- หน้าแรก
- เงาทมิฬแห่งวอร์แฮมเมอร์ ปฐมบทราชันย์ดาร์คเอลฟ์
- บทที่ 50 - ทอยลูกเต๋าได้เลขหก
บทที่ 50 - ทอยลูกเต๋าได้เลขหก
บทที่ 50 - ทอยลูกเต๋าได้เลขหก
บทที่ 50 - ทอยลูกเต๋าได้เลขหก
หัวของแมนติคอร์ป่ากระแทกเข้ากับกำแพงค่ายอย่างจัง กำแพงค่ายสั่นสะเทือน โครงสร้างไม้ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดน่าหวาดเสียว
ทหารดรูชิอิที่ประจำการอยู่ข้างหน้าไม้ปลิดชีพต่างชูอาวุธขึ้นโห่ร้องด้วยความดีใจ
หากสู้รบกันตามปกติ การจะล้มแมนติคอร์ป่าได้สักตัว ต่อให้โชคดีก็ยังต้องสูญเสียกำลังพลทหารดรูชิอิไปถึงสองถึงสี่หมู่ และยิ่งมาสู้บนกำแพงแคบๆ แบบนี้ ยิ่งส่งคนเข้าไปเท่าไหร่ก็ยิ่งเหมือนเอาชีวิตไปทิ้งเปล่าๆ
กลางอากาศ ฮาร์ปี้ฝูงใหญ่พุ่งโฉบลงมาอย่างหนาแน่น หน้าไม้ปลิดชีพสลับเป็นโหมดกระสุนปราย พลหน้าไม้กลทมิฬและพลหน้าไม้ฉมวกของหน่วยควบคุมสัตว์ก็เริ่มเปิดฉากยิงเช่นกัน
ดาร์ควิสง้างธนูยิงออกไปสองดอก ลูกธนูพุ่งเจาะกะโหลกของฮาร์ปี้สองตัวอย่างแม่นยำ
กระสุนปรายจากหน้าไม้ปลิดชีพสาดกระสุนกวาดฮาร์ปี้ร่วงหล่นลงมาราวกับห่าฝน ร่างของพวกมันกระแทกพื้นดังตุ้บตั้บ
แต่ก็ยังมีฮาร์ปี้บางตัวเล็ดลอดดงกระสุนเข้ามาได้ พวกมันเริ่มพุ่งโจมตีทหารดรูชิอิบนกำแพงค่าย ทว่าสิ่งที่ทหารดรูชิอิหวาดกลัวคือแมนติคอร์ป่า ไม่ใช่ฮาร์ปี้ พวกเขารู้วิธีรับมือพวกมันเป็นอย่างดี
พลหอกแห่งความหวาดกลัวจะรอจังหวะที่ฮาร์ปี้พุ่งโฉบลงมา ย่อตัวลงต่ำ ใช้โล่กำบัง แล้วแทงหอกสวนขึ้นไป ฮาร์ปี้มักจะพุ่งเสียบเข้ากับปลายหอกอย่างจัง จากนั้นนักดาบวิปโยคที่อยู่ข้างๆ ก็จะเข้ามาฟันกรงเล็บของฮาร์ปี้ทิ้ง เพื่อให้พวกมันสิ้นฤทธิ์
ฟราเนธและเรนน์ชูโล่ขึ้นกำบังดาร์ควิส ปัดป้องการโจมตีของฮาร์ปี้ตัวหนึ่งที่พุ่งโฉบลงมา ดาร์ควิสตัดสินใจอย่างฉับไว ชักมีดสั้นเมสเซอร์ออกมาฟันกรงเล็บของฮาร์ปี้ขาดกระจุยในดาบแรก และฟันตัวมันขาดครึ่งในดาบที่สอง ฮาร์ปี้กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนจะร่วงหล่นลงจากกำแพงค่าย
ฮาร์ปี้ฝูงนี้เหลือรอดหนีไปได้เพียงไม่กี่ตัว แถมยังอยู่ในสภาพพิการ ขาดแขนขาดขา มีตัวหนึ่งบินหนีไปพร้อมกับหอกที่ปักคาตัวอยู่ด้วยซ้ำ
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก
ทหารดรูชิอิเริ่มผ่อนคลายความตึงเครียดลง ดูเหมือนว่าคลื่นยามสนธยาปีนี้จะจบลงแค่นี้แล้ว
ไดโนเสาร์ที่หมอบอยู่กลางลานกว้างขยับเข้ามาซุกตัวใกล้กองไฟ สัปหงกหลับตาพริ้ม หางแกว่งไปมาอย่างเบื่อหน่าย
ผ่านไปอีกสองชั่วโมง ภายใต้การจัดการของหัวหน้าหมู่และนายกอง ทหารดรูชิอิเริ่มนั่งพักผ่อนบนพื้น
ดาร์ควิสนั่งลงแล้วถามด้วยความสงสัย "จบแล้วเหรอ?"
ฟราเนธยังคงยืนระแวดระวังอยู่ เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ท่านลอร์ด น่าจะจบแล้วขอรับ"
ดาร์ควิสยักไหล่อย่างเซ็งๆ
"เริ่มต้นยิ่งใหญ่แต่จบซะจืดชืด"
ผ่านไปอีกสองชั่วโมง ดาร์ควิสเริ่มง่วงจนตาจะปิด
ทันใดนั้น คาเลียนก็ตะโกนลั่น "ระวัง! มีตัวอะไรกำลังตรงมา! มากันเยอะมาก!"
ดาร์ควิสตาสว่างทันที เขาชะโงกหน้าออกไปมองดู ในป่าก็ยังคงว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย
"ใกล้เข้ามาแล้ว!"
ดาร์ควิสเริ่มได้ยินเสียงฝีเท้าแล้ว
ดวงจันทร์มอร์สลีบกลมโตส่องสว่างอยู่กลางท้องฟ้า ลอยเด่นอยู่เหนือหัว พอดีกับระดับสายตาของดาร์ควิส ราวกับยื่นมือออกไปก็สัมผัสได้
ฝูงบีสต์แมนหลั่งไหลออกมาจากชายป่าราวกับคลื่นยักษ์ ในมือถืออาวุธหินแกว่งไปมา พุ่งเข้าใส่กำแพงค่ายอย่างบ้าคลั่งไร้ระเบียบ
พวกที่วิ่งนำหน้าตกลงไปในหลุมพราง จากนั้นพวกบีสต์แมนก็เริ่มต่อตัวกันเป็นกำแพงมนุษย์เพื่อปีนขึ้นมา บีสต์แมนตัวหนึ่งพยายามปีนขึ้นมาได้สำเร็จ แต่ก็โดนวอลเตอร์เอาค้อนรบอัศวินทุบหัวเข้าอย่างจัง บีสต์แมนตัวนั้นไม่ร่วงลงไปและไม่ได้ร้องโอดครวญ มันแค่ชะงักไปนิดนึง เหมือนจะมึนงง วอลเตอร์ทำหน้าตกใจ รีบฟาดค้อนซ้ำไปที่เดิม ดาร์ควิสได้ยินเสียงกระดูกแตกดังกร๊อบ บีสต์แมนตัวนั้นถึงได้ร่วงตกลงไป
บีสต์แมนพวกนี้ทำเอาดาร์ควิสต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เขาเคยเข้าใจว่าบีสต์แมนก็คือพวกสัตว์ประหลาดครึ่งคนครึ่งสัตว์ เช่น พวกแพะเดินสองขา เซนทอร์ หรือมิโนทอร์ ที่อาศัยอยู่ในป่าดรากอนวาลด์หรือป่าอาร์เดนในโลกเก่า
แต่บีสต์แมนพวกนี้ดูเหมือนจะไม่มีสติปัญญาเท่าไหร่ พวกมันไม่มีอาวุธระยะไกล ไม่มีการสั่งการ และไม่มีแม้แต่อาวุธโจมตีปราสาทอย่างพวกบันได หรือถุงทรายสำหรับถมคูน้ำ
แต่พวกมันกลับดูเหมือนจะฉลาดอยู่บ้าง? พวกมันเลือกโจมตีกำแพงค่ายเพียงจุดเดียว ซึ่งเป็นจุดที่มีหน้าไม้ปลิดชีพเพียงสี่เครื่องเท่านั้นที่ยิงถึง
ตอนนี้หลุมพรางถูกถมจนเต็มแล้ว แต่ก็ยังมีบีสต์แมนอีกจำนวนมากหลั่งไหลออกมาจากป่า พวกมันเริ่มปีนขึ้นมากำแพงค่ายมากขึ้นเรื่อยๆ
"ทำไมเมื่อกี้พวกฮาร์ปี้ไม่บุกมาพร้อมกับบีสต์แมน? ทัพบกกับทัพอากาศทำงานไม่ประสานกันรึไง?"
ดาร์ควิสไม่มีโอกาสได้เข้าไปร่วมวงตะลุมบอน เพราะพื้นที่บนกำแพงมีจำกัด เขาแทรกตัวเข้าไปไม่ได้ และพวกทหารดรูชิอิก็ไม่ยอมให้เขาเข้าไปเสี่ยงอันตรายด้วย
เมื่อต้องเผชิญกับฝูงบีสต์แมนระดับกากๆ พวกนี้ ดาร์ควิสก็ไม่ได้ต้องการประสบการณ์การต่อสู้อะไรนักหนา เขาทำได้แค่ง้างธนูยิงออกไปสองดอก ลูกธนูพุ่งทะลุหัวบีสต์แมนอย่างแม่นยำ แต่พวกมันก็ยังคงปีนป่ายขึ้นมาบนกำแพงค่ายต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แม้พลหอกแห่งความหวาดกลัวและนักดาบวิปโยคจะร่วมมือกันตั้งรับอย่างแข็งขัน แต่จำนวนบีสต์แมนที่ปีนขึ้นมาได้ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พละกำลังของพวกมันมหาศาลมาก ทหารดรูชิอิเริ่มต้านทานไม่อยู่ และต้องถอยร่นออกไปด้านข้าง ทำให้พื้นที่ปะทะแคบลงไปอีก ทหารบางคนถอยไม่ทัน ถูกบีสต์แมนทุบจนล้มลง กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเพียงไม่กี่ครั้งก็สิ้นใจ
คาเลียนตัดสินใจอย่างเด็ดขาด สั่งให้พลปืนใหญ่นำหน้าไม้ปลิดชีพลงมาตั้งที่ลานกว้าง แล้วระดมยิงขึ้นไปยังกำแพงค่าย
เอ็ดมันด์นำทหารห้าหมู่ที่คอยดูลาดเลาอยู่บนกำแพงอีกฝั่ง และทหารกองหนุนอีกห้าหมู่ที่รออยู่ในค่ายทหาร เข้ามายืนขวางระหว่างบีสต์แมนที่กระโดดลงมาจากกำแพงกับหน้าไม้ปลิดชีพ กระสุนปรายพุ่งทะยานออกไป เจาะร่างบีสต์แมนที่เพิ่งปีนขึ้นมากำแพงจนตายคาที่
อลิชาร่ายเวทหอกอำพันอันร้อนระอุถึงสี่ครั้งซ้อน ช่วยสกัดการบุกของบีสต์แมนไว้ได้ชั่วคราว
เอ็ดมันด์วิ่งมาหาดาร์ควิส ขออนุญาตเปิดประตูค่าย เพื่อให้กองหนุนออกไปตลบหลังพวกบีสต์แมนและขยายพื้นที่ปะทะให้กว้างขึ้น
จู่ๆ อีกาตัวหนึ่งก็บินมาเกาะบนไหล่ของดาร์ควิส มันเอียงคอมองเขา
ดาร์ควิสใจหายวาบ เขาสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์อันเลวร้าย
"ไม่ทันแล้ว พวกเรางานเข้าแล้วล่ะ มีตัวเบ้งๆ กำลังมา" พูดจบเขาก็ชี้ไปที่ลานกว้าง
ประตูมิติสีม่วงค่อยๆ ปรากฏขึ้นกลางลานกว้างภายในค่าย
นางปีศาจตัณหาแห่งสลาเนชกลุ่มหนึ่งกรูกันออกมาจากประตูมิติ
ดาร์ควิสรู้จักพวกนี้ดี ในบรรดาผู้รับใช้ของสลาเนช นางปีศาจตัณหามีจำนวนมากที่สุด พวกนางเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนใจ โดยเฉพาะลิ้นยาวๆ ของพวกนางที่สามารถสะกดให้เหยื่อหลับใหลได้ แม้รูปลักษณ์ที่แท้จริงจะน่าเกลียดน่ากลัว แต่เมื่อใช้เวทมนตร์พรางตา พวกนางก็สามารถแปลงกายเป็นสาวงามสะคราญตาได้ พวกนางก้าวเดินอย่างแผ่วเบา รอยสักอันวิจิตรตระการตาบนเรือนร่างบิดพริ้วราวกับน้ำวนหลากสีสัน ดูแปลกตาและชวนให้หลงใหล ปีศาจประหลาดเหล่านี้ร่ายรำไปทั่วสมรภูมิ กรงเล็บอันแหลมคมของพวกนางสามารถฉีกกระชากชุดเกราะและเลือดเนื้อ มอบความตายอันแสนสุขให้กับศัตรู
ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า คลื่นยามสนธยาก็เหมือนกับการทอยลูกเต๋า แต่ทว่าครั้งนี้ดาร์ควิสทอยลูกเต๋าได้เลขหก เลขหกนี้มีความหมายแฝงสองประการ หนึ่งคือจำนวนบีสต์แมนคืนนี้เยอะเป็นพิเศษ และอีกหนึ่งคือเลขหกเป็นเลขศักดิ์สิทธิ์ของสลาเนช เทพแห่งตัณหาและศิลปะ
"งานนี้หกของจริงแฮะ"
(จบแล้ว)