เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 177 หลี่ตง นี่พ่อแกเหรอ ? ทำไมฉันมองแล้วรู้สึกว่า เขาหน้าตาคล้าย ๆ กับมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกคนนั้นเลยวะ ? !

ตอนที่ 177 หลี่ตง นี่พ่อแกเหรอ ? ทำไมฉันมองแล้วรู้สึกว่า เขาหน้าตาคล้าย ๆ กับมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกคนนั้นเลยวะ ? !

ตอนที่ 177 หลี่ตง นี่พ่อแกเหรอ ? ทำไมฉันมองแล้วรู้สึกว่า เขาหน้าตาคล้าย ๆ กับมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกคนนั้นเลยวะ ? !


ตอนที่ 177 หลี่ตง นี่พ่อแกเหรอ ? ทำไมฉันมองแล้วรู้สึกว่า เขาหน้าตาคล้าย ๆ กับมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกคนนั้นเลยวะ ? !

วันที่ 30 กันยายน...

ณ บริษัทเจียเจี้ยว'

"ประธานจางคะ หลังจากนี้คงต้องขอรบกวนฝากฝังเรื่องของบริษัทเอาไว้ให้คุณดูแลด้วยนะคะ ถ้าเกิดมีปัญหาหรือสถานการณ์ฉุกเฉินอะไร ก็สามารถติดต่อไปปรึกษาประธานหลี่ได้โดยตรงเลยค่ะ..."

หลินหว่านเอ่ยปากกำชับกับจางเจียเหล่ย รองประธานบริหารของบริษัทเจียเจี้ยว

แน่นอนว่า...ประธานหลี่ที่เธอพูดถึงก็คือหลี่ตงนั่นเอง

อีกไม่กี่วัน ก็จะเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันชาติแล้ว ประกอบกับอายุครรภ์ของหลินหว่านในตอนนี้ ก็ปาเข้าไปเกือบจะหกเดือนแล้ว หน้าท้องของเธอเริ่มนูนป่องอย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้น ในช่วงระยะเวลาหลังจากนี้ เธอจึงตัดสินใจที่จะหยุดพักงานเพื่อกลับไปพักผ่อนและดูแลครรภ์อยู่ที่บ้านอย่างเต็มที่

ภาระงานบริหารจัดการบริษัททั้งหมด จึงต้องตกเป็นความรับผิดชอบของจางเจียเหล่ยแต่เพียงผู้เดียว

เมื่อได้ยินคำกำชับ จางเจียเหล่ยก็รีบพยักหน้ารับคำ ทันที "ได้เลยครับ ประธานหลี่ ! คุณผู้หญิงสบายใจและพักผ่อนให้เต็มที่ได้เลยนะครับ ผมจะดูแลบริหารจัดการบริษัทให้เป็นอย่างดี เพื่อรอต้อนรับวันที่คุณผู้หญิงจะกลับมาทำงานอีกครั้งครับ ! "

"อืม"

หลินหว่านพยักหน้าตอบรับเบา ๆ ก่อนจะสั่งการและชี้แจงแผนการดำเนินงานของเจียเจี้ยวในสเตปต่อไป ให้จางเจียเหล่ยฟังคร่าว ๆ อีกเล็กน้อย แล้วจึงเดินกลับไปที่ห้องทำงาน เพื่อเก็บข้าวของเครื่องใช้เตรียมตัวกลับบ้าน

ซึ่งเวลานี้ ก็จวนจะถึงเวลาเลิกงานพอดี

กริ๊ง กริ๊ง...

จู่ ๆ โทรศัพท์มือถือของหลินหว่านก็ดังขึ้น

เธอหยิบขึ้นมาดู ก็พบว่าเป็นเบอร์ของหลี่เจ๋อโทรมา เธอจึงรีบกดรับสายทันที

"ฮัลโหล ที่รัก คุณมาถึงแล้วเหรอคะ ? " หลินหว่านถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

"อืม เพิ่งจะมาถึงหน้าตึกบริษัทพวกคุณเมื่อกี้นี้เอง แล้วของเยอะหรือเปล่าล่ะ ? ถ้าของเยอะ เดี๋ยวผมกับอาหมิงจะขึ้นไปช่วยยกให้เอาไหม ? " หลี่เจ๋อเอ่ยปากถาม

วันนี้ หลี่เจ๋อตั้งใจเคลียร์งานและเลิกงานก่อนเวลาเป็นพิเศษ เพื่อให้เจียงหมิงขับรถพาเขามารับหลินหว่านโดยเฉพาะ

"ดีเลยค่ะ ! งั้นพวกคุณขึ้นมาเลยนะคะ ! " หลินหว่านตอบรับอย่างอารมณ์ดี

ไม่นานนัก หลี่เจ๋อก็พาเจียงหมิง เดินเข้ามาภายในออฟฟิศของบริษัทเจียเจี้ยว'

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา พนักงานต้อนรับ ก็รีบลุกขึ้นถามด้วยความสุภาพ "สวัสดีค่ะ คุณผู้ชายทั้งสองท่าน ไม่ทราบว่ามาติดต่อเรื่องอะไร หรือต้องการขอเข้าพบใครคะ ? "

หลี่เจ๋อคลี่ยิ้มบาง ๆ แล้วตอบว่า "อ๋อ ผมมาช่วยประธานหลินของพวกคุณ ยกของน่ะครับ..."

"อ้อ มาพบประธานหลินนี่เอง ถ้างั้น รบกวนคุณผู้ชายรอสักครู่นะคะ เดี๋ยวดิฉันจะเข้าไปเรียนประธานหลินให้ทราบค่ะ" พนักงานต้อนรับพูดจบ ก็เตรียมจะเดินเข้าไปรายงาน

"ได้ครับ ! " หลี่เจ๋อพยักหน้ารับ

จากนั้น เขากับเจียงหมิงก็ยืนรออยู่ตรงบริเวณโถงต้อนรับอย่างเงียบ ๆ

และในตอนนั้นเอง พนักงานออฟฟิศของเจียเจี้ยวหลายคนที่นั่งทำงานอยู่ เมื่อได้ยินเสียงสนทนาตรงหน้าประตู ก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมามอง

บางคนก็แค่ปรายตามองแวบเดียว แล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่ออย่างไม่ใส่ใจ

แต่ทว่า ก็มีพนักงานบางคนที่จ้องมองใบหน้าของหลี่เจ๋อเขม็ง คิ้วของพวกเขาขมวดเข้าหากันราวกับกำลังรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาผู้ชายคนนี้อย่างบอกไม่ถูก

"เฮ้ย เหล่าโจว ! แกคิดเหมือนฉันไหมวะ ? ว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงประตูคนนั้นน่ะ หน้าตามันคุ้น ๆ ยังไงก็ไม่รู้แฮะ ? " พนักงานคนหนึ่งสะกิดถามเพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เบา ๆ

พนักงานที่ชื่อเหล่าโจวชะงักไปนิด ก่อนจะหันไปเพ่งมองหลี่เจ๋ออย่างพินิจพิเคราะห์

เมื่อมองชัด ๆ เขาก็ขมวดคิ้วมุ่น เช่นเดียวกัน "อืม จะว่าคุ้น มันก็คุ้นอยู่หรอกนะ แต่นึกไม่ออกว่ะ ว่าเคยเห็นหน้าหมอนี่ที่ไหน..."

