เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11: วิชาปฐพีปึกแผ่น

ตอนที่ 11: วิชาปฐพีปึกแผ่น

ตอนที่ 11: วิชาปฐพีปึกแผ่น


ตอนที่ 11: วิชาปฐพีปึกแผ่น

หลังจากลงทะเบียนข้อมูลแล้ว เฝิงต้าฟู่จึงพาหวังฝูไปที่โกดังเพื่อรับเครื่องนอนกับผ้าป่านมาตรฐานสองชุดซึ่งเป็นเครื่องแบบเฉพาะสำหรับศิษย์รับใช้ของสำนักขนนกร่วงโรย

“แม้ศิษย์ทั้งหลายแห่งยอดเขาเหมันต์น้อยจะเป็นศิษย์รับใช้ แต่ศิษย์น้องหวังน่าจะทราบเช่นกันว่าศิษย์รับใช้สามารถฝึกฝนได้เช่นกัน ขอเพียงสามารถฝึกฝนจนไปถึงขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสี่ได้ภายในสิบปีก็จะสามารถละทิ้งสถานะศิษย์รับใช้เพื่อกลายเป็นศิษย์ทางการได้” เฝิงต้าฟู่พาหวังฝูเดินต่อไปที่ลานกว้างจนกระทั่งมาถึงโถงทางเข้าหลัก

“ศิษย์พี่เฝิ่งเป็นศิษย์ทางการสินะ” เดิมทีหวังฝูอยากเอ่ยคำชม แต่เมื่อเห็นชายร่างอ้วนพยักหน้าแล้วแย้มยิ้ม เขาจึงตระหนักได้ว่าสถานะของอีกฝ่ายสูงกว่าเขา ถึงอย่างไรผู้นำของยอดเขาเหมันต์น้อยไม่ใช่สิ่งที่ศิษย์ธรรมดาจะสามารถรับมือได้

เฝิงต้าฟู่ยกผ้าขึ้นบนโต๊ะจนเผยให้เห็นหนังสือเล่มเล็กสามเล่ม “นี่คือหนังสือเกี่ยวกับวิชาฝึกฝนเบื้องต้นสามเล่ม เดิมทีแล้วมันมีอยู่ห้าเล่ม แต่เมื่อไม่นานมานี้มีสองคนที่มาใหม่ ดังนั้นจึงเหลือเพียงสามเล่มเท่านั้น ศิษย์น้องหวังลองดูว่าอยากเลือกเล่มไหน”

“ขอบคุณศิษย์พี่”

หวังฝูมองดูด้วยสีหน้ามีความสุข นี่คือวิชาฝึกตนเป็นเซียนที่มนุษย์ต่างใฝ่ฝันถึง

หนังสือมีเพียงสามเล่มเท่านั้น ประกอบด้วย “วิชาปฐมวารี” “วิชาวางเพลิง” และ “วิชาปฐพีปึกแผ่น” ตามลำดับ

เมื่อเห็นหวังฝูมีสีหน้าตกตะลึง เฝิงต้าฟู่จึงพบว่ามันน่าขบขันไม่น้อย ในฐานะผู้มีประสบการณ์ เขาทราบดีว่ามันเป็นความรู้สึกอย่างไร พอคิดว่าเด็กคนนี้ข้องเกี่ยวกับจ้าวเจ๋อหลินแล้วก็ทำให้อยากสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ส่วนคนอื่นหรือ เขาเพียงโยนหนังสือให้อย่างไม่ใส่ใจและไม่มีเวลาว่างมากพอจะให้พวกเขาเลือก ถึงอย่างไรทุกคนต่างมีรากฐานวิญญาณผสมห้าธาตุ

“ศิษย์น้องหวังลองดูคำแนะนำของวิชาทั้งสามก่อนแล้วค่อยตัดสินใจดีหรือไม่ แต่ละอย่างต่างมีข้อดีเป็นของตัวเอง”

หวังฝูพยักหน้า ทว่าเขาไม่ได้เก็บพวกมันขึ้นมา แต่กลับมองเฝิงต้าฟู่แล้วเกาศีรษะ “ศิษย์พี่เฟิงไม่คิดว่าแบบนี้มันเป็นเรื่องยากสำหรับข้าหรือ ข้าจะไปทำความเข้าใจได้อย่างไร”

“ศิษย์พี่เฝิ่งเปี่ยมด้วยความรู้มากมาย ท่านลองเลือกให้ข้าสักเล่มดีหรือไม่?”

“เจ้าควรเลือกด้วยตัวเองจะดีกว่า” เฝิงต้าฟู่ไม่อยากสร้างปัญหากับจ้าวเจ๋อหลินในภายภาคหน้า “แต่ข้าสามารถแนะนำให้เจ้าได้”

“วิชาปฐมวารี” มุ่งเน้นไปที่พลังวิญญาณระยะยาวที่มาพร้อมกับสองวิชาอย่างศรวารีกับกระจกวารี”

“วิชาวางเพลิง” มุ่งเน้นไปที่พลังระเบิดที่มาพร้อมกับสองวิชาอย่างลูกไฟกับควบคุมเพลิง”

“ส่วน”วิชาปฐพีปึกแผ่น“ฝึกฝนง่ายกว่าสองวิชาก่อนหน้า ถึงอย่างไรพวกเราก็อยู่ในหุบเขาลึก จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะสัมผัสพลังวิญญาณปฐพี ซึ่งมันมาพร้อมกับสองวิชาอย่างหนามปฐพีกับปฐพีหลบลี้” เฝิงต้าฟู่เม้มริมฝีปากเมื่อนึกถึงวิชาที่อยู่ใน “วิชาปฐพีปึกแผ่น”

“ฝึกฝนได้เร็วกว่าหรือไม่?” หวังฝูกะพริบตา แม้จะเพิ่งเข้าสู่โลกแห่งการฝึกตนเป็นเซียน แต่เขาทราบว่ายิ่งฝึกฝนได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งไปได้ไกลมากเท่านั้น หาไม่แล้วเหตุใดเขาผู้มีรากฐานวิญญาณผสมห้าธาตุถึงเป็นได้เพียงศิษย์รับใช้ ขณะที่พวกโจวเผิงสามารถกลายเป็นศิษย์ทางการได้ในทันที

รากฐานวิญญาณ รากฐานวิญญาณ หากพูดให้เข้าใจก็คือความแตกต่างด้านความเร็วการฝึกฝน

“เหอะเหอะ…” เฝิงต้าฟู่ไม่ประหลาดใจที่เห็นสีหน้าของหวังฝูเป็นเช่นนั้น “ศิษย์น้องหวังต้องการ”วิชาปฐพีปึกแผ่น“อย่างนั้นหรือ?”

หวังฝูกำลังจะพยักหน้า แต่กลับถูกเฝิงต้าฟู่ขัดจังหวะ

“อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจ ฟังข้าก่อน ความเร็วการฝึกฝนของ”วิชาปฐพีปึกแผ่น“เร็วกว่าเล็กน้อยจริง แต่มันมีขีดจำกัดมากและไม่สามารถเทียบได้กับช่องว่างของรากฐานวิญญาณ ยิ่งกว่านั้น วิชาปฐพีหลบลี้ซึ่งเป็นวิชาที่สองของ”วิชาปฐพีปึกแผ่น“ลึกล้ำและยากจะทำความเข้าใจ ข้าอยู่สำนักขนนกร่วงโรยมาหลายปี แต่ยังไม่เคยได้ยินว่ามีใครสามารถฝึกฝนมันได้สำเร็จ นั่นหมายความว่าผู้เลือก”วิชาปฐพีปึกแผ่น“จะได้วิชาน้อยกว่าวิชาอื่น”

“เหอะเหอะ ศิษย์รับใช้ต่างอาศัยสองวิชาที่อยู่ในหนังสือวิชาในการใช้ชีวิต หากหายไปหนึ่งก็อาจทำให้ถูกกลั่นแกล้งได้”

เมื่อเห็นสีหน้าหวาดกลัวของเฝิงต้าฟู่ หวังฝูจึงเข้าใจว่ามีการทะเลาะระหว่างศิษย์รับใช้บนยอดเขาเหมันต์น้อยเช่นกัน ใช่แล้ว มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านก็มักทะเลาะวิวาทกัน อย่างอาหลี่กับอาโจวในในหมู่บ้านอู๋ถงที่เลือดแทบออกจากหัวเพียงเพราะเรื่องไก่ แล้วผู้ฝึกตนเป็นเซียนที่ครอบครองพละกำลังมหาศาลจะไปเหลือหรือ?

ทว่าหวังฝูมีความคิดเป็นของตัวเอง ความทะเยอทะยานของเขาไม่ได้อยู่ที่การเป็นศิษย์รับใช้ แต่อยากเป็นผู้ทรงพลังอย่างศิษย์พี่หญิงอวิ๋นหนิงซวงที่สังหารภูตผีปิศาจฟันปีศาจได้ด้วยการสะบัดมือและเหาะเหินในสวรรค์กับซ่อนตัวอยู่บนปฐพี ต่อให้ความเร็วการฝึกฝน “วิชาปฐพีปึกแผ่น” จะเร็วกว่าบ้าง แต่มันก็นำมาซึ่งความหวังไม่มากก็น้อย

“ข้ายังขอเลือก”วิชาปฐพีปึกแผ่น“อยู่ดี”

“ฮ่าฮ่า…”

เฝิงต้าฟู่แย้มยิ้มขณะตบบ่าของหวังฝู มือหนาของเขาทำให้หวังฝูรู้สึกแน่นหน้าอกจนหายใจไม่ออก “ข้าหวังว่าศิษย์น้องหวังจะรักษาเจตนาเดิมในการฝึกตนเป็นเซียนในอนาคตเอาไว้ได้”

เขาจะมองไม่ออกได้อย่างไรว่าหวังฝูกำลังคิดอะไรอยู่ คนแบบนี้เขาเห็นมานักต่อนัก พวกที่เพิ่งเข้าสู่โลกแห่งการฝึกตนเป็นเซียนล้วนมีความมุ่งมั่นและเปี่ยมด้วยความมั่นใจไม่ใช่หรือ? พวกเขาอุทิศเพื่อการฝึกตนเป็นเซียนและแสวงหาความเป็นอมตะ

เมื่อก่อน เขาก็เคยเป็นแบบนั้น

แต่ความจริงมักบดขยี้ความหวังของคนเหล่านี้จนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี

“นี่คือ”สามัญสำนึกพื้นฐานของการฝึกตนเป็นเซียน“ซึ่งบันทึกสามัญสำนึกพื้นฐานของโลกแห่งการฝึกตนเป็นเซียนเอาไว้ ซึ่งวิชาพื้นฐานก็เป็นมาตรฐานเช่นกัน” เฝิงต้าฟู่หยิบหนังสือหนักอีกเล่มออกมาจากชั้นหนังสือที่อยู่ด้านข้าง

หวังฝูมัดมันไว้เข้าด้วยกันกับเครื่องนอน ส่วน “วิชาปฐพีปึกแผ่น” เขาถือไว้ในอ้อมแขนก่อนจะเก็บไว้ใกล้ตัว

ยิ่งเฝิงต้าฟู่มองหวังฝูมากเท่าไหร่ เขายิ่งรู้สึกว่าอีกฝ่ายดูเหมือนยาจกมากเท่านั้น ไม่ต่างอะไรกับคนบ้านนอกที่เพิ่งหลบหนีออกจากหมู่บ้านขนาดเล็กบนเขา แต่ไม่ว่าจะเป็นเด็กบ้านนอกหรือเด็กร่ำรวย ขอเพียงข้องเกี่ยวกับจ้าวเจ๋อหลิน เรื่องอื่นย่อมไม่สลักสำคัญ

“เอาล่ะ ไปหุบเขาร้อยหญ้ากันเถอะ ข้าพอจะเดาออกแล้วว่าอยากให้เจ้าทำอะไร รับรองว่ามันต้องช่วยให้ผ่อนคลายสบายใจแน่นอน”

หวังฝูเดินตามเฝิงต้าฟู่ขณะถือเครื่องนอนกับผ้าป่านสองชุด

พวกเขาเดินลงเขา ระหว่างทางไม่ได้สนทนากันมากนัก ความสนใจของหวังฝูมักอยู่กับทิวทัศน์ตามทาง แต่ถ้าพูดให้ถูกก็คือมันไม่ใช่ทิวทัศน์ แต่เป็นศิษย์รับใช้ที่สวมผ้าป่านกำลังทำงานอย่างหนัก

ทันทีที่เห็นทั้งสองคน หรือพูดให้ถูกคือทันทีที่เห็นเฝิงต้าฟู่ พวกเขาต่างก้มศีรษะขณะทำธุระตัวเองต่อ นั่นแสดงให้เห็นว่าในใจของพวกเขานั้นเฝิงต้าฟู่หวาดกลัวมากแค่ไหน

หวังฝูยิ่งยินดีที่แผนข่มเหงผู้อื่นโดยใช้ร่มเงาของผู้มีอำนาจสำเร็จ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาโกหก จ้าวเจ๋อหลินเป็นคนส่งเขามาที่นี่จริง ส่วนเฝิงต้าฟู่จะจินตนาการอย่างไรนั้นมันไม่ใช่กงการของเขา

ที่ตีนเขาเหมันต์น้อยมีหุบเขาเตี้ยแห่งหนึ่ง มันมีชื่อว่าหุบเขาร้อยหญ้า

ทุ่งสมุนไพรสี่เหลี่ยมกระจายอยู่ทั่วทุกแห่ง โดยมีสมุนไพรนานาชนิดขึ้นเต็มไปหมด แสงแดดเจิดจ้าสาดส่องลงมาจนทำให้พวกมันเปล่งประกาย แล้วไข่มุกที่ใสราวคริสตัลห้อยระย้าอยู่บนใบพร้อมกับไหวเอนไปมา ดูสะดุดตายิ่งนัก

บ้านไม้หลายหลังกระจายอยู่ไม่ไกลจากทุ่งสมุนไพรขณะมีควันลอยขึ้นมาจากห้องครัว

“นี่คือสวนร้อยหญ้า ศิษย์น้องหวังเลือกบ้านหลังที่ว่างเพื่อเข้าอยู่ได้เลย ปกติแล้วจะมีอาหารเหลืออยู่ในบ้าน” เฝิงต้าฟู่ชี้ไปที่บ้านไม้ตรงหน้ากับสวนสมุนไพรซึ่งอยู่ไม่ไกล “หลังจากจัดแจงอะไรเรียบร้อยแล้ว เจ้าจะต้องเริ่มดูแลทุ่งสมุนไพรสิบแห่งนับตั้งแต่วันพรุ่งนี้ด้วยการถอนวัชพืชที่อยู่ในทุ่งสมุนไพร ซึ่งบางครั้งทุ่งสมุนไพรไม่ได้รับการดูแลมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว”

“ทราบแล้ว” หวังฝูพยักหน้า

ภารกิจนี้ช่างง่ายดายยิ่งนัก

หลังจากเฝิงต้าฟู่จากไปแล้ว หวังฝูจึงพบห้องว่างห้องหนึ่งก่อนจะทำความสะอาดและปูผ้าปูที่นอน แล้วมันจึงกลายเป็นที่พักพิงสำหรับหลบลมและฝน

จบบทที่ ตอนที่ 11: วิชาปฐพีปึกแผ่น

คัดลอกลิงก์แล้ว