวผ่อง ขนสีทองจำนวนนับไม่ถ้วนก็งอกขึ้นมาราวกับดอกเห็ด
จากไรฟันที่ขบแน่น เสียงคำรามต่ำของสัตว์ร้ายก็ดังเล็ดลอดออกมาเป็นระลอก
เพียงแค่ลินน์กะพริบตา เธอก็กลายร่างเป็นหมาป่าเวทมนตร์ไปโดยสมบูรณ์!
รูปร่างใหญ่โต ขนแข็งสีทองทั่วทั้งร่างตั้งชัน กล้ามเนื้อใต้ผิวหนังปูดโปนเป็นมัดๆ นัยน์ตาสีฟ้าครามราวกับน้ำทะเลเต็มไปด้วยจิตสังหารอันป่าเถื่อน
เผ่ามนุษย์สมิง? ลินน์ตกใจ ก่อนจะตั้งสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
เผ่ามนุษย์สมิงไม่สามารถแปลงกายเป็นร่างสัตว์ร้ายได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้นี่นา นี่เป็นความสามารถของดรูอิดงั้นเหรอ?
ชาร์ลอตต์ที่กลายร่างเป็นหมาป่าเวทมนตร์สีทองใช้พละกำลังดันการโจมตีของริเกลออกไป ตบมันกระเด็นด้วยกรงเล็บเดียว ส่วนตัวเธอที่ขนชูชันไปทั้งตัวก็เข้ามาปกป้องลินน์เอาไว้ด้านหลัง
ช่างเป็นความแข็งแกร่งที่ทำให้รู้สึกอุ่นใจจริงๆ... ลินน์ทอดถอนใจเงียบๆ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโชคดีที่หลังจากพวกตนเผชิญหน้ากับริเกล ก็ได้มาเจอกับชาร์ลอตต์ทันเวลาพอดี
โฮก โฮก โฮก——
ชาร์ลอตต์ใช้กรงเล็บทั้งสี่ตะกุยพื้น เชิดหัวหมาป่าขึ้น แล้วส่งเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยพลังอันป่าเถื่อนออกมา
คล้อยตามเสียงของเธอ ดวงจันทร์กลมโตสีขาวบริสุทธิ์เหนือหัวก็เกิดการเปลี่ยนแปลง
สีเลือดจางๆ ซึมซาบออกมาจากดวงจันทร์ มันไม่ได้ให้ความรู้สึกแปลกประหลาดหรือชั่วร้าย แต่กลับดูพิลึกพิลั่นและเย้ายวนใจอย่างมาก
นัยน์ตาหมาป่าสีฟ้าของเธอทอแสงสีเลือด จ้องเขม็งไปยังร่างอันบวมเป่งของริเกลอย่างเย็นชา
ตู้ม!
ลำแสงสีแดงฉานสาดส่องลงมาจากดวงจันทร์กลมโต ทะลวงหัวของมันในชั่วพริบตา
ลำแสงนั้นเจาะทะลุร่างสูงใหญ่ของริเกลจากบนลงล่างราวกับทะลวงผ่านความว่างเปล่า ทิ้งรูโหว่อันน่าสยดสยองเอาไว้
เป็นการโจมตีที่ทรงพลังมาก! ลินน์อ้าปากค้างเล็กน้อย
เมื่อครู่นี้ภายใต้การโจมตีอย่างต่อเนื่องของพวกซิลิน ก็ทำได้แค่เฉือนเลือดเนื้อของริเกลออกมาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่การโจมตีอันแข็งแกร่งของชาร์ลอตต์เพียงครั้งเดียว กลับแทบจะผ่าร่างของมันออกเป็นสองซีก
อู้ว อ๊าก...
รอยแยกบนร่างของริเกลที่ดูคล้ายปากทว่าก็ไม่ใช่ ต่างพากันส่งเสียงโหยหวนในลำคอออกมาพร้อมกัน
ในบรรดาเสียงเหล่านั้นไม่ได้มีแค่เสียงของตัวมันเอง แต่ยังมีเสียงของคนอื่นๆ เสียงสัตว์ เสียงคำรามต่ำของหมาป่าเวทมนตร์ และเสียงกรีดร้องแหลมแสบแก้วหูของก็อบลินผสมปนเปกันไป ทำให้รู้สึกขนลุกซู่
ทว่ามอนสเตอร์ตัวนี้ยังคงไม่ตาย เลือดเนื้อบริเวณบาดแผลของมันกระดุกกระดิกอย่างรวดเร็ว และรวมตัวเข้าด้วยกัน
รูปร่างดั้งเดิมของมันก็กำลังเปลี่ยนไปเช่นกัน ราวกับขยับสสารที่ประกอบขึ้นเป็นร่างกายเพื่อเติมเต็มช่องโหว่ขนาดใหญ่ตรงกลาง
ชาร์ลอตต์จะปล่อยให้มันมีโอกาสรักษาตัวได้ยังไง กรงเล็บสีแดงสดตะปบออกไปอย่างไม่หยุดยั้ง ทุกครั้งที่ตะปบก็จะฉีกเอาเลือดเนื้อชิ้นใหญ่ออกมาอย่างแรง
พวกซิลินทั้งสามคนก็รีบตามมาสมทบ แล้วพากันเปิดฉากโจมตี
อีไลแกว่งไม้กายสิทธิ์ บัฟเวทอวยพรให้พวกเขาอีกครั้ง
แน่นอนว่าการโจมตีทั้งหมดของพวกเขามีจุดประสงค์เดียวกัน นั่นก็คือพยายามเฉือนเลือดเนื้อออกจากร่างบวมเป่งของริเกลให้ได้มากที่สุด
และผู้ที่รับหน้าที่โจมตีหลักอย่างแท้จริง ย่อมเป็นลินน์
เมื่อก้อนเนื้อบนพื้นสูญเสียพลังชีวิตไปอย่างสิ้นเชิงมากขึ้นเรื่อยๆ ลินน์ที่สัมผัสได้ถึงพลังเวทในร่างกายที่เพิ่มสูงขึ้นจนเต็มเปี่ยม ก็ตระหนักถึงปัญหาข้อหนึ่งขึ้นมากะทันหัน
นั่นก็คือ หลังจากบ่อพลังเวทของเขาเต็มแล้ว เขาก็จะไม่สามารถใช้ดูดซับพลังเวทได้อีก!
ตอนนี้ สิ่งที่เขาใช้พลังเวทเปลืองที่สุดก็คือเวทมนตร์วงแหวนที่หนึ่งทั้งสองบท วงแหวนน้ำแข็งและเวทโล่ป้องกัน และเมื่อเทียบกับเวทโล่ป้องกัน เห็นได้ชัดว่าวงแหวนน้ำแข็งซึ่งเป็นเวทหน่วงสมาธิที่ต้องผลาญพลังเวทอย่างต่อเนื่องนั้น "สิ้นเปลือง" กว่ามาก
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ลินน์จึงตัดสินใจเรียกวงแหวนน้ำแข็งออกมาอีกวงอย่างเด็ดขาด
นี่จะดึงพลังจิตของเขาไปไม่น้อยอย่างไม่ต้องสงสัย ทำให้ความเร็วในการรวบรวมเครือข่ายเวทมนตร์เพื่อร่ายดูดซับพลังเวทของเขาช้าลงไปมาก
ลินน์หัวเราะเยาะตัวเอง ไม่คิดเลยว่าในเวลาแบบนี้ การมีพลังเวทมากเกินไปกลับกลายเป็นภาระอันใหญ่หลวง!
หากเรื่องนี้ไปเข้าหูจอมเวทคนอื่นๆ ละก็ ไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะคิดยังไง...
ผลลัพธ์ของการ "สิ้นเปลือง" พลังเวทจากวงแหวนน้ำแข็งสองวงพร้อมกันนั้นเห็นผลทันตา บ่อพลังเวทของเขามีที่ว่างอย่างรวดเร็ว ดูดซับพลังเวททำงานอีกครั้ง!
เมื่อประสานงานกันแบบนี้หลายต่อหลายครั้ง ร่างกายของริเกลก็ค่อยๆ ซูบผอมลง จนเผยให้เห็นผิวหนังสีดำขลับดั่งหินออบซิเดียนที่แท้จริงของเขาให้เห็นลางๆ
เพียงแต่ร่างกายของเอลฟ์ที่บอบบางและสง่างามนั้นได้เปลี่ยนสภาพไปจนจำไม่ได้แล้ว บนแขนขาและลำตัว บางจุดก็บิดงออย่างประหลาด บางจุดก็บวมเป่งราวกับก้อนเนื้อที่ขรุขระ
ลินน์กวาดสายตามองแวบหนึ่ง ก็รู้สึกว่ามันช่างสกปรกโสมมเหลือเกิน
นี่มันพิธีกรรมอะไรกันแน่ แล้วเจ้านี่กลายเป็นสภาพน่าเกลียดน่ากลัวแบบนี้ได้เพราะพลังแบบไหนกัน?
ไม่ต้องเดาเขาก็เข้าใจได้ สิ่งมีชีวิตที่ไร้ซึ่งความงดงามและน่าเกลียดอย่างสิ้นเชิงแบบนี้ แสดงให้เห็นว่าพิธีกรรมนั้นล้มเหลวอย่างแน่นอน
แม้กระทั่งพลังของริเกลในตอนนี้ก็ยังไม่สมบูรณ์
เมื่อเห็นร่างกายของตัวเองแตกสลาย รอยแยกบนร่างของริเกลก็ส่งเสียงคำรามที่ไม่อาจเข้าใจได้ออกมา จากนั้นแสงสีเลือดก็สว่างจ้าขึ้นในทันที
แสงสีเลือดนี้คล้ายคลึงกับแสงที่เขาเคยใช้ต่อต้านเขตแดนของดวงใจศักดิ์สิทธิ์แห่งธรรมชาติในหุบเขาตอนนั้น เพียงแต่มันดูสกปรกและมืดมนกว่า
ในขณะเดียวกัน เสียงสัตว์คำรามก็ดังขึ้นที่ข้างหูลินน์สองครั้ง
เขาปรายตามองไป ก็พบว่าเป็นหมาป่าเวทมนตร์สองตัวที่พวกซิลิน เลียม และอูร์ชิขี่มาเมื่อครู่นี้นี่เอง
พวกมันราวกับถูกเสียงเรียกอันรุนแรงดึงดูด จึงวิ่งพุ่งเข้ามา เมื่อเข้าใกล้รัศมีของแสงสีเลือด ร่างกายของพวกมันก็หลอมละลาย บิดเบี้ยว และกลืนหายเข้าไปในแสงสีเลือดนั้นในพริบตา
เป็นเพราะอยู่ในเขตที่พลังเวทเหือดแห้ง เขาจึงทำได้เพียงแย่งชิงเนื้อหนังของมอนสเตอร์ตัวอื่นเพื่อมาเติมเต็มพลังเวทให้ตัวเอง
รูปร่างของริเกลขยายใหญ่ขึ้นทันตา เลือดเนื้อทั่วร่างของเขากระตุกเกร็ง ราวกับกำลังสะสมพลัง ร่างกายทั้งหมดค่อยๆ บวมเป่งขึ้นมา
"มันคิดจะระเบิดตัวเอง!" ลินน์เชื่อมโยงภาพตรงหน้ากับตอนที่หมาป่าเวทมนตร์เสื่อมสลายระเบิดตัวเองก่อนตายได้ในทันที จึงร้องเตือนออกมา
ชาร์ลอตต์ได้ยินดังนั้นร่างก็ชะงักไป พวกซิลินเองก็หยุดมือ แล้วรีบถอยทิ้งระยะห่างอย่างรวดเร็ว
แต่พลังอันชั่วร้ายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวริเกลกลับยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ พอจะคาดเดาได้เลยว่าอานุภาพของการระเบิดในครั้งนี้จะทำให้พื้นที่บริเวณนี้ราบเป็นหน้ากลอง
ชาร์ลอตต์ขนสีทองชูชันขึ้นมาทันที อ้าปากที่เต็มไปด้วยเลือดตะโกนบอกอีไลว่า:
"อีไล เอาดวงใจศักดิ์สิทธิ์ออกมา!"
อีไลรีบทำตามอย่างลนลาน พลังจิตแทรกซึมเข้าไปในมิติเก็บของของไม้กายสิทธิ์มรกต และหยิบดวงใจศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่สมบูรณ์นั้นออกมา
ชาร์ลอตต์กระโดดตัวลอยไปข้างๆ อีไล ก้มหัวลงคาบดวงใจศักดิ์สิทธิ์แห่งธรรมชาติไว้ในปาก แต่กลับไม่ได้ใช้มันในทันที
เธอวิ่งไปข้างๆ ลินน์ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่า "ลินน์ คุณเป็นคนใช้มันซะ"
"ผมเหรอ?" ลินน์ชะงักไป เขาไม่ใช่ดรูอิดซะหน่อย แถมยังไม่เข้าใจเวทมนตร์แห่งชีวิตอีกด้วย จะไปใช้ของศักดิ์สิทธิ์แบบนี้ได้ยังไงกัน?
ชาร์ลอตต์รีบอธิบายอย่างรวดเร็ว "ตอนนี้ดวงใจศักดิ์สิทธิ์แห่งธรรมชาติไม่สมบูรณ์ ทำได้แค่ใช้เป็นอุปกรณ์เวทที่ค่อนข้างทรงพลังเท่านั้น พูดง่ายๆ ก็คือ ใช้พลังเวทที่มากพอก็สามารถเปิดใช้งานมันได้แล้ว!"
เธอพูดเสริมอีกว่า "แน่นอน ฉันจะคอยช่วยคุณอยู่ข้างๆ ไม่ให้พลังแห่งธรรมชาติสะท้อนกลับมาทำร้ายคุณ! เร็วเข้า!"
ลินน์ไม่กล้าลังเลอีกต่อไป เขารีบรับดวงใจศักดิ์สิทธิ์แห่งธรรมชาติมาจากปากของเธอ และเทพลังวิญญาณเข้าไปเชื่อมต่อกับลวดลายเวทมนตร์ของมันตามคำแนะนำของชาร์ลอตต์
จากนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดอันมหาศาลจากภายในดวงใจศักดิ์สิทธิ์ พลังเวทในร่างกายเริ่มหลั่งไหลเข้าไปอย่างไม่ขาดสาย
ชั่วขณะนั้น แสงสีเขียวสว่างเจิดจ้า เขตแดนของดวงใจศักดิ์สิทธิ์แห่งธรรมชาติกางออกอีกครั้ง!