เหล่าโจวจมอยู่ในห้วงความคิด

เวลาผ่านไปเพียงอึดใจ จู่ ๆ เขาก็เบิกตากว้าง ราวกับนึกอะไรบางอย่างออก ! เขาเผลอหลุดอุทาน ออกมาเสียงหลง

"เชี่ยยย ! ฉันนึกออกแล้ว ว่าเขาเป็นใคร ! ! ..."

พนักงานคนที่ถามเมื่อครู่ สะดุ้งตกใจ "เฮ้ย เหล่าโจว ! เขาเป็นใครวะ ! ? ทำไมแกถึงทำหน้าตาตื่นตระหนกขนาดนั้นเนี่ย ? "

เหล่าโจวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เขาจ้องมองใบหน้าของหลี่เจ๋อตาไม่กะพริบ ก่อนจะกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ แล้วกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือและเต็มไปด้วยความตกตะลึงขั้นสุด

"ถ้าฉันจำไม่ผิดล่ะก็ ผู้ชายคนนั้นก็คือหลี่เจ๋อ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ! ! "

"อ อะไรนะ ! ! ? "

พนักงานคนนั้นถึงกับสะดุ้งโหยง เขารีบหันขวับ กลับไปจ้องหน้าหลี่เจ๋ออีกรอบทันที !

พอเหล่าโจวเปิดประเด็นมาแบบนี้ เขาก็เริ่มรู้สึกว่า โครงหน้าของผู้ชายคนนี้ มันช่างละม้ายคล้ายคลึงกับใบหน้าของหลี่เจ๋อมหาเศรษฐีระดับโลกที่เขาเคยเห็นในรูปภาพซะเหลือเกิน !

เพื่อคลายความสงสัย เขารีบเปิดคอมพิวเตอร์ แล้วเสิร์ชหารูปภาพของหลี่เจ๋อขึ้นมาเทียบหน้ากันชัด ๆ !

และเมื่อเขาได้นำใบหน้าของคนในรูปมาทาบกับใบหน้าของผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงประตู เขาก็ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความช็อกสุดขีด !

"เชี่ยยยย ! ! แกพูดจริงด้วย ! ผู้ชายคนนั้นคือมหาเศรษฐีหลี่เจ๋อตัวจริงเสียงจริงเลยนี่หว่า ! ! แล้วระดับอภิมหาเศรษฐีอย่างเขามาทำอะไรที่บริษัทเราวะเนี่ย ! ? "

เหล่าโจวพยักหน้าหงึกหงัก พรูลมหายใจยาว "ฟู่ นั่นดิวะ ! ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าระดับท่านประธานหลี่จะมาเยือนบริษัทเราทำไม ? หรือว่าเขาจะเล็งเห็นศักยภาพของบริษัทเรา ก็เลยอยากจะมาเจรจาขอลงทุนเพิ่มงั้นเหรอ ? "

พนักงานอีกคนรีบแย้งขึ้นมาทันที "เหล่าโจว แกบ้าป่าวเนี่ย ! แกลืมไปแล้วเหรอ ว่าในการระดมทุนรอบที่แล้วกองทุนเจ๋อรัน อินเวสต์เมนต์เขาก็ร่วมลงทุนบริษัทของเราด้วยนะ ! "

"แถม เจ๋อรัน อินเวสต์เมนต์ ก็ถือหุ้นบริษัทเราอยู่ถึง 5% ! และไอ้กองทุนนี้ มันก็เป็นบริษัทลงทุนส่วนตัวที่มหาเศรษฐีหลี่เจ๋อเป็นเจ้าของแบบ 100% เลยนะโว้ย ! "

"เออว่ะ พอแกพูด ฉันก็เพิ่งนึกขึ้นได้แฮะ..." เหล่าโจวเกาหัวแกรก ๆ "แล้วตกลง มหาเศรษฐีหลี่เจ๋อโผล่มาทำไมที่นี่ล่ะวะ ? ต่อให้กองทุนของเขาจะถือหุ้นบริษัทเราอยู่ 5% ก็เถอะ แต่ด้วยดีกรีและสถานะระดับมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกแบบเขา มันไม่น่าจะจำเป็นถึงขั้นต้องถ่อมาตรวจสอบบริษัทเราด้วยตัวเองเลยนี่หว่า ? "

"เรื่องนั้นใครจะไปรู้ล่ะวะ..."

ในระหว่างที่พนักงานทั้งสองคน กำลังซุบซิบกระซิบกระซาบกันอย่างเมามันอยู่นั้น...

หลินหว่านที่เพิ่งจะเก็บของเสร็จ และได้ยินเสียงพนักงานต้อนรับมารายงานพอดี เธอก็รีบเดินออกมาจากห้องทำงาน ด้วยรอยยิ้ม

"ที่รักคะ ! ฉันเก็บของเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ รบกวนให้คุณเจียงหมิงช่วยหิ้วของพวกนี้ลงไปให้หน่อยนะคะ ของมันก็ไม่ได้เยอะอะไรหรอกค่ะ มีแค่โน้ตบุ๊กกับของใช้จุกจิกอีกนิดหน่อยเอง" หลินหว่านเดินตรงเข้าไปหาหลี่เจ๋อ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

เมื่อได้ยินสรรพนามที่หลินหว่านใช้เรียกหลี่เจ๋อ...

พนักงานที่นั่งอยู่แถวนั้น รวมถึงพนักงานต้อนรับต่างก็ชะงักและหันมาจ้องมองหลี่เจ๋อเป็นตาเดียวด้วยความตกตะลึง !

จริงอยู่ที่ว่า...ชื่อเสียงของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งอย่างหลี่เจ๋อนั้นโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แต่สำหรับคนธรรมดาทั่วไป ถ้าไม่ได้ติดตามข่าวสารแวดวงธุรกิจอย่างใกล้ชิด พวกเขาก็แทบจะจำหน้าหลี่เจ๋อไม่ได้เลยด้วยซ้ำ !

ก็แหงล่ะ นอกจากงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของสมาร์ทโฟน ซิงเย่า 1 และ ซิงเย่า 2 แล้ว หลี่เจ๋อก็แทบจะไม่เคยโผล่หน้าไปออกสื่อหรือปรากฏตัวต่อสาธารณชนในงานไหนอีกเลย !

ดังนั้น สิ่งที่ทำให้พนักงานเจียเจี้ยวส่วนใหญ่อึ้งในวินาทีนี้ มันไม่ใช่เพราะพวกเขารู้ว่าผู้ชายคนนี้คือมหาเศรษฐีหลี่เจ๋อ แต่เป็นเพราะพวกเขาเพิ่งจะรู้ว่า ผู้ชายคนนี้คือสามีของประธานหลินหว่านต่างหาก !

"โห นี่น่ะเหรอสามีของประธานหลิน..."

"สามีของประธานหลินหล่อสมาร์ตไม่เบาเลยนะเนี่ย ! "

"ใช่เลย ! แถมดูภูมิฐานแล้วก็มีมาดนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสุด ๆ เลยด้วย ! ดูเหมาะสมกับประธานหลินของเราราวกับกิ่งทองใบหยกเลยเนอะ ! "

"อืม ๆ ! อยากรู้จังแฮะ ว่าสามีของประธานหลิน เขาทำอาชีพอะไร..."

