เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 ได้ข่าวว่าแกจะฆ่าฉันเหรอ?

บทที่ 36 ได้ข่าวว่าแกจะฆ่าฉันเหรอ?

บทที่ 36 ได้ข่าวว่าแกจะฆ่าฉันเหรอ?


บทที่ 36 ได้ข่าวว่าแกจะฆ่าฉันเหรอ?

ในทันทีทันใดนั้น จวนเจิ้นหนานได้ระดมกำลังพลหนึ่งพันนายจากเก้าสาขาย่อยที่เหลือ มุ่งหน้าสู่หลีหยาง เพื่อให้มู่หรงเหล่ยไว้ใช้งาน

นอกจากนี้ ยังส่ง 'สิบสององครักษ์เงา' ซึ่งเป็นไพ่ตายอันดับหนึ่งของจวนเจิ้นหนาน ที่ผ่านการฝึกฝนอย่างลับๆ มานานหลายปี ออกจากศูนย์บัญชาการด้วย!

สิบสององครักษ์เงา เปรียบเสมือนดาบคมกริบสิบสองเล่ม ที่พร้อมทะลวงทุกสิ่งอย่าง ไร้เทียมทานต้านทาน แข็งแกร่งกว่าห้าร้อยดาบคมกริบของพรรคกิเลนแบบเทียบไม่ติด!

พูดได้เต็มปากเลยว่า หากสิบสององครักษ์เงาลงมือ ก็สามารถกวาดล้างห้าร้อยดาบคมกริบได้โดยไม่มีใครรู้ตัวด้วยซ้ำ!

จวนเจิ้นหนานเคยใช้องครักษ์เงากำจัดศัตรูมาแล้วมากมาย สร้างความหวาดหวั่นไปทั่วขุมกำลังในตงโจว

ใครจะกล้าแหยม? ขืนไปล่วงเกินจวนเจิ้นหนานเข้า แค่องครักษ์เงาออกโรง ก็ไม่รู้ตัวแล้วว่าตายยังไง!

มู่หรงเหล่ยเองก็ยังตกใจที่พ่อของเขายอมส่งองครักษ์เงามาให้ใช้ เพื่อสนับสนุนภารกิจฆ่าเฉินปู้ฝานในครั้งนี้ ช่างทุ่มทุนสร้างจริงๆ!

"มีองครักษ์เงามาช่วย การฆ่าเฉินปู้ฝานก็เป็นเรื่องกล้วยๆ ต่อให้กวาดล้างทั้งหลีหยางก็ยังทำได้สบายๆ!"

"เฉินปู้ฝาน ฉันมู่หรงเหล่ยมาหาแกแล้ว แกบังอาจทำลายพรรคกิเลนของจวนเจิ้นหนาน เตรียมตัวตายได้เลย!"

แต่เขาหารู้ไม่ว่า การเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ ตกอยู่ในสายตาของวิหารเทพมารมาตั้งแต่ต้นแล้ว

ชางหลงนำข่าวนี้มารายงานให้เฉินปู้ฝานทราบทันที

"เรียนท่านประมุข จวนเจิ้นหนานส่งคนมาแล้วจริงๆ ครับ คนที่นำทัพมาคือ นายน้อยแห่งจวนเจิ้นหนาน ชื่อนายมู่หรงเหล่ย เพิ่งเรียนจบกลับมาจากต่างประเทศและเพิ่งเข้ามาทำงานในจวนเจิ้นหนานได้สองปี คาดว่าการมาหลีหยางครั้งนี้ คงอยากจะใช้ผลงานการฆ่าท่านเพื่อสร้างบารมีให้ตัวเอง..."

ข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับมู่หรงเหล่ย ถูกรายงานให้เฉินปู้ฝานทราบอย่างละเอียดไม่มีตกหล่น

หลังจากชางหลงรายงานจบ เขาก็ยื่นรูปถ่ายใบหนึ่งให้ ซึ่งก็คือรูปของมู่หรงเหล่ย

ในรูป มู่หรงเหล่ยมีแววตาดุดันราวกับหมาป่า ริมฝีปากบางเฉียบ สีหน้าดูเคร่งขรึม ไม่ใช่คนดีแน่นอน

"นอกจากนี้ สมาชิกวิหารเทพมารยังตรวจพบว่า จวนเจิ้นหนานได้ระดมกำลังพลจากสาขาย่อยอีกเก้าแห่ง รวมหนึ่งพันนาย มุ่งหน้ามาที่หลีหยาง เพื่อสนับสนุนมู่หรงเหล่ยอย่างเต็มที่!"

"ช่างโอหังนักนะ ถึงกับระดมคนจากทั้งเก้าสาขาย่อยมาเลยเหรอ!" เฉินปู้ฝานแค่นเสียงเย็นชา ก่อนจะกำมือแน่น แล้วคลายออก รูปถ่ายของมู่หรงเหล่ยก็กลายเป็นผุยผงปลิวหายไปกับสายลม

"มาหนึ่งคน ฆ่าหนึ่งคน มาหนึ่งพันคน ฆ่าหนึ่งพันคน หลีหยางแห่งนี้จะเป็นสุสานของพวกมันทุกคน!"

หลังจากรายงานข่าวนี้จบ ชางหลงก็รายงานผลการสืบประวัติของไป๋รั่วปิงต่อ ซึ่งก็ตรงกับที่เหลยเทียนเซิงเคยเล่าให้ฟัง เพียงแต่นี่ไม่ใช่เรื่องที่เขาให้ความสนใจเป็นหลักในตอนนี้

"แล้วเรื่องของจางไท่ซานล่ะ สืบไปถึงไหนแล้ว?"

ตั้งแต่วันที่เหลยเทียนเซิงบอกว่าอาจารย์ของสิงอ้าวคือ จางไท่ซาน ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งหลีหยาง เฉินปู้ฝานก็สั่งให้ชางหลงไปสืบเรื่องนี้ทันที

"ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งหลีหยาง คือจางไท่ซานจริงๆ ครับ เขาปลีกวิเวกอยู่ที่เรือนหรุจวีแถวชานเมือง ได้รับฉายาว่า ซินแสมังกรหมอบ เชี่ยวชาญทั้งวิชาดาบและฮวงจุ้ย เคยขนานนามตัวเองว่าเป็น ยอดกระบี่อันดับหนึ่งแห่งหลีหยาง! ประมาณสิบปีก่อน เขารับสิงอ้าวเป็นศิษย์ และถ่ายทอดวิชาให้บางส่วน"

"ไม่เพียงแต่เป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งหลีหยาง แต่ยังเป็นยอดกระบี่อันดับหนึ่งแห่งหลีหยางด้วย ชักอยากจะประลองฝีมือด้วยแล้วสิ" เฉินปู้ฝานพูดด้วยความตื่นเต้น

แต่มีเรื่องหนึ่งที่เขาสงสัย

ตั้งแต่เหลยเทียนเซิงบอกว่าสิงอ้าวเป็นลูกศิษย์ของจางไท่ซาน เขาก็รอให้จางไท่ซานมาหาเรื่องถึงบ้านอยู่หลายวัน ไม่มีอาจารย์ที่ไหนทนดูศิษย์เอกเพียงคนเดียวของตัวเองถูกฆ่าได้หรอก

แต่จางไท่ซานก็ไม่โผล่หัวมาสักที วันนี้เขาจึงต้องให้ชางหลงไปสืบเรื่องนี้ดู

"จางไท่ซานไม่ได้อยู่ที่เรือนหรุจวีเหรอ?" เฉินปู้ฝานถาม

"ยังไม่แน่ใจครับ!" ชางหลงส่ายหน้า "จางไท่ซานคนนี้ ปลีกวิเวกอยู่แต่ในป่า ไม่ค่อยปรากฏตัวให้ใครเห็น เดี๋ยวผมไปลองหยั่งเชิงดูดีไหมครับ"

"ยังไม่ต้อง" เฉินปู้ฝานบอก "ทำไปทีละเรื่อง จัดการนายน้อยจวนเจิ้นหนานที่อุตส่าห์เดินทางมาไกลก่อนก็แล้วกัน!"

"ครับ!" ชางหลงรับคำ ก่อนจะสั่งให้คนคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของมู่หรงเหล่ยและพรรคพวกต่อไป

วันต่อมา กำลังพลหนึ่งพันนายจากเก้าสาขาย่อยของจวนเจิ้นหนาน ก็ทยอยเดินทางมาสมทบกันที่หลีหยาง!

มู่หรงเหล่ย นายน้อยจวนเจิ้นหนาน พร้อมกับสิบสององครักษ์เงา ก็เดินทางมาถึงสนามบินหลีหยางเช่นกัน

ในขณะเดียวกัน ข่าวคราวความเคลื่อนไหวของพวกเขาก็ถูกส่งมาถึงเฉินปู้ฝานอย่างต่อเนื่อง

"เรียนท่านประมุข มู่หรงเหล่ยเดินทางมาถึงหลีหยางแล้วครับ!"

"เรียนท่านประมุข มู่หรงเหล่ยสมทบกับกำลังพลหนึ่งพันนายเรียบร้อยแล้ว และกำลังรวบรวมข้อมูลของท่านอยู่ครับ!"

...

"เรียนท่านประมุข มู่หรงเหล่ยเข้าพักที่รีสอร์ทเทียนหู คาดว่าจะลงมือคืนนี้เลยครับ!"

เมื่อได้รับรายงานชิ้นสุดท้าย เฉินปู้ฝานก็เริ่มขยับตัว

"ได้เวลาแล้ว ไปดูหน้าตาของนายน้อยผู้นี้กันหน่อยดีกว่า!"

พลบค่ำวันนั้น รถเก๋งคันหนึ่งขับออกจากโครงการอวิ๋นลู่ซูย่วน มุ่งหน้าตรงไปยังรีสอร์ทเทียนหูอย่างเงียบเชียบ!

เวลาหนึ่งทุ่มตรง ณ สวนภายในรีสอร์ทเทียนหู มู่หรงเหล่ยเพิ่งจะแช่น้ำเสร็จแล้วลุกขึ้นมาจากสระ

หญิงสาวหุ่นเซ็กซี่รีบยื่นเสื้อคลุมอาบน้ำให้ทันที

หลังจากสวมเสื้อคลุมเสร็จ มู่หรงเหล่ยก็เอนหลังนั่งบนเก้าอี้หวาย จิบไวน์แดงอย่างสบายใจ

รอบตัวเขามีลูกน้องยืนคุ้มกันอยู่มากมาย องครักษ์เงาทั้งสิบสองคนก็ซ่อนตัวอยู่ตามจุดต่างๆ รีสอร์ทแห่งนี้ถูกเหมาไว้หมดแล้ว ทุกตารางนิ้วเต็มไปด้วยคนของจวนเจิ้นหนาน

หลังจากจิบไวน์เสร็จ หญิงสาวหุ่นเซ็กซี่ก็รีบจุดซิการ์ให้ทันที

"ฟู่..." มู่หรงเหล่ยพ่นควันซิการ์อย่างมีความสุข ก่อนจะสั่งการลูกน้อง "พักผ่อนกันให้เต็มที่ เที่ยงคืนนี้เราจะลงมือ ฉันต้องการให้พวกแกจับเป็นเฉินปู้ฝานมาให้ฉัน!"

"รับทราบครับ นายน้อย!"

"อ้อ ได้ยินมาว่าเมียของเฉินปู้ฝานสวยมาก อย่าเพิ่งฆ่าทิ้งล่ะ จับตัวมาด้วย ฉันชักอยากจะเห็นแล้วสิว่า หญิงงามอันดับหนึ่งแห่งหลีหยาง จะสวยสักแค่ไหนกันเชียว" พูดถึงตรงนี้ มุมปากของเขาก็เหยียดยิ้มอย่างชั่วร้าย

"จะหาเรื่องใครไม่หา ดันมาหาเรื่องจวนเจิ้นหนาน นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ! ต่อให้แกจะเป็นราชาแห่งหลีหยาง ฉันก็จะเด็ดหัวแกให้ได้!"

"เรียนนายน้อย มีคนขับรถพุ่งชนประตูเข้ามาครับ!"

จู่ๆ ลูกน้องคนหนึ่งก็ตะโกนรายงานด้วยความตื่นตระหนก

ยังไม่ทันที่มู่หรงเหล่ยจะได้ตั้งตัว เสียงระเบิดดังกึกก้องก็ดังขึ้น ประตูใหญ่ถูกชนจนพังพินาศราวกับโดนรถถังเหยียบ แม้แต่กำแพงก็ยังถล่มลงมา ฝุ่นผงคลุ้งกระจาย

เงาร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูอย่างองอาจ ดุจดั่งขุนเขาสูงตระหง่าน ที่ต้องแหงนมองเท่านั้น

"แกเป็นใคร?" มู่หรงเหล่ยถามด้วยความตกใจ

"ได้ข่าวว่ามีคนจะฆ่าฉันเหรอ?" ผู้มาเยือนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ปังๆๆ!!!

สิ้นเสียงของเขา เสียงกระแทกทึบๆ ก็ดังขึ้นต่อเนื่องกัน ชายฉกรรจ์นับสิบคนล้มลงไปกองกับพื้น สิ้นลมหายใจไปแล้ว

"ซี้ด..."

เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ทุกคนในที่นั้นก็รู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ

มู่หรงเหล่ยเองก็สะดุ้งโหยง หัวใจเต้นโครมคราม

ตั้งแต่ลูกน้องรายงาน จนกระทั่งคนพวกนี้ถูกฆ่าตาย กินเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น!

คนของจวนเจิ้นหนานไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป แต่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี กลับไม่มีใครสามารถต้านทานได้เลยแม้แต่น้อย

ผู้ชายคนนี้โหดเหี้ยมมาก!

"เฉินปู้ฝาน!" มู่หรงเหล่ยจ้องมองชายที่หน้าประตู กัดฟันกรอด ไม่ต้องถามก็รู้ว่าเขาคือใคร คิดไม่ถึงเลยว่าเพิ่งจะมาถึงหลีหยาง อีกฝ่ายก็บุกมาหาถึงที่เสียแล้ว

"แกรู้ความเคลื่อนไหวของฉันได้ยังไง?"

"การเคลื่อนไหวของนายน้อยแห่งจวนเจิ้นหนาน จะไม่ให้ฉันจับตามองได้ยังไงล่ะ" เฉินปู้ฝานเอ่ยเสียงเย็น

"แกแอบสะกดรอยตามฉันเหรอ?" มู่หรงเหล่ยขมวดคิ้ว การมาหลีหยางครั้งนี้เป็นความลับสุดยอด แต่กลับมีข่าวรั่วไหลออกไปเสียได้

"ก็ดี จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปตามหา แกกวาดล้างพรรคกิเลนของจวนเจิ้นหนาน บัญชีแค้นนี้ แกจะชดใช้ยังไง?"

"บัญชีแค้น? แกมีสิทธิ์อะไรมาทวงบัญชีกับฉัน?" เฉินปู้ฝานเอามือไพล่หลัง ถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา ราวกับเทพเซียนที่ยืนตระหง่านอยู่บนที่สูง เปล่งประกายเจิดจ้า

"ฮ่าๆๆ!!!" มู่หรงเหล่ยหัวเราะลั่น

"กล้าถามว่านายน้อยแห่งจวนเจิ้นหนานอย่างฉันมีสิทธิ์อะไรอย่างนั้นเหรอ จะบอกให้เอาบุญนะ ฉันพาคนมาที่นี่หนึ่งพันคน ทั้งที่นี่ ข้างนอก และคนที่ซ่อนตัวอยู่ ทุกคนล้วนเป็นสิทธิ์ของฉันทั้งนั้น แล้วแกล่ะ เฉินปู้ฝาน แกจะเอาอะไรมาสู้กับฉัน?"

"ฟรึ่บ!" ในตอนนั้นเอง ร่างร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามา ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเฉินปู้ฝานอย่างรวดเร็ว

"เรียนท่านประมุข จัดการคนที่ซุ่มซ่อนอยู่เรียบร้อยแล้วครับ!"

จบบทที่ บทที่ 36 ได้ข่าวว่าแกจะฆ่าฉันเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว