เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 - ระดับห้า!?

บทที่ 18 - ระดับห้า!?

บทที่ 18 - ระดับห้า!?


บทที่ 18 - ระดับห้า!?

คนที่ลงมือก็คือฉีต๋า

หมัดที่พุ่งออกไป ก่อเกิดเป็นเงาหมัดขนาดมหึมากว่าสามจ้าง แต่ในขณะที่มันพุ่งทะยานไปข้างหน้า มันก็หดตัวเล็กลงเรื่อยๆ

เมื่อไปถึงตรงหน้าเหยียนเซวียน มันก็เหลือขนาดเท่ากำปั้นคนปกติ เปล่งประกายแสงสีทองอร่าม ราวกับแฝงไปด้วยอานุภาพทำลายล้างมหาศาล

เหยียนเซวียนมือข้างหนึ่งหิ้วร่างของเหมียวจวิ้นไว้ ส่วนมืออีกข้างก็กำหมัดซัดสวนกลับไป!

เกิดเสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้อง เหยียนเซวียนผงะถอยหลังไปสองก้าว

แต่ทว่า เหมียวจวิ้นที่ถูกหิ้วอยู่ในมือนั้นกลับน่าเวทนายิ่งกว่า เหยียนเซวียนย่อมไม่ใจดีพอที่จะปกป้องเขาในระหว่างการต่อสู้อยู่แล้ว

ร่างของเหมียวจวิ้นอ่อนปวกเปียกราวกับโคลนตม ห้อยต่องแต่งอยู่ในมือของเหยียนเซวียน สิ้นลมหายใจไปในทันที...

ฉีต๋าลอบถอนหายใจ สุดท้ายก็ช่วยชีวิตเหมียวจวิ้นไว้ไม่ได้

แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ เหยียนเซวียนกลับกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับห้าไปเสียแล้ว!

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา หมอนี่อยู่ใต้จมูกเขาแท้ๆ ทำไมเขาถึงไม่ระแคะระคายเลยแม้แต่น้อย?

"เหยียนเซวียน แกนี่มันเดรัจฉานจริงๆ..."

ฉีต๋าเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสับสน

"ตอนที่แกหมดหนทาง ก็เป็นโรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งนี่แหละที่รับแกเข้ามาทำงาน ทุกคนต่างก็เวทนาในชะตากรรมของแก ถ้าฉันจำไม่ผิด ครูเหมียวจวิ้นก็ดีกับแกมาตลอดไม่ใช่หรือ?"

"ตอนนั้นน่ะเหรอ? หึหึ..." เหยียนเซวียนดูเหมือนจะไม่อยากแก้ตัวอะไร เขาโยนศพของเหมียวจวิ้นทิ้งไปข้างๆ แล้วหันสายตาไปมองฉู่หยวน "แกรู้ตัวตนของฉันได้ยังไง?"

เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ วิชาพรางตัวที่เขาใช้ เป็นเคล็ดวิชาที่ผู้ยิ่งใหญ่ในลัทธิถ่ายทอดให้เชียวนะ

ขนาดฉีต๋ายังไม่เคยสังเกตเห็นความผิดปกติของเขา แล้วทำไมไอ้เด็กฉู่หยวนนี่... ถึงได้เจาะจงเป้าหมายมาที่เขาได้เร็วขนาดนี้?

ฉู่หยวนไม่ได้สนใจเขา เพียงแต่ถอยห่างออกไปอีก

จากการปะทะกันของเหยียนเซวียนและฉีต๋าเมื่อครู่ ฉู่หยวนก็ตระหนักได้ว่า ระดับพลังของเขากับพวกนั้นห่างชั้นกันเกินไป

เขาไม่มีทางรับมือกับเหยียนเซวียนได้เลย... โชคดีที่เขามองการณ์ไกล รีบแจ้งฉีต๋าทันทีที่พบเบาะแส...

"วันนี้แกไม่รอดแน่!" ฉีต๋าหมดความอดทน พุ่งตัวเข้าโจมตีทันที!

ไม่ว่าอดีตเหยียนเซวียนจะเคยเจอเรื่องเลวร้ายอะไรมา ขอแค่จับเป็นมันได้ สุดท้ายมันก็ต้องยอมสารภาพทุกอย่างออกมาเอง

เขาอาจจะไม่ถนัดเรื่องการสืบสวน แต่สำนักงานปราบยุทธ์มีผู้เชี่ยวชาญด้านการทรมานอยู่เพียบ

คนพวกนั้นไม่มีทางมานั่งพูดคุยเรื่องสิทธิมนุษยชนกับพวกกบฏหรอก...

บรรดานักเรียนและครูอาจารย์ที่อยู่รอบๆ ตอนแรกต่างก็ตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่พลิกผันอย่างกะทันหัน

แต่เมื่อทั้งสองฝ่ายเริ่มปะทะกัน บรรดาครูก็ได้สติขึ้นมาทันที

พวกเขาไม่สนใจจะไว้อาลัยให้กับการจากไปของเหมียวจวิ้น รีบต้อนนักเรียนให้วิ่งเข้าไปหลบในห้องเรียน

วิถียุทธ์สามระดับแรกคือ: ระดับปราณโลหิต, ระดับไร้รั่วไหล, ระดับลมปราณภายใน

พลังทำลายล้างยังพอจะใช้สามัญสำนึกคาดเดาได้ และยังอยู่ในขอบเขตที่จำกัด

แต่สามระดับกลาง: ระดับเหินเวหา, ระดับพลังเทวะ, ระดับราชัน... พลังทำลายล้างจะพุ่งสูงขึ้นอย่างทวีคูณ จนเหนือขอบเขตของมนุษย์ปุถุชนไปแล้ว!

ฉีต๋าคือผู้ฝึกยุทธ์ระดับที่ห้า ซึ่งก็คือระดับพลังเทวะ

และเหยียนเซวียนที่สามารถต่อกรกับเขาได้ ก็ย่อมเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับพลังเทวะเช่นเดียวกัน!

ยอดฝีมือระดับนี้ มีพลังมากพอที่จะทำลายล้างเมืองทั้งเมืองให้ราบเป็นหน้ากลองได้ในเวลาอันสั้น!

แม้ปกติแล้วฉีต๋าจะดูเป็นคนเงียบๆ ทำตัวเหมือนครูใหญ่ธรรมดาๆ ที่คอยเป็นห่วงเป็นใยนักเรียน

แต่ถ้าเขาต้องการ เขาเพียงคนเดียวก็สามารถเปลี่ยนเมืองเฉินหยางให้กลายเป็นซากปรักหักพังได้!

แน่นอนว่า นั่นหมายความว่าสำนักงานปราบยุทธ์และกองทัพไม่เข้ามาแทรกแซงน่ะนะ...

"ฉู่หยวน! รีบมานี่เร็ว!" เสียงคุ้นเคยดังขึ้น หวงปัวนั่นเอง

เขาได้ยินวีรกรรม 'อัดภารโรง' ของฉู่หยวนระหว่างทางเดินกลับห้องเรียน จึงรีบรุดมาดู แต่ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้...

ฉู่หยวนปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย รีบวิ่งตามหวงปัวกลับไปที่ห้องเรียนทันที

ภายในห้องเรียนของโรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่ง มีการติดตั้งค่ายกลรวบรวมพลังงานเอาไว้ ซึ่งเมื่อเปิดใช้งาน มันก็จะมีคุณสมบัติในการป้องกันอยู่บ้าง

แม้จะรับมือกับการโจมตีรุนแรงไม่ได้ แต่ถ้าแค่ป้องกันคลื่นกระแทกจากการต่อสู้... ก็น่าจะพอไหว

เขาหันกลับไปมอง ก็เห็นว่าร่างของฉีต๋าและเหยียนเซวียนพร่าเลือนจนมองไม่ชัดแล้ว เหลือเพียงเงาลางๆ สองสายพัวพันกันไปมา

พื้นดินรอบบริเวณแตกกระจายเป็นหลุมเป็นบ่อ เศษอิฐเศษหินปลิวว่อน

สวนหย่อมที่อยู่ใกล้ๆ ก็ถูกทำลายราบคาบไปนานแล้ว...

พลังทำลายล้างของผู้ฝึกยุทธ์ระดับห้าไม่ได้มีแค่นี้หรอก แต่สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ที่เชี่ยวชาญในการควบคุมพลังของตัวเอง พวกเขามักจะรวมศูนย์พลังโจมตีไว้ที่เป้าหมายให้มากที่สุด

การปล่อยให้พลังงานกระจายออกไปทำลายสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ดูเหมือนจะอลังการก็จริง แต่มันก็รังแต่จะบั่นทอนความรุนแรงของการโจมตีลงเท่านั้น

หลังจากกลับมาถึงห้องเรียน ก็พบว่านักเรียนในห้องอยู่กันพร้อมหน้า

เพราะส่วนใหญ่พอกินข้าวเสร็จก็จะรีบกลับมาที่ห้องเรียน ไม่ค่อยมีใครออกไปเดินเล่นเตร็ดเตร่ข้างนอก...

พอหวงปัวเดินเข้ามา พวกนักเรียนก็กรูกันเข้าไปหาทันที

หยางอี้ถามขึ้นทันควัน "ครูครับ! ข้างนอกเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?"

เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมาถึงในห้องเรียน หลายคนก็เริ่มมีสีหน้าหวาดหวั่น

พวกเขารู้ว่ามียอดฝีมือวิถียุทธ์กำลังต่อสู้กัน แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมาต่อสู้กันในโรงเรียน?

"ครูใหญ่กำลังสู้กับเหยียนเซวียนน่ะ..." หวงปัวมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความกังวลใจ

แต่มองอะไรไม่เห็นเลย เห็นเพียงแค่พายุหมุนลูกใหญ่เท่านั้น

"เหยียนเซวียนคือใครครับ?"

ไม่ใช่แค่ฉู่หยวนที่ไม่รู้จักชื่อเขา นักเรียนส่วนใหญ่ในโรงเรียนก็ไม่รู้จักชื่อเขาเหมือนกัน

มีเพียงคนที่สนใจประวัติของเขาเป็นพิเศษเท่านั้นถึงจะเคยไปสืบหาข้อมูลมา อย่างเช่น หยางอี้

ยังไม่ทันที่หวงปัวจะตอบ หยางอี้ก็ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ "เหยียนเซวียน? เป็นไปได้ยังไง?"

"หยางอี้ เหยียนเซวียนคือใครเหรอ?"

"เหยียนเซวียนก็คือ... ก็คือภารโรงที่คอยทำความสะอาดทางเดินกับห้องน้ำตึกเราไง!"

"เขาเนี่ยนะ? จะเป็นไปได้ยังไง! ผู้ฝึกยุทธ์เก่งๆ แบบนั้นทำไมถึง..."

หวงปัวไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องโกหกพวกเขา แม้ปากจะบอกว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่ก็ปักใจเชื่อไปแล้ว

พร้อมกับความรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีที่เริ่มก่อตัวขึ้น

อย่างที่คนเมื่อกี้พูดนั่นแหละ ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงแบบนั้น ไม่มียอมลดตัวลงมาทำอาชีพทำความสะอาดห้องน้ำหรอก

ถ้าเขาทำจริงๆ ก็แปลว่ามันต้องมีแผนการร้ายซ่อนอยู่!

เช่น การแอบติดตั้งอะไรบางอย่างในโรงเรียน...

"พ่อฉันอยู่ที่เมืองเฉินหยางพอดี! ฉันจะโทรเรียกพ่อมาช่วย!" หยางอี้หัวไว รีบเสนอทางออก

หวงปัวอ้าปากจะห้าม คิดจะบอกว่าให้เชื่อมั่นในตัวครูใหญ่ว่าต้องจัดการเหยียนเซวียนได้ด้วยตัวคนเดียว แต่พอนึกถึงนักเรียนจำนวนมากในโรงเรียน... สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะเงียบ

จนกระทั่งหยางอี้กดโทรศัพท์จากเครื่องเทอร์มินัล แต่เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็หน้าเสียและเงยหน้าขึ้นพูดว่า "สัญญาณสื่อสารถูกตัดขาดแล้วครับ!"

"เป็นไปไม่ได้มั้ง?" มีบางคนลองกดเครื่องเทอร์มินัลของตัวเองดูบ้าง

"ครั้งแรกยังโทรติดอยู่เลย แต่พอลองโทรอีกทีก็ไม่มีสัญญาณแล้ว..." หยางอี้รู้สึกกังวลใจ หวังเพียงแค่พ่อของเขาจะเอะใจและรีบตามมาช่วย

ส่วนฉู่หยวนชะงักไปครู่หนึ่ง เขานึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

การตัดสัญญาณสื่อสาร ไม่น่าจะเป็นฝีมือของเหยียนเซวียนแน่

เขาคงไม่มีปัญญาไปจัดการเรื่องพวกนี้ในระหว่างที่กำลังรับมือกับฉีต๋าหรอก

แปลว่า... เหยียนเซวียนยังมีผู้สมรู้ร่วมคิดอีกงั้นเหรอ?

และผู้สมรู้ร่วมคิดพวกนั้นคงรู้เรื่องที่เขาความแตกแล้ว ก็เลยชิงตัดสัญญาณสื่อสาร?

พวกมันต้องการจะทำอะไรกันแน่...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 18 - ระดับห้า!?

คัดลอกลิงก์แล้ว