- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 211 งานเลี้ยงฉลอง (2/2)
211 งานเลี้ยงฉลอง (2/2)
211 งานเลี้ยงฉลอง (2/2)
"MVP ของงานที่เจ้าหมายถึง คงไม่ใช่บิชอปแห่งความบ้าคลั่งคนนั้นหรอกใช่ไหมเมี๊ยว?"
อาจารย์แมวที่หมอบอยู่บนหัวทาทาเอ่ยถาม
ตอนนี้มันไม่กลัวทาทาอีกต่อไปแล้ว แม้จะรู้ดีว่าทาทาก็เป็นนักสร้างการ์ดสายปั่นประสาทเหมือนกัน แต่ดูๆ ไปแล้ว ตอนนี้เธอยังใสซื่อและเป็นมิตรกว่าดันเต้เยอะ ไม่มีรังสีอำมหิตคุกคามเลยสักนิด ส่วนทาทา หลังจากที่ได้รู้จักกับทุกคนในปาร์ตี้แล้ว คนที่สามที่เธอเริ่มสนิทด้วยก็คืออาจารย์แมวนี่แหละ ถึงแม้ภายนอกเธอจะดูสงบนิ่ง ทว่าแววตาของเธอนั้นกลับปิดบังความอยากที่จะเอื้อมมือไปลูบขนฟูๆ ของอาจารย์แมวเอาไว้ไม่มิด
"จะเป็นใครไปได้อีกล่ะ ก็เครย์เล่นสร้างจังหวะสำคัญซะขนาดนั้น ฟาฮิมยังไม่ทันได้เปิดตัวก็แทบจะลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงแล้ว"
ดันเต้พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยสุดๆ ว่าเครย์นี่แหละคือ MVP ตัวจริงเสียงจริง
“แล้วฟาฮิมยังพอมีหวังที่จะหนีไปจากมือนายได้อีกงั้นเหรอ?”
มีอาที่อยู่ข้างๆ เอ่ยถามพลางกลั้วหัวเราะ
"ถ้าเครย์ไม่ได้เล่นบทขายเพื่อนร่วมทีมระดับมหากาพย์ในตอนท้ายล่ะก็ ไม่แน่ว่าฟาฮิมอาจจะหนีรอดจากมือผมไปได้จริงๆ ก็ได้นะ แต่หมอนั่นจะหนีรอดจากบิชอปแห่งความมืดได้หรือเปล่า อันนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน"
ดันเต้โบกมือไปมาด้วยสีหน้าท่าทางเหมือนไม่ใส่ใจ
มีอาพยักหน้า ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัย
"แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าเป็นบิชอปแห่งความมืด?"
"เดาเอาน่ะ"
ดันเต้ตอบสั้นๆ
จากนั้นทั้งสองคนต่างก็ยิ้มโดยไม่พูดอะไร และเงียบไปครู่หนึ่ง
"จะว่าไป ถ้าเครย์รู้ว่ามอเรียนยังไม่ตาย เขาจะบุกไปที่กลุ่มอาณาจักรทางใต้เพื่อตามตื๊อมอเรียนไม่เลิกหรือเปล่า?"
จู่ๆ โคลอิกซ์ก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงเอ่ยถาม
เขารู้สึกว่าถ้าเครย์ได้ข่าวของมอเรียนขึ้นมา ไม่แน่เขาอาจจะบุกไปตามสืบเบาะแสถึงกลุ่มอาณาจักรทางใต้จริงๆ ก็ได้ ถ้าเกิดสองคนนี้มาเจอกันล่ะก็ คงจะสร้างสีสันได้น่าดูเลยทีเดียว
แต่ทว่าดันเต้กลับส่ายหน้า และพูดด้วยความสับสนว่า
"พูดตามตรงนะ ตอนนี้ผมเริ่มมองเครย์ไม่ออกแล้วล่ะ ว่าเจ้านั่นมันโง่จริงหรือแกล้งโง่กันแน่...”
หลังจากลองทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด ดันเต้ก็เริ่มเกิดความสงสัยขึ้นมา เมื่อไหร่ที่โชคดีเกินไป ดันเต้มักจะระแวงว่าในความบังเอิญนั้นมีความตั้งใจแฝงอยู่หรือเปล่า เพราะเหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากๆ มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ หรอกนะ ถ้าเกิดสมมติว่า...เครย์ไม่ได้โง่ แต่เป็น 'ขงเบ้งเครย์' ตัวจริงเสียงจริงล่ะก็ พอลองคิดแบบนี้แล้ว เขาถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัว ถ้าเป็นแบบนั้น ฟาฮิมตายไปก็สมควรแล้วล่ะ!
โคลอิกซ์ในฐานะพยานที่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ ก็เข้าใจสิ่งที่ดันเต้อยากจะสื่อเช่นกัน เขานิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเกิดข้อสงสัยขึ้นมาอย่างรวดเร็วว่า
"ถ้าเครย์ตั้งใจจะช่วยนายจริงๆ แล้วทำไมเขาถึงไม่มาหานายตรงๆ เพื่อบอกความต้องการไปเลยล่ะ?"
"ถ้าหมอนั่นมาขอความร่วมมือซึ่งๆ หน้า นอกจากผมอาจจะไม่เชื่อใจเขาแล้ว ดีไม่ดีผมอาจจะวางแผนตลบหลังเขากลับด้วยซ้ำ เพราะงั้นการเปิดเผยตัวตนมาหาผมตรงๆ มันเสี่ยงเกินไป แถมยังทำให้ตัวตนที่เขาอุตส่าห์ปิดบังไว้ต้องมาถูกเปิดเผยอีกต่างหาก"
ดันเต้อธิบายด้วยท่าทางจนใจ
โคลอิกซ์ฟังจบก็พยักหน้า เขาเอามือลูบคางครุ่นคิดพลางพึมพำวิเคราะห์ตาม
"เพราะฉะนั้น เครย์ถึงได้เดินทางมาถึงเมืองหลวงตั้งแต่เนิ่นๆ เป้าหมายแรกก็คือการขัดขวางแผนการร้ายที่ลัทธิคืนชีพมีต่อนาย อย่างน้อยจะได้ช่วยนายไว้ก่อน เขาคอยดักรอพวกเราอยู่แถวชานเมืองมาตลอด จนกระทั่งตอนที่พวกเราไปตามหาทาทา เครย์ก็คอยจับตาดูพวกเราอยู่เงียบๆ พอพวกเราเข้าไปในคาสิโน เครย์ก็จงใจแกล้งทำเป็นโง่ เอ่อ นั่นแหละ จากนั้นก็เล่นละครแกล้งแพ้พนันแล้วยกตราประจำตำแหน่งบิชอปให้กับนาย เพื่อส่งข้อมูลและอำนาจการตัดสินใจทั้งหมดมาไว้ในมือของนายแบบเนียนๆ โดยที่ไม่ทำให้นายสงสัยเลยงั้นสิ?"
ในที่สุดโคลอิกซ์ก็เข้าใจข้อสันนิษฐานของดันเต้อย่างทะลุปรุโปร่ง
"นายอย่าพูดไป ทฤษฎีนี้มันฟังดูสมเหตุสมผลจนน่ากลัวเลยล่ะ"
ดันเต้พูดพลางหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
ถ้าหากเขากับเครย์เตี๊ยมกันมาจริงๆ ล่ะก็ งั้นฟาฮิมก็คือเหยื่อที่ถูกพวกเขาสองคนวางแผนรุมฆ่าอย่างสมบูรณ์แบบ ต่อให้จะมีบิชอปหนอนบ่อนไส้อีกคนที่ยังไม่โผล่หน้ามา แต่ฟาฮิมก็ไม่มีโอกาสได้ตอบโต้เลยสักนิด
"ถ้าเป็นแบบนั้น พวกเราก็ดูเหมือนบอสตัวร้ายเลยน่ะสิ ที่วางกับดักล่าบิชอปแห่งความเสื่อมทรามโดยไม่สนกติกาแบบนี้?"
มีอาฟังข้อสันนิษฐานของทั้งสองคนแล้วอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา
"ผมจะบอกให้นะ ไม่ใช่แค่ 'ดูเหมือน' หรอก แต่ชื่อเสียงของทีมเราน่ะพังพินาศป่นปี้ไปหมดแล้วล่ะ"
ดันเต้ยิ้มแห้งๆ ให้ความรู้สึกเหมือนคนที่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาไปแล้ว
ปัญหาในตอนนี้ไม่ใช่แค่ฝั่งผู้ชายของทีมจิตใจอันงดงามจัดการฟาฮิมด้วยวิธีที่โคตรจะโหดเหี้ยมอำมหิตเท่านั้น แต่ฝั่งสาวๆ เองก็น่าขนลุกไม่แพ้กัน สองสาวกับอีกหนึ่งแมวแม้จะไม่ได้ปรากฏตัวในการต่อสู้ซึ่งหน้าเลย แต่ทีมของกลุ่มอาณาจักรทางเหนือเองก็ไม่ได้ปรากฏตัวเลยตั้งแต่ต้นจนจบเช่นกัน คนที่มีสติย่อมรู้ดีว่า ทีมจากกลุ่มอาณาจักรทางเหนือนั้นจ้องจะหาเรื่องดันเต้อยู่แล้ว ถ้าเกิดทีมนั้นปรากฏตัวขึ้นมา ผลลัพธ์ของการต่อสู้ระหว่างดันเต้กับฟาฮิมอาจจะเปลี่ยนไปเลยก็ได้ การที่ทีมจากกลุ่มอาณาจักรทางเหนือหายไปอย่างไร้ร่องรอยแบบนี้ ฝั่งของสาวๆ ของทีมจิตใจอันงดงามที่ดูเหมือนไม่ได้ออกโรง ย่อมต้องมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน
แต่สิ่งที่ทำเอาขวัญผวาก็คือ สมาชิกทั้งห้าคนของกลุ่มอาณาจักรทางเหนือต่างก็กลายเป็นคนสติเลอะเลือนไปหมดแล้ว! ตอนนี้พวกเขายังนอนอยู่ในโรงพยาบาล เอาแต่ร้อง "อ้อแอ้ๆ" และผลจากการตรวจร่างกายพบว่าสมองของพวกเขาทุกคนถูกทำลายด้วยสารพิษ
นอกจากอาริคที่เป็นหัวหน้าทีมซึ่งถูกเครย์โจมตี อีกสี่คนที่เหลือนั้นล้วนถูกลอบโจมตีแบบฉับพลันในพริบตา หากไม่ใช่ยอดฝีมือระดับ 8 ล่ะก็ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำเรื่องแบบนี้ได้ มันยากที่จะจินตนาการจริงๆ ว่าต่อให้สาวๆ เป็นคนลงมือ พวกเธอทำได้ยังไงกัน ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ว่าจะสืบหาเบาะแสยังไง ทุกอย่างก็บ่งชี้ว่าสาวๆ กลุ่มนี้มือสะอาดหมดจด! อาการของคนจากกลุ่มอาณาจักรทางเหนือเหล่านั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับพวกเธอเลยสักนิด! ทั้งๆ ที่ตำแหน่งที่ฝั่งของสาวๆ อยู่ กับตำแหน่งก่อนที่ทีมของกลุ่มอาณาจักรทางเหนือจะหายตัวไปนั้นมันทับซ้อนกันเป็นบริเวณกว้าง! แต่กลับล้างมลทินให้พวกเธอได้อย่างสมบูรณ์แบบจนหาช่องโหว่ไม่ได้เลย เทคนิคการก่ออาชญากรรมที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้ ทำเอากองกำลังรักษาความสงบของอาณาจักรแลนเดียร์ถึงกับหนาวสันหลังวาบ
ข้อสรุปสุดท้ายจึงทำได้แค่ระบุว่า คดีปริศนานี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นฝีมือของบิชอปคนนั้นที่ยังไม่เคยปรากฏตัวออกมา พอรายงานผลลัพธ์นี้ออกไป ยอดฝีมือระดับ 8 ที่มาจากกลุ่มอาณาจักรทางเหนือเพื่อคอยช่วยเหลือก็ถึงกับโกรธจัดจนเดินจากไปทันที
จะบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกตัวประหลาดผิดมนุษย์มนาพวกนี้ หลอกผีเถอะ! ข้อสรุปแบบนี้มันเอาไว้หลอกเด็กอมมือชัดๆ หรือไม่ก็เป็นความลำเอียงที่อาณาจักรแลนเดียร์มีต่อทีมจิตใจอันงดงาม หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ...พวกเขากลัวจนไม่กล้าสืบต่อแล้วจริงๆ
ดันเต้ดูเหมือนจะปวดใจกับชื่อเสียงของปาร์ตี้ในตอนนี้อยู่ไม่น้อย
"มะ...ไม่เป็นไรหรอก ตอนที่ยังมีแค่ฉันกับดันเต้ ชื่อเสียงของพวกเราสองคนก็ย่ำแย่มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ฉันไม่เคยคาดหวังว่ามันจะดีขึ้นเลยสักครั้ง!"
โคนีเลียเอ่ยปลอบใจดันเต้
"ทำไมคำพูดของเธอมันฟังดูเหมือนกับคำคมที่ว่า แต่งกับไก่ก็ต้องตามไก่ แต่งกับหมาก็ต้องตามหมา อะไรทำนองนั้นเลยแฮะ..."
มีอาทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยแซวขึ้นมา
"ปะ...เปล่านะ!"
พอได้ยินที่มีอาพูด โคนีเลียก็ดูจะมีอาการเขินอายขึ้นมานิดๆ
"ทาทา พะ...พวกเราไปสวาปามข้าวกันเถอะ"
"อื้ม..."
ถึงแม้ว่าทาทาจะยังแอบหวั่นๆ โคนีเลียกับมีอาอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เธอมั่นใจในระดับหนึ่งแล้วว่าพี่สาวสายโหดสองคนนี้จะไม่ทำร้ายเธอ แถมยังจะคอยปกป้องเธออีกด้วย ใครก็ตามที่พร้อมจะปกป้องเธอ ย่อมเป็นคนดีทุกคน ดังนั้นโคนีเลียจึงจูงมือพาทาทาเดินออกไป
"สวาปาม? คำนี้นายก็เป็นคนสอนเธออีกแล้วใช่มั้ย?"
มีอาส่งสายตาเหยียดหยามไปทางดันเต้อย่างเต็มที่ ไอ้พวกศัพท์แสงประหลาดๆ แต่เห็นภาพชัดเจนแจ่มแจ้งแบบนี้ ร้อยทั้งร้อยต้องมาจากดันเต้แน่ๆ
"อ่า ผมผิดไปแล้ว ผมไม่ควรสอนภาษาให้เธอเลยจริงๆ ให้โคลอิกซ์เป็นคนสอนน่าจะดีกว่า..."
ดันเต้เอ่ยด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดเล็กน้อย
ทว่า ในเวลานี้โคลอิกซ์กลับยังคงหมกมุ่นอยู่กับการวิเคราะห์ธาตุแท้ของเครย์อย่างจริงจัง เขาบ่นพึมพำกับตัวเองว่า
"ถ้าเครย์ไม่ใช่ไอ้โง่ล่ะก็ นอกจากพลังต่อสู้จะเต็มเปี่ยมแล้ว การวางแผนและทักษะการแสดงของเขาก็เข้าขั้นน่ากลัวสุดๆ นี่มันสายลับระดับท็อปชัดๆ"
"ถ้าพวกเจ้ายังวิเคราะห์กันต่อไปแบบนี้ ข้าก็ชักจะไม่แน่ใจแล้วว่าพวกเจ้ากำลังชมหรือกำลังด่าหมอนั่นอยู่กันแน่เมี๊ยว..."
ในที่สุดอาจารย์แมวก็ทนไม่ไหว จนต้องพูดขัดจังหวะการวิเคราะห์ของโคลอิกซ์
"ช่างเถอะ ขืนวิเคราะห์ต่อไปผมต้องบ้าตายแน่ๆ ช่างหัวเครย์มันเถอะว่าตกลงหมอนั่นเป็นคนยังไง แต่ผมก็ตั้งตารอที่จะได้เจอเขาอีกครั้งนะ”
ดันเต้ตบไหล่โคลอิกซ์เบาๆ แล้วพูดยิ้มๆ อย่างจนใจ
"ป่ะ พวกเราก็ไปสวาปามข้าวกันบ้างเถอะ"
"สวาปาม!"
"สวาปาม!"
"สวาปามเมี๊ยว!"