พนักงานที่ไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของหลี่เจ๋อ ต่างก็พากันซุบซิบชื่นชมความเหมาะสมของคู่สามีภรรยากันอย่างสนุกปาก

แต่ทว่า ตัดภาพมาที่เหล่าโจวและพนักงานหนุ่มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ สภาพจิตใจของพวกเขาในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความช็อกและตกตะลึงจนแทบจะคลุ้มคลั่งอยู่แล้ว !

"เชี่ยยยย ! ! นี่มหาเศรษฐีหลี่เจ๋อเป็นสามีของประธานหลินหว่านงั้นเหรอ ! ! ? ? "

"พระเจ้าช่วย ! ! นี่มัน มันจะเหลือเชื่อเกินไปแล้ว ! ระดับมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกเชียวนะโว้ยยย ! ..."

ทั้งคู่ต่างก็อ้าปากค้าง มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ด้วยความรู้สึกทึ่งจนแทบหยุดหายใจ

และในวินาทีนั้นเอง...เหล่าโจวก็เหมือนจะฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาเบิกตากว้างแล้วกระซิบเสียงสั่น "เฮ้ย เดี๋ยวก่อนนะแก ! ฉันจำได้ว่า ประธานหลินหว่านเนี่ย เธอมีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยงของประธานหลี่ตงไม่ใช่เหรอวะ ! ? "

"ถ้าอย่างนั้น มันก็แปลว่าประธานหลี่ตงของเราก็คือลูกชายแท้ ๆ ของมหาเศรษฐีหลี่เจ๋อน่ะสิวะ ! ! ? "

พูดจบ ดวงตาของเหล่าโจว ก็เบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้า !

เมื่อได้ฟังทฤษฎีปะติดปะต่อเรื่องราวของเหล่าโจว พนักงานหนุ่มคนนั้นก็ถึงกับบางอ้อเช่นเดียวกัน ! "เชี่ยยยย ! จริงด้วยว่ะ ! ! "

"ประธานหลี่ตงของเราก็แซ่หลี่ แถมประธานหลินก็เป็นภรรยาของมหาเศรษฐีหลี่เจ๋อ แล้วเธอก็เป็นแม่เลี้ยงของประธานหลี่ตง นี่มัน ! หลักฐานมันมัดตัวชัดเจนขนาดนี้แล้ว ! ! "

"โอ้โหหห นี่มันพล็อตหนังชัด ๆ ! ! ประธานหลี่ตงของเราดันกลายเป็นลูกชายแท้ ๆ ของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกไปซะได้ ! ! "

เหล่าโจวกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก ภายในใจของเขาสั่นสะท้านไปด้วยคลื่นแห่งความตื่นตะลึง ที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน !

แต่เนื่องจากในตอนนี้ยังเป็นเวลาทำงาน พวกเขาทั้งสองคนจึงทำได้เพียงแค่กระซิบกระซาบแลกเปลี่ยนความตกใจกันเบา ๆ ไม่กล้าที่จะโวยวายเสียงดัง

ทว่า หลังจากที่ได้รับรู้ความลับระดับจักรวาลว่าหลี่ตงคือลูกชายของหลี่เจ๋อ สมาธิในการทำงานของพวกเขาก็แตกกระเจิงไปจนหมดสิ้น !

หลังจากที่ หลี่เจ๋อ, หลินหว่าน และเจียงหมิง เดินทางกลับไปแล้ว พวกเขาก็นั่งทำงานแบบขอไปทีจนกระทั่งถึงเวลาเลิกงานอย่างเป็นทางการ !

ทันทีที่เข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาเลิกงาน ทั้งสองคนก็เก็บอาการไม่อยู่ รีบกระจายข่าวบอกต่อเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ทันที !

"นี่พวกแก ! รู้ไหมว่า ผู้ชายคนที่มารับประธานหลินหว่านเมื่อกี้นี้น่ะ เขาคือใคร ? " เหล่าโจวเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

เมื่อเห็นท่าทีลับลมคมในของเหล่าโจว เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ก็หันมามองหน้ากันด้วยความสงสัย

"ใครเหรอวะ ? ทำไมแกถึงต้องทำหน้าทำตาตื่นเต้นขนาดนั้นด้วย ? หรือว่า สามีของประธานหลิน เขาจะเป็นคนใหญ่คนโตมาจากไหน ? " พนักงานคนหนึ่งถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"นั่นสิ เหล่าโจว ! แกไปรู้จักสามีของประธานหลินตอนไหนวะ ? " อีกคนช่วยผสมโรง

เหล่าโจวหัวเราะหึ ๆ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโอ้อวด "หึ ! จะเรียกว่าคนใหญ่คนโตมันก็ยังน้อยไปโว้ย ! ระดับสามีของประธานหลินน่ะ เขาเรียกว่าบิ๊กเบิ้มระดับโลกชนิดที่หาใครเปรียบไม่ได้เลยต่างหากเล่า ! "

"โอ้โฮ ! ขนาดนั้นเลยเหรอวะ ! ? งั้นแกรีบ ๆ เล่ามาเลย ! ว่าตกลงสามีประธานหลินเขาเป็นใครกันแน่ ! ? "

ต่อมเผือกของทุกคนทำงานอย่างหนัก รีบเร่งเร้าให้เหล่าโจวคายความลับออกมาไว ๆ

เหล่าโจวปรายตามองทุกคน ก่อนจะเฉลยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "สามีของประธานหลินหว่านก็คือประธานใหญ่แห่งเจ๋อรัน เทคโนโลยี...มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก หลี่เจ๋อ ยังไงล่ะโว้ย ! ! "

"เชี่ยยยย ! ! "

"เฮ้ยยยย ! ! "

...

ทันทีที่ชื่อของหลี่เจ๋อหลุดออกมาจากปากของเหล่าโจว เสียงอุทานด่าทอด้วยความช็อกก็ระเบิดขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งออฟฟิศ !

ทุกคนเบิกตากว้าง ด้วยความตกตะลึง !

"ล ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย ! ? ผู้ชายคนเมื่อกี้คือมหาเศรษฐีหลี่เจ๋อจริง ๆ เหรอวะ ! ? "

บางคนก็ยังไม่อยากจะเชื่อ

แต่ก็มีพนักงานบางคน ที่เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้

"เออว่ะ ! คนเมื่อกี้มันก็คือมหาเศรษฐีหลี่เจ๋อจริง ๆ ด้วย ! มิน่าล่ะ ! ตอนที่ฉันมองหน้าเขา ฉันก็รู้สึกคุ้น ๆ อยู่เหมือนกัน ! "

"นี่มันเหนือจินตนาการไปแล้ว ! มหาเศรษฐีระดับหลี่เจ๋อดันกลายมาเป็นสามีของประธานหลินหว่านซะงั้น..."

เมื่อเห็นอาการตกตะลึงของทุกคน เหล่าโจวก็ไม่รอช้า รีบทิ้งระเบิดลูกที่สองตามไปติด ๆ "ความพีคมันยังไม่จบแค่นั้นนะโว้ย ! พวกแกลองคิดตามดูดี ๆ สิ ! ในเมื่อประธานหลินหว่าน เธอมีสถานะเป็นแม่เลี้ยงของประธานหลี่ตงใช่ไหมล่ะ ? "

"นั่นก็หมายความว่า ประธานหลี่ตงของเราก็คือลูกชายแท้ ๆ ของมหาเศรษฐีหลี่เจ๋อนั่นเอง ! "

สิ้นประโยคนี้ ทุกคนในออฟฟิศก็ถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกและนั่งช็อกตาค้างกันไปเป็นแถบ ๆ !

ทุกคนในบริษัทล้วนรู้ซึ้งถึงความสัมพันธ์ระหว่างหลี่ตงกับหลินหว่านเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

เมื่อเหล่าโจวพูดสะกิดเตือนสติขึ้นมา ทุกคนก็พลันกระจ่างแจ้งและเชื่อมโยงเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ! ทว่า สำหรับพวกเขาแล้ว ข่าวใหญ่ระดับโลกในครั้งนี้ มันช่างเป็นเรื่องที่น่าตื่นตะลึงและชวนให้ขนลุกมากเกินกว่าจะตั้งรับได้ทันจริง ๆ !

"นึกไม่ถึงเลยแฮะ ว่าบริษัทของเราจะมีแบ็กอัประดับโลกซ่อนอยู่แบบนี้ ! "

"ใช่เลย ! มหาเศรษฐีหลี่เจ๋อคือสามีของประธานหลิน และเป็นพ่อแท้ ๆ ของประธานหลี่ตง นี่มันพล็อตเรื่องที่ฉันไม่เคยจินตนาการถึงเลยจริง ๆ ว่ะ ! "

"จะรู้สึกเชื่อหรือไม่อยากจะเชื่อ ความจริงมันก็วางแผ่หลาอยู่ตรงหน้าแล้วนี่ไง ! แต่ยอมรับเลยนะว่ามันมหัศจรรย์จริง ๆ ว่ะ ! "

ในขณะที่บรรดาพนักงานเจียเจี้ยว กำลังจับกลุ่มซุบซิบนินทากันอย่างเมามัน...

ทางด้านของหลี่เจ๋อและหลินหว่านก็ได้ก้าวขึ้นไปนั่งบนรถโรลส์-รอยซ์ แฟนทอมคันหรู เตรียมตัวเดินทางมุ่งหน้ากลับบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

"เสี่ยวหว่าน หลังจากนี้คุณก็ใช้เวลาพักผ่อนดูแลครรภ์อยู่ที่บ้านให้เต็มที่เลยนะ พอคลอดลูกเสร็จแล้ว ถ้าคุณรู้สึกเบื่อหรืออยากจะกลับมาทำงาน เมื่อไหร่ ค่อยกลับไปทำทีหลังก็ยังไม่สายนะ..."

หลี่เจ๋อเอ่ยปากบอกด้วยความเป็นห่วง

"อืม"

หลินหว่านพยักหน้ารับ "แต่ถ้าจะให้กลับไปทำงาน ฉันก็คงต้องรอให้ลูกอายุครบขวบซะก่อนน่ะค่ะ..."

"ถ้าลองคำนวณดูแล้ว ก็คงต้องพักไปอีกปีกว่า ๆ เลยล่ะค่ะ..."

หลี่เจ๋อคลี่ยิ้มบาง ๆ แล้วพูดว่า "จะหยุดพักนานแค่ไหนก็ไม่เป็นไรหรอก ! ยังไงซะ บ้านเราก็ไม่เดือดร้อนเรื่องเงินอยู่แล้วนี่นา ต่อให้คุณจะลาออก มาอยู่บ้านเป็นคุณนายเฉย ๆ ก็ไม่มีใครว่าหรอก ! "

หลินหว่านหลุดยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

ถึงแม้ว่า ลึก ๆ แล้ว เธอจะไม่ได้เป็นผู้หญิงที่มีความทะเยอทะยานในหน้าที่การงานมากมายอะไรนัก แต่การจะต้องอุดอู้เป็นแม่บ้านคอยเลี้ยงลูกอยู่แต่ในบ้านตลอดเวลา มันก็เป็นชีวิตที่น่าเบื่อหน่ายและจืดชืดเกินไปสำหรับเธอ การได้มีกิจการเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้คอยบริหารจัดการ มันก็ทำให้ชีวิตมีสีสันขึ้นมาบ้าง

ในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังนั่งพูดคุยสัพเพเหระกันอยู่นั้น...

เมื่อรถยนต์ขับแล่นผ่านมหาวิทยาลัยเจียวทงเซี่ยงไฮ้ หลินหว่านก็ชะงัก และรีบชี้มือออกไปนอกหน้าต่างรถ พร้อมกับพูดขึ้นว่า "ที่รักคะ ! นั่นมัน เสี่ยวตงไม่ใช่เหรอคะ ? เหมือนเขากำลังยืนอยู่กับกลุ่มเพื่อน ๆ ของเขาเลย..."

เมื่อหลี่เจ๋อได้ยินที่หลินหว่านทัก เขาก็รีบหันขวับ มองตามทิศทางที่นิ้วของเธอชี้ไป

แล้วเขาก็เห็น ที่ริมฟุตปาธห่างออกไปไม่ไกลนัก...หลี่ตงกำลังเดินพูดคุยหัวเราะร่าอยู่กับกลุ่มเพื่อนร่วมชั้นของเขา

"อาหมิง ขับรถไปจอดเทียบตรงนั้นหน่อยสิ"

หลี่เจ๋อหันไปสั่งการเจียงหมิงคนขับรถของเขาทันที

"รับทราบครับ บอส ! "

เจียงหมิงรับคำ แล้วค่อย ๆ เคลื่อนรถตรงเข้าไปหาเป้าหมาย...

ทางด้านของหลี่ตงที่กำลังเดินคุยเล่นอยู่กับเหลยเหวินปินและหลี่จิ้งเยว่ หางตาของเขาก็ดันไปสะดุดเข้ากับรถของหลี่เจ๋อเข้าพอดี เขาชะงักไปครู่หนึ่งและเผลอหยุดเดินกะทันหัน ก่อนจะปรายตามองไปยังแก๊งเพื่อนซี้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

"อ้าว หลี่ตงเป็นอะไรไปวะ ? "

เมื่อเห็นหลี่ตงจู่ ๆ ก็หยุดเดิน เหลยเหวินปินก็ถามด้วยความงุนงง

หลี่ตงกระแอมไอเบา ๆ กำลังจะอ้าปากพูด...

แต่ประจวบเหมาะพอดี หวังอี้ฝานก็ดันเหลือบไปเห็นรถโรลส์-รอยซ์ของหลี่เจ๋อเข้าเสียก่อน ! เขาถึงกับเบิกตากว้าง แล้วหลุดปากอุทานออกมาเสียงดังลั่น "เชี่ยยยย ! ! นั่นมันโรลส์-รอยซ์นี่หว่า ! ! "

"จุ๊ ๆ ไม่รู้ว่าเป็นมหาเศรษฐีหน้าไหนนั่งอยู่ในรถคันนั้นนะ แต่นี่มันคือ โรลส์-รอยซ์ เลยนะโว้ย ! รถหรูระดับสิบล้านเชียวนะ ! ! "

เมื่อได้ยินคำอุทานของหวังอี้ฝาน เหลยเหวินปิน, หลิวฉี, และหลี่จิ้งเยว่ ต่างก็หันขวับไปมองตามทิศทางนั้นกันเป็นตาเดียว

"เฮ้ย ! โรลส์-รอยซ์ จริง ๆ ด้วยว่ะ ! แถมเป็นรุ่นโรลส์-รอยซ์ แฟนทอมด้วยนะเนี่ย ! ราคาเบ็ดเสร็จ ตอนออกศูนย์ อย่างต่ำ ๆ ก็ต้องปาเข้าไปสิบกว่าล้านหยวนแน่ ๆ ! " เหลยเหวินปินซึ่งเป็นพวกบ้าบอเรื่องรถ ประเมินราคาเสร็จสรรพ

จากนั้น เขาก็ถอนหายใจด้วยความอิจฉาตาร้อน "มหานครเซี่ยงไฮ้นี่ สมกับเป็นเมืองหลวงแห่งความมั่งคั่งจริง ๆ ว่ะ ! คนรวยเดินชนกันให้ควั่ก ! รถซูเปอร์คาร์ รถหรูระดับนี้มีวิ่งให้เห็นกันเกลื่อนกลาดตามท้องถนนไปหมด ! "

จังหวะนั้นเอง หลิวฉีก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า "เอ๊ะ พวกแก ทำไมฉันรู้สึกว่า ไอ้รถโรลส์-รอยซ์ คันนั้น มันกำลังขับตรงดิ่งมาหาพวกเราเลยวะ ? "

หืม ?

ได้ยินดังนั้น เหลยเหวินปินและหวังอี้ฝานก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติตาม

"เออว่ะ ดูเหมือน มันจะแล่นตรงมาทางเราจริง ๆ ด้วย แถมยังชะลอความเร็วลงอีกต่างหาก..."

เมื่อเห็นรถกำลังจะมาเทียบจอด หลี่ตงก็กระแอมไอขึ้นมาอีกครั้ง "อะแฮ่ม ! เอ่อ คือว่ารถคันนั้นน่ะรถของพ่อฉันเองแหละ พ่อฉันคงจะเห็นฉันเดินอยู่แถวนี้ ก็เลยให้คนขับรถแวะมาหาน่ะ..."

ห๊ะ ! ! ?

สิ้นคำสารภาพของหลี่ตง เหลยเหวินปินและเพื่อน ๆ ก็ถึงกับสตั๊นไปเป็นแถบ ๆ ! พวกเขาหันขวับมาจ้องหน้าหลี่ตงตาค้าง !

"ต หลี่ตง ! น นี่แกพูดจริงดิ ! ? นั่นคือรถของพ่อแกจริง ๆ เหรอวะ ! ? "

หวังอี้ฝานอดไม่ได้ที่จะถามย้ำ อีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

หลี่ตงยักไหล่ชิลๆ "ใช่แล้ว"

"เอ่อ โอเค ฉันว่าแล้วเชียว ว่ามหาเศรษฐีหน้าไหนจะมาขับรถหรูโฉบไปโฉบมาแถวมหา'ลัยเรา ที่แท้ก็คือพ่อของหลี่ตงนี่เอง ! "

หวังอี้ฝานเกาหัวแกรก ๆ

เอาเข้าจริง ๆ แล้ว พวกเขาทุกคน ก็พอจะรู้ระแคะระคายมาบ้าง ว่าครอบครัวของหลี่ตงจัดอยู่ในขั้นอภิมหาเศรษฐี ดังนั้นการที่ได้เห็นพ่อของเขานั่งรถระดับโรลส์-รอยซ์ แฟนทอมมาปรากฏตัว มันก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาช็อกหรือแปลกใจอะไรมากมายนัก

จริงอยู่ที่โรลส์-รอยซ์ แฟนทอม มันโคตรแพง แต่เมื่อเทียบกับความอู้ฟู่ของครอบครัวหลี่ตง การจะซื้อรถคันแค่นี้มาขับ มันก็คงเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยสำหรับพวกเขาอยู่แล้ว !

แต่คนที่ดูจะมีปฏิกิริยาตื่นเต้นมากกว่าใครเพื่อน กลับเป็นหลี่จิ้งเยว่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอแอบปรายตามองหลี่ตงแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตากลับไปจ้อง รถโรลส์-รอยซ์ที่กำลังแล่นเข้ามาใกล้ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นสุด ๆ เธอแอบคิดในใจ ว้าว ! นี่ก็แปลว่า...คุณพ่อของหลี่ตง มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกคนนั้น กำลังนั่งอยู่ในรถคันนี้งั้นเหรอเนี่ย ! ?

ถึงแม้เธอจะเคยเห็นรูปภาพของหลี่เจ๋อผ่านทางอินเทอร์เน็ตมาบ้างแล้ว แต่การได้เจอตัวจริงเสียงจริง มันก็ย่อมต้องทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นและตั้งตารอเป็นธรรมดา

และแล้ว เจียงหมิงก็บังคับรถโรลส์-รอยซ์ เข้ามาจอดเทียบฟุตปาธ ตรงหน้ากลุ่มของหลี่ตงพอดี

ทันทีที่รถจอดสนิท กระจกฝั่งผู้โดยสารก็ถูกเลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าของหลี่เจ๋อที่ชะโงกหน้าออกมา แล้วถามลูกชาย "เสี่ยวตง นี่แกกำลังจะไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน หรือกำลังจะไปไหนล่ะ ? "

หลี่ตงรีบตอบ "เปล่าครับพ่อ พวกเรากำลังจะไปหาข้าวเย็นกินด้วยกันพอดีเลยครับ"

"อ้อ แบบนี้นี่เอง..."

หลี่เจ๋อพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะถามต่อ "แล้วคืนนี้ แกจะกลับไปนอนบ้านไหม ? อ้อ แล้วช่วงวันหยุดยาววันชาติแกจะกลับไปพักที่บ้านด้วยหรือเปล่า ? "

หลี่ตงตอบว่า "เอ่อ เดี๋ยวผมค่อยกลับพรุ่งนี้ก็แล้วกันครับพ่อ เพราะคืนนี้ กว่าพวกเราจะกินข้าวแล้วไปเดินเล่น กันเสร็จ ก็คงดึกน่าดู เอาเป็นว่า คืนนี้ผมนอนพักที่หอพักไปเลยก็แล้วกันครับ..."

"อืม เอาที่แกสะดวกก็แล้วกัน"

หลี่เจ๋อพยักหน้ารับอย่างไม่ซีเรียส

ในระหว่างที่สองพ่อลูกกำลังยืนคุยกันอยู่นั้น สายตาของหลี่จิ้งเยว่ก็เอาแต่จดจ้องสำรวจใบหน้าของหลี่เจ๋ออย่างไม่วางตา

เช่นเดียวกับพวกเหลยเหวินปิน, หวังอี้ฝาน, และหลิวฉี ที่ต่างก็มองหลี่เจ๋อ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นเดียวกัน

ทว่า หลังจากที่เหลยเหวินปินเพ่งมองใบหน้าของหลี่เจ๋ออยู่ครู่หนึ่ง คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันมุ่น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยและคลางแคลงใจอย่างปิดไม่มิด

เขาอดไม่ได้ที่จะสะกิดสีข้างของหวังอี้ฝานเบา ๆ แล้วกระซิบกระซาบ ข้างหู "เฮ้ย ไอ้หวัง แกว่าหน้าตาของพ่อหลี่ตงเนี่ย ทำไมฉันมอง ๆ ดูแล้ว โครงหน้าแกถึงได้แอบคล้ายกับประธานใหญ่แห่งเจ๋อรัน เทคโนโลยี...หลี่เจ๋อ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกเลยวะ ! ? "

เมื่อได้ยินข้อสังเกตของเหลยเหวินปิน หวังอี้ฝานก็สะดุ้งโหยง เขาหันขวับ ไปมองหน้าเหลยเหวินปิน แล้วกระซิบตอบด้วยความตกใจ "จะบ้าเหรอวะ เหลยจื่อ ! แกแน่ใจเหรอวะ ว่าพ่อหลี่ตงจะเป็นมหาเศรษฐีหลี่เจ๋อจริง ๆ ! ? "

"ฉันไม่รู้เหมือนกันว่ะ ปกติ ฉันจำหน้ามหาเศรษฐีหลี่เจ๋อไม่ค่อยได้หรอก..."

เหลยเหวินปินขมวดคิ้วแน่นขึ้น "ฉันก็ไม่ฟันธง 100% หรอกนะ แต่บอกตรง ๆ ว่า โครงหน้าแกโคตรคล้ายเลยว่ะ ! "

"นี่มัน..."

หวังอี้ฝานเริ่มมีอาการลังเล เขาอดไม่ได้ที่จะหันไปจ้องหน้าหลี่เจ๋ออีกครั้งแบบเน้น ๆ เพื่อพิจารณาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง บทสนทนาระหว่างหลี่เจ๋อกับลูกชายก็จบลงพอดี สายตาของหลี่เจ๋อจึงเหลือบมามองแก๊งเพื่อน ๆ ของลูกชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก่อนที่สายตาของเขา จะไปหยุดอยู่ที่ใบหน้าของหลี่จิ้งเยว่'

หลี่เจ๋อคลี่ยิ้ม แล้วหันไปถามหลี่ตง "เสี่ยวตง น้องผู้หญิงคนนี้ ใช่เพื่อนร่วมชั้นที่แกเคยเล่าให้พ่อฟัง ที่เป็นหัวหน้าห้องของแกหรือเปล่า ? "

"อืม ! ใช่แล้วครับพ่อ เธอคือหัวหน้าห้อง ชื่อหลี่จิ้งเยว่ครับ ! "

หลี่ตงตอบรับอย่างอารมณ์ดี

หลี่เจ๋อพยักหน้ารับรู้ พลางคลี่ยิ้มเตรียมจะเอ่ยทักทาย...

แต่ทว่า เมื่อหลี่จิ้งเยว่เห็นหลี่เจ๋อเอ่ยถึงตัวเอง เธอก็รีบก้าวออกมาข้างหน้า ทันทีด้วยท่าทีที่ดูประหม่าและเกร็งเล็กน้อย ก่อนจะค้อมศีรษะเอ่ยปากทักทายอย่างนอบน้อม "ส สวัสดีค่ะ คุณอาหลี่ ! "

"คุณพ่อของหนู ชื่อหลี่หัวค่ะ ! เป็นพนักงานใต้บังคับบัญชา อยู่ในบริษัทของคุณอาค่ะ..."

เมื่อได้ยินการแนะนำตัวของเธอ หลี่เจ๋อก็ยิ้มกว้างขึ้น "อ้อ ! อาจำได้แล้ว ! เมื่อตอนงานเลี้ยงฉลองปีใหม่ อาเคยได้มีโอกาสพูดคุยเรื่องของเธอกับเสี่ยวตง ให้พ่อของเธอฟังอยู่เหมือนกันนะ"

เมื่อได้ยินบทสนทนา พวกเหลยเหวินปินก็เพิ่งจะได้สติ พวกเขารีบก้าวเข้าไปทักทายอย่างพร้อมเพรียง "สวัสดีครับ คุณอาหลี่ ! พวกเราเป็นเพื่อนร่วมชั้นแล้วก็เป็นรูมเมตแก๊งเดียวกันกับหลี่ตงครับ ! "

เมื่อได้รับการทักทายจากบรรดาเพื่อนๆ ของลูกชาย หลี่เจ๋อก็ยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร "สวัสดีทุกคนครับ ถ้าวันไหนว่าง ๆ ก็บอกให้เสี่ยวตงพาพวกเธอไปเที่ยวเล่นที่บ้านอาบ้างนะ..."

"ขอบพระคุณมากครับ คุณอา ! "

พวกเหลยเหวินปิน รีบตอบรับด้วยความยินดี

จากนั้น หลี่เจ๋อก็หันไปบอกลูกชาย "เสี่ยวตง ถ้าอย่างนั้น พ่อกับแม่เล็กขอตัวกลับบ้านก่อนนะ ไม่รบกวนเวลาพวกแกแล้ว อ้อ ! แล้วคืนนี้ก็อย่าเที่ยวเล่นจนดึกดื่นมากล่ะ เข้าใจไหม ? "

"รับทราบครับผม ! "

หลี่ตงขานรับอย่างเชื่อฟัง

หลังจากกำชับเสร็จ หลี่เจ๋อก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาหันไปพยักหน้าสั่งการ เจียงหมิง ก่อนที่รถโรลส์-รอยซ์ แฟนทอม คันหรู จะเคลื่อนตัวออกไปจากบริเวณนั้นอย่างช้า ๆ  ...

โดยตลอดเวลาที่สนทนา...หลินหว่านที่นั่งอยู่เบาะหลังอีกฝั่ง ก็เพียงแค่ส่งยิ้มบาง ๆ ให้ แต่ไม่ได้เอ่ยปากทักทายใคร

เมื่อรถโรลส์-รอยซ์ แล่นลับสายตาไป...

เหลยเหวินปินก็รีบพุ่งเข้ามาจับไหล่หลี่ตง แล้วเอ่ยปากถามรัว ๆ ด้วยความอัดอั้นตันใจที่เก็บไว้มานาน "หลี่ตง ! พ่อแกน่ะ ! ตกลงว่าเขาคือประธานใหญ่แห่งเจ๋อรัน เทคโนโลยี...มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก หลี่เจ๋อใช่ไหมวะ ! ? "

"นั่นดิ หลี่ตง ! ตกลงว่า พ่อแกคือมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกตัวจริงเสียงจริงเลยเหรอวะ ! ? "

หวังอี้ฝานก็ทนเก็บความสงสัยเอาไว้ไม่อยู่ รีบถามย้ำอีกคน

และสำหรับหลิวฉีที่ไม่ได้เอะใจและไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยมาตั้งแต่แรก พอได้ยินคำถามของเพื่อนทั้งสอง เขาก็ถึงกับสะดุ้งโหยง เบิกตากว้างด้วยความช็อกสุดขีด ! "ฮะ ! ? เดี๋ยวก่อนนะ เหลยจื่อ, ไอ้หวัง ! แกกำลังจะบอกว่า...พ่อหลี่ตงคือมหาเศรษฐีระดับโลกหลี่เจ๋องั้นเหรอ ! ! ? "

เหลยเหวินปินพยักหน้าอย่างมั่นใจ "อืม ! ฉันก็มองว่าเขาหน้าตาคล้ายมาก ๆ เลยนะ ! แล้วแกจำที่หัวหน้าห้องพูดแนะนำตัวเมื่อกี้ไม่ได้หรือไงวะ ? เธอเพิ่งบอกไปหมาด ๆ ว่าพ่อของเธอเป็นพนักงานอยู่ในบริษัทของพ่อหลี่ตงน่ะ ! แล้วแกก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าพ่อของหัวหน้าห้องเป็นถึงผู้บริหารระดับสูงของบริษัท เจ๋อรัน เทคโนโลยี เชียวนะโว้ย ! ..."

พูดจบ เหลยเหวินปินก็หันกลับมาจ้องหน้าหลี่ตงเขม็ง "หลี่ตง ! ตกลงว่าใช่หรือไม่ใช่วะฮะ ! ? "

หลี่ตงหัวเราะแหะๆ เขาพยักหน้ายอมรับ อย่างเสียไม่ได้ "อืม ! ใช่แล้วล่ะ พ่อฉันก็คือมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกนั่นแหละ"

"เชี่ยยยยย ! ! ! พ่อแกเป็นมหาเศรษฐีระดับโลกจริง ๆ ด้วย ! ! ? ? ..."

เมื่อได้รับคำยืนยันอย่างเป็นทางการจากปากหลี่ตง หวังอี้ฝานก็ทนไม่ไหว สบถคำหยาบออกมาเสียงดังลั่น !

ทางฝั่งของเหลยเหวินปินก็ถึงกับอ้าปากค้าง เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติ ก่อนจะโวยวายออกมาว่า "หลี่ตงเอ๊ยยย ! แกนี่มัน แกนี่มันปิดบังความลับได้เก่งกาจและล้ำลึกระดับเทพเลยนะ ! ! "

"พ่อแกคือมหาเศรษฐีระดับโลก ! ! เชี่ยยย ! มิน่าล่ะ แกถึงสามารถเสกสมาร์ทโฟนซิงเย่ารุ่นคัสตอมสีพิเศษต่าง ๆ นานา ออกมาแจกจ่ายได้อย่างหน้าตาเฉย ! แถมพ่อแกยังยอมโยนเงินสองร้อยล้านหยวนมาให้แกทำทุนสร้างบริษัทเล่น ๆ อีกต่างหาก ! ! "

หลิวฉีที่เพิ่งจะรู้ความจริง ก็อยู่ในอาการช็อกตาตั้งไม่ต่างกัน...

เขาเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า จ้องมองหน้าหลี่ตงราวกับเห็นผี เขากลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อกหลายต่อหลายครั้ง กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอ และอุทานออกมาด้วยความสั่นเครือ "โอ้มายก๊อด ! นั่นมันมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกเลยนะโว้ย ! และเขาเป็น...พ่อแกเนี่ยนะ ! ? "

"นี่ ฉัน ฉันไม่ได้กำลังฝันไปใช่ไหมเนี่ย ! ! ? "

เมื่อเห็นปฏิกิริยาสติแตกของเพื่อนสนิททั้งสามคน หลี่ตงก็ยกมือขึ้นลูบจมูกตัวเองแก้เขิน "เอ่อ พวกแก เรื่องแค่นี้มันไม่น่าจะถึงขั้นต้องตกอกตกใจเบอร์นั้นเลยมั้ง ? "

"อืม ! ใช่แล้วล่ะ ! มันก็ไม่ได้มีอะไรให้น่าตื่นเต้นสักหน่อย ! เขาก็เป็นแค่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกธรรมดา ๆ คนนึง ไม่ใช่เหรอ ? จริงไหมล่ะหลี่ตง ? "

หลี่จิ้งเยว่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พยักหน้าเห็นด้วยอย่างจริงจัง ก่อนจะเอ่ยปากสนับสนุนหลี่ตง

ทว่า สายตาที่เธอใช้จ้องมองหลี่ตงนั้น มันเต็มเปี่ยมไปด้วยความล้อเลียนและประชดประชันอย่างปิดไม่มิด !

หลี่ตงยิ้มแหย ๆ "แฮะ ๆ หัวหน้าห้อง เธอก็รู้ความลับของฉันมาตั้งแต่แรก แล้วนี่นา อย่ามาทำเป็นตื่นเต้นผสมโรงกับพวกเขาหน่อยเลยน่า แล้วอีกอย่าง...พ่อก็ส่วนพ่อ ฉันก็ส่วนฉัน มันเป็นคนละเรื่องกัน"

เมื่อได้ยินตรรกะสุดปัญญาอ่อนของหลี่ตง พวกเหลยเหวินปินถึงกับหันมามองหน้ากันเองด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ ลึก ๆ แล้ว พวกเขารู้สึกจุกอกและไร้คำบรรยายกับไอ้เพื่อนคนนี้จนอธิบายไม่ถูก ภายในจิตใจของพวกเขาในตอนนี้ มันกำลังปั่นป่วนและสั่นสะเทือนราวกับถูกคลื่นยักษ์สึนามิซัดกระหน่ำเข้าใส่อย่างจัง !

จริงอยู่ที่ว่า พวกเขารู้อยู่แก่ใจมาตั้งแต่แรกว่าพื้นเพครอบครัวของหลี่ตง จัดอยู่ในหมวดรวยล้นฟ้า อาจจะมีทรัพย์สินระดับร้อยล้านพันล้านหยวน หรืออาจจะแตะหลักหมื่นล้านเลยด้วยซ้ำ !

แต่ไม่มีใครคาดคิดเลยจริง ๆ ว่าความรวยของครอบครัวมันจะพุ่งทะยานทะลุชั้นบรรยากาศ ทะลุระบบสุริยะไปไกลถึงเบอร์นี้ ! !

พ่อของเขาคือมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ที่เคยฟาดสถิติมีมูลค่าทรัพย์สินพุ่งทะลุแสนล้านดอลลาร์สหรัฐมาแล้ว ! !

แรงสั่นสะเทือนทางอารมณ์จากการได้รับรู้ความจริงข้อนี้ มันช่างรุนแรงและมหาศาล ! รุนแรงยิ่งกว่าสิบเท่าของตอนที่พวกเขาได้รับรู้ความจริง ว่าหลี่ตงคือผู้ก่อตั้งเซี่ยวเน่ยในตอนแรกเสียอีก ! !

เพราะเอาจริง ๆ แล้ว บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเซี่ยวเน่ยต่อให้มันจะเจ๋งหรือยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าสักแค่ไหน มันก็เป็นเพียงแค่บริษัทออนไลน์บริษัทหนึ่งเท่านั้น

อย่างน้อย ๆ ในปัจจุบัน มูลค่าสูงสุดของเซี่ยวเน่ย มันก็คงจะตกอยู่แค่ราว ๆ ไม่กี่พันล้าน หรืออย่างมากก็แค่หลักหมื่นล้านหยวนเท่านั้น !

ถ้าเอาตัวเลขขี้ปะติ๋วระดับนั้นไปเปรียบเทียบกับทรัพย์สินสุทธิของหลี่เจ๋อ ที่สูงลิบลิ่วทะลุหลักหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ มันช่างเป็นเรื่องที่เทียบกันไม่ติดเหมือนเอาฝุ่นผงไปเทียบกับขุนเขาเลยสักนิด !

และในวินาทีนี้เอง พวกเหลยเหวินปินก็เพิ่งจะกระจ่างแจ้งเข้าถึงแก่นแท้เลยทีเดียว ! ว่าทำไมที่ผ่านมา เวลาที่หลี่ตงเอ่ยปากพูดถึงบริษัทเซี่ยวเน่ย ท่าทีของมันถึงได้ดูชิลและไม่สะทกสะท้านขนาดนั้น !

แถมยังทำตัวเหมือนกับว่าบริษัทยักษ์ใหญ่นั้น มันไม่ได้มีค่าหรือสำคัญอะไรในสายตามันเลยสักนิด !

ที่แท้ มันก็เป็นเพราะหมอนี่มันมีแบ็กอัปเป็นถึงมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกนี่เอง ! !

ก็แหงล่ะ ! มีพ่อรวยระดับโลกคอยคุ้มครองอยู่แบบนี้ ต่อให้เซี่ยวเน่ย จะเจ๊งหรือหายไป มันก็คงจะรู้สึกเฉย ๆ ไม่ได้สะทกสะท้านอะไรอยู่แล้ว !

"หลี่ตง ฉันไม่รู้จะสรรหาคำด่าไหนมานิยามความรู้สึกของฉันในตอนนี้ดีแล้วว่ะ..."

เหลยเหวินปินจ้องหน้าหลี่ตงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย แล้วพ่นลมหายใจออกมา

"เออ ฉันก็เหมือนกัน ! ฉันรู้สึกว่าความลับและเบื้องหลังของแกเนี่ย มันจะล้ำลึกสุดหยั่งคาดจนฉันตามไม่ทันแล้วว่ะ ! "

"สมมุตินะ ถ้าวันนึง แกเดินมาบอกฉันว่า แท้จริงแล้วแกคือเอเลี่ยนต่างดาว หรือไม่ก็เป็นผู้ทะลุมิติเหมือนกับพระเอกในนิยายออนไลน์ที่พวกฉันชอบอ่านล่ะก็ ฉันก็คงจะไม่รู้สึกแปลกใจเหี้ยอะไรอีกต่อไปแล้วล่ะ ! ..."

หวังอี้ฝานพยักหน้าเห็นด้วย พร้อมกับรำพึงรำพันออกมาด้วยน้ำเสียงที่เลื่อนลอย ราวกับคนไร้วิญญาณ !

"เอ่อ..."

หลี่ตงได้แต่หัวเราะแหะ ๆ ด้วยความขัดเขิน เขาเม้มปาก ก่อนจะพยายามแก้ต่าง "มันไม่ได้โอเวอร์ขนาดนั้นสักหน่อยป่าววะ ? "

แน่นอนว่า ไม่มีเสียงตอบรับหรือคำเห็นด้วยใด ๆ จากแก๊งเพื่อนซี้ทั้งสามคนเลย พวกเขาทำเพียงแค่จ้องหน้าหลี่ตงแล้วพร้อมใจกันพยักหน้ายืนยันหนักแน่นว่ามันโอเวอร์สุด ๆ !

เมื่อเห็นสภาพใบหน้าที่ปั้นยากและไร้วิญญาณของเพื่อนทั้งสาม...หลี่จิ้งเยว่ก็ทนเก็บอาการไม่อยู่ เธอหลุดขำพรืดออกมาเสียงดังลั่น ! แล้วยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะอย่างชอบใจ

และดูเหมือนว่า...เสียงหัวเราะสดใสของหลี่จิ้งเยว่ จะเป็นตัวช่วยดึงสติของพวกเขากลับคืนมาได้...

หวังอี้ฝานหันขวับไปทางหลี่จิ้งเยว่ ก่อนจะบ่นอุบ "จะว่าไป หัวหน้าห้อง เธอนี่ก็เก็บความลับได้เก่งกาจไม่เบาเลยนะ ! เมื่อกี้หลี่ตงมันก็บอกอยู่ว่าเธอรู้ความลับเรื่องพ่อมันมาตั้งนานแล้ว ! แต่เธอเนี่ยนะ ไม่ยอมหลุดปากหรือแย้มพรายให้พวกเราฟังเลยสักนิด ! ..."

"นั่นดิวะ ! หัวหน้าห้อง เธอนี่ไม่ใจเลยนะ ! ..." เหลยเหวินปินผสมโรง

หลี่จิ้งเยว่พยายามกลั้นขำ แล้วโบกไม้โบกมือปฏิเสธ "เรื่องนี้จะมาโทษฉันไม่ได้นะยะ ! ก็หลี่ตงนั่นแหละ เป็นคนสั่งห้ามไม่ให้ฉันพูด ในเมื่อฉันรับปากเขาไปแล้ว ฉันจะเอาความลับมาแฉให้พวกนายฟังได้ยังไงเล่า ? "

เมื่อได้ยินข้อแก้ตัว พวกเหลยเหวินปิน ก็ได้แต่หันกลับมามองหน้าหลี่ตง ด้วยสายตาที่พูดไม่ออกบอกไม่ถูกอีกครั้ง

"แหะ ๆ  ..." หลี่ตงหัวเราะเจื่อน ๆ ก่อนจะรีบพูดแก้เก้อ "โธ่ มันก็ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรขนาดนั้นไหมวะ เลยไม่รู้จะเอามาอวดทำไม อ้อ ! จริงสิ ! เหลยจื่อ พวกแกก็ช่วยปิดปากให้สนิทด้วยนะ อย่าเอาเรื่องนี้ไปป่าวประกาศให้ใครรู้เด็ดขาด ! "

"ลำพังแค่สถานะผู้ก่อตั้งเซี่ยวเน่ยกับเจียเจี้ยวในตอนนี้ มันก็ทำให้ ฉันตกเป็นเป้าสายตาและโดนคนทั้งมหา'ลัยจับกลุ่มซุบซิบนินทากันจน ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว ! "

"ถ้าเกิดความลับเรื่องพ่อฉันหลุดออกไปอีกเรื่องล่ะก็ ฉันคงไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบสุขอีdต่อไปแน่ ๆ ว่ะ"

"อืม วางใจได้เลย ! ฉันกับไอ้พวกนี้เข้าใจดี พวกฉันจะรูดซิปปากเงียบ ไม่เอาเรื่องนี้ไปแพร่งพรายให้คนอื่นรู้เด็ดขาด..." เหลยเหวินปินรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ

แต่แล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะบ่นกระปอดกระแปดขึ้นมาอีกประโยค "แต่ก็นะ หลี่ตง ! แกเป็นถึงลูกชายมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกเชียวนะ ! แต่ตอนเข้ามาเรียนแรก ๆ แกเสือกทำตัวเนียน แกล้งเป็นเด็กบ้าน ๆ ที่มาจากครอบครัวมนุษย์เงินเดือนซะแนบเนียนเชียว ! "

"แถมเอะอะ ๆ แกก็ชอบเอาแต่พ่นคำว่าบ้าน ฉันก็แค่ครอบครัวธรรมดา ๆ พอกลับมาคิดดูตอนนี้แล้ว...ธรรมดาพ่อแกสิ ! ! "

"เอ๊ย ! ถ้าบ้านระดับมหาเศรษฐีของโลกถูกเรียกว่าครอบครัวธรรมดา งั้นบนโลกใบนี้ มันจะมีครอบครัวของหมาตัวไหนที่ไม่ธรรมดาอีกไหมฮะ ! ? "

เมื่อนึกย้อนไปถึงวีรกรรมคำพูดถ่อมตัวแบบหน้าด้าน ๆ ของหลี่ตงในอดีต เหลยเหวินปินก็รู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูกจนอยากจะบ้าตาย !

ส่วนหวังอี้ฝานกับหลิวฉี ก็รีบพยักหน้าหงึกหงัก เห็นด้วยแบบสุดลิ่มทิ่มประตู !

"นั่นดิวะ ! ครอบครัวธรรมดาพ่องงง แกช่างกล้าพูดออกมาได้นะหลี่ตง ! ครอบครัวธรรมดาที่มีทรัพย์สินหลายหมื่นล้าน เอ้ย ! เป็นแสนล้านดอลลาร์สหรัฐเนี่ยนะ ! ! นี่มันช่างเป็นความธรรมดาที่โคตรจะไม่ธรