- หน้าแรก
- เทพอสูรบรรพกาลสะท้านมหานคร
- บทที่ 8 ผู้ที่ดูหมิ่นฉันล้วนอยู่ในขุมนรก
บทที่ 8 ผู้ที่ดูหมิ่นฉันล้วนอยู่ในขุมนรก
บทที่ 8 ผู้ที่ดูหมิ่นฉันล้วนอยู่ในขุมนรก
"ทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นขยะ!"
เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินซวน ฝูงชนก็เกิดความโกลาหลลุกฮือขึ้นในทันที
เห็นได้ชัดว่าคำพูดของเฉินซวนมุ่งเป้าไปที่บรรดาผู้ที่เยาะเย้ยและถากถางเขา!
เพราะที่ผ่านมา มีคนจำนวนไม่น้อยที่เคยรังแกและด่าทอเฉินซวนเช่นกัน!
มาบัดนี้ เฉินซวนไม่เพียงแต่ด่าทออวี๋ตงเฟยเท่านั้น แต่ยังเหยียดหยามทุกคนที่เคยรังแกเขาอีกด้วย!
"เพื่อนเอ๋ย..."
หงเสี่ยวหมิงมองเฉินซวนด้วยความตกตะลึง เขารู้ว่าเฉินซวนไม่ได้ด่าเขา แต่คำพูดนี้ของเฉินซวนได้ล่วงเกินทุกคนที่อยู่ที่นี่ไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย!
"ลูกพี่อวี๋ ให้พวกเราช่วยจัดการเฉินซวนเถอะ!"
นักเรียนหลายคนในชั้นที่ไม่เอาไหนลุกขึ้นยืน พวกเขามักจะคอยรังแกเฉินซวนอยู่เสมอ และตอนนี้ก็รีบไปยืนรวมตัวกันอยู่ด้านหลังอวี๋ตงเฟยทันที พร้อมกับจ้องเขม็งไปที่เฉินซวนราวกับเสือร้ายที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ
"หึ เฉินซวนรนหาที่ตายจริงๆ! มันคิดว่าแค่ปากดีแล้วจะรอดพ้นจากการถูกซ้อมหรือไง เดี๋ยวก็โดนอัดเละกว่าเดิมหรอก! งานนี้มันได้ไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาลแน่!"
ผู้คนมากมายพากันแค่นเสียงเยาะเย้ย รู้สึกสะใจอย่างยิ่งที่กำลังจะได้เห็นเฉินซวนถูกอวี๋ตงเฟยซ้อมปางตาย
"ลูกพี่อวี๋! ไอ้สวะนี่กล้าดีหยามพวกเรา! เราจะปล่อยมันไปไม่ได้เด็ดขาด!"
ไม่ใช่อวี๋ตงเฟยเพียงคนเดียวที่กำลังโกรธจัด บรรดาลูกน้องที่อยู่ด้านหลังของเขาก็เดือดดาลไม่แพ้กัน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าเฉินซวนจะกล้ากำเริบเสิบสานกับพวกตนถึงเพียงนี้
"บัดซบ! เฉินซวน แกกล้ามากนะ!"
อวี๋ตงเฟยยิ้มอย่างโหดเหี้ยม ในเมื่อเฉินซวนกล้าทำตัวอวดดีขนาดนี้ เขาก็จะทำให้เฉินซวนต้องชดใช้!
"ในเมื่อเป็นแบบนี้ ฉันก็จะไม่ฆ่าแก! ตอนนี้ แค่แกคุกเข่าลงบนพื้น โขกศีรษะขอโทษฉัน และคลานลอดหว่างขาฉัน ฉันจะลองพิจารณาไว้ชีวิตแกในครั้งนี้!"
อวี๋ตงเฟยกางขาออก เยาะเย้ยซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วกล่าวว่า "แน่นอน ถ้าแกอยากจะทำตัวแข็งกร้าวและอวดดีต่อไปล่ะก็ ฉันก็ไม่รังเกียจที่จะส่งแกไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาลสักสองสามเดือนหรอกนะ!"
สิ้นเสียงของอวี๋ตงเฟย สายตาทุกคู่ต่างก็หันไปจับจ้องที่เฉินซวน แววตาของพวกเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน
ไม่ว่าจะเป็นการคุกเข่ารับความอัปยศ หรือการถูกอวี๋ตงเฟยซ้อมอย่างทารุณจนต้องเข้าโรงพยาบาล ล้วนเป็นผลเสียต่อเฉินซวนและเป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาทั้งสิ้น!
"หึ นานแค่ไหนแล้วนะ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่มีใครทำกับฉันแบบนี้..."
เฉินซวนค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาสีดำขลับจ้องมองอวี๋ตงเฟย แล้วกล่าวอย่างเย็นชาว่า "แกรู้ไหมว่า ทุกคนที่เคยพูดคำเหล่านี้กับฉัน ล้วนลงไปอยู่ในขุมนรกกันหมดแล้ว!"
คำพูดของเฉินซวนราวกับแผ่รังสีอำมหิตที่มองไม่เห็นออกมา ส่งผลให้ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้นรู้สึกหนาวเหน็บสะท้านไปถึงกระดูกดำราวกับตกลงไปในบ่อธารน้ำแข็ง ร่างกายของพวกเขาเริ่มสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้
ราวกับว่าคำพูดเหล่านี้ไม่ได้ออกมาจากปากของเฉินซวน แต่หลุดลอยมาจากขุมนรกอย่างแท้จริง!
อวี๋ตงเฟยเองก็หวาดกลัวจนขยับตัวไม่ได้เช่นกัน เขาอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย ตัวเขาถูกไอ้สวะเฉินซวนทำให้หวาดผวาไปแล้วจริงๆ!
นี่เป็นเรื่องที่ไม่อาจให้อภัยได้ และเป็นการทำลายความภาคภูมิใจของอวี๋ตงเฟยอย่างหนัก!
ฟึ่บ!
โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง อวี๋ตงเฟยเหวี่ยงหมัดพุ่งตรงไปที่ใบหน้าของเฉินซวนอย่างดุดัน รุนแรงจนแทบจะเกิดเสียงลมแหวกอากาศ!
เดิมที อวี๋ตงเฟยแค่ต้องการทำให้เฉินซวนอับอายก่อน แล้วค่อยส่งเขาไปโรงพยาบาล
แต่ตอนนี้ ความคิดนั้นถูกโยนทิ้งไปหมดแล้ว เขาเพียงแค่ต้องการกอบกู้ศักดิ์ศรีของตัวเองกลับคืนมา และถือโอกาสซ้อมเฉินซวนให้ตายคามือไปเลย!
"แกกล้าแตะต้องฉันงั้นเหรอ"
เสียงของเฉินซวนดังขึ้น ราบเรียบและไม่รีบร้อน ทว่าแผ่ซ่านความเย็นเยียบถึงขีดสุด
หลังจากนั้น หมัดของอวี๋ตงเฟยก็หยุดชะงักลง
ในวินาทีนี้ ดวงตาสีดำสนิทของเฉินซวนกลับแฝงไปด้วยร่องรอยของปราณมาร และด้วยเหตุนี้ ดวงตาของเขาจึงมีผลในการล่อลวงจิตใจผู้คน ซึ่งจะยิ่งเห็นผลชัดเจนมากขึ้นเมื่อใช้กับคนธรรมดาสามัญ
"เกิดอะไรขึ้น ทำไมลูกพี่อวี๋ถึงหยุดซ้อมเฉินซวนล่ะ"
เมื่อเห็นอวี๋ตงเฟยหยุดชะงักกะทันหัน บรรดาลูกน้องและทุกคนที่อยู่ที่นั่นต่างก็งุนงง ไม่รู้ว่าอวี๋ตงเฟยกำลังทำอะไรอยู่ หรือว่าเขาจะกลัวคำพูดประโยคเดียวของเฉินซวนจริงๆ
มันไม่น่าจะเป็นไปได้ไม่ใช่เหรอ
"ฉันจะไม่ให้ทางเลือกใดๆ กับแกทั้งนั้น!"
เฉินซวนค่อยๆ ลุกขึ้นยืน จ้องมองอวี๋ตงเฟย แล้วเอ่ยอย่างเย็นชาว่า "ตอนนี้ จงคุกเข่าลงและขอโทษฉันซะ!"
"อะไรนะ เฉินซวนเป็นบ้าไปแล้วเหรอ"
"สั่งให้ลูกพี่อวี๋คุกเข่าขอโทษ มันกล้าพูดจาอวดดีขนาดนี้ สงสัยอยากไปนอนโรงพยาบาลจริงๆ สินะ!"
"ลูกพี่อวี๋ มัวยืนอึ้งอะไรอยู่ล่ะ อัดมันให้ตายไปเลย!"
ทว่าอวี๋ตงเฟยกลับไม่ได้สนใจลูกน้องของตนเลยแม้แต่น้อย แววตาของเขาค่อยๆ เลื่อนลอยไร้สติ
ตุบ!
ภายใต้สายตาที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงนับไม่ถ้วน อวี๋ตงเฟยก็คุกเข่าลงต่อหน้าเฉินซวนเสียดื้อๆ
"อะไรกันเนี่ย"
เมื่อเห็นอวี๋ตงเฟยคุกเข่าลงบนพื้น แล้วเริ่มโขกศีรษะขอโทษเฉินซวน ลูกน้องของเขาก็เบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้า
"คนที่ทำผิด ล้วนต้องคุกเข่าลงทั้งหมด!"
สายตาของเฉินซวนกวาดมองไปยังบรรดาลูกน้องของอวี๋ตงเฟย
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
เสียงคุกเข่าดังก้องขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลูกน้องของอวี๋ตงเฟย รวมถึงบรรดาคนที่เคยเยาะเย้ยและรังแกเฉินซวน ล้วนพากันทิ้งตัวคุกเข่าลงในวินาทีนี้
เสียงหัวเราะเยาะและเสียงของผู้ที่รอดูเรื่องสนุกมลายหายไปจนหมดสิ้น และบรรยากาศในที่นั้นก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับป่าช้า
สีหน้าของทุกคนแข็งค้าง ราวกับสมองหยุดสั่งการไปชั่วขณะ และพวกเขาก็เริ่มโขกศีรษะขอโทษเฉินซวน
"นี่มัน..."
หงเสี่ยวหมิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับตะลึงงันและพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันเนี่ย
เขารู้สึกราวกับว่าโลกทัศน์ของตนเองถูกพลิกกลับตาลปัตรไปแล้ว!
ทำไมอวี๋ตงเฟยที่ก้าวร้าวถึงได้ยอมคุกเข่าและขอโทษเฉินซวนล่ะ
แล้วทำไมคนอื่นๆ ถึงเป็นแบบนี้ด้วยเหมือนกัน
แน่นอนว่าหงเสี่ยวหมิงสังเกตเห็นว่ามีบางคนไม่ได้คุกเข่าลง คนเหล่านั้นคือคนที่ไม่เคยรังแกเฉินซวนมาก่อน แต่แววตาของพวกเขาก็เลื่อนลอย ราวกับไม่ได้สนใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเลย
ทุกอย่างมันแปลกประหลาดเกินไปแล้ว!
หงเสี่ยวหมิงมั่นใจได้เลยว่า เรื่องทั้งหมดนี้จะต้องเป็นฝีมือของเฉินซวนอย่างแน่นอน!
"ในเมื่อพวกนายชอบใช้กำลังกันนัก วันนี้ก็เอาให้เต็มที่ไปเลยก็แล้วกัน"
เฉินซวนยกยิ้มบางๆ ทันใดนั้น ดวงตาของอวี๋ตงเฟยและพรรคพวกก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ พวกเขาเริ่มพุ่งเข้าตะลุมบอนและต่อยตีกับลูกน้องของตนเอง รวมถึงบรรดาคนที่เคยรังแกเฉินซวนด้วย ในชั่วขณะนั้น...
เพียะ! เพียะ! เพียะ!
เสียงตบหน้าดังก้องขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ภายใต้การควบคุมของเฉินซวน อวี๋ตงเฟยและคนอื่นๆ ต่างก็ตบหน้ากันและกัน ไม่นานนัก...
"นี่มัน เกิดอะไรขึ้นเนี่ย"
จู่ๆ พวกเขาก็ต้องสะดุ้งตกใจ นึกว่าตัวเองเดินหลงเข้ามาในเล้าหมูเสียแล้ว
พวกเขาเห็นว่าเสื้อผ้าของอวี๋ตงเฟยและพรรคพวกขาดวิ่น โดยเฉพาะใบหน้าของพวกเขาที่เรียกได้ว่าอาบไปด้วยเลือด เต็มไปด้วยรอยประทับฝ่ามือจนบวมเป่งกลายเป็นหัวหมู ต่อให้พ่อแม่ของพวกมันมาเห็น ก็คงจะจำหน้าลูกตัวเองไม่ได้!
โดยเฉพาะอวี๋ตงเฟย ที่เดิมทีก็อัปลักษณ์จนทนดูไม่ได้อยู่แล้ว ตอนนี้ฟันของเขายังถูกตบจนหลุดร่วงออกมา ด้วยสภาพใบหน้าที่บวมเป่ง คนที่ไม่รู้เรื่องคงคิดว่าเขาเป็นตือโป๊ยก่ายกลับชาติมาเกิดแน่ๆ!
และด้วยเหตุนี้เอง...