- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 210 บทลงโทษที่มอบให้ (2/2)
210 บทลงโทษที่มอบให้ (2/2)
210 บทลงโทษที่มอบให้ (2/2)
ในขณะที่หลักการฮีลของโคลอิกซ์นั้นต่างออกไป มันคือการเปลี่ยนดาเมจที่ทำได้ให้กลายเป็นการฮีลทั้งหมด! การ์ดเวทมนตร์โจมตีที่ไม่แชร์คูลดาวน์ด้วยกันนั้นมีมากเท่าที่ต้องการ! นอกเหนือจากการ์ดเวทมนตร์แล้ว โคลอิกซ์ยังเชี่ยวชาญเวทมนตร์อีกหลายแขนง บวกกับการที่เขามีค่าการเติบโตของพลังเวทที่สูงมาก ตราบใดที่มานายังไม่หมด ปริมาณการฮีลก็จะถูกสาดลงมาอย่างต่อเนื่องแทบไม่มีจังหวะพัก! การที่ฟาฮิมคิดจะปลิดชีพดันเต้ในเวลาสั้นๆ ภายใต้การซัพพอร์ตของโคลอิกซ์นั้น...เป็นไปไม่ได้เลยเด็ดขาด นอกเสียจากว่าจะสามารถฆ่าดันเต้ให้ตายได้ในทีเดียว
"ดันเต้!! แกรีบๆ ตายไปซะทีสิวะ!!!"
ฟาฮิมเค้นเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งราวกับใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่มี แม้ว่าเขาจะไม่อยากชนะแล้วก็ตาม ทว่าลึกๆ ในใจของเขาก็ยังมีความหวังสุดท้ายเหลืออยู่
การที่เวทมนตร์ทำลายร่างกายที่เขาเพิ่งใช้ไปก่อนหน้านี้ไม่สามารถฆ่าดันเต้ได้สำเร็จ เดาได้ไม่ยากเลยว่าคงเป็นเพราะเอฟเฟคต์ของมงกุฎแห่งความเจ็บปวดของดันเต้ทำงานเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้แน่ๆ! ขอแค่เขาร่ายเวทมนตร์ต้องห้าม ทำลายร่างกาย อีกเพียงครั้งเดียว ก็จะสามารถฆ่าดันเต้ได้แน่นอน!! ต่อให้ดันเต้จะงัดเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวออกมาใช้แค่ไหน ก็ไม่มีทางแก้ทางเวทมนตร์ทำลายร่างกายของเขาได้หรอก!
ทว่า...เมื่อฟาฮิมร่ายเวทมนตร์ทำลายร่างกายออกไปอีกครั้ง ทุกอย่างกลับตกอยู่ในความเงียบงัน ในชั่วขณะหนึ่ง ฟาฮิมถึงกับไม่สามารถตัดสินได้ว่าดันเต้ตายแล้วหรือยัง เป็นเช่นนั้นอยู่สิบกว่าวินาที ในขณะที่หัวใจของฟาฮิมเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง
"หึหึ ถึงแม้ผมจะมองไม่เห็นท่าทางดิ้นรนของนาย...แต่ในที่สุดผมก็ได้กลิ่นอายของความสิ้นหวังโชยมาแล้วล่ะนะ"
เสียงหัวเราะร่าเริงของดันเต้เป็นดั่งคำตอกย้ำให้ฟาฮิมรู้ว่า — ความหวังในการพลิกเกมของเขาดับวูบลงอีกครั้ง ดันเต้จงใจเงียบไปพักใหญ่ เขาไม่ยอมปล่อยให้โอกาสปั่นหัวฟาฮิมหลุดมือไป ทั้งยังเพลิดเพลินกับการมองสภาพอันน่าสมเพชของอีกฝ่ายที่ยังหลอกตัวเองว่าจะชนะ
"นี่แก...หรือว่า...ไม่ใช่มนุษย์?"
ฟาฮิมมั่นใจว่าเวทมนตร์ทำลายร่างกายของเขาโจมตีโดนดันเต้ แต่กลับไม่สร้างความเียหายใดๆ ให้กับดันเต้ได้เลยสักนิด! เวทมนตร์ต้องห้ามที่ทำดาเมจมหาศาลแบบฉับพลันอย่าง ทำลายร่างกาย เมื่อเทียบกับเวทมนตร์สายดีบัฟที่มอบสถานะอย่าง กัดกร่อนทำลายล้าง แล้ว มันมีข้อจำกัดอยู่เพียงข้อเดียว นั่นก็คือ เป้าหมายต้องเป็น "มนุษย์" เท่านั้น แน่นอนว่าหลังจากที่ฟาฮิมปรับปรุงเวทนี้มาอย่างยาวนาน ต่อให้เป็นออร์คหรือเอลฟ์ ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่เขาเคยนำมาจับชำแหละวิจัยแบบเป็นๆ ก็ยังได้รับผลกระทบจากเวทมนตร์ทำลายร่างกายฉบับปรับปรุงนี้ทั้งสิ้น!
นอกเสียจากว่า...อีกฝ่ายจะเป็นสิ่งมีชีวิตนอกเหนือความเข้าใจของเขา และไม่สามารถทำความเข้าใจได้เลย!
"ฟาฮิม ลองทายดูสิว่าตอนนี้ผมเป็นเผ่าพันธุ์อะไร?"
เสียงเย็นยะเยือกของดันเต้ลอยมากระทบโสตประสาทฟาฮิม
เสียงกระซิบที่ผสานทั้งเสียงทุ้มและแหลมอย่างน่าขนลุก ราวกับลมหนาวที่พัดผ่านทุ่งน้ำแข็งอันเวิ้งว้าง ความเร็วในการพูดของเขาไม่เร็วนัก แต่มันกลับทำให้ฟาฮิมรู้สึกหน้ามืดตาลาย คล้ายกับหลุดเข้าไปในฝันร้าย
ในวินาทีนั้นเอง ฟาฮิมสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ เขาหลุดเสียงร้องอันสิ้นหวังออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
"มะ...ไม่จริง เป็นไปไม่ได้...บนโลกใบนี้ไม่น่าจะมี..."
ทว่า...ดันเต้ก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติมอีก เพราะเขาถือว่าบรรลุเป้าหมายแห่งความบันเทิงแล้ว การพรากชีวิตของคนชั่ว สำหรับดันเต้แล้วไม่ได้ถือเป็นเรื่องน่ารื่นรมย์อะไรนัก หากไม่จำเป็น เขาก็เกลียดการฆ่าฟัน สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกพึงพอใจจนไม่อาจปฏิเสธได้ คือการเหยียบย่ำจิตใจของพวกเดนมนุษย์ให้แหลกสลาย แล้วลิ้มรสความสิ้นหวังของพวกมันต่างหาก ความรู้สึกแบบนี้...ขอแค่ได้ลิ้มลองเพียงครั้งเดียว ก็ยากที่จะลืมเลือน ดันเต้รู้สึกว่าตัวเองเริ่มหลงใหลในการทรมานสาวกของลัทธิคืนชีพจนถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว
"เวทมนตร์ต้องห้ามของนายน่ะ สุดท้ายแล้วมันก็เป็นแค่วิชามารนอกรีต ให้ผมได้ใช้เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ชำระล้างร่างกายและจิตใจที่โสมมของนายเถอะนะ"
ดันเต้เอ่ยปากพลางหยิบการ์ดเวทมนตร์ชำระล้างโลหิตออกมา
"!!!"
ในขณะที่ฟาฮิมตกตะลึงและสับสน เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่า กลิ่นอายเวทมนตร์ที่แผ่ออกมาจากตัวดันเต้นั้น แม้จะเป็นธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่เขาเกลียดที่สุด แต่เวทมนตร์ธาตุศักดิ์สิทธิ์นี้ไม่มีทางเป็นเวทเสริมพลังหรือการอวยพรที่แฝงไปด้วยความปรารถนาดีอย่างแน่นอน! มันเป็นกลิ่นอายเวทมนตร์ที่ชวนให้อึดอัด สิ้นหวัง และหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ! มันดูวังเวงและสยดสยอง จนทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวไปถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณ
ฟาฮิมก้าวถอยหลังไปสองก้าวตามสัญชาตญาณ ในตอนนี้เขารู้ตัวดีแล้วว่า เขาได้สูญเสียจิตวิญญาณในการต่อสู้ไปโดยสิ้นเชิง...เขาพอแล้ว...ไม่เอาอีกแล้ว...นับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่เมืองหลวงในวันนี้ ทุกอย่างก็เหมือนแมลงที่ติดกับดักใยแมงมุมดิ้นไม่หลุด แผนการที่ราบรื่นมาโดยตลอดกลับพลิกผันอย่างกะทันหันจนตั้งตัวไม่ติด หลังจากนั้นเขาก็ถลำลึกลงไปทีละก้าว จนก้าวเข้าสู่กระดานมรณะที่ไร้ทางออก และที่สำคัญคือ...เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองพลาดไปตรงไหนกันแน่!!
ฟาฮิมตระหนักได้ในที่สุดว่า...ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่เคยมีอะไรที่เป็นไปตามแผนของเขาเลย ทุกอย่างมันอยู่ในกำมือของดันเต้มาโดยตลอด ความรู้สึกแบบนี้แหละที่เรียกว่า 'ความสิ้นหวังอันไร้ก้นบึ้ง' บางทีจุดจบนี้อาจจะถูกกำหนดไว้แล้ว ตั้งแต่วินาทีที่เขาตัดสินใจรับภารกิจมาจัดการกับดันเต้
ทว่า...ฟาฮิมยังไม่ทันได้ถอยก้าวที่สาม ร่างกายของเขาก็ล้มคะมำลงกับพื้นอย่างควบคุมไม่ได้ ราวกับว่าขาทั้งสองข้างถูกตัดขาดจากระบบประสาทไปดื้อๆ จากนั้น เขาก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าเท้าของเขาถูกหนามแหลมทิ่มทะลุ และเมื่อล้มลง เขาก็สัมผัสได้ว่าร่างกายของเขาถูกหนามแหลมอีกจำนวนมากแทงซ้ำเข้าไปอีก! อีกทั้งหนามพวกนี้ล้วนอาบไปด้วยพิษร้าย! และด้วยความที่เขาใช้งาน ปิดกั้นความรู้สึกเจ็บปวด อยู่ แถมยังมองไม่เห็น เขาจึงไม่รู้เลยว่าบนพื้นมีกับดักหนามปูพรมรออยู่มากมายขนาดนี้ กว่าเขาจะรู้ตัวว่าติดสถานะพิษเข้าให้แล้ว มันก็สายเกินแก้ไปเสียแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น...พิษชนิดนี้ต่อให้ใช้เวทมนตร์ชำระล้างก็ลบไม่ออกด้วยซ้ำ!
"หึหึ ในฐานะที่เป็นหนูทดลองคนแรกของ กับดักหนามพิษ 4.1 ของผม...ช่วยรีวิวประสบการณ์การใช้งานให้ผมฟังหน่อยสิ?"
[กับดักหนามพิษ 4.1]
[ประเภท : การ์ดเวทมนตร์]
[ระดับความหายาก : หายากสีม่วง]
[ระดับ : 4]
[เอฟเฟกต์ : สร้างสถานะติดพิษระดับต่ำและเลือดไหลอย่างรุนแรงอย่างต่อเนื่อง การ์ดเวทมนตร์นี้สามารถสั่งการจากระยะไกลได้ และพิษชนิดนี้จะไม่สามารถถูกชำระล้างได้]
[หมายเหตุ : เวอร์ชันปัจจุบันคือ 4.1 โดยนำเอา 'เทคโนโลยีเสริมความทนทานขั้นสูงจากบันทึกการสืบคดีสีเลือด' รุ่นใหม่ล่าสุดมาประยุกต์ใช้ ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและความคมกริบของหนามแหลม! รับประกันว่าโดนทิ่มทีเลือดสาดกระเซ็นแน่นอน! — บันทึกจากผู้พัฒนา]
ในระหว่างที่ดันเต้กำลังขอรีวิวความพึงพอใจจากลูกค้าอยู่นั้น ชำระล้างโลหิตก็ถูกร่ายใส่ร่างของฟาฮิมในที่สุด ถึงแม้ฟาฮิมจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด แต่ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่คลุกคลีกับการวิจัยเวทมนตร์เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์มาโดยตลอด เขากลับสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าร่างกายของตนกำลังเบาบางลง! พร้อมกันนั้น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งก็เริ่มลอยฟุ้งไปทั่วอากาศ...ซึ่งมันคือกลิ่นเลือดของตัวเขาเอง กลิ่นที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต! ปกติมีแต่เขาที่เป็นฝ่ายชำแหละร่างกายของคนอื่น! เขาไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่ตัวเองต้องมาถูกคนอื่นทำลายร่างกายจนยับเยินขนาดนี้!
"ครั้งเดียวฆ่านายไม่ได้หรอกนะ เดี๋ยวเรามาประลองกันต่อแบบยุติธรรมดีกว่า ไม่ว่าจะเป็น กัดกร่อนทำลายล้าง หรือ ทำลายร่างกาย รอคูลดาวน์เสร็จเมื่อไหร่ก็ใช้ใส่ผมได้ตามสบายเลย เพียงแต่ครั้งนี้...ผมจะไม่ให้โคลอิกซ์ใช้ ลบล้างสถานะแบบบังคับ กับผมอีกแล้วล่ะ"
ดันเต้พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับเป็นยมทูตที่กำลังประกาศชี้ชะตาชีวิตของฟาฮิม
"มะ...ไม่นะ!!!"
ในที่สุดฟาฮิมก็แผดเสียงร้องลั่น เขาเข้าใจความหมายแฝงในคำพูดของดันเต้อย่างทะลุปรุโปร่ง การที่ดันเต้สั่งห้ามไม่ให้โคลอิกซ์ใช้ลบล้างสถานะแบบบังคับกับตัวเองอีกต่อไป ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขามั่นใจในพลังฮีลของโคลอิกซ์จนไม่สนใจสถานะ กัดกร่อน ของฟาฮิมอีกต่อไป แต่อีกเหตุผลหนึ่งคือ...เป้าหมายในการใช้ลบล้างสถานะแบบบังคับของโคลอิกซ์ในคราวนี้ จะเปลี่ยนไปเป็นตัวฟาฮิมเองต่างหาก! เขาตั้งใจจะลบสถานะปิดกั้นความรู้สึกเจ็บปวดซึ่งเป็นเกราะคุ้มภัยของฟาฮิมทิ้ง เพื่อให้ฟาฮิมได้ลิ้มรสชาติการลงทัณฑ์จากเขาอย่างแท้จริง
ฟาฮิมมั่นใจว่าตนเองพ่ายแพ้อย่างราบคาบแล้ว แต่เขากลับไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการเลยว่า...ในสภาพเช่นนี้ หากโคลอิกซ์ลบสถานะปิดกั้นความรู้สึกเจ็บปวดของเขาออกไป และในขณะเดียวกันดันเต้ก็อัญเชิญกวีผู้เสื่อมสลายออกมาอีก เขาจะต้องทนทุกข์ทรมานแสนสาหัสแค่ไหนก่อนจะสิ้นใจ!
"ฟาฮิม การได้ตายด้วยวิธีที่นายโปรดปรานที่สุดแบบนี้...นายชอบมั้ย?"
ดันเต้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ไม่!! นี่มันไม่ใช่วิธีที่ข้าชอบโว้ย!!"
"อ้าว? งั้นเหรอ? ผมก็นึกว่านายชอบซะอีกนะเนี่ย...ก็เห็นที่ผ่านมานายชอบทำแบบนี้กับคนอื่นมาตลอดนี่นา"
สิ้นประโยคนั้น ฟาฮิมก็มั่นใจทันที...ดันเต้ยังอยากจะทรมานเขาเล่นต่อไปอีก! ถึงแม้สภาพของเขาในตอนนี้จะเหลือพลังชีวิตเพียงน้อยนิดแถมยังติดพิษอยู่ แต่ดันเต้อาจจะยังต้องใช้ชำระล้างโลหิตใส่เขาอีกหลายครั้ง กว่าจะยอมปล่อยให้เขาตาย! ความหวาดกลัวและหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจถาโถมเข้าใส่ฟาฮิมอย่างไม่หยุดหย่อน ความรู้สึกทั้งหมดราวกับฝันร้ายที่ไม่มีวันจบสิ้น มันบีบรัดจนเขารู้สึกหายใจไม่ออกและแทบจะขาดใจตาย
"ข้าขอเลือกความตายเอง!!"
ฟาฮิมเบิกตาโพลงด้วยความคลุ้มคลั่ง ก่อนจะหันมาใช้เวทมนตร์ทำลายร่างกายใส่ตัวเอง! เขาจะไม่ยอมตกเป็นของเล่นให้ดันเต้ทรมานอีกต่อไปแล้ว!
แต่ทว่า...เขากลับพบว่าตัวเองไม่สามารถตายได้อย่างที่หวัง เพราะโคลอิกซ์เริ่มฮีลเขาขึ้นมา เพื่อช่วยยื้อชีวิตเฮือกสุดท้ายเอาไว้ได้ทันเวลาพอดี
"หึ? คิดจะหนีลงนรกงั้นเหรอ? ผมอนุญาตให้นายตายแล้วหรือไง?"
ดันเต้แค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยัน
"ม่ายยยย!!!"
ในที่สุดฟาฮิมก็ตระหนักได้ว่า ที่ดันเต้จงใจยืนรออยู่สิบกว่าวินาที แถมยังชวนคุยไร้สาระตั้งมากมาย ทั้งหมดนี้ก็แค่ถ่วงเวลาเพื่อรอให้คูลดาวน์ ลบล้างสถานะแบบบังคับ ของโคลอิกซ์รีเซ็ตเสร็จเท่านั้นเอง! แถมตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ ดันเต้ก็ไม่เคยเห็นว่า กัดกร่อนทำลายล้าง กับ ทำลายร่างกาย ของฟาฮิมเป็นภัยคุกคามเลยแม้แต่นิดเดียว!
ในจังหวะที่ฟาฮิมเตรียมจะร่ายเวทมนตร์ทำลายร่างกายใส่ตัวเองเพื่อฆ่าตัวตายอีกรอบ...ดันเต้ก็อัญเชิญกวีผู้เสื่อมสลายออกมา พร้อมกันนั้น โคลอิกซ์ก็ใช้ลบล้างสถานะแบบบังคับใส่ฟาฮิม เพื่อลบล้างสถานะปิดกั้นความรู้สึกเจ็บปวดทิ้งไป!
ทันใดนั้นเอง...ความเจ็บปวดมหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่ทุกอณูขุมขนในร่างกายของฟาฮิมดั่งคลื่นสึนามิ ความทรมานแสนสาหัสที่ทิ่มแทงไปถึงขั้วหัวใจราวกับกำลังฉีกทึ้งอวัยวะภายในและสูบไขกระดูกออกมาสดๆ แม้แต่เส้นประสาทก็คล้ายถูกดึงให้ขาดกระจุยไปทีละเส้น ความเจ็บปวดนั้นทำให้เสียงคำรามของฟาฮิมกลายเป็นเสียงร้องที่บ้าคลั่งไร้สติ เสี้ยววินาทีนั้นเอง ฟาฮิมก็ได้เข้าใจความรู้สึกของเหล่าคนที่ถูกเขาทารุณกรรมก่อนตายเสียที พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ค่อยๆ แผ่วลง จนกระทั่งไร้ซึ่งลมหายใจในที่สุด
……
เหล่าผู้ชมที่ยืนอยู่ด้านนอกข่ายเวทมนตร์เงามืด เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนปานจะขาดใจของฟาฮิมดังลอดออกมา ต่างก็ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ถึงแม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นข้างในข่ายเวทมนตร์นั้นกันแน่...แต่รับรองได้เลยว่าไม่มีใครหน้าไหนในบริเวณนี้ที่ไม่รู้สึกขนหัวลุกซู่! พวกเขาไม่เคยคาดคิด และไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการเลยว่า จุดจบของการดวลระหว่างดันเต้และฟาฮิมจะเป็นเช่นนี้...มันน่าสยดสยองกว่าฉากจบทุกรูปแบบที่พวกเขาเคยจินตนาการไว้เป็นร้อยเท่าพันเท่า!
"เขา...ไม่ใช่บิชอปแห่งความเจ็บปวดจริงๆ เหรอ?"
"ชู่! รีบหุบปากไปเลยนะ! ต่อให้หมอนั่นจะเป็นจริงๆ ถ้ายังอยากมีชีวิตรอดกลับไปก็แกล้งโง่เอาไว้นั่นแหละดีที่สุดแล้ว!"