เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 สัตว์ประหลาด

บทที่ 29 สัตว์ประหลาด

บทที่ 29 สัตว์ประหลาด


บทที่ 29 สัตว์ประหลาด

คาบเรียนแรกสิ้นสุดลง และช่วงเวลาจนถึงยามบ่ายก็กลายเป็นเวลาว่าง

หลังจากก้าวเท้าออกจากห้องเรียน หลี่ซุ่นเฉินก็เดินไปตามทางเดินมุ่งหน้าไปยังห้องพักครูเพียงลำพัง และเสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในหัวของเขาได้ถูกจังหวะเวลาพอดี ราวกับจะช่วยยืนยันข้อสันนิษฐานในใจของเขา

【ตรวจพบจุดยึดเหนี่ยวแห่งเหตุผล: เพื่อนร่วมชั้นในนาม】

เป้าหมายของปมเหตุ: ภายใต้กระแสน้ำวนแห่งโชคชะตาที่เรียกว่า "โรงเรียนไสยเวทย์" จงทำให้ผู้สังเกตการณ์ทั้งสามคนที่เป็นที่สุดแห่งยุคสมัย (โกโจ ซาโตรุ, เกะโท สุคุรุ, อิเอย์ริ โชโกะ) บรรจุเจ้าเข้าไปในขอบเขตสายตาของพวกเขาอย่างเป็นทางการ

ผลสะท้อนแห่งเหตุและผล: เมื่อใดก็ตามที่โฮสต์สามารถสร้างสายสัมพันธ์แห่งเหตุปัจจัยอันลึกซึ้ง (การยอมรับ) กับคนใดคนหนึ่งในพวกเขาสามคนได้ ความยึดติดในจิตวิญญาณของพวกเขาจะขับเคลื่อนเข็มทิศแห่งโชคชะตาให้แก่เจ้า และจะได้รับ 【จำนวนครั้งในการสังเกตการณ์เหตุปัจจัย】 เพิ่มเติม (+1)

อัตราการประสานในปัจจุบัน: 33%

เหตุปัจจัยที่สร้างสำเร็จแล้ว: วิชาอิเอย์ริ โชโกะ

เมื่อมองดูตัวเลข 1/3 ที่เด่นหรา หลี่ซุ่นเฉินก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตัวเองด้วยความสมเพช

"เป็นไปตามคาด แค่การแสดงวิชาคุณไสยกับศักยภาพที่น่าสนใจน่ะ มันยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ไอเด็กเจ้าปัญหาที่หยิ่งยโสสองคนนั้นยอมรับฉันเป็นสหายที่แท้จริงหรอก..."

ในสายตาของระดับพิเศษทั้งสองคนนั้น คำว่า "น่าสนใจ" ไม่ใช่การยอมรับ คำว่าการยอมรับเป็นคำที่มีไว้สำหรับผู้แข็งแกร่งเท่านั้น

หากเขาต้องการจะยืนเคียงข้างพวกเขาอย่างแท้จริง โดยไม่ใช่ในฐานะหน่วยสนับสนุนส่งกำลังบำรุงที่ได้รับความคุ้มครอง หลี่ซุ่นเฉินจำเป็นต้องครอบครองพลังอันแข็งแกร่งที่สามารถร่วมห้ำหั่นไปพร้อมกับพวกเขาได้

ไม่กี่นาทีต่อมา ณ ห้องทำงานของยากะ มาซามิจิ ภายในห้องอบอวลไปด้วยตุ๊กตาผ้าสักหลาดรูปร่างแปลกประหลาดมากมาย และอาจารย์ประจำชั้นผู้มีร่างกายสูงใหญ่กำยำกำลังใช้ท่วงท่าอันประณีตซึ่งขัดกับรูปลักษณ์ภายนอกอย่างสิ้นเชิงในการเย็บดวงตาให้แก่ศพคำสาปตัวหนึ่งที่ดูน่าเกลียดแกมปนน่ารัก

"อาจารย์ยากะครับ ขออนุญาตรบกวนสักครู่ครับ"

หลี่ซุ่นเฉินเคาะประตูตามมารยาทแล้วเดินเข้าไป ก่อนจะบอกกล่าววัตถุประสงค์ของตนเองตรงๆ

"อาจารย์ครับ ผมอยากจะขอให้อาารย์ช่วยสอนวิธีการสร้างและการควบคุมตุ๊กตา... ที่ใช้ในการต่อสู้แบบที่อาจารย์ใช้ให้ผมหน่อยครับ"

"หืม?"

ยากะ มาซามิจิหยุดงานเข็มในมือลง พลางดันแว่นตากันแดดขึ้น คิ้วของเขาขมวดม้วนเข้าหากันในทันที

เขาวางตุ๊กตาในมือลง น้ำเสียงแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง และแฝงไปด้วยความรู้สึกตักเตือนด้วยความผิดหวัง

"ซุ่นเฉิน การที่เธอมีความทะเยอทะยานน่ะมันเป็นเรื่องดี แต่ฉันจำเป็นต้องแก้ไขแนวคิดของเธอเสียใหม่นะ"

ยากะ มาซามิจิลุกขึ้นยืน ร่างกายที่สูงใหญ่ขยายกลิ่นอายอันกดดันออกมา

"วิชาคุณไสยของเธอ 'ท่องราตรีมายา' ครอบครองความสามารถในการคัดลอกวิชาคุณไสยที่หาได้ยากยิ่ง ไสยเวทย์ตามปรกติ น้ำเงิน ที่เธอแสดงให้ดูเมื่อครู่ แม้จะยังดูหยาบกระด้าง แต่ก็มีพลังมากพอที่จะพิสูจน์ศักยภาพของเธอแล้ว ในเมื่อเธอสามารถคัดลอก 'วิชาคุณไสยไร้ขีดจำกัดล่าง' ของโกโจได้ และยังสามารถคัดลอก 'วิชาควบคุมวิญญาณคำสาป' ของเกะโทได้ แล้วทำไมเธอถึงต้องมาเสียเวลาและพลังงานไปกับวิชาคุณไสยของฉันอีกง่ะ"

"ไม่ว่าจะเป็นพลังทำลายล้างของตระกูลโกโจ หรือวิชาอัญเชิญกองทัพของเกะโท ขีดจำกัดสูงสุดของมันล้วนอยู่สูงกว่าการควบคุมศพคำสาปที่แข็งทื่อเหล่านี้มากนัก"

"สิ่งที่เธอต้องทำคือการขัดเกลาวิชาคุณไสยระดับแนวหน้าเหล่านั้น ไม่ใช่มาเรียนรู้งานเย็บปักถักร้อยจากฉัน เข้าใจไหม"

ในมุมมองของยากะนั้น เรื่องนี้มันไร้สาระราวกับคนที่มีรหัสปล่อยอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในมือ จู่ๆ ก็วิ่งมาบอกว่าอยากจะเรียนรู้วิธีการขว้างระเบิดมือนั่นแหละ

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการตั้งคำถามของยากะ หลี่ซุ่นเฉินไม่ได้ตื่นตระหนก ทว่ากลับหยิบยันต์ที่เขาค้นเจอจากซาโต้ในคืนนั้นออกมาอย่างสงบและวางมันลงบนโต๊ะ

"อาจารย์พูดถูกครับ หากพูดในแง่ของพลังทำลายล้างเพียงอย่างเดียว วิชาคุณไสยไร้ขีดจำกัดล่าง และ วิชาควบคุมวิญญาณคำสาป นั้นอยู่บนจุดสูงสุดอย่างไม่ต้องสงสัย"

หลี่ซุ่นเฉินยื่นนิ้วมือออกไปชี้พลางวิเคราะห์อย่างสงบ "แต่หลังจากทำการทดสอบในวันนี้ ผมก็พบว่า ท่องราตรีมายา ของผมมีข้อบกพร่องที่ร้ายแรงอยู่ประการหนึ่ง นั่นคือมันดูเหมือนจะเป็นระบบเธรดเดี่ยวครับ"

"เธรดเดี่ยวงั้นเหรอ" ยากะชะงักไป

"ครับ ผมไม่สามารถคงสภาพวิชาคุณไสยที่คัดลอกมาสองวิชาพร้อมกันได้"

หลี่ซุ่นเฉินหยิบยันต์ชิ้นนั้นขึ้นมาอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ยันต์ชิ้นนี้เป็นของที่นักสาปแช่งคนนั้นทิ้งไว้ ก่อนหน้านี้ผมเคยลองคัดลอกวิชาควบคุมหุ่นเชิดของเขาและคงสภาพเส้นใยพลังไสยเวทย์ขนาดเล็กเอาไว้ แต่เมื่อครู่ในห้องเรียน ตอนที่ผมปรับเปลี่ยนวงจรพลังไสยเวทย์เพื่อสร้างไสยเวทย์ตามปรกติ น้ำเงิน เพื่อแสดงให้คุณโกโจดู..."

หลี่ซุ่นเฉินหนีบยันต์ไว้ระหว่างนิ้วมือสองนิ้วพลางสะบัดเบาๆ "เส้นใยการเชื่อมต่อบนสิ่งนี้ก็ขาดสะบั้นลงทันทีครับ"

เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของยากะ มาซามิจิก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมา

"นี่หมายความว่า หากผมคัดลอกความสามารถในการอัญเชิญวิญญาณคำสาปของคุุณเกะโทไว้ และเกิดสถานการณ์คับขันที่จำเป็นต้องสลับไปใช้ 'ไสยเวทย์ย้อนกลับ' เพื่อช่วยชีวิตคน หรือสลับไปใช้ 'วิชาคุณไสยไร้ขีดจำกัดล่าง' เพื่อป้องกัน ในวินาทีที่ผมทำการสลับ วงจรคุณไสยก่อนหน้านี้จะถูกบังคับให้หยุดชะงักลงทันที วิญญาณคำสาปที่อัญเชิญออกมาอาจจะเกิดการคลุ้มคลั่ง และการป้องกันของผมก็จะพังทลายลง..."

หลี่ซุ่นเฉินเอ่ยพลางเบนสายตาไปที่ตุ๊กตาที่ยังทำไม่เสร็จบนโต๊ะทำงานของยากะ

"เพราะฉะนั้น ผมจึงไม่สามารถเดินตามเส้นทางสายอัญเชิญต่อเนื่องเหมือนอย่างคุณเกะโทได้ ผมต้องการวิธีการ... ที่ต่อให้ผมจะตัดการเชื่อมต่อของคุณไสยเพื่อสลับไปเป็นผู้รักษาเพื่อช่วยชีวิตคน มันก็ยังคงสามารถต่อสู้ได้อย่างเป็นอิสระและต่อเนื่อง หรืออย่างน้อยที่สุดก็ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการต่อสู้ต่อเนื่องของผมในภายหลัง เหมือนอย่างตุ๊กตาต่อสู้พวกนี้ของอาจารย์ พวกมันมีมวลสารจริงใช่ไหมครับ พอเปิดใช้งานแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อของคุณไสยตลอดเวลาเพื่อเคลื่อนไหวใช่ไหมครับ"

หลังจากรับฟังการวิเคราะห์ของหลี่ซุ่นเฉิน คิ้วที่เคยขมวดแน่นของยากะ มาซามิจิก็ค่อยๆ คลายออก แทนที่ด้วยแววตาแห่งความประหลาดใจ

เขาไม่คาดคิดเลยว่า หลี่ซุ่นเฉินไม่เพียงแต่วิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อยของคุณไสยของตนเองได้อย่างทะลุปรุโปร่งเท่านั้น แต่ยังกระทั่งวางแผนการเสริมกลยุทธ์ที่ดีที่สุดให้แก่ตนเองไว้เรียบร้อยแล้ว

"อย่างนี้นี่เอง... การคัดลอกคุณไสยแบบเธรดเดี่ยวงั้นเหรอ" ยากะ มาซามิจิครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะทอดถอนใจ "การตัดสินใจของเธอแม่นยำมาก หากเป็นเช่นนั้น สื่อกลางที่มีแกนกลางเป็นอิสระย่อมเป็นทางออกเดียวของเธอจริงๆ"

จากนั้นยากะ มาซามิจิก็เอ่ยแก้ไขคำพูดของเขาอย่างเข้มงวดเป็นอย่างยิ่ง "แล้วสิ่งเหล่านั้นก็ไม่ได้เรียกว่าตุ๊กตาต่อสู้หรอกนะ ชื่อเฉพาะทางเทคนิคของมันคือ 'ศพคำสาป' "

"ครับ ศพคำสาป" หลี่ซุ่นเฉินเปลี่ยนคำเรียกในทันที แสร้งทำเป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งเคยได้ยินคำนี้เป็นครั้งแรก

"ถึงแม้เหตุผลของเธอจะฟังดูเข้าที แต่ฉันขอพูดความจริงอันโหดร้ายไว้ก่อนแล้วกันนะ" ยากะ มาซามิจิเดินไปที่มุมห้อง หยิบหุ่นฝึกฝนสามตัวที่มีเพียงโครงเหล็กพื้นฐานและยังไม่ได้ยัดนุ่นออกมาจากชั้นวาง แล้วโยนพวกมันลงบนพื้น

"การควบคุมศพคำสาปไม่ได้ง่ายดายเหมือนอย่างที่เธอจินตนาการไว้หรอกนะ แค่การอัดพลังไสยเวทย์เข้าไปน่ะไม่ทำให้มันเคลื่อนไหวได้หรอก มันจำเป็นต้องอาศัยการควบคุมพลังไสยเวทย์ในระดับจุลภาคขั้นสูง รวมถึงทักษะในการแยกประสาททำงานหลายอย่างพร้อมกันด้วย"

เขากอดอกพลางมองดูหลี่ซุ่นเฉินผ่านแว่นตากันแดด "ลองอัดพลังไสยเวทย์เข้าไปในพวกมันดูสิ ไม่จำเป็นต้องทำอะไรที่ซับซ้อนหรอก ขอเพียงเธอสามารถทำให้พวกมันทั้งหมดลุกขึ้นยืนพร้อมกันได้ ฉันถึงจะยอมรับว่าเธอมีพรสวรรค์ที่จะเรียนรู้เรื่องนี้"

ยังไม่ทันที่ยากะ มาซามิจิจะพูดจบประโยคดี โครงเหล็กทั้งสามตัวที่เคยนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นก็พลันส่งเสียงขยับของข้อต่อดังพร้อมกันอย่างเป็นระเบียบ

วินาทีถัดมา ภายใต้สายตาอันตื่นตะลึงของยากะ มาซามิจิ พวกมันไม่ได้ลุกขึ้นมาอย่างโอนเอน ทว่ากลับสปริงตัวลุกขึ้นยืนตรงในพริบตาด้วยท่วงท่าอันฉับไวราวกับผ่านการฝึกฝนทางทหารมาอย่างเข้มงวด

มันไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้ ยามที่เส้นใยพลังไสยเวทย์ที่ปลายนิ้วของหลี่ซุ่นเฉินสั่นไหวแผ่วเบา โครงกระดูกศพคำสาปทั้งสามตัวก็จัดกระบวนท่าต่อสู้ตามมาตรฐานทันที

โครงกระดูกทางซ้ายลดจุดศูนย์ถ่วงลง ตั้งท่าเตรียมทุ่ม โครงกระดูกทางขวายกแขนขึ้น ทำท่าตวัดฟัน และโครงกระดูกตรงกลางยกแขนขึ้นไขว้กัน ปกป้องตำแหน่งแกนกลางของตนเองไว้

ศพคำสาปสามตัวที่มีท่วงท่าเคลื่อนไหวแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงสามรูปแบบ การกระจายพลังไสยเวทย์มีความแม่นยำราวกับมีดผ่าตัด โดยไม่มีความสิ้นเปลืองหรือการชะงักงันเลยแม้แต่น้อย

"นี่มัน...!?" ยากะ มาซามิจิอ้าปากค้าง มาดของอาจารย์ผู้เข้มงวดพังทลายลงจนยากจะคงสภาพไว้ได้ในพริบตา

เขาถอดแว่นตากันแดดออกอย่างกะทันหันพลางขยี้ตา เพื่อยืนยันว่าตนเองไม่ได้มองผิดไป

ความเชี่ยวชาญในระดับนี้งั้นเหรอ สัมผัสที่ราวกับเคยควบคุมพวกมันมาแล้วเป็นร้อยเป็นพันครั้งนี้เนี่ยนะ หลี่ซุ่นเฉินเรียกสิ่งนี้ว่าเพิ่งจะค้นพบข้อบกพร่องและอยากจะเรียนรู้งั้นเหรอ

"หลี่..." เสียงของยากะ มาซามิจิดูแหบแห้งอยู่บ้าง เขาสะบัดนิ้วชี้ไปที่โครงเหล็กทั้งสามตัวที่เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วเกินไปนั้นพลางเอ่ยถามด้วยความเหลือเชื่อ "บอกฉันมาตามตรง... นี่คือครั้งแรกที่เธอได้สัมผัสกับศพคำสาปจริงๆ ใช่ไหม การควบคุมในระดับจุลภาคขนาดนี้น่ะมันจำเป็นต้องใช้เวลาฝึกฝนอย่างน้อยเป็นปีๆ เลยนะ"

หลี่ซุ่นเฉินยืนอยู่ตรงนั้นพลางดันแว่นตาขึ้น เผยรอยยิ้มอันนอบน้อมและไร้เดียงสา คอยรักษาภาพลักษณ์เด็กใหม่ของตนเองต่อไป

"เอ่อ... เป็นเพราะตอนเด็กๆ ผมชอบเล่นหุ่นกระบอกสายมากเลยล่ะครับ บางทีหลักการมันอาจจะคล้ายๆ กันมั้งครับ"

ยากะ มาซามิจิมองดูหลี่ซุ่นเฉินและรู้สึกราวกับมีก้อนนุ่นอุดอยู่ในลำคอ การเล่นหุ่นกระบอกสายกับการใช้พลังไสยเวทย์เพื่อควบคุมศพคำสาปมันจะไปเป็นเรื่องเดียวกันได้ยังไงกัน

ผ่านไปครู่ใหญ่ ยากะ มาซามิจิจึงสวมแว่นตากันแดดกลับคืนเพื่อบดบังสายตาที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยในสัจธรรมของชีวิต ทว่ามุมปากของเขากลับอดไม่ได้ที่จะยกโค้งขึ้นเล็กน้อย

"สัตว์ประหลาด... นักเรียนของปีนี้ล้วนเป็นสัตว์ประหลาดกันหมดเลย"

จบบทที่ บทที่ 29 สัตว์ประหลาด

คัดลอกลิงก์แล้ว