- หน้าแรก
- จุดเริ่มต้นของเซียนเริ่มจากหม้อน้อยใบหนึ่ง
- ตอนที่ 50: ทำลายหลักฐาน
ตอนที่ 50: ทำลายหลักฐาน
ตอนที่ 50: ทำลายหลักฐาน
ตอนที่ 50: ทำลายหลักฐาน
ทั้งสองจบเรื่องราวของซุนเลี่ยงกับภูตผีชั่วร้ายไช่หลานว่าตายไปพร้อมกัน
พวกเขาทวนเรื่องราวซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้แน่ใจว่าทุกสิ่งจะปลอดภัยก่อนจะหาเนินเขาที่ไม่มีใครอยู่อาศัยเพื่อเตรียมแบ่งของ
“ช่างเป็นการเก็บเกี่ยวที่อุดมสมบูรณ์นัก”
ทั้งสองนั่งหันหน้าเข้าหากันโดยมีของที่ได้มาอยู่ตรงหน้าเป็นสมบัติยันต์หนึ่งใบ อาวุธวิเศษขั้นสูงสุดสามชิ้น อาวุธวิเศษขั้นสูงห้าชิ้น อาวุธวิเศษขั้นกลางสี่ชิ้น โอสถและยันต์จำนวนมาก หินวิญญาณเกือบสองพันก้อน เคล็ดวิชาทั้งหลาย สมุนไพรวิญญาณหกต้น ถุงเก็บของสิบเท่าหนึ่งใบ ถุงเก็บของสามสิบเท่าหนึ่งใบและของส่วนตัวบางอย่าง
ส่วนไข่มุกรวมวิญญาณ ไช่หลานมอบมันให้กับหวังฝูแล้ว ดังนั้นจึงเป็นธรรมว่ามันเป็นของหวังฝู
“คนชั่วฆ่าคนได้สายสะพายทองคำ คนดีซ่อมสะพานกลับไม่เหลือซากศพ [1] คนโบราณไม่เคยหลอกลวงข้า” หวังฝูหัวเราะเสียงดัง “ซุนเลี่ยงเป็นลูกหลานคนโปรดของปรมาจารย์ขอบเขตปราณทองจริง ความมั่งคั่งของเขารวมกันอาจจะมากกว่าอาจารย์อาขอบเขตสร้างรากฐานบางคนเสียอีก”
ในบรรดาสิ่งของเหล่านี้ พวกมันส่วนใหญ่มาจากถุงเก็บของของซุนเลี่ยง ส่วนถานซานหยวนค่อนข้างธรรมดา ของมีค่ามากที่สุดคืออาวุธวิเศษขั้นสูงสุดที่ดูเหมือนดาบยาว
หวังฝูไม่ทราบว่าดาบยาวเล่มนี้คือของขวัญที่ซุนเลี่ยงมอบให้กับถานซานหยวน
“เอาละ มาแบ่งของกัน”
หวังฝูยิ้ม ส่วนต่งซินยิ้มเช่นกันขณะมองของทั้งหลาย โดยเฉพาะของจำพวกยันต์
“ข้าได้ไข่มุกรวมวิญญาณแล้ว ศิษย์น้องหญิง เจ้าเลือกก่อนเลย” หวังฝูผายมือให้ต่งซิน
ต่งซินพยักหน้าขณะเม้มริมฝีปากแล้วหยิบยันต์ขึ้นมา หวังฝูถอนหายใจเมื่อเห็นเช่นนี้ เขาเองก็อยากได้ยันต์เหมือนกัน แต่ถึงอย่างไรก็ได้ไข่มุกรวมวิญญาณมาแล้ว นอกจากนี้หลังจบการต่อสู้ดังกล่าว พวกเขาทั้งสองผ่อนความเป็นความตายมาด้วยกัน ดังนั้นเขาจะเป็นคนแรกที่หยิบสมบัติไม่ได้
ในโลกแห่งการฝึกตนเป็นเซียนมีทั้งการต่อสู้และการสังหาร แต่ความเมตตาทางโลกก็ขาดไม่ได้เหมือนกัน
นอกจากนี้ ยันต์ดังกล่าวเป็นระเบิดเวลาบนร่างกาย หากซุนเฉียนสืบทราบเข้า ไม่ว่าจะแก้ตัวอย่างไรก็คงไม่มีประโยชน์
หวังฝูทำได้เพียงปลอบตัวเองด้วยวิธีนี้เท่านั้น
ขณะหวังฝูครุ่นคิดอยู่ในใจ ต่งซินจึงยื่นยันต์ให้เขาขณะมองด้วยสีหน้าจริงจังกับดวงตาโตที่น้ำตาคลอเบ้า
“ศิษย์พี่ ท่านมีส่วนสนับสนุนมากที่สุดในการต่อสู้ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ฆ่าซุนเลี่ยงเท่านั้น แต่ยังฆ่าวิญญาณชั่วร้ายนับร้อยอีกด้วย หากไม่มีท่านก็คงไม่มีข้า ยันต์ใบนี้จึงสมควรเป็นของท่าน”
“ให้ข้าหรือ?” หวังฝูยิ่งประหลาดใจ สิ่งนี้คือยันต์ แม้จะเป็นของที่มีคุณภาพแย่สุด แต่พลังของมันเทียบเท่ากับอาวุธวิญญาณ แม้จะมีโอกาสใช้ได้เพียงสิบครั้งหรือต่อให้ใช้ได้เพียงครั้งเดียว มันก็เป็นอาวุธทรงพลังหากอยู่ในมือของผู้ฝึกตนขอบเขตกลั่นลมปราณ แต่ต่งซินถึงกับยกมันให้กับเขางั้นหรือ?
“ศิษย์น้องหญิงต่ง นี่คือยันต์ ไม่ใช่อาวุธวิเศษ”
“ข้าเข้าใจ” ต่งซินยังคงยื่นมือออกไป
“ต่อให้เจ้าไม่ต้องการ แต่ตระกูลของเจ้ายังต้องการอยู่ ยันต์เพียงหนึ่งใบจะช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับตระกูล…” หวังฝูขัดต่งซินก่อนจะทันได้พูดจบ “เจ้าเก็บเอาไว้เถอะ ตระกูลของข้ามียันต์ที่ไม่ต้องการอยู่ อีกอย่าง ต่อให้เป็นตระกูลของข้าก็ไม่สามารถใช้งานได้โดยง่าย”
ต่งซินยัดมันเข้าไปในมือของหวังฝูโดยตรง
หวังฝูเผยรอยยิ้มขมขื่น เขาทราบดีว่ายันต์ใบนี้น่าจะไม่มีประโยชน์ต่อให้ใช้งานได้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตระกูลที่สังกัดกับสำนักขนนกร่วงโรย “ถ้าอย่างนั้น ข้าขอรับเอาไว้ก็แล้วกัน”
เขาถือยันต์สีทองไว้ตรงหว่างนิ้วขณะมองดูอย่างละเอียด มันมีดาบบินเล่มเล็กถูกสลักไว้บนยันต์ เมื่อใช้จิตเทวะกวาดออกไปจึงเข้าใจว่ารูปลักษณ์แท้จริงของยันต์ มันคือยันต์ที่ถูกเรียกว่า “ดาบบินขนนกมายา” ซึ่งเน้นไปที่วิชาลอบโจมตี ไม่เหมาะจะใช้ในการโจมตีขนาดใหญ่
“คิคิ ศิษย์พี่ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ยอมเสียเปรียบหรอก ข้าจะเอาอาวุธวิเศษขั้นสูงสุดสองชิ้น” ต่งซินยิ้มขณะหยิบอาวุธวิเศษขั้นสูงสุดที่ดูเหมือนดาบยาวของถานซานหยวนกับอาวุธวิเศษขั้นสูงสุดที่ซุนเลี่ยงยังไม่ได้ใช้งาน ส่วนอาวุธวิเศษป้องกันขั้นสูงสุดที่ดูเหมือนกำไลทองก็ยกให้หวังฝู
“ศิษย์น้องหญิง มูลค่าของอาวุธวิเศษป้องกันขั้นสูงสุดสูงกว่า” หวังฝูยิ้มขณะมอบอาวุธวิเศษป้องกันขั้นสูงสุดอย่างกำไลหยกทองให้ต่งซิน จากนั้นหยิบอาวุธวิเศษขั้นสูงสุดรูปทรงแหวนขึ้นมา เพื่อป้องกันไม่ให้ต่งซินได้พูดอะไรอีก หวังฝูจึงพุ่งตรงไปที่อาวุธวิเศษด้วยจิตเทวะเพื่อขจัดร่องรอยของซุนเลี่ยงที่หลงเหลืออยู่ภายในก่อนจะทำการขัดเกลาโดยตรง
ใบมีดแหวนดาวตกทองคำ มันคือชื่อของอาวุธวิเศษขั้นสูงสุดชิ้นนี้
“ศิษย์พี่…” ต่งซินทำได้เพียงบ่นอย่างจนใจเมื่อทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ทว่านางไม่เก็บมาคิดใส่ใจขณะเริ่มแจกจ่ายของที่เหลือโดยตรง นางแบ่งของที่เหลือออกเป็นสองส่วนโดยไม่ถามความเห็นของหวังฝูแต่อย่างใด แม้แต่ละส่วนจะเท่าเทียมกัน แต่ถุงเก็บของสามสิบเท่ายังคงถูกมอบให้กับหวังฝู
หวังฝูร่ายธารเพลิงวิญญาณไปยังของตัวเองที่ไม่มีประโยชน์อย่างไร้ความปรานี ทำให้พวกมันกลายเป็นผงธุลีในพริบตา
“ศิษย์พี่ อาวุธวิเศษพวกนี้สามารถจดจำโดยผู้ที่หมายตาได้อย่างง่ายดาย ข้าจะพาท่านไปยังสถานที่สำหรับขายของที่ขโมยมา” เมื่อทั้งสองกำลังจะจากไป ต่งซินจึงอัญเชิญเรือเวหาแล้วลากหวังฝูไปทางหนึ่ง
ขายของที่ขโมยมาหรือ? หวังฝูเคยได้ยินชื่อนี้มาบ้าง
แม้การฆ่าคนปล้นชิงจะเป็นเรื่องสนุก แต่การรับมือกับของที่ได้มาเป็นงานที่ต้องใช้ฝีมือเหมือนกัน
หากมองหาสถานที่ขนาดเล็ก ของที่ขโมยมาก็จะรั่วไหลอย่างเลี่ยงไม่ได้และไม่มีหลักประกันความปลอดภัย โชคยังดีที่ต่งซินคล้ายกับมีลู่ทางและทราบว่าจะขายของที่ขโมยมาอย่างปลอดภัยได้อย่างไร
“ภายในอาณาเขตของต้าเซี่ยมีหกสำนักเซียนใหญ่แห่งการฝึกตน หนึ่งร้อยตลาดแห่งการฝึกตนเป็นเซียนกับร้านค้านับไม่ถ้วนที่ไว้ซื้อขายสมบัติจำนวนมาก แต่ว่ามีร้านค้าน้อยมากที่จะสามารถซื้อสมบัติอย่างอาวุธวิเศษขั้นสูงสุดได้ นอกจากร้านค้าที่ถูกควบคุมโดยหกสำนักใหญ่แล้ว ศาลาสมบัติก็นับว่ามีชื่อเสียงมากที่สุด”
ระหว่างทาง ต่งซินบอกความลับบางอย่างของโลกแห่งการฝึกตนให้หวังฝูทราบ
หวังฝูทราบว่าสิ่งที่ทำให้ประทับใจเกี่ยวกับศาลาสมบัติก็คืออวิ๋นหนิงซวงตัดสินประหารชีวิตเฉาเยี่ยนคือคัมภีร์หมื่นทองจากศาลาสมบัติ
“แต่ตอนไปศาลาสมบัติเพื่อขายของที่ขโมยมา ท่านต้องทำตามกฎของสถานที่นั้นด้วย ในเมื่อเป็นการขายของจำพวกนั้น ทำให้ไม่สามารถขายผ่านช่องทางที่เปิดเผยได้”
เมื่อพูดถึงตรงนี้หวังฝูจึงอดไม่ได้ที่จะขัดขืน “รหัสลับ? จัตุรัสดำ?”
“ศิษย์พี่ฉลาดมาก นึกไม่ถึงว่าท่านจะทราบเรื่องจัตุรัสดำแม้ว่าจะใช้ชีวิตเก็บตัวอยู่ในตำหนักยันต์ล้ำเลิศมาหลายปีก็ตาม” ต่งซินหัวเราะขณะเอามือป้องปาก นางทราบที่อยู่ของหวังฝูเป็นอย่างดี
“ถึงจะไม่เคยเห็น แต่ก็เคยได้ยินมาบ้าง” หวังฝูเกาศีรษะ
ต่งซินหัวเราะสักพักก่อนจะเอ่ยคำต่อ “มีตลาดขนาดใหญ่อยู่ที่ชายแดนระหว่างสำนักขนนกร่วงโรยกับสำนักหมื่นกฎ ข้าได้ยินมาว่า ‘ผู้ชะล้างอาวุธ’ ในศาลาสมบัติมีฝีมือมาก หลังจากพวกเขาทำการชะล้าง นอกจากอาวุธวิเศษจะไม่เสียรูปลักษณ์แล้ว พลังของพวกมันยังไม่ลดทอนอีกด้วย”
“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพรมแดนระหว่างสำนักเซียนใหญ่ทั้งสองเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลากตา อย่าว่าแต่อาวุธวิเศษเลย แม้กระทั่งอาวุธวิญญาณที่นั่นก็สามารถหายไปได้อย่างไร้ร่องรอย ไม่มีใครสามารถตามรอยได้”
หวังฝูพยักหน้าเมื่อได้ยินเช่นนี้ ชื่อเสียงของศาลาสมบัติยังคงรับประกันได้
หวังฝูเคยได้ยินมาว่า “ผู้ชะล้างอาวุธ” อยู่ในร้านค้าสีดำประจำตลาดที่ฝึกฝนพรสวรรค์ในการชะล้างอาวุธวิเศษโดยเฉพาะ
ผู้ฝึกตนจะส่งมอบอาวุธวิเศษให้กับร้านค้าสีดำ หลังจากได้รับการชะล้างโดย “ผู้ชะล้างอาวุธ” พวกมันจะสามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ของอาวุธวิเศษโดยไม่ลดทอนพลังแต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้จึงเป็นการยากที่จะตามหาแหล่งกำเนิดอาวุธวิเศษได้ มันถึงกับเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับขายของที่ขโมยมาหลังจากสังหารผู้คนแล้ว
แม้อาวุธวิเศษไม่สามารถเปลี่ยนอย่างสมบูรณ์หลังจากทำการขัดเกลาได้ แต่ในโลกของผู้ฝึกตนเป็นเซียน อาวุธวิเศษที่มีพลังคล้ายกันนั้นมีจำนวนมหาศาล ขณะที่อาวุธวิเศษที่มีรูปลักษณ์เดียวกันกลับหาได้ยาก
ถ้าเป็นอาวุธวิเศษขั้นสูงก็ว่าไปอย่าง พวกมันมีจำนวนมากเพียงพอ แต่ถ้าผู้ฝึกตนเอาอาวุธวิเศษขั้นสูงสุดที่ขโมยมาออกมาโอ้อวดโดยไม่ได้รับการชะล้างโดย “ผู้ชะล้างอาวุธ” มันก็ไม่ต่างกับการประกาศสงครามกับศัตรู
ถึงอย่างไรภายในวัฏจักรหนึ่ง อาวุธวิเศษขั้นสูงสุดมีจำนวนค่อนข้างจำกัด ทุกคนทราบดีว่าอาวุธวิเศษขั้นสูงสุดของแต่ละตระกูลมีรูปลักษณ์กับรายละเอียดเป็นอย่างไร หากเอามาแสดงในตลาดขึ้นมาจะต้องถูกเปิดโปงอย่างง่ายดาย
[1]: คนทำดีกลับไม่ดี คนทำชั่วกลับได้ดี