- หน้าแรก
- ระบบแปลงทักษะครอบจักรวาล
- บทที่ 19 - ค่ายกลสูบโลหิต!
บทที่ 19 - ค่ายกลสูบโลหิต!
บทที่ 19 - ค่ายกลสูบโลหิต!
บทที่ 19 - ค่ายกลสูบโลหิต!
"ครูครับ ตกลงว่าเหยียนเซวียนคนนี้มีภูมิหลังยังไงกันแน่ครับ?" ฉู่หยวนถาม
ตอนนี้เขาจะไปมัวกังวลก็ไม่มีประโยชน์อะไร ฟ้าถล่มลงมาก็ยังมีคนตัวสูงกว่าคอยค้ำยันไว้... ซึ่งตอนนี้ก็คือฉีต๋านั่นแหละ?
"เหยียนเซวียนน่ะเหรอ..." หวงปัวมีสีหน้าที่ซับซ้อน ทั้งเจ็บปวด โกรธเคือง และเสียดาย
"พวกเธอก็น่าจะพอรู้เรื่องมาบ้าง ความจริงแล้วเขาคือรุ่นพี่ของพวกเธอนี่แหละ... แต่นั่นมันก็เมื่อสิบปีก่อนแล้วนะ"
"สิบปีที่แล้ว? แปลว่าตอนนี้เหยียนเซวียนเพิ่งจะอายุยี่สิบแปดถึงยี่สิบเก้าปีเองเหรอ?
แต่ทำไมเขาถึงดูเหมือนคนอายุสี่สิบห้าสิบแบบนั้นล่ะ?"
"...ตอนนั้นเกิดเรื่องขึ้น รากฐานวิถียุทธ์ของเขาถูกทำลาย ร่างกายก็ทรุดโทรมลง เลยทำให้ดูแก่กว่าวัย" หวงปัวอธิบาย ก่อนจะเล่าต่อว่า "ตอนที่ครูเพิ่งย้ายมาสอนที่โรงเรียนอันดับหนึ่งใหม่ๆ ครูก็ได้ยินชื่อเสียงของเหยียนเซวียนแล้ว
เขาเป็นอัจฉริยะวิถียุทธ์!
เริ่มตั้งแต่ได้รับเคล็ดวิชาชุบสกัดปราณมาฝึกฝน จนกระทั่งบรรลุระดับปราณโลหิต เขาใช้เวลาเพียงแค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น!
ต่อมาในช่วงก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย เขาก็บรรลุถึงระดับไร้รั่วไหลขั้นกลาง! และสร้างผลงานโดดเด่นในการสอบ!
คว้าอันดับหนึ่งของเมืองเฉินหยาง และอันดับสามของเขตปกครองอวี้หนาน สอบเข้ามหาวิทยาลัยวิถียุทธ์เสินตูซึ่งเป็นหนึ่งในสี่มหาวิทยาลัยชั้นนำได้..."
สายตาหลายคู่หันมาจับจ้องที่ฉู่หยวนโดยไม่ได้นัดหมาย อัจฉริยะวิถียุทธ์... ฉู่หยวนก็เป็นอัจฉริยะวิถียุทธ์เหมือนกันไม่ใช่หรือ?
ไม่แน่ว่าตอนนี้เขาอาจจะบรรลุระดับปราณโลหิตเหมือนเหยียนเซวียนในตอนนั้นแล้วก็ได้?
มีคนถามขึ้นตรงๆ "ฉู่หยวน ตอนนี้นายอยู่ระดับปราณโลหิตแล้วใช่ไหม?"
ฉู่หยวนพยักหน้า "อืม"
หยางอี้รู้ดีว่าฉู่หยวนไม่ได้อยู่แค่ระดับปราณโลหิต จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง "แล้วหลังจากนั้นล่ะครับ? หลังจากนั้นทำไมเขาถึงถูกทำลายวรยุทธ์ล่ะ?"
หวงปัวส่ายหน้า "เรื่องนั้นครูก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดเท่าไหร่... แค่ได้ยินมาว่าตอนที่เขาไปฝึกฝนที่สมรภูมิแนวหน้านอกพิภพเพื่อทำภารกิจของมหาวิทยาลัย จู่ๆ ก็เกิดอุบัติเหตุขึ้น
จากนั้นก็...
ตอนนั้นครูใหญ่ของโรงเรียนเรายังไม่ใช่ครูใหญ่ฉี แต่เป็นครูใหญ่เฉิน
พอครูใหญ่เฉินทราบข่าว ก็รีบเดินทางไปรับตัวเขากลับมาจากเสินตูด้วยตัวเอง และให้เขามาทำงานที่โรงเรียน
แต่ใครจะไปคิดว่า..."
"ครูครับ ผมได้ยินมาว่าเป็นเพราะเขาได้รับมรดกจากยอดฝีมือ ก็เลยถูกคนหมายหัวและลอบทำร้ายใช่ไหมครับ?"
หวงปัวตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ "ก็อาจจะใช่ สมรภูมิแนวหน้านอกพิภพมีของล้ำค่ามากมายก็จริง แต่ก็มีอันตรายแฝงอยู่ทุกฝีก้าวเหมือนกัน
วันข้างหน้าถ้าพวกเธอมีโอกาสได้ไปสมรภูมิแนวหน้านอกพิภพ ก็ต้องระวังตัวให้ดีๆ..."
แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่ในใจหวงปัวก็รู้ดีว่า นักเรียนส่วนใหญ่ที่ได้ไปสมรภูมิแนวหน้านอกพิภพ
มักจะไปในฐานะทหารเกณฑ์ธรรมดาๆ ไม่มีอิสระในการปฏิบัติภารกิจมากนัก... และแน่นอนว่าคงไม่มีโอกาสไปเจอเรื่องโชคร้ายแบบเหยียนเซวียนในตอนนั้นหรอก
และก็มีนักเรียนอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีโอกาสได้ไปที่นั่นเลยด้วยซ้ำ
ทำได้เพียงรั้งตัวอยู่ในต้าฉิน เข้าร่วมกับหน่วยรักษาความปลอดภัย หรือกองกำลังรักษาการณ์ประจำเมือง ซึ่งเป็นหน่วยรบระดับล่าง
หรือที่เรียกกันว่างานสบายรายได้ดี
แม้จะไม่มีอันตรายอะไรมาก แต่ก็ไม่มีโอกาสก้าวหน้าเช่นกัน
ตอนที่เพิ่งเข้าทำงานอยู่ระดับไหน ผ่านไปหลายปีหรือเป็นสิบๆ ปี ก็ยังอยู่ระดับเดิม
อย่างเช่นตัวเขาเองเป็นต้น...
ระหว่างที่กำลังคุยกันอยู่นั้น เสียงตวาดอันทรงพลังก็ดังแทรกขึ้นมา เป็นเสียงของฉีต๋าที่ตะโกนด้วยความตื่นตระหนกแฝงอยู่
"เหยียนเซวียน! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!! แกอยากตายนักใช่มั้ย!?"
กระจกหน้าต่างห้องเรียนแตกกระจายด้วยแรงอัดของเสียงตวาด นักเรียนหลายคนเซถลาล้มลงกับพื้นราวกับคนเมาเหล้า
แต่ทว่า เสียงนี้กลับไม่ระคายผิวของเหยียนเซวียนซึ่งเป็นยอดฝีมือระดับพลังเทวะแม้แต่น้อย
ใบหน้าที่เคยว่างเปล่าของเขาค่อยๆ แปรรเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นและคลุ้มคลั่ง
"ฮ่าๆๆๆ~ ครูใหญ่ฉี ผมชอบท่าทางสุขุมเยือกเย็นของคุณเมื่อกี้มากกว่านะ..."
ฉีต๋าเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกัดฟันพูด "ถ้าแกยอมถอยไปตอนนี้ ฉันจะถือซะว่าวันนี้ไม่เคยเห็นหน้าแก!"
"ไร้เดียงสาสิ้นดี..." เหยียนเซวียนมองฉีต๋าด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะดึงแขนข้างหนึ่งของตัวเองขาดกระจุยโดยไม่ลังเล แล้วปักมันลงบนพื้นดินอย่างแรง!
ท่อนแขนนั้นปักลึกลงไปในดินราวกับหอก ปรากฏลวดลายสีเลือดแผ่ขยายออกมารอบๆ
สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ การเสียอวัยวะไปไม่ใช่เรื่องใหญ่โตนัก มีวิธีมากมายที่จะทำให้แขนขางอกกลับมาใหม่ได้
แต่ตอนนี้เหยียนเซวียนกลับมีใบหน้าซีดเผือด ยืนโอนเอนไปมา ราวกับได้รับบาดเจ็บสาหัสจนยากจะฟื้นฟู!
ฉีต๋ารู้ดีว่าเป็นเพราะอะไร นั่นก็เพราะเหยียนเซวียนได้ถ่ายเทพลังชีวิตส่วนใหญ่ของตัวเองลงไปในท่อนแขนข้างนั้น!
ลวดลายสีเลือดเริ่มลามขึ้นมาเกาะกุมที่ขาของเหยียนเซวียน...
"เรื่องในอดีตฉันก็พอจะได้ยินมาบ้าง ฉันรู้ว่า... แกมีความแค้นฝังใจกับคนหลายคน!" ฉีต๋าหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "แต่คนธรรมดาพวกเขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย..."
เหยียนเซวียนยิ่งหัวเราะเยาะ "ไม่รู้เรื่องงั้นเหรอ? ผู้อ่อนแอก็ไม่มีสิทธิ์มีเสียง ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะรอดชีวิตอยู่แล้ว!
ผู้อ่อนแอ... มีหน้าที่แค่ต้องอุทิศตนก็พอ!
นี่คือสัจธรรมที่พวกมันสอนฉันในวันนั้น..."
"พวกมันทำผิด ก็ได้รับผลกรรมไปแล้ว! ฉันคิดว่าพวกมันคงเสียใจมากกว่านาย..."
"แค่เอาพวกปลายแถวมาสังเวยนิดหน่อย ก็ถือว่าชดใช้แล้วงั้นเหรอ? แล้วฉันจะโกรธแค้นไปทำไมล่ะ?" เหยียนเซวียนแสยะยิ้มเย็นชา "งั้นรอให้ฉันสังเวยมดปลวกพวกนี้เสร็จ ฉันก็จะขอโทษบ้างก็แล้วกัน
หวังว่านายจะยอมยกโทษให้ฉันแทนพวกมันนะ..."
ตอนนี้ลวดลายสีเลือดได้ลุกลามไปทั่วร่างของเหยียนเซวียนแล้ว
พื้นดินทั่วทั้งบริเวณโรงเรียนก็เปล่งแสงสีแดงเรืองรอง! ตามพื้นดินที่แตกหัก จะเห็นลวดลายสีเลือดขดตัวไปมาราวกับเส้นเลือดของผืนปฐพี
ฉีต๋าร้อนใจดั่งไฟสุม ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากลงมือ แต่เขาลงมือไม่ได้!
เพราะเขารู้จักค่ายกลนี้ดี...
การจะสร้างค่ายกลนี้ขึ้นมานั้นยุ่งยากมาก แต่ผลลัพธ์ของมันก็คุ้มค่ามหาศาล!
เหยียนเซวียนซึ่งเป็นศูนย์กลางของค่ายกล ยอมเสียสละแขนข้างหนึ่งเพื่อกระตุ้นการทำงาน ตราบใดที่ค่ายกลยังไม่ถูกทำลาย ฉีต๋าก็ไม่สามารถทำอันตรายเหยียนเซวียนได้เลย
การโจมตีทั้งหมดของเขาจะไม่ส่งผลกระทบต่อเหยียนเซวียน แต่จะไปตกอยู่กับคนอื่นที่อยู่ในค่ายกลแทน!
ไม่ใช่ตัวเขา แต่เป็นนักเรียนและครูในโรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่ง...
"ครูครับ ผมรู้สึกหน้ามืด..."
"ผมก็เหมือนกัน ไม่มีเรี่ยวแรงเลย... นี่คือผลกระทบจากการต่อสู้ของยอดฝีมือเหรอครับ?"
"เอ๊ะ? นายไปสักมาตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ?"
"สักอะไร?"
หวงปัวตกใจสุดขีด กำลังจะอ้าปากถาม แต่จู่ๆ ก็รู้สึกอ่อนแรงลงอย่างกะทันหัน
เขายกมือขึ้น ลวดลายสีเลือดปรากฏขึ้นบนหลังมือของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ลมปราณในร่างกายของเขา กำลังถูกลวดลายสีเลือดนี้ดูดกลืนไปอย่างตะกละตะกลาม...
ฉู่หยวนก็ขมวดคิ้วมองลวดลายสีเลือดบนหลังมือของตัวเอง เขาสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่กำลังถูกสูบออกไปเช่นกัน
มันยังพยายามจะสูบพลังวิญญาณในตัวเขาไปด้วย
แต่ดูเหมือนคุณภาพของพลังวิญญาณจะสูงกว่ามันมาก ราวกับก้อนหินหนักอึ้งที่มันไม่สามารถดูดซับได้เลย...
ฉู่หยวนเดินพลัง พลังวิญญาณสั่นสะเทือน ลวดลายสีเลือดก็พลันเลือนรางลง ราวกับจะสลายตัวไป
แต่ในพริบตาต่อมา ก็มีพลังงานสายใหม่เติมเต็มเข้ามา ทำให้ลวดลายสีเลือดบนหลังมือกลับมาชัดเจนอีกครั้ง!
ฉู่หยวนสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงาน จึงหันไปมองที่ผนังห้องเรียน
เขาสัมผัสได้ว่า พลังงานส่วนใหญ่ของลวดลายสีเลือดนี้ มาจาก... ค่ายกลรวบรวมพลังงาน?
(จบแล้ว)