- หน้าแรก
- เหนือเก้าฟ้าคือเทพมาร
- บทที่ 37 กวาดล้างเรียบ!
บทที่ 37 กวาดล้างเรียบ!
บทที่ 37 กวาดล้างเรียบ!
บทที่ 37 กวาดล้างเรียบ!
"แกพูดเล่นหรือเปล่า?" มู่หรงเหล่ยหน้าเปลี่ยนสี
คนหนึ่งพันนายจากเก้าสาขาย่อย ซุ่มซ่อนอยู่รอบๆ รีสอร์ทเทียนหู ผ่านไปแค่ไม่กี่นาที อีกฝ่ายกลับบอกว่าจัดการเรียบร้อยแล้ว โม้ชัดๆ!
"ไม่เชื่อเหรอ? ลองเรียกคนของแกดูสิ" เฉินปู้ฝานบอกเสียงเย็น
"เคยเห็นแต่คนรนหาที่ตาย ไม่เคยเห็นใครรีบร้อนอยากลงนรกขนาดนี้มาก่อนเลย ได้ เดี๋ยวฉันจัดให้!" มู่หรงเหล่ยโกรธจัด ตะโกนสั่งการสุดเสียง "ทุกคน ออกมาให้หมด!"
ท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืน ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ
เสียงของมู่หรงเหล่ยดังก้องกังวานอย่างโดดเดี่ยว
"ทุกคน ออกมาให้หมด เลิกซ่อนตัวได้แล้ว!" มู่หรงเหล่ยตะโกนอีกครั้ง
ก็ยังคงไร้เสียงตอบรับ!
ในขณะนั้นเอง ชายชุดดำคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาหามู่หรงเหล่ย เขาคือหนึ่งในองครักษ์เงานั่นเอง
"นายน้อย คนของเราถูกฆ่าตายหมดแล้วครับ!"
ตอนที่พูดจบ แววตาขององครักษ์เงาคนนี้ก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
คนตั้งหนึ่งพันคน กลับถูกฆ่าตายหมดโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก!
"แกว่าไงนะ?" มู่หรงเหล่ยไม่อยากจะเชื่อ เขารีบวิ่งออกไปดูข้างนอกทันที
เมื่อออกไปถึงนอกวิลล่า ภาพที่เห็นก็ทำเอาเขาถึงกับตะลึงงัน!
ชายชุดดำนับไม่ถ้วนยืนเรียงรายกันสุดลูกหูลูกตา ราวกับรูปปั้นที่เงียบงัน แผ่ซ่านรังสีอำมหิตเย็นเยียบ กดดันจนแทบหายใจไม่ออก!
เขากล้าสาบานได้เลยว่า คนพวกนี้ไม่ใช่คนของจวนเจิ้นหนาน แต่เป็นคนแปลกหน้าที่เขาไม่รู้จัก!
"การต้อนรับในฐานะเจ้าบ้านของฉัน คงจะทำให้แกพอใจสินะ?"
เสียงของเฉินปู้ฝานดังมาจากด้านหลัง มู่หรงเหล่ยรู้สึกราวกับโดนสาดน้ำเย็นจัดเข้าใส่ลำตัว หนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ราวกับมีน้ำแข็งติดอยู่ในลำคอ
คนพวกนี้... คือคนที่เฉินปู้ฝานพามา!
ซึ่งก็หมายความว่า การที่พวกเขามาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้ แสดงว่าคนของเก้าสาขาย่อยที่เขาส่งไป... คงจะพบจุดจบไปหมดแล้ว...
คิดได้ดังนั้น เขาก็รีบหันขวับกลับมา แล้วออกคำสั่งเสียงดังกึกก้อง
"ฆ่าพวกมันซะ!"
ไม่มีเวลาให้ถามอะไรอีกแล้ว ต้องรีบฆ่าเฉินปู้ฝานเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นเขาต้องตายแน่ๆ
ลางสังหรณ์แห่งความตายอันรุนแรง ทำให้มู่หรงเหล่ยได้กลิ่นอายของมัจจุราช!
สิบสององครักษ์เงา พร้อมกับลูกน้องนับสิบคน เคลื่อนไหวพร้อมกัน พุ่งเข้าใส่เฉินปู้ฝานและชางหลง
"ฉันบอกแล้วไง มาหนึ่งคน ฆ่าหนึ่งคน มาหนึ่งพันคน ก็ฆ่าหนึ่งพันคน ไม่มีใครหนีรอดไปได้หรอก!" เฉินปู้ฝานกล่าวอย่างเยียบเย็น ก่อนจะพุ่งเข้าใส่คนกลุ่มนั้นทันที
ชางหลงก็พุ่งตามไปติดๆ
ปังๆๆ!!!
ลูกน้องธรรมดานับสิบคน ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของทั้งสองคนเลยแม้แต่น้อย ถูกซัดหมอบไปกองกับพื้นอย่างรวดเร็ว
ส่วนสิบสององครักษ์เงา ก็ยังคงต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย
ถึงแม้พวกเขาจะยังไม่ตาย แต่มู่หรงเหล่ยก็เหงื่อแตกพลั่กแล้ว
เพราะรู้ดีว่าพวกเขาต้องตายแน่ๆ!
เฉินปู้ฝานเก่งกาจเกินไป ร่างกายพลิ้วไหวดุจมังกร แหวกว่ายไปท่ามกลางวงล้อม
"กร๊อบ~"
"ปัง!"
องครักษ์เงาคนไหนที่ปะทะกับเขา ไม่มีใครรอดชีวิตไปได้เกินหนึ่งวินาที ล้วนล้มลงไปกองกับพื้นทั้งสิ้น
สิบสององครักษ์เงา เก่งกาจจริงๆ หากสู้กันตัวต่อตัว ก็เหนือกว่าสิงอ้าวด้วยซ้ำ
แต่โชคร้ายที่พวกเขาต้องมาเจอกับเฉินปู้ฝาน ประมุขวิหารเทพมาร ผู้ได้รับการขนานนามว่าจอมมารไร้พ่าย ผู้ซึ่งเคยกดขี่ขุมกำลังทั่วโลกจนโงหัวไม่ขึ้น!
องครักษ์เงาที่จวนเจิ้นหนานฟูมฟักมา จะเอาอะไรมาต้านทานการโจมตีของเขาได้?
"ตายซะเถอะ!" องครักษ์เงาคนหนึ่งชักดาบออกมา ฟาดฟันเข้าใส่เฉินปู้ฝานอย่างแรง ประกายดาบสว่างวาบเจิดจ้าท่ามกลางความมืดมิด
เฉินปู้ฝานไม่หลบหลีก ชกหมัดสวนกลับไปตรงๆ
เคร้ง!
ดาบหักออกเป็นสองท่อนทันที ชายคนนั้นเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง มองดูดาบหักในมืออย่างไม่อยากจะเชื่อ
ใช้มือเปล่าชกดาบจนหัก นี่มันยังเป็นคนอยู่อีกเหรอ?
"ตู้ม"
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งตัว หมัดอีกข้างก็พุ่งเข้าใส่กระแทกหน้าอกเขาอย่างจัง ร่างกระเด็นลอยละลิ่ว ซี่โครงหักกระจุย!
คนอื่นๆ ที่เหลือเห็นดังนั้น ก็หวาดกลัวจนหัวหด
น่ากลัวเกินไปแล้ว หมอนี่มันปีศาจชัดๆ!!!
สุดยอดนักฆ่าไพ่ตายของจวนเจิ้นหนาน ในเวลานี้กลับเกิดความคิดอยากจะวิ่งหนีขึ้นมาเสียอย่างนั้น
และพวกเขาก็ทำจริงๆ!
ฟรึ่บ! ฟรึ่บ!
เพิ่งจะวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าว ประกายแสงเย็นเยียบก็พุ่งวาบเข้ามา
ลำคอเย็นเฉียบ ตามมาด้วยความรู้สึกอุ่นวาบ เลือดสดๆ พุ่งกระฉูด
ปังๆๆ!!!
องครักษ์เงาทีละคน ทยอยล้มลงไปกองกับพื้น
เพียงสามนาที สิบสององครักษ์เงา ก็ตายเรียบไม่เหลือแม้แต่คนเดียว
ชางหลงได้แต่ยิ้มแหยๆ ท่านประมุขเก่งเกินไปแล้ว คราวหน้าเขาจะไม่ขอร่วมต่อสู้ด้วยอีกแล้ว เล่นจัดการองครักษ์เงาทั้งสิบสองคนด้วยตัวคนเดียว ไม่เหลือให้เขาจัดการสักคนเลย
แบบนี้มันทำให้เขาดูเป็นตัวตลกชัดๆ!
"ยังอยากจะฆ่าฉันอยู่อีกไหม?" เฉินปู้ฝานหันขวับมา ยิ้มกริ่มให้มู่หรงเหล่ย
รอยยิ้มที่ดูสดใสนี้ ในสายตาของมู่หรงเหล่ย กลับดูน่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจเสียอีก เส้นเอ็นทั่วร่างหดเกร็งไปหมด สั่นสะท้านราวกับโดนไฟช็อต
ในฐานะนายน้อยแห่งจวนเจิ้นหนาน มู่หรงเหล่ยผ่านโลกมาก็มาก นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกทำให้หวาดกลัวจนเสียอาการขนาดนี้
เขารู้ว่าตัวเองอยากจะสร้างผลงาน พ่อของเขาจึงส่งสิบสององครักษ์เงามาให้ แถมยังระดมคนจากเก้าสาขาย่อยมาอีกหนึ่งพันคน
แต่ผลคือ เพิ่งจะมาถึงหลีหยางได้ไม่ทันไร เฉินปู้ฝานก็บุกมาฆ่าล้างบางถึงที่ คนหนึ่งพันคนตายอย่างเป็นปริศนา สิบสององครักษ์เงาก็ถูกเฉินปู้ฝานส่งลงนรกไปต่อหน้าต่อตา
ด้วยความแข็งแกร่งอันดุดันของอีกฝ่าย การที่เขามั่นใจว่าจะสามารถฆ่าอีกฝ่ายได้นั้น มันช่างน่าขันสิ้นดี!
ในตอนนั้นเอง องครักษ์เงาคนหนึ่งที่ยังไม่ตายสนิท ล้วงปืนออกมาจากอกเสื้อ แล้วเล็งไปที่ท้ายทอยของเฉินปู้ฝาน
ก่อนหน้านี้สิบสององครักษ์เงาประมาทเกินไป คิดว่าแค่ใช้กำลังก็สามารถฆ่าเฉินปู้ฝานได้แล้ว ผลคือถูกโต้กลับอย่างรวดเร็ว จนไม่มีเวลาแม้แต่จะชักปืน ตอนนี้ในที่สุดก็มีโอกาสแล้ว!
แกจะเก่งมาจากไหนก็ช่าง จะกันกระสุนได้ก็ให้มันรู้ไป!
"แกรก"
ลั่นไกปืนทันที กระสุนพุ่งทะยานออกจากรังเพลิง พุ่งตรงไปยังเป้าหมาย
ทว่า เมื่อกระสุนพุ่งเข้ามาใกล้ตัวเฉินปู้ฝานในระยะไม่ถึงหนึ่งเมตร จู่ๆ มันก็หยุดนิ่ง ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ
"นี่มัน..." องครักษ์เงาเบิกตากว้างแทบถลน ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
ในพริบตานั้น เฉินปู้ฝานก็หันกลับมามองกระสุนที่ลอยค้างอยู่ มุมปากยกยิ้มอย่างพอใจ
ไม่เลวเลย วิชาลมปราณต้านทาน สามารถหยุดกระสุนได้แล้ว
ตู้ม...!
ออร่าทั่วร่างระเบิดออก พลังลมปราณกระแทกเข้าใส่ กระสุนพุ่งกลับไปในทิศทางเดิมอย่างรวดเร็ว
"ฉึก"
เจาะทะลุร่างขององครักษ์เงาคนนั้น สิ้นใจตายในทันที
ชางหลงเองก็ตกใจไม่น้อย เขารู้ดีว่าฝีมือของท่านประมุขก้าวหน้าขึ้นกว่าเมื่อก่อน แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะเก่งกาจถึงขั้นนี้ ใช้พลังปราณหยุดกระสุนปืนได้ น่าสะพรึงกลัวจริงๆ!
"แย่แล้ว มู่หรงเหล่ยหนีไปแล้ว!" จู่ๆ ชางหลงก็ตะโกนขึ้น
เฉินปู้ฝานหันขวับไปมอง เห็นมู่หรงเหล่ยกำลังวิ่งหนีเข้าไปในรีสอร์ทด้วยความเร็วสูงสุด
จะไม่ให้หนีได้ยังไงล่ะ ขนาดกระสุนยังฆ่าเฉินปู้ฝานไม่ได้ หมอนี่มันปีศาจชัดๆ!
มู่หรงเหล่ยเสียใจจนแทบอยากจะบ้า ไม่น่ามาหลีหยางเลยจริงๆ เกือบจะเอาชีวิตมาทิ้งเสียแล้ว อยากจะให้มีขาเพิ่มอีกสักหลายๆ ข้าง จะได้วิ่งหนีให้เร็วขึ้น
"ตามไป!" เฉินปู้ฝานสั่งการอย่างเด็ดขาด
ความลับเรื่องคนที่อยากจะฆ่าเขาเมื่อสี่ปีก่อน อยู่ที่คนของจวนเจิ้นหนานนี่แหละ จะปล่อยให้มู่หรงเหล่ยหนีรอดไปไม่ได้เด็ดขาด
เฉินปู้ฝานและชางหลงรีบวิ่งตามเข้าไปในวิลล่า จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังกึกก้อง พร้อมกับกระแสลมรุนแรงที่พัดกระหน่ำมาจากด้านหลังวิลล่า
ทั้งสองคนรีบเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งกำลังบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว
มู่หรงเหล่ยนั่งอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ลำนั้น
"ฮ่าๆๆ เฉินปู้ฝาน แกคิดไม่ถึงล่ะสิ นายน้อยอย่างฉันเตรียมเฮลิคอปเตอร์เอาไว้แล้ว ดูสิว่าแกจะฆ่าฉันยังไง บัญชีแค้นในวันนี้ฉันขอจดไว้ก่อน วันหลังค่อยมาคิดบัญชีกับแก!"
พร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของมู่หรงเหล่ย เฮลิคอปเตอร์ก็บินสูงขึ้นไปกว่าร้อยเมตร หายวับไปในความมืดมิดยามค่ำคืนในพริบตา