- หน้าแรก
- เมื่อตัวฉันในต่างมิติรวมพลังกัน การวิวัฒนาการไร้ขีดจำกัดจึงเริ่มขึ้น
- บทที่ 6 - ปะทะทาสแห่งความตาย
บทที่ 6 - ปะทะทาสแห่งความตาย
บทที่ 6 - ปะทะทาสแห่งความตาย
บทที่ 6 - ปะทะทาสแห่งความตาย
"ดูเหมือนว่า ต้องรีบสู้รีบจบซะแล้ว"
เฉินหงไม่พูดพร่ำทำเพลง กระโดดตัวลอยขึ้นทันที
ทาสแห่งความตายหลายตัวที่สติสัมปชัญญะสับสน มีเพียงสัญชาตญาณกระหายเลือดและความบ้าคลั่งในการฆ่าฟัน ก็กระโดดตามเฉินหงขึ้นไปบนอากาศ
เฉินหงไม่เกรงใจ สัมผัสได้ถึงพลังสายเลือดมังกรที่เริ่มเดือดพล่านในร่างกาย เขาเอ่ยร่ายวาจาสิทธิ์ทันที:
【วาจาสิทธิ์: ฟ้าดินคือเตาหลอม】!
เฉินหงควบคุมพลังสนามแม่เหล็กและเพลิงแห่งจิตวิญญาณ แผ่ขยายพลังวาจาสิทธิ์ที่แต่เดิมไร้รูปร่างให้ครอบคลุมออกไป
จับทาสแห่งความตายหลายตัวนั้นขังรวบยอดเอาไว้ทั้งหมด
"เพลิงแท้สามสมาธิ จงหลอม!"
"ธาตุโลหะ จงลอกออก!"
เพลิงแห่งจิตวิญญาณอันรุนแรงลุกโชน แผดเผาจิตวิญญาณของทาสแห่งความตาย
ธาตุโลหะถูกเฉินหงดึงลอกออกจากร่างกายพวกมัน เริ่มฉีกกระชากทำลายร่างกายพวกมันอย่างบ้าคลั่งจากอวัยวะภายใน
แต่ไม่นานเฉินหงก็ได้ประจักษ์ถึงพลังการฟื้นฟูอันสุดแสนจะวิปริตของเผ่ามังกร
ถูกเข็มทิ่มแทงทะลุร่างนับไม่ถ้วน แต่กลับฟื้นฟูสภาพได้ในพริบตา
ถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง ก็ฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด
แต้มพลังการฟื้นฟูถูกอัปมาจนเต็มหลอด
พลังชีวิตพลุ่งพล่านราวกับสัตว์ประหลาด
"บ้าเอ๊ย สมกับเป็นทาสแห่งความตาย สายเลือดมังกรสูงส่งจริงๆ"
"น่าเสียดาย ที่ท้ายที่สุดก็เป็นได้แค่สัตว์ประหลาดไร้สติ"
สัมผัสได้ถึงทาสแห่งความตายที่ถูกแผดเผาอยู่ในเตาหลอมและกำลังดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งด้วยความเจ็บปวด
รวมถึงทาสแห่งความตายตัวอื่นๆ ที่กำลังแห่ล้อมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
เฉินหงรู้สึกถึงลางไม่ดี
"เวรเอ๊ย รู้จักล้อมกรอบด้วยเหรอ?"
"ดูท่าจะมีการจัดตั้ง มีการวางแผนมาล่วงหน้านี่นา"
"มีคนบงการอยู่เบื้องหลังงั้นเหรอ?"
"ไม่ได้การ ต้องรีบสลัดหลุดออกไปให้ได้ก่อน"
เมื่อคิดได้ดังนั้น เฉินหงก็ไม่มัวหลงระเริงกับการต่อสู้ โกยแนบทันที
เขาระเบิดพลังทั่วร่าง วิ่งหนีรวดเร็วดุจสายลม กลายร่างเป็นภาพติดตา พุ่งทะยานตรงไปยังทางออกรถไฟใต้ดินอย่างบ้าคลั่ง
ทาสแห่งความตายหลายตัวระเบิดเตาหลอมออกมาได้ แล้ววิ่งไล่ตามมาติดๆ
ทาสแห่งความตายตัวอื่นๆ ที่มาเสริมทัพก็มาถึง และวิ่งตามมาติดๆ เช่นกัน
เฉินหงวิ่งหนีสุดชีวิต ไม่นานก็พุ่งพรวดออกจากสถานีรถไฟใต้ดิน
ปะปนเข้าไปในฝูงชนอันกว้างใหญ่บนท้องถนน
ดูเหมือนพวกทาสแห่งความตายจะมีความกังวลบางอย่าง จึงไม่กล้าพุ่งทะยานเข้ามาในฝูงชน
พวกมันทำได้เพียงซ่อนตัวอยู่ในความมืด เผยให้เห็นดวงตาสีแดงฉานที่กระหายเลือด และปากอันน่าเกลียดน่ากลัวที่มีเขี้ยวแหลมคมเรียงสลับซับซ้อน
หลังจากเฉินหงปะปนเข้ากับฝูงชนแล้ว เขาก็วิ่งหนีไปอีกแปดช่วงตึก
จนกระทั่งแน่ใจว่าพวกทาสแห่งความตายไม่ได้ตามมา และเขาสลัดพวกมันหลุดพ้นแล้วจริงๆ ถึงได้ตบหน้าอกที่เต้นโครมครามด้วยความตื่นตระหนก
"บ้าเอ๊ย ผีหลอกกลางวันแสกๆ"
"แค่นั่งรถไฟใต้ดินก็ยังมาเจอไอ้พวกสัตว์ประหลาดบ้าพวกนี้ได้"
"ทำไมฉันถึงรู้สึกว่ามีคนอยู่เบื้องหลังกำลังเล่นตุกติกอยู่นะ?"
เฉินหงนึกย้อนไปถึงรายละเอียดของเหตุการณ์เมื่อครู่ พลันนึกขึ้นได้ว่าเห็นศพมนุษย์หลายศพ
"คนที่อยู่เบื้องหลังไอ้พวกทาสแห่งความตายพวกนี้มันบ้าไปแล้วหรือไง?"
"คิดว่าดาบตงเฟิงของฉันมันไม่คมพอหรือไงวะ?"
"หรือคิดว่าในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นในเมืองใหญ่ ยิ่งเป็นเมืองหลวงสำคัญแบบนี้ ทางการจะมีความกังวล เลยได้ใจทำอะไรตามอำเภอใจ?"
"ไม่น่าจะใช่นะ คนอยู่เบื้องหลังจะไร้สติปัญญาขนาดนี้เลยเหรอ?"
"เป็นสายเลือดผสม หรือว่า... ราชันมังกร?"
ยิ่งคิดเฉินหงก็ยิ่งรู้สึกแปลกประหลาด
"แค่สายเลือดผสมกระจอกๆ จะมีกำลังสักกี่กองพลกันเชียว?"
"แค่ราชันมังกรกระจอกๆ จะรับมือขีปนาวุธปูพรมได้สักกี่ระลอก?"
"กล้ามาเล่นหยามป่วนเมืองแบบนี้ หรือว่าจะอยู่บนหอคอยงาช้างมานานเกินไปจริงๆ?"
เฉินหงคิดยังไงก็คิดไม่ออก
"คงไม่ใช่ว่าจงใจเล็งเป้ามาที่ฉันหรอกนะ?"
"เป็นไปไม่ได้ ฉันก็แค่ตัวประกอบกิ๊กก๊อก เป็นแค่นักเรียน ม.ปลาย ปีหนึ่ง ของโรงเรียนสาธิตเป่ยผิง ไร้พิษสงจะตาย"
"แล้วก็ไม่ใช่ลูกหลานตระกูลสายเลือดผสมที่ยิ่งใหญ่ลึกซึ้งอะไร ไม่มีค่าอะไรให้สนใจ แล้วก็ไม่มีศัตรูที่ไหนด้วย จะมาฆ่าฉันทำไม?"
"น่าจะแค่โดนลูกหลงอุบัติเหตุเฉยๆ มั้ง"
"ไม่รู้เหมือนกันว่าตกลงใครเป็นคนก่อเรื่อง กำลังเล่นตุกติกอะไรอยู่"
"ช่างเถอะ เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องที่ฉันควรรู้"
"สิ่งที่สำคัญที่สุดของฉันตอนนี้คือ แอบซุ่มพัฒนาตัวเองเงียบๆ"
"เรื่องหาเงิน ปล่อยให้เฉินหงมือถือวิเศษไปวิจัยและเรียนรู้ ฉันก็แค่รอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ฟรีๆ ก็พอ"
"จุดเด่นของโลกฉัน... แน่นอนว่าต้องเป็นเทคโนโลยีการเล่นแร่แปรธาตุกับวาจาสิทธิ์ของสายเลือดมังกรอยู่แล้ว"
"ถ้าพูดถึงเทคโนโลยีการเล่นแร่แปรธาตุ ที่ล้ำหน้าที่สุดในโลกตอนนี้ก็น่าจะเป็นวิทยาลัยคาสเซลล์
พวกเขาผสานการเล่นแร่แปรธาตุเข้ากับวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี จนก้าวล้ำนำหน้าโลกไปแล้ว"
"ส่วนตระกูลสายเลือดผสมในแดนมังกร..."
"ถึงแม้จะมีรากฐานลึกซึ้ง และบางตระกูลก็กุมเทคโนโลยีลับโบราณที่ไม่ด้อยไปกว่าวิทยาลัยคาสเซลล์ แต่ทั้งหมดล้วนผูกพันด้วยสายเลือดของตระกูล ฉันแทรกซึมเข้าไปไม่ได้หรอก"
"แถมตระกูลใหญ่โตพวกนี้ยังกีดกันคนนอกสุดๆ คนนอกอย่างฉันขืนเข้าไป อย่างมากก็เป็นได้แค่แขกรับเชิญ กลายเป็นนักเลงหัวไม้กับลูกจ้างชั้นล่าง ไม่มีทางได้แตะต้องเทคโนโลยีระดับสูงเลย"
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เฉินหงก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจกับคุณธรรมอันดีงามของตระกูลใหญ่ที่หวงแหนวิชาความรู้และผูกขาดทุกสิ่งทุกอย่าง
เห็นได้ชัดว่า ในด้านการบ่มเพาะสายเลือดผสม แดนมังกรไม่สามารถช่วยเหลือเฉินหงได้มากนัก
ใครใช้ให้เฉินหงเป็นแค่คนธรรมดาสามัญชนล่ะ
แผ่นดินมังกร แม้ว่าในสมัยโบราณจะมีเทคโนโลยีการเล่นแร่แปรธาตุที่เจริญรุ่งเรืองอย่างมาก
แต่เนื่องจากยุคสมัยและภัยสงคราม เทคโนโลยีเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็ได้สูญหายไป
วิทยาลัยคาสเซลล์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการเล่นแร่แปรธาตุระดับสุดยอดของโลก และก้าวไปไกลที่สุด
และตามที่เฉินหงรู้ ตระกูลสายเลือดผสมโบราณของแดนมังกรส่วนใหญ่ ล้วนย้ายไปอยู่ต่างประเทศในยุคแห่งความวุ่นวายนั้น
ตอนนี้พวกเขาไม่ได้อยู่ในแผ่นดินมังกรแล้ว เหลือเพียงตระกูลสายเลือดผสมกลุ่มเล็กๆ ที่ยังหยั่งรากลึกในแดนมังกร และกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของระบบราชการ
เกี่ยวดองกับตระกูลเศรษฐีใหม่ที่เป็นคนธรรมดา หลอมรวมเข้าด้วยกัน
ปัจจุบัน แผ่นดินมังกร คือโลกของคนธรรมดา
ไม่ใช่โลกของสายเลือดผสม
แม้ว่าสายเลือดผสมจะยังมีอิทธิพลอย่างมากในเงามืด แผ่ขยายไปทุกหนทุกแห่งและหยั่งรากลึกก็ตาม
แต่มันก็ไม่ใช่ยุคสมัยที่สายเลือดผสมปกครองคนธรรมดาอีกต่อไปแล้ว
ดังนั้น หากเฉินหงอยากเรียนรู้เทคโนโลยีการเล่นแร่แปรธาตุที่ล้ำหน้าที่สุดในโลก เขาก็ต้องไปเรียนต่อที่วิทยาลัยคาสเซลล์
เฉินหงนึกถึงเพื่อนร่วมชั้นคนนั้นของเขาขึ้นมาอีกครั้ง
"เซี่ยหมี"
"เพื่อนเก่าของฉัน เธอคงนึกไม่ถึงสินะ ว่าฉันรู้แล้วว่าเธอคือ 【ราชันแห่งปฐพีและขุนเขา·ยอร์มุนกานดร์】? หึๆๆ"
"ดูเหมือนว่าฉันจะต้องเกาะผู้หญิงกินซะแล้วล่ะมื้อนี้ ถ้าไม่ขูดรีดเอาผลประโยชน์มาให้คุ้ม ก็คงรู้สึกผิดต่อตัวเองแย่เลย"
ในหัวของเฉินหง พลันคำนวณแผนการที่จะใช้ประโยชน์จากเซี่ยหมีออกมาได้หลายสิบแผนในพริบตา
เมื่อกลับมาถึงโรงเรียน
ประตูก็ปิดไปแล้ว
แต่ไม่เป็นไร เฉินหงในวันนี้ไม่เหมือนวันวานอีกต่อไป อุปสรรคเล็กแค่นี้จะไปขวางเขาได้ยังไง
เห็นเพียงเขาเดินไปที่ริมรั้วเหล็กด้านนอกหอพักของตัวเอง
กระโดดเบาๆ
ก็สามารถข้ามรั้วเหล็กสูงปรี๊ด หลบหลีกกล้องวงจรปิด และกลับเข้าหอพักของตัวเองไปได้
สิ่งที่เฉินหงไม่รู้เลยก็คือ ฉากนี้ ถูกคนบนตึกหอพักหญิงฝั่งตรงข้ามมองเห็นเข้าเต็มๆ
"น่าสนใจแฮะ"
เซี่ยหมียืนอยู่บนระเบียงชั้นแปด มือขาวเนียนวางพาดบนราวระเบียง เท้าคางมองดูการกระทำลับๆ ล่อๆ ของเฉินหงด้วยความสนใจ
ความสูงจากชั้นแปด ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการมองเห็นใบหน้าหล่อเหลาของเฉินหงอย่างชัดเจนเลยแม้แต่น้อย
"ไม่คิดเลยว่าแค่ออกมาดูพระจันทร์แก้เบื่อ จะได้ดูงิ้วโรงดีแบบนี้"
"เฉินหงงั้นเหรอ?"
"ซ่อนตัวได้ลึกไม่เบานี่นา"
"ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้เลยนะเนี่ย ว่าเขาเป็นสายเลือดผสม"
"น่าสนใจจริงๆ"
(จบแล้ว)