- หน้าแรก
- เทพอสูรบรรพกาลสะท้านมหานคร
- บทที่ 2 ฉันมาจากขุมนรก
บทที่ 2 ฉันมาจากขุมนรก
บทที่ 2 ฉันมาจากขุมนรก
เฉินซวนดีดนิ้ว โลงศพสีดำก็ค่อยๆ เปิดออก เขากล่าวอย่างเรียบเฉยว่า "แม้จะไม่ได้ตั้งใจ แต่แกก็ช่วยชีวิตฉันเอาไว้ ในชาตินี้จงมาเป็นทาสของฉัน แล้วฉันจะรับรองความปลอดภัยให้ ไม่ต้องสนใจว่านี่คืออะไร แค่ลงไปนอนข้างในก็พอ อีก 1 เดือนให้หลัง ฉันรับประกันว่าตบะของแกจะพุ่งพรวด! การแก้แค้นจะกลายเป็นเรื่องง่ายดาย!"
"เป็นทาสของเจ้าอย่างนั้นหรือ"
ดวงตาของศพโบราณวารีหยินหรี่ลงเล็กน้อย แม้จะฟังคำพูดบางคำของเฉินซวนไม่เข้าใจ แต่มันก็รู้ดีว่าการเข้าไปในของวิเศษสำหรับผู้บำเพ็ญเพียรสายศพชิ้นนี้ จะต้องเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อมันอย่างแน่นอน
ทว่า การต้องกลายเป็นทาสของเฉินซวน ดูเหมือนจะเป็นราคาที่ต้องจ่ายแพงเกินไปสักหน่อย...
"หึ แกมีทางเลือกอื่นงั้นหรือ"
แววตาของเฉินซวนค่อยๆ เย็นเยียบลง เขามุ่งมั่นที่จะครอบครองศพโบราณวารีหยินตนนี้ให้ได้
ศพโบราณวารีหยินมีความแข็งแกร่งที่เหนือธรรมดา หากได้มาเป็นทาส ก็ถือว่าได้ไพ่ตายมาไว้ในมือ
"ตกลง! ข้ายอมรับข้อเสนอ!"
ศพโบราณวารีหยินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจตอบตกลงตามความต้องการของเฉินซวนในที่สุด
ที่มันยอมลดตัวมาเป็นทาสของเฉินซวน เป็นเพราะความเคียดแค้นที่ฝังลึกถึงกระดูกซึ่งฉายชัดอยู่ในแววตา
มันยังตายไม่ได้!
มันยังมีหนี้แค้นอันใหญ่หลวงที่ต้องชำระ!
"ดีมาก"
เฉินซวนดีดนิ้ว หยดเลือดแก่นแท้หยดหนึ่งก็ร่วงหล่นลงตรงกลางหว่างคิ้วของศพโบราณวารีหยิน เข้าควบคุมความเป็นความตายของมันไว้โดยสมบูรณ์
"ฟุบ!"
ศพโบราณวารีหยินขยับตัว พุ่งพรวดเข้าไปในโลงศพสีดำ
เมื่อเห็นดังนั้น เฉินซวนก็สะบัดมือ โลงศพสีดำก็ปิดลงโดยอัตโนมัติ
ทันใดนั้น เฉินซวนก็อ้าปากเล็กน้อย โลงศพสีดำแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงสายหนึ่ง ถูกเขากลืนลงไปในท้อง
"หึ แกตัดสินใจได้ถูกต้องมาก! จงรู้เอาไว้เถอะ นี่คือโลงศพมารเร้นลับ! มันคือสุดยอดของวิเศษอันดับหนึ่งของบรรดาผู้บำเพ็ญเพียรสายศพทั้งปวง!"
"แม้จะต้องเผชิญกับทัณฑ์สวรรค์เก้าเร้นลับ โลงศพมารเร้นลับก็ไม่ได้แหลกสลายไป ทั้งยังติดตามฉันมาจนถึงตอนที่ได้เกิดใหม่!"
"การที่ศพโบราณวารีหยินต้อยต่ำอย่างแกได้มาเป็นทาสของฉัน ได้เข้าไปบำเพ็ญตบะและเพิ่มพูนความแข็งแกร่งอยู่ข้างในนั้น นับว่าเป็นวาสนาอันยิ่งใหญ่สำหรับแกแล้ว!"
เฉินซวนยิ้มบางๆ รวบรวมสมาธิ ขยับกายกลับขึ้นไปบนเรือลำเล็กกลางแม่น้ำ แล้วทอดสายตามองไปยังหลี่ซือหาน
"หวังฉู่ คุณชายใหญ่ผู้ปราดเปรื่องและเจ้าเล่ห์แห่งตระกูลหวัง!"
"อายุเพียง 17 ปี ก็สามารถควบคุมทิศทางการเติบโตของธุรกิจในเครือตระกูลหวังได้แล้ว!"
"พรสวรรค์ด้านวิชาการต่อสู้ก็ยอดเยี่ยม! ป่านนี้คงจะบรรลุถึงระดับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเร้นลับแล้วสินะ"
เฉินซวนแค่นเสียงเย็นชา การที่ตระกูลหวังมีทายาทสืบทอดอย่างหวังฉู่นับเป็นสวรรค์ประทานพรให้โดยแท้ ดังนั้นการตกต่ำของตระกูลเฉินและตระกูลหลี่จึงเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น
ทว่า ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว
เมื่อได้กลับมาเกิดใหม่ หวังฉู่ก็เป็นได้แค่มดปลวกใต้ฝ่าเท้าของเขา
ในโลกมนุษย์ มีตัวตนที่อยู่เหนือคนธรรมดาสามัญ พวกเขาเรียกตัวเองว่าผู้ฝึกยุทธ์หรือปรมาจารย์เซียน!
ผู้ที่บำเพ็ญวิถีแห่งยุทธ์คือผู้ฝึกยุทธ์ ส่วนผู้ที่บำเพ็ญเวทอาคมคือปรมาจารย์เซียน!
ผู้ที่บรรลุจุดสูงสุดในวิถีแห่งยุทธ์คือเทพยุทธ์ และผู้ที่บรรลุสัจธรรมในวิชาอาคมคือเซียนแท้!
ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์หรือปรมาจารย์เซียน ล้วนถูกแบ่งระดับจากสูงลงต่ำออกเป็น 4 ขั้น ได้แก่ ระดับนภา ระดับปฐพี ระดับเร้นลับ และระดับหวง!
ตามตรรกะนี้ เหนือชั้นขึ้นไปจากพวกเขาเหล่านั้นก็คือเทพยุทธ์และเซียนแท้!
นับตั้งแต่เฉินซวนเกิดใหม่ เพียงแค่ได้รับไอวิญญาณมารหยินเร้นลับสายหนึ่งจากในโลงศพมารเร้นลับเข้าสู่ร่างกาย เขาก็บรรลุถึงขั้นสร้างรากฐานระดับ 3 แล้ว
ขั้นสร้างรากฐานคือขอบเขตระดับพลังของผู้บำเพ็ญเพียร
ขั้นสร้างรากฐานยังถูกเรียกว่าขั้นหลอมรวมลมปราณ ซึ่งมีความแตกต่างจากปราณแท้ของผู้ฝึกยุทธ์ไม่มากนัก
โดยแบ่งออกเป็น 5 ระดับด้วยกัน และขั้นสร้างรากฐานระดับ 3 ก็เทียบเท่าได้กับผู้ฝึกยุทธ์ระดับปฐพีที่เพิ่งเลื่อนขั้น
อย่างไรก็ตาม การแบ่งระดับพลังเหล่านี้แทบจะไร้ความหมายสำหรับเฉินซวน
หากไม่ใช่เพราะระดับพลังของเขาถูกกดข่มเอาไว้อย่างหนัก เขาก็สามารถครองความเป็นใหญ่บนโลกใบนี้ได้ในเวลาเพียงชั่วพริบตา โดยพึ่งพาเพียงวิชาศักดิ์สิทธิ์ที่เขามีอยู่แล้ว!
"หวังฉู่! แกอยากให้หลี่ซือหานตาย แต่ฉันจะยืนกรานให้เธอรอด!"
"แกอยากให้ตระกูลหลี่ล่มสลาย แต่ฉันจะทำให้ตระกูลหลี่รุ่งโรจน์ยิ่งกว่าเดิม!"
แววตาของเฉินซวนเย็นเยียบถึงขีดสุด เขาได้ตัดสินชะตากรรมของตระกูลหวังเอาไว้แล้ว
"มอบเลือดแก่นแท้ของแกมาให้ฉัน 1 หยด!"
เฉินซวนส่งกระแสจิตเรียกศพโบราณวารีหยิน ซึ่งกำลังได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยไอวิญญาณมารหยินเร้นลับอยู่ภายในโลงศพมารเร้นลับ
ในเวลานี้ มีเพียงเลือดแก่นแท้ของศพโบราณวารีหยินเท่านั้นที่จะช่วยให้หลี่ซือหานฟื้นคืนชีพกลับมาได้
"อา... ขอรับ! นายท่าน!"
ศพโบราณวารีหยินมีตบะที่กล้าแข็งอย่างยิ่ง แต่ในเมื่อมันได้กลายเป็นทาสของเฉินซวนไปแล้ว ย่อมไม่กล้าขัดขืนแม้แต่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้น มันเพิ่งจะเข้าไปนอนในโลงศพมารเร้นลับได้ไม่ถึง 2 นาที อาการบาดเจ็บของมันก็ใกล้จะหายสนิทแล้ว!
เลือดแก่นแท้เพียง 1 หยดจะนับเป็นอะไรได้เมื่อเทียบกับสิ่งที่เฉินซวนมอบให้
ต่อให้เขาต้องการสัก 10 ชั่ง ก็ไม่ใช่ปัญหา!
เมื่อศพโบราณวารีหยินอ้าปาก ของเหลวสีดำหยดหนึ่งก็ลอยออกมา นี่คือเลือดแก่นแท้ของมัน
หากคนธรรมดากลืนกินเลือดแก่นแท้ของศพโบราณวารีหยินเข้าไป พวกเขาจะสูญเสียสติสัมปชัญญะและออกเข่นฆ่าผู้คนอย่างบ้าคลั่ง ราวกับผีดิบในตำนาน
แต่หากคนที่เพิ่งสิ้นใจกลืนกินมันเข้าไป พวกเขาจะยังคงรักษาสติสัมปชัญญะเอาไว้ได้ และกลายเป็นศพเดินได้!
นอกเหนือจากความเจ็บปวดจากพิษศพที่แทรกซึมเข้าสู่หัวใจแล้ว พวกเขาก็แทบจะไม่ต่างอะไรจากคนปกติเลย
แน่นอนว่า หากสามารถสำเร็จวิชาบำเพ็ญเพียรของสายศพได้ ต่อให้เป็นศพเดินได้ ก็สามารถใช้ชีวิตปะปนกับผู้คนได้ตามปกติโดยไม่ถูกจับผิด
เฉินซวนดีดนิ้ว ส่งเลือดแก่นแท้ของศพโบราณวารีหยินเข้าไปในปากของหลี่ซือหาน
หลังจากทำเช่นนั้น เฉินซวนก็รู้ดีว่าคงต้องใช้เวลาสักระยะกว่าที่หลี่ซือหานจะฟื้นขึ้นมา
ก่อนหน้านั้น เขาจำต้องไปกำจัดคนบางกลุ่มเสียก่อน
ในขณะเดียวกัน บริเวณชานเมืองซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเขตชิงเป่ย รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ สีดำสนิทคันหนึ่งจอดนิ่งสนิทอยู่
ภายในรถมีคนขับและชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่
"หึหึ ไอ้สวะเฉินซวนสารภาพรักกับหลี่ซือหานไม่สำเร็จ ก็เลยลากหลี่ซือหานไปตายตกตามกัน!"
"แผนการนี้ช่างไร้ที่ติจริงๆ!"
"ถึงตอนนั้น ตระกูลเฉินกับตระกูลหลี่จะต้องห้ำหั่นกันครั้งใหญ่เป็นแน่!"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
ใบหน้าของชายหนุ่มเต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ เขาคือน้องชายของหวังฉู่ นามว่าหวังเย่ และยังเป็นผู้ลงมือปฏิบัติตามแผนการของหวังฉู่อีกด้วย
"กริ๊ง กริ๊ง!"
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
"นายน้อยเย่ คุณชายใหญ่โทรมาครับ!"
หลังจากเหลือบมองเบอร์โทรศัพท์ คนขับรถก็หันไปบอกหวังเย่
เมื่อเห็นดังนั้น หวังเย่ก็รีบคว้าโทรศัพท์มา ใบหน้าของเขาประดับไปด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ พร้อมกับเอ่ยว่า "ฮ่าฮ่า พี่ฉู่ วางใจได้เลย!"
"ก็แค่จัดการกับไอ้สวะตระกูลเฉิน มันจะไปมีเหตุไม่คาดฝันอะไรเกิดขึ้นได้ล่ะ"
"ตอนนี้ เฉินซวนกับคุณหนูตระกูลหลี่จมลงไปก้นแม่น้ำแล้ว ไม่มีทางได้เห็นแสงตะวันของวันพรุ่งนี้อีกแน่นอน!"
"แกแน่ใจนะว่าพวกมันจะไม่ถูกน้ำพัดลอยไป"
น้ำเสียงเย็นเยียบไร้อารมณ์ดังมาจากปลายสาย
"ไม่ต้องห่วง พวกมันถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา พี่ไว้ใจฝีมือการทำงานของผมได้เลย"
"พี่ฉู่ ได้เวลาเริ่มแผนการขั้นต่อไปแล้วหรือยัง"
หวังเย่หัวเราะ
"ดีมาก รีบกระจายข่าวเพื่อดึงดูดความสนใจของตระกูลหลี่ให้เร็วที่สุด พวกเขาจะได้ระดมคนไปค้นหาและงมศพ!"
คนปลายสายเห็นได้ชัดว่ารู้สึกพึงพอใจมากเมื่อได้ยินคำตอบนี้
"ได้ครับ ผมจะจัดการเดี๋ยวนี้เลย"
หวังเย่วางสายโทรศัพท์ พร้อมกับฉีกยิ้มอย่างมีความสุข
ทว่าในวินาทีนั้น หวังเย่ก็สังเกตเห็นว่าสีหน้าของคนขับรถดูแปลกไป ราวกับคนเห็นผีก็ไม่ปาน
"แกเป็นอะไรไป ทำไมทำหน้าตาปั้นยากขนาดนั้น"
หวังเย่ขมวดคิ้วถาม
แต่ทว่า คนขับรถกลับไม่ได้ตอบคำถามของหวังเย่ ดวงตาของเขาเบิกโพลงจ้องมองไปที่เบาะหลังอย่างหวาดผวา ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง!
หวังเย่รู้สึกประหลาดใจ จึงรีบหันขวับไปมองที่เบาะหลังทันที
ในเสี้ยววินาทีนั้น เขาก็ต้องสยดสยองจนแทบหยุดหายใจ
ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ ที่มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งมานั่งอยู่บนเบาะหลัง
เด็กหนุ่มคนนั้นมีหน้าตาหล่อเหลา แววตาของเขาเย็นเยียบสุดขั้วหัวใจ รอยยิ้มตรงมุมปากดูชั่วร้ายและน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง แผ่ซ่านแรงกดดันที่มองไม่เห็นออกมา
และเด็กหนุ่มคนนั้นก็คือ เฉินซวน อย่างน่าเหลือเชื่อ!
"ไอ้สวะตระกูลเฉิน! แกโผล่มาจากไหน!"
นัยน์ตาของหวังเย่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าแผนการของตนจะล้มเหลวไม่เป็นท่า!
"ฉันมาจากขุมนรกไงล่ะ!"