- หน้าแรก
- ท่านพ่อพักก่อน วันนี้ข้าขอด่าฮ่องเต้เอง!
- บทที่ 42 จัดการพ่อ ๆ ของเพื่อนร่วมแก๊งให้อยู่หมัด
บทที่ 42 จัดการพ่อ ๆ ของเพื่อนร่วมแก๊งให้อยู่หมัด
บทที่ 42 จัดการพ่อ ๆ ของเพื่อนร่วมแก๊งให้อยู่หมัด
บทที่ 42 จัดการพ่อ ๆ ของเพื่อนร่วมแก๊งให้อยู่หมัด
“ท่านลุงทั้งหลาย ล้วนเป็นคนกันเองทั้งนั้น พวกข้าขายกับพวกท่านขายมันก็ไม่ต่างกันหรอกไม่ใช่หรือขอรับ?” เว่ยซูอวี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
จะเหมือนกันได้อย่างไร?
เจ้าขายได้วันละสี่ก้วน แต่ถ้าพวกข้าขาย รับรองว่าต้องได้มากกว่าเป็นร้อยเท่า!
“ประเด็นก็คือพวกเจ้ายังเด็กนัก ต้องให้ความสำคัญกับการเรียนหนังสือเป็นหลัก!” ขุนนางพยายามพูดจาหว่านล้อม
“เรื่องนั้นพวกเราเข้าใจดีขอรับ ดังนั้นพวกเราถึงได้รับสมัครคนงานนี่ไงขอรับ”
พูดจบ เว่ยซูอวี้ก็กวักมือเรียกหลัวต้าน “มานี่สิ มาคารวะใต้เท้าทุกท่าน”
หลัวต้านรีบคุกเข่าลงทันที “ผู้น้อยหลัวต้าน ขอคารวะใต้เท้าทุกท่านขอรับ”
ไข่ไก่ ไข่หมาอะไรกัน...
สิ่งที่พวกเราสนใจมันใช่เรื่องนี้หรือไง?
ขุนนางหลายคนมีสีหน้ารำคาญ โบกมือปัด ๆ แล้วก็ไม่ได้ใส่ใจอีก
“ซูอวี้เอ๊ย ข้าจะบอกความจริงกับเจ้านะ การขายน้ำแข็งน่ะได้กำไรดี พวกเจ้าได้เงินแค่วันละนิดวันละหน่อย มอบให้พวกข้าจัดการเถอะ รับรองว่าต้องได้กำไรมากกว่านี้ตั้งเยอะ” ขุนนางขยับเข้าไปใกล้เว่ยซูอวี้ แล้วกระซิบกระซาบ
“แต่ข้าว่าข้าก็ได้เงินมาไม่น้อยเลยนะขอรับ” เว่ยซูอวี้กระพริบตาปริบ ๆ แสร้งทำสีหน้าไร้เดียงสา
“สี่ก้วนสำหรับชาวบ้านธรรมดามันก็เยอะอยู่หรอก แต่สำหรับพวกเราแล้ว มันก็แค่ค่าใช้จ่ายรายวันเท่านั้นเอง เจ้าเข้าใจไหม?” ขุนนางคนนั้นลอบกระซิบอีก
“ใครบอกว่าข้าขายได้แค่สี่ก้วนล่ะขอรับ?”
“ไม่ใช่สี่ก้วนหรือ?”
ขุนนางชี้ไปที่เงินสี่ก้วนซึ่งชุยเสินจีกำลังลากอยู่
“นั่นก็แค่ที่พวกเขาสองสามคนลองขายเล่น ๆ ดูน่ะขอรับ อันที่จริงแล้ว ข้าขายได้จำนวนนี้”
เว่ยซูอวี้ชูนิ้วขึ้นมาห้านิ้ว
“ห้าสิบก้วน ก็ยังถือว่าน้อยไปนะ”
“ลองทายให้มากกว่านี้อีกสิขอรับ”
“ห้าร้อยก้วนงั้นหรือ? อื้ม... ก็พอรับได้อยู่”
“ลองทายให้มากกว่านี้อีกขอรับ”
“ห้าพันก้วน?”
ทุกคนเบิกตากว้าง รู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก
“ช่างเถอะ ไม่แกล้งเล่นแล้วก็ได้” เว่ยซูอวี้ส่ายหน้า “อย่างต่ำ ๆ ก็ห้าหมื่นก้วนขอรับ!”
ซี้ด...
ทันทีที่ประโยคนี้หลุดออกมา ทุกคนก็พากันสูดลมหายใจเข้าลึก
ชุยเสินจียิ่งตกใจจนร้องเสียงหลง “อะไรนะ? ห้าหมื่นก้วน?”
เพียะ
เว่ยซูอวี้ยกมือขึ้นเขกหัวไปหนึ่งที
“โวยวายหาอะไรเนี่ย? ไม่เคยเห็นเงินหรือไง?”
ขุนนางหลายคนมองเว่ยซูอวี้ด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“ท่านลุงทั้งหลายอย่าใส่ใจเลยนะขอรับ ปกติข้าไม่ค่อยชอบเขกหัวใครหรอก เว้นเสียแต่ว่าจะทนไม่ไหวจริง ๆ” เว่ยซูอวี้หัวเราะแห้ง ๆ
สิ่งที่พวกเราสนใจคือเรื่องที่เจ้าเขกหัวคนงั้นหรือ?
สิ่งที่พวกเราสนใจก็คือ เจ้าหาเงินห้าหมื่นก้วนมาได้อย่างไรต่างหาก!
“เจ้าไม่ได้โกหกพวกเราใช่ไหม?” ทุกคนมองเว่ยซูอวี้อย่างเคลือบแคลงสงสัย
“นั่นไง บรรดาหลงจู๊โรงเตี๊ยมพวกนั้นยังอยู่เลย พวกท่านลองไปถามพวกเขาดูก็ได้ขอรับ” เว่ยซูอวี้ชี้ไปที่หลงจู๊หลายคนที่ยืนอยู่ไกล ๆ
ทุกคนขมวดคิ้ว
บรรดาขุนนางมักจะมีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์กันอยู่บ่อย ๆ ดังนั้นพวกเขาจึงคุ้นหน้าคุ้นตากับหลงจู๊เหล่านี้เป็นอย่างดี
เพียงแค่กวักมือเรียก หลงจู๊เหล่านั้นก็รีบวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาทันที
“พวกเจ้าจะมาซื้อน้ำแข็งงั้นหรือ?”
เมื่ออยู่ต่อหน้าบรรดาหลงจู๊ ท่าทีของพวกเขาก็ดูหยิ่งยโสโอหังขึ้นมาถนัดตา
สถานะของทั้งสองฝ่ายไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน
“เรียนใต้เท้าเจิ้ง ใช่แล้วขอรับ” หลงจู๊แห่งโรงเตี๊ยมเยี่ยนเชวี่ยโค้งตัวตอบรับ
“ตั้งใจจะซื้อเท่าไหร่ล่ะ?”
“ช่วงแรก ๆ ผู้น้อยยังไม่กล้าสั่งเยอะขอรับ เลยสั่งน้ำแข็งไว้วันละ 100 จินก่อน ถ้าขายดี ก็จะสั่งเพิ่มอีกหน่อยขอรับ”
“100 จิน ราคาเท่าไหร่ล่ะ?”
“ราคาที่พวกเราสั่งซื้อคือ 100 จิน ต่อ 70 ก้วนขอรับ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำแข็งละลายตอนนำไปขาย คุณชายเว่ยจึงแถมให้พวกเราอีก 20 จิน รวมเป็น 120 จินขอรับ”
ขุนนางหลายคนมองหน้ากัน แล้วพยักหน้า
“พวกเจ้าทุกคนสั่งซื้อกันหมดเลยงั้นหรือ?”
“ใช่ขอรับ”
“ถอยไปได้”
ใต้เท้าเจิ้งโบกมือ
“นี่ก็มีแค่ไม่กี่คนเอง รวม ๆ กันแล้วก็คงได้สักพันกว่าก้วนกระมัง?”
ขุนนางหลายคนมองเว่ยซูอวี้พลางหัวเราะร่วน
“วันนึงก็ได้ประมาณ 1,000 กว่าก้วนแหละขอรับ แต่ว่าพวกเขาเป็นลูกค้าประจำที่ต้องสั่งระยะยาวนะขอรับ”
“กว่าจะหมดฤดูร้อนก็ยังเหลือเวลาอีกตั้งสองเดือนกว่า จะขายให้ได้สักห้าหมื่นก้วนก็คงไม่ใช่ปัญหาใช่ไหมขอรับ?”
เว่ยซูอวี้อธิบายด้วยรอยยิ้ม
ทุกคนถึงกับอึ้ง ธุรกิจมันทำกันแบบนี้ได้ด้วยหรือ?
แต่พอลองคิดดูดี ๆ มันก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกัน
“อีกอย่าง โรงเตี๊ยมในฉางอันก็ไม่ได้มีแค่นี้หรอกนะขอรับ ถ้าพวกเราขยายกิจการออกไปอีก เงินมันก็ไหลมาเทมาเองไม่ใช่หรือขอรับ?”
“ไม่ว่าจะเป็นโรงเตี๊ยม โรงเตี๊ยม หอนางโลม สำนักศึกษา... เอาเป็นว่าที่ไหนคนเยอะ พวกเราก็จะไปเสนอขายที่นั่นแหละขอรับ”
“ข้าลองคำนวณดูแล้ว ถ้าขายไปตลอดช่วงฤดูร้อน แค่ในฉางอันที่เดียวก็น่าจะทำกำไรได้สักสามแสนก้วนล่ะมั้งขอรับ”
สามแสนก้วนงั้นหรือ?
ทุกคนอึ้งจนตาค้าง
พวกเขาอุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจมาทั้งชีวิต รีดนาทาเร้นคดโกงอย่างยากลำบาก ทรัพย์สินทั้งหมดรวมกันยังมีแค่ไม่กี่หมื่นก้วนเอง
“ปัญหาก็คือเรื่องการขนส่งน้ำแข็งมันละลายง่าย ไม่เช่นนั้นข้าคงเอามันไปขายให้ทั่วทั้งต้าถังแล้ว แบบนั้นสิถึงจะเรียกว่าหาเงิน!”
จริงด้วย
นี่แค่ในฉางอันที่เดียวเองนะ!
ถ้าเอาน้ำแข็งไปขายให้ทั่วทั้งต้าถังล่ะก็ นี่มันได้เงินเร็วกว่าปล้นซะอีก
“อะแฮ่ม... หลานชาย เจ้าบอกว่ามีสูตรทำน้ำแข็งไม่ใช่หรือ? จะว่าอะไรไหมถ้าเจ้ายอมมอบสูตรให้พวกเรา แล้วพวกเราจะเอาไปขายตามหัวเมืองอื่นเอง?” ขุนนางเอ่ยถามด้วยความเกรงใจเล็กน้อย
ขุนนางคนอื่น ๆ เมื่อได้ยินดังนั้น ก็มองเว่ยซูอวี้ด้วยความตื่นเต้นดีใจ
ฤดูร้อนเดียวฟันกำไรสามแสน แค่คิดก็ฟินแล้ว
“ไม่ได้ขอรับ”
เว่ยซูอวี้ส่ายหน้าปฏิเสธ
“ทำไมล่ะ?”
ทุกคนมีสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย
“ถ้าจะขายน้ำแข็งในปริมาณมาก ๆ ก็ต้องใช้คนงานจำนวนมากในการผลิตขอรับ”
“วิธีทำน้ำแข็งน่ะง่ายนิดเดียว ถ้าเกิดว่าสูตรรั่วไหลออกไปจะทำอย่างไรล่ะขอรับ?”
“ถ้าในฉางอัน พวกเรายังพอควบคุมสถานการณ์ได้”
“แต่ถ้าออกไปนอกฉางอันแล้ว สูตรรั่วไหลไปถึงหูชาวบ้าน ชาวบ้านก็คงพากันทำเองหมด แบบนั้นพวกเราจะเอาอะไรไปขายล่ะขอรับ?”
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเห็นด้วย ต่างก็มองว่าคำพูดของเว่ยซูอวี้นั้นมีเหตุผล
แต่พวกเขาก็ยังคงไม่ยอมตัดใจอยู่ดี!
โอกาสทำเงินทองก้อนโตมาวางอยู่ตรงหน้าแท้ ๆ แต่พวกเขากลับไม่มีสิทธิ์ได้ลิ้มลอง
“ท่านลุงทั้งหลาย การขายน้ำแข็งในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือกันระหว่างพวกข้ากลุ่มเพื่อนร่วมแก๊ง พวกท่านเข้าใจความหมายใช่ไหมขอรับ?”
ราวกับมองทะลุถึงความคิดในใจของทุกคน เว่ยซูอวี้ก็กระแอมเบา ๆ
ความร่วมมือกันงั้นหรือ?
ดวงตาของทุกคนทอประกายวาบทันที
กิจการของลูกชาย ก็คือกิจการของข้า
เงินของลูกชาย ก็ต้องเป็นเงินของข้าด้วยไม่ใช่หรือไง?
“อีกอย่าง ท่านลุงทั้งหลายต่างก็เป็นขุนนางในราชสำนัก การไปขายน้ำแข็งก็เท่ากับเป็นการแย่งชิงผลประโยชน์จากชาวบ้าน ขืนมีข่าวหลุดออกไปคงดูไม่ดีเป็นแน่”
เว่ยซูอวี้ยกเหตุผลขึ้นมาอ้างอีกข้อ
ทุกคนเริ่มลูบเครา ยืนฟังด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“แล้วก็เรื่องนี้ ถ้าเกิดว่าพวกท่านเข้ามาก้าวก่าย จะดึงพ่อข้ากับพ่อของอี๋อ้ายเข้ามาร่วมด้วยหรือไม่ล่ะขอรับ?”
“ถ้าดึงมา พวกเขาอาจจะไม่ยอม เพราะกลัวจะเสียชื่อเสียง”
“แต่ถ้าไม่ดึงมา จู่ ๆ ก็สูญเสียเงินก้อนโตไปตั้งมากมาย พวกเขาก็คงจะไม่พอใจ”
“แต่ถ้าให้พวกข้าเป็นคนออกหน้า มันก็ต่างออกไปแล้วขอรับ”
“ข้าไม่ได้เป็นขุนนาง ข้าหาเงินด้วยความสามารถของตนเอง พ่อข้าก็ด่าทออะไรข้าไม่ได้”
เว่ยซูอวี้เล่าด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ...
แต่แท้จริงแล้ว คำพูดเหล่านี้ถือเป็นการเอ่ยเตือนกลาย ๆ แล้ว
การหยิบยกชื่อของอัครมหาเสนาบดีทั้งสองท่านขึ้นมาอ้าง ก็เพื่อตักเตือนทุกคนว่า อย่าได้คิดจะฮุบผลประโยชน์ไว้แต่เพียงผู้เดียว
“หลานชายช่างมีวิสัยทัศน์กว้างไกลนัก เป็นพวกเราที่วู่วามไปเอง”
“ใช่แล้ว ได้ยินมาว่าเมื่อวานหลานชายเอาชนะท่านแม่ทัพฉินได้หรือ? ช่างเก่งกาจทั้งบุ๋นและบู๊เสียจริง ๆ”
“หลานชายหมั้นหมายแล้วหรือยัง? ให้ท่านลุงแนะนำใครให้สักคนเอาไหมล่ะ?”
ท่ามกลางคำประจบสอพลอของทุกคน ในที่สุดเรื่องราวก็ยุติลงด้วยดี
เมื่อถึงเวลากลับบ้าน บรรดาเพื่อนร่วมแก๊งต่างก็มีท่าทีหวาดหวั่น
เพราะว่าพวกเขานั้นโดดเรียน
แต่ทว่าในระหว่างทางกลับบ้าน บิดาของพวกเขาไม่เพียงแต่จะไม่ลงไม้ลงมือ แถมยังไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบด้วยความเป็นห่วงเป็นใยอีกต่างหาก
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ยิ่งทำให้พวกเขามั่นใจในความคิดบางอย่างมากขึ้นไปอีก...
ติดตามลูกพี่ มีกินมีใช้ไม่อดตายแน่นอน!
และแล้ววันเวลาผ่านไปจนถึงวันที่สอง
ในขณะที่เว่ยซูอวี้กำลังสอนฉินซ่านเต้าฝึกวิชาหมัดมวยทหารอยู่นั้น ชุยเสินจีก็วิ่งกระหืดกระหอบพรวดพราดเข้ามาอีกครั้ง...
“ลูกพี่ แย่แล้วขอรับ ร้านน้ำแข็งของพวกเราถูกคนพังยับเยินหมดแล้ว!”