เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 374 บุรุษวัยกลางคนผู้แปลกประหลาด เฉินซินถง

บทที่ 374 บุรุษวัยกลางคนผู้แปลกประหลาด เฉินซินถง

บทที่ 374 บุรุษวัยกลางคนผู้แปลกประหลาด เฉินซินถง


ชายวัยกลางคนหันมามองซือซ่ง ก่อนเอ่ยด้วยความประหลาดใจ

“หือ? เขากลายเป็นเจ้าสำนักแล้วหรือ? เรื่องตั้งแต่เมื่อไรกัน?”

เวลานี้ซือซ่งเองก็ยังไม่แน่ใจว่าคนที่ชายผู้นี้พูดถึง คืออดีตเจ้าสำนักแห่งสำนักศึกษานักปราชญ์เหยียนจริงหรือไม่ เขาเพียงเคยได้ยินอาจารย์กล่าวถึงครั้งหนึ่งว่า อดีตเจ้าสำนักมีสมญานามว่า “ท่านหมิงซิน” แต่ไม่เคยรู้ชื่อจริงของอีกฝ่าย

ชายวัยกลางคนมองแหวนในมือของซือซ่ง ก่อนถามขึ้นว่า

“แหวนวงนั้น...ใช่แหวนหมิงซินหรือไม่?”

เขาก้มลงมองแหวนบนมือของซือซ่ง ก่อนพยักหน้าเบา ๆ

“ข้ามองไม่ผิดจริง ๆ นั่นคือแหวนหมิงซิน”

“ดูท่าว่าความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับเหยียนหลิวนั้นจะไม่ธรรมดา ถึงกับยกแหวนวงนี้ให้เจ้าได้”

ชายวัยกลางคนทอดถอนใจ ก่อนกล่าวต่อด้วยรอยยิ้ม

“จริงสิ คุยกันตั้งนาน ลืมแนะนำตัวไปเสียได้ ข้าแซ่เฉิน นามว่าซินถง”

“เจ้าจะเรียกข้าว่าอาจารย์เฉินก็ได้ ในเมื่อเจ้ารู้จักเหยียนหลิว เช่นนั้นตอนนี้เขายังอยู่ในสำนักศึกษาหรือไม่?”

ซือซ่งตอบอย่างสุภาพ

“อาจารย์เฉิน ตอนนี้อดีตเจ้าสำนักวางมือแล้ว และออกไปใช้ชีวิตสันโดษกลางขุนเขา ข้าเองก็ไม่ทราบว่าเขาพำนักอยู่แห่งใด”

เฉินซินถงถอนหายใจเบา ๆ

“ดูเหมือนช่วงเวลาที่ข้าจากไป จะเกิดเรื่องขึ้นไม่น้อย”

“คนที่รักสำนักศึกษานักปราชญ์เหยียนอย่างเหยียนหลิว ถึงกับยอมออกไปใช้ชีวิตสันโดษเชียวหรือ?”

แววตาของเขาฉายประกายแห่งความทรงจำ ราวกับกำลังหวนคิดถึงอดีตที่เคยมีกับเหยียนหลิว

จากนั้นจึงถามต่อ

“เจ้าหนุ่ม ตอนนี้เจ้าสำนักศึกษานักปราชญ์เหยียนคือผู้ใด?”

“เหยียนเจิ้ง”

ซือซ่งตอบ

“อ้อ...เด็กน้อยคนนั้นเอง”

เฉินซินถงหัวเราะเบา ๆ

“แต่คิดดูแล้ว ตอนนี้เสี่ยวป๋อก็เป็นเจ้าสำนักแห่งสำนักศึกษาจื่อลู่แล้ว ส่วนเหยียนเจิ้งเองก็มีพรสวรรค์ไม่เลว การขึ้นเป็นเจ้าสำนักก็นับว่าไม่แปลก”

ความจริงแล้ว แม้ร่างจริงของเฉินซินถงจะออกเดินทางท่องโลกมานานเกือบร้อยปี แต่เขาได้ทิ้งร่างแยกภาพวาดเซียนไว้หลายร่าง หนึ่งในนั้นเคยเป็นอาจารย์ผู้เปิดทางวิชาให้จ้งป๋อ และร่างแยกนั้นก็เคยพบเหยียนเจิ้ง วาจงไป๋ และต้วนมู่ชิงชาง ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

ซือซ่งที่ยืนอยู่ด้านข้างได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับตะลึง

สายตาที่มองเฉินซินถงเปลี่ยนไปทันที

ชายวัยกลางคนที่ดูเหมือนอายุเพียงสามสิบปี กลับเรียกเหยียนเจิ้งว่า “เด็กน้อย”

เพียงเท่านี้ก็เพียงพอจะพิสูจน์ได้แล้วว่า ฐานะและอาวุโสของอีกฝ่ายไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

'ให้ตายเถอะ คนผู้นี้เป็นใครกัน? ถ้าไม่ใช่คนเสียสติ ก็คงเป็นพวกสัตว์ประหลาดเฒ่าแบบอาจารย์แน่ ๆ'

ซือซ่งพึมพำอยู่ในใจ

เฉินซินถงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“เจ้าหนุ่ม ไม่ทราบว่าเจ้าจะช่วยพาข้าเข้าไปในสำนักศึกษาสักครั้งได้หรือไม่ ข้าอยากพูดคุยเรื่องบางอย่างกับเจ้าสำนักคนปัจจุบัน”

“ได้อยู่แล้ว”

ซือซ่งพยักหน้า

ไม่ว่าอีกฝ่ายจะพูดจริงหรือไม่ อย่างน้อยจากบุคลิกและท่าทางก็ดูเหมือนบัณฑิตผู้สง่างาม อีกทั้งเขาเพียงพาไปพบเจ้าสำนักเท่านั้น

ต่อให้เป็นคนร้ายจริง ๆ ด้วยพลังระดับครึ่งเซียนของเจ้าสำนักเหยียน จะจัดการคนแปลกหน้าคนหนึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยาก

“ขอบใจมาก”

เฉินซินถงประสานมือคำนับ

ซือซ่งก็รีบคำนับตอบ ก่อนหันไปพูดกับจวงเตี๋ยเมิ่ง

“แม่หนูน้อย ไม่อย่างนั้นเจ้าล่วงหน้าไปที่หอร้อยสำรับก่อนเถอะ รอข้าพาท่านผู้นี้ไปส่ง แล้วจะตามไปหา”

“ได้ รีบไปรีบกลับนะ วันนี้ข้าเอาเงินติดตัวมาไม่มาก เดี๋ยวต้องรอให้เจ้ามาจ่าย”

จวงเตี๋ยเมิ่งโบกมือ ก่อนหันหลังเดินไปทางถนน

มองแผ่นหลังที่ค่อย ๆ จากไปของนาง เฉินซินถงยิ้มบาง ๆ

“สหายของเจ้าช่างน่าสนใจ”

“ใช้ลมปราณหลอมเป็นหมึก ฝึกวิชาของปราชญ์จวง ตั้งแต่อายุยังน้อยก็เข้าสู่ระดับจวี่เหรินแล้ว อีกทั้งยังเป็นกายเต๋าโดยกำเนิด จิตแห่งมหามรรคบริสุทธิ์ไร้มลทิน พรสวรรค์นับว่าไม่เลว”

“แต่เท่าที่ข้าจำได้ สำนักศึกษานักปราชญ์เหยียนไม่น่าจะรับศิษย์สายเต๋าไม่ใช่หรือ?”

ซือซ่งตกตะลึงในใจ

'ดูท่าว่าลุงคนนี้จะมีฝีมือจริง ๆ แค่ปรายตามองก็รู้ว่าจวงเตี๋ยเมิ่งเป็นศิษย์สายเต๋า คงไม่ใช่มิจฉาชีพแล้วล่ะ'

เพื่อให้กลมกลืนกับบรรยากาศในสำนัก จวงเตี๋ยเมิ่งถึงกับยืมชุดนักปราชญ์ของเหยียนรั่วฉือมาใส่

แต่อีกฝ่ายกลับมองทะลุฐานะของนางได้ในพริบตา

เพียงเท่านี้ก็เพียงพอจะบ่งบอกว่า ระดับพลังของชายผู้นี้เหนือกว่าที่ซือซ่งจะจินตนาการได้

'หรือว่าเขาก็เป็นระดับครึ่งเซียน?'

'ในเมื่อเขามองทะลุระดับพลังและวิชาที่จวงเตี๋ยเมิ่งฝึกได้ เช่นนั้นเขาจะมองเห็นสิ่งที่อยู่ในร่างข้าด้วยหรือไม่?'

สีหน้าของซือซ่งพลันเคร่งเครียด

ภายในร่างของเขามีไข่มุกวาสนาแห่งอักษรซ่อนอยู่

หากอีกฝ่ายค้นพบ ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร ย่อมต้องเกิดความโลภคิดแย่งชิงแน่นอน

เพราะสมบัติล้ำค่าเช่นนั้น ใครพบเห็นก็ย่อมหวั่นไหว

“เจ้าหนุ่ม กำลังคิดอะไรอยู่หรือ?”

เมื่อเห็นซือซ่งยืนนิ่งไม่ขยับ เฉินซินถงจึงเอ่ยถาม

“อ๊ะ...ไม่มีอะไรครับ อาจารย์เฉิน เชิญทางนี้”

ซือซ่งได้สติ รีบโบกมือ ก่อนหยิบป้ายศิษย์สายตรงออกมาแสดงให้ศิษย์เฝ้าประตูอีกคนดู แล้วพาเฉินซินถงเข้าไปในสำนักศึกษา

ระหว่างทาง เฉินซินถงก็สนทนากับซือซ่งไปเรื่อย ๆ

“พรสวรรค์ของเจ้าก็สูงมากเช่นกัน แม้จะไม่ได้ก้าวสู่การบำเพ็ญด้วยศาสตร์หกแขนง แต่ก่อนอายุยี่สิบก็สามารถก้าวสู่ระดับจวี่เหรินเก้ากระดูกสันหลังได้แล้ว”

“หากอยู่เมื่อพันปีก่อน เจ้าคงเป็นอัจฉริยะผู้สั่นสะเทือนยุคสมัยอย่างแน่นอน”

ซือซ่งรีบตอบอย่างถ่อมตัว

“อาจารย์เฉินกล่าวเกินไปแล้ว เมื่อเทียบกับท่าน พลังเพียงน้อยนิดของข้าไม่นับเป็นสิ่งใด”

เฉินซินถงยิ้ม

“เจ้าถ่อมตัวเกินไป”

“จริงสิ ยังไม่ทราบชื่อของเจ้าเลย”

“ผู้น้อยชื่อซือซ่ง”

“ซือซ่ง? เจ้าก็คือซือซ่งหรือ?”

เมื่อได้ยินชื่อนี้ เฉินซินถงก็เผยสีหน้าประหลาดใจ

ซือซ่งเองก็งุนงง

“ท่านเคยได้ยินชื่อข้าหรือ?”

“แน่นอน”

“แต่คนที่ข้าคุ้นเคยยิ่งกว่า คือบิดาของเจ้า ซือควงเซิง”

“เขาเป็นคนที่น่าสนใจมาก สมัยก่อนข้ากับเขาเคยร่วมกันศึกษาหลักคำสอนของมหาปราชญ์ขงหลายครั้ง ทุกวันนี้ยังจำได้ไม่เคยลืม”

รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนมุมปากของเฉินซินถง ราวกับกำลังนึกถึงความทรงจำอันงดงามในอดีต

“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้”

ซือซ่งพยักหน้า

ไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงหน้าเรือนหลังหนึ่ง

เมื่อเฉินซินถงเงยหน้ามองป้ายที่เขียนว่า "ตำหนักเจ้าสำนัก" ก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

“โดยปกติแล้ว เจ้าสำนักไม่ควรอยู่ที่หอคอยปราชญ์หรือ? เหตุใดเจ้าจึงพาข้ามาที่นี่?”

ซือซ่งจึงอธิบาย

“อาจารย์เฉิน ความจริงข้าก็อยากพาท่านไปหอคอยปราชญ์ แต่ท่านอาจารย์ของข้ากำชับไว้ว่า ห้ามเข้าไปโดยพลการ”

“ดังนั้น รบกวนท่านรอสักครู่ ข้าได้แจ้งเจ้าสำนักและอาจารย์ของข้าแล้ว อีกเดี๋ยวพวกท่านก็คงมาถึง”

เฉินซินถงยิ้มบาง ๆ

“ไม่จำเป็น”

“พวกเขามาถึงแล้ว”

ทันทีที่สิ้นเสียง ก็เห็นเหยียนเจิ้งและหนิงผิงอันปรากฏตัวตรงหน้า

เฉินซินถงเป็นฝ่ายเอ่ยก่อน

“ทั้งสองท่าน ไม่ได้พบกันนานเลย”

สีหน้าของเขาสงบนิ่งราวสายลมอ่อน

ตรงกันข้าม สีหน้าของเหยียนเจิ้งและหนิงผิงอันกลับเคร่งเครียดอย่างยิ่ง

เหยียนเจิ้งเพ่งมองเฉินซินถง ก่อนเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง

“ท่านคือร่างแยกภาพวาดเซียน...หรือว่า...”

เฉินซินถงยิ้มพลางส่ายหน้า

“ข้าก็คือเฉินซินถง”

“ไม่ใช่ร่างแยกภาพวาดเซียน”

ทันทีที่คำพูดนี้ดังขึ้น สีหน้าของเหยียนเจิ้งและหนิงผิงอันก็ยิ่งเคร่งเครียดกว่าเดิม

หนิงผิงอันก้าวออกมาหนึ่งก้าว ยืนขวางหน้าซือซ่งไว้ทันที

เฉินซินถงมองทั้งสองด้วยความงุนงง ก่อนถามอย่างอ่อนโยน

“เหตุใดพวกเจ้าจึงมีความเป็นศัตรูกับข้ามากถึงเพียงนี้?”

“อาเจิ้ง...ตอนเจ้ายังเด็ก ข้ายังเคยอุ้มเจ้ามาแล้วเลยนะ”

จบบทที่ บทที่ 374 บุรุษวัยกลางคนผู้แปลกประหลาด เฉินซินถง

คัดลอกลิงก์แล้ว