เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 109 เป้าหมายต่อไป

บทที่ 109 เป้าหมายต่อไป

บทที่ 109 เป้าหมายต่อไป


เหตุผลที่เซวียนหยวนฮ่าวเทียนจงใจปล่อยให้เฮยกู่กลืนกินตัวเองก่อน ก็เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายหนีรอดไปได้ทัน หากเขาใช้ชีพจรมารกลืนกินกลืนเฮยกู่โดยตรง ด้วยพลังของอาวุธเต๋าก็มีโอกาสมากที่มันจะคุ้มครองเศษเสี้ยววิญญาณของหลานชิงอีให้หนีรอดไปได้

นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เซวียนหยวนฮ่าวเทียนต้องการ เขาจึงจงใจปล่อยให้เฮยกู่กลืนกินเขาเสียก่อน ในเสี้ยววินาทีที่วิญญาณจิตบรรพกาลของเขาถูกเฮยกู่กลืนกิน นั่นคือช่วงเวลาที่เขาจะโต้กลับ ถึงตอนนั้นต่อให้เฮยกู่มีความสามารถดั่งฟ้าสวรรค์ก็หนีไม่พ้น

ส่วนเรื่องที่วิญญาณจิตบรรพกาลกลับคืนสู่ร่างนั้น สำหรับเซวียนหยวนฮ่าวเทียนแล้วไม่นับว่าเป็นอะไรเลย

เฮยกู่ยอมจำนน วิญญาณจิตบรรพกาลของหลานชิงอีก็ถูกเซวียนหยวนฮ่าวเทียนควบคุมไว้ ทะเลเลือดนั้นเมื่อสูญเสียการควบคุมก็ขาดอิทธิฤทธิ์ ไม่ใช่ทะเลเลือดที่ไร้ขอบเขตอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นเพียงบ่อเลือดลึกประมาณหนึ่งเมตรดังเดิม

เซวียนหยวนฮ่าวเทียนและฉุนอวี๋ยืนอยู่ในบ่อเลือด ทั่วทั้งร่างไม่เปื้อนคาวเลือดแม้แต่น้อย

"กลืนกินน้ำเลือดพวกนี้ไป น่าจะมีประโยชน์ต่อเจ้าบ้าง จากนั้นก็กลับไปตั้งใจฝึกบำเพ็ญเสีย" เซวียนหยวนฮ่าวเทียนกล่าว

บ่อเลือดถูกฉุนอวี๋สูบจนแห้งอย่างรวดเร็ว ประกายแสงวิญญาณในดวงตาของนางดูเหมือนจะฟื้นฟูขึ้นมาอีกเล็กน้อย จากนั้นนางก็กลายเป็นลำแสงสีแดงกลับเข้าไปในโลกตันเถียนของเซวียนหยวนฮ่าวเทียน

เซวียนหยวนฮ่าวเทียนแบมือออก ในมือมีลูกบอลปราณวิญญาณสีขาวเงิน ภายในลูกบอลสามารถมองเห็นวิญญาณจิตบรรพกาลของหลานชิงอีได้

"จะ เจ้าคิดจะทำอะไรข้า?" ความบ้าคลั่งและความหยิ่งผยองของหลานชิงอีก่อนหน้านี้ล้วนกลายเป็นความหวาดกลัว

"เฮยกู่ ลบความทรงจำในส่วนที่เกี่ยวกับการพบข้าในวันนี้ของนางทิ้งซะ!" เซวียนหยวนฮ่าวเทียนออกคำสั่งกับเฮยกู่

เฮยกู่ยืนอยู่บนไหล่ของเซวียนหยวนฮ่าวเทียน มันขานรับคำหนึ่ง แล้วอ้าปากสูบ พลันเห็นแสงเรืองรองแผ่นหนึ่งลอยออกมาจากวิญญาณจิตบรรพกาลของหลานชิงอี

ความสามารถของเฮยกู่คือการกลืนกินวิญญาณเปลี่ยนเป็นโลหิต มันคืออาวุธเต๋าของผู้ฝึกบำเพ็ญมารผู้ยิ่งใหญ่เมื่อหลายหมื่นปีก่อน การลบความทรงจำช่วงหนึ่งของวิญญาณจิตบรรพกาลที่ไร้ซึ่งการป้องกันใดๆ จึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับมันเลย

สีหน้าของหลานชิงอีสับสนอยู่ครู่หนึ่ง ชั่วครู่ต่อมานางที่กลับมามีสติแจ่มใสก็มองเซวียนหยวนฮ่าวเทียนด้วยใบหน้าตื่นตระหนก "เซวียนหยวนฮ่าวเทียน ทะ ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?" นางลืมเรื่องราวทั้งหมดที่เกี่ยวกับเซวียนหยวนฮ่าวเทียนในหุบเขาอสูรวุ่นวายไปจนหมดสิ้นแล้ว

"บางทีเจ้าควรจะบอกข้าว่า ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?" เซวียนหยวนฮ่าวเทียนชี้ไปยังร่างเนื้อของหลานชิงอีที่อยู่ด้านข้าง "ปราณมารบนร่างเจ้านั่นแหละ คือหลักฐานชั้นดีที่พิสูจน์ว่าเจ้ากลายเป็นผู้ฝึกบำเพ็ญมารแล้ว!"

หลานชิงอีมีสีหน้าตื่นตระหนก เพราะสูญเสียความทรงจำส่วนที่เกี่ยวกับเซวียนหยวนฮ่าวเทียนไป นางจึงไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง นางจำได้เพียงว่าตนเองแบกรับภารกิจมายังหุบเขาอสูรวุ่นวาย สังหารจูซงและคนอื่นๆ แต่ทำไมวิญญาณจิตบรรพกาลกับร่างเนื้อถึงแยกออกจากกัน ทำไมถึงถูกเซวียนหยวนฮ่าวเทียนจับตัวไว้ได้ นางกลับนึกเท่าไรก็นึกไม่ออก

เฮยกู่ใช้วิธีฉีกความทรงจำส่วนนี้ของนางทิ้งไปโดยตรง ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางฟื้นฟูความทรงจำนั้นกลับมาได้

"เจ้าทำอะไรกับข้ากันแน่? ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่? อ๊าก ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?" หลานชิงอีแตกตื่นจนทำอะไรไม่ถูก

เหตุผลที่เซวียนหยวนฮ่าวเทียนเก็บวิญญาณจิตของนางไว้ ก็เพียงเพื่อใช้เป็นหลักฐาน เขาจึงไม่ถามอะไรต่อ และทำการผนึกลูกบอลวิญญาณเอาไว้ ทำให้หลานชิงอีไม่สามารถรับรู้สิ่งที่อยู่ภายนอกได้

เฮยกู่ปรากฏตัวขึ้นบนไหล่ของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนอีกครั้ง "นายท่าน ข้ามีความทรงจำทั้งหมดของสตรีผู้นี้ขอรับ นายท่านไม่จำเป็นต้องเสียเวลากับนางเลย!"

เซวียนหยวนฮ่าวเทียนพยักหน้า "ข้ารู้ แต่นางยังมีประโยชน์มาก เก็บนาวไว้แบบนี้แหละ!"

ขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เสียงเอะอะก็ดังมาจากด้านนอก เป็นสวีเป้าและคนอื่นๆ ที่ในที่สุดก็จัดการผีดิบเหล่านั้นได้แล้วเข้ามาสนับสนุน

เดิมทีศพเหล็กเป็นผีดิบที่รับมือได้ค่อนข้างยาก แต่เซวียนหยวนฮ่าวเทียนได้ทำลายค่ายกลโลหิตซ่าและค่ายกลสลายศพภายในค่ายใหญ่ อีกทั้งฉุนอวี๋ยังกลืนกินเลือดสดๆ ไปจนหมด ทำให้ต้นตอของศพเหล็กเหล่านี้ถูกตัดขาด พวกมันจึงไร้ซึ่งพลังหนุนเนื่อง และถูกพวกสวีเป้าจัดการไปอย่างรวดเร็ว

"ศิษย์น้องฮ่าวเทียน เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?" สวีเป้าพุ่งเข้ามาในค่ายใหญ่เป็นคนแรก พอเห็นสภาพโดยรอบสีหน้าก็เคร่งเครียดลง เขาบินมาข้างกายเซวียนหยวนฮ่าวเทียนและเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

เซวียนหยวนฮ่าวเทียนส่ายหน้า ศิษย์ยอดเขาทั้งสี่คนอื่นๆ ต่างก็ทยอยกันเข้ามา

"พวกท่านดูนั่นสิ!" เซวียนหยวนฮ่าวเทียนชี้ไปยังศพของหลานชิงอีที่อยู่ด้านข้าง

ทุกคนถึงเพิ่งสังเกตเห็นศพที่ดูแตกต่างไปจากศพอื่นๆ พอได้เห็นต่างก็ตกใจ

"หลานชิงอี ทำไมนางถึงมาอยู่ที่นี่ได้? นางไม่ได้ออกจากสำนักกระบี่ไปแล้วหรอกหรือ? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ? หรือว่านางแอบเข้าร่วมการประลองใหญ่อีก เพื่อหวังจะกู้หน้ากลับคืนมา?" เล่อเยวียนคาดเดา

อู่หู่กลับขมวดคิ้วแน่น เขาเดินเข้าไปตรวจสอบครู่หนึ่ง สีหน้าพลันเคร่งเครียด "นางมีร่องรอยของการฝึกเคล็ดวิชามาร อีกทั้งยังมีระดับการฝึกบำเพ็ญที่ล้ำลึกมาก!"

"อะไรนะ?" ทุกคนตกใจอย่างมาก

"นางเป็นผู้ฝึกบำเพ็ญมารงั้นหรือ?" เล่อเยวียนไม่อยากจะเชื่อ "หลานชิงอีถึงแม้จะมีปัญหาเรื่องนิสัยอยู่บ้าง แต่นางไม่ใช่ผู้ฝึกบำเพ็ญมารนี่นา!"

เซวียนหยวนฮ่าวเทียนจึงเอ่ยปาก "น่าจะเปลี่ยนไปเป็นผู้ฝึกบำเพ็ญมารหลังจากที่ออกจากสำนักกระบี่ไปแล้ว ความแข็งแกร่งของนางถูกกระตุ้นขึ้นมาจากการถ่ายทอดพลัง อาจจะได้รับการสืบทอดของผู้ฝึกบำเพ็ญมารอะไรบางอย่าง ทำให้เปลี่ยนไปได้ชั่วข้ามคืน ก่อนหน้านี้ความจริงข้าก็มีหลักฐานยืนยันแล้วว่านางเข้าร่วมกับสำนักเมี่ยซิง เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าจะมาเจอนางที่นี่!"

ทุกคนมีสีหน้าตกตะลึง และพากันถามว่าหลักฐานอะไร

เซวียนหยวนฮ่าวเทียนเล่าเรื่องของจ้าวหว่านเอ๋อร์ออกมา แต่ไม่ได้พูดเรื่องที่นางถูกย่ำยี เพียงแต่บอกว่านางถูกหลานชิงอีหลอกไปที่สำนักเมี่ยซิงแล้วไม่กล้าเข้าร่วม หลังจากหนีออกมาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส และได้รับการช่วยเหลือจากสหายของตน

ทุกคนไม่ได้สงสัยในความไม่สมเหตุสมผลบางอย่างในคำบอกเล่าของเซวียนหยวนฮ่าวเทียน แต่ละคนล้วนมีสีหน้าเคร่งเครียด

อวี๋ชิงมีสีหน้าเขียวคล้ำ "ถึงกับยอมร่วงหล่นเป็นผู้ฝึกบำเพ็ญมารด้วยเหตุผลพรรค์นี้ ช่างเป็นความอัปยศของสำนักกระบี่เราเสียจริง!"

"กู่สือคนหนึ่ง หลานชิงอีคนหนึ่ง สองคนนี้ช่างเหมาะสมกันจริงๆ!" เล่อเยวียนถ่มน้ำลาย แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน

เซวียนหยวนฮ่าวเทียนแบมือออก "นี่คือวิญญาณจิตบรรพกาลของหลานชิงอี นำกลับไปมอบให้ท่านประมุข น่าจะรีดข้อมูลออกมาได้ไม่น้อยเลย!"

"นี่ นี่ นี่เป็นไปได้อย่างไร? ศิษย์น้องฮ่าวเทียน เจ้าทำได้อย่างไร?" เฟ่ยสยงเบิกตากว้าง ในความทรงจำของเขา มีเพียงผู้ฝึกบำเพ็ญมารกลืนวิญญาณเท่านั้นที่สามารถทำเรื่องพรรค์นี้ได้ แต่หากจะบอกว่าเซวียนหยวนฮ่าวเทียนเป็นผู้ฝึกบำเพ็ญมารกลืนวิญญาณ เขานี่แหละที่จะไม่เชื่อเป็นคนแรก

บนร่างของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนสว่างวาบไปด้วยเพลิงวัชระสีทองอร่าม "นี่คือเพลิงวัชระ วิชาอาคมของนางสะท้อนกลับเข้าตัวเองน่ะ!"

ทุกคนพากันพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

แม้แต่สวีเป้าก็ยังอดไม่ได้ที่จะหน้ากระตุก "ศิษย์น้องฮ่าวเทียน เจ้าช่วยบอกข้าทีได้หรือไม่ว่าตกลงเจ้าครอบครองเพลิงวิเศษกี่ชนิดกันแน่?"

"ตอนนี้มีห้าชนิดล่ะมั้ง!" นอกจากเพลิงเฉียนคุนแล้ว เซวียนหยวนฮ่าวเทียนก็ได้เปิดเผยเพลิงวิเศษทั้งหมดของตนออกมาแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ได้คิดจะปิดบัง "แต่พวกท่านต้องช่วยข้าเก็บเป็นความลับนะ! คนทั่วไปรู้แค่ว่าข้ามีเพลิงอี้เหยียน กลิ่นหอมทะลวงกระดูก และเพลิงน้ำแข็งสีน้ำเงินเข้มเท่านั้น!"

ทุกคนพากันพยักหน้า รู้สึกว่าเซวียนหยวนฮ่าวเทียนไว้ใจพวกตนขนาดนี้ พวกตนย่อมไม่หักหลังเซวียนหยวนฮ่าวเทียนอย่างแน่นอน

"ต่อไปพวกเราจะไปที่ไหน?" เฟ่ยสยงถามคำถามสำคัญออกมา

ทุกคนพร้อมใจกันหันไปมองเซวียนหยวนฮ่าวเทียน

เซวียนหยวนฮ่าวเทียนกล่าว "ไปที่ค่ายใหญ่แห่งสุดท้าย สำนักเมี่ยซิงลงมือกับผู้ฝึกบำเพ็ญมารในหุบเขาที่นี่ อีกค่ายหนึ่งก็อาจจะไม่รอดเช่นกัน!"

จบบทที่ บทที่ 109 เป้าหมายต่อไป

คัดลอกลิงก์แล้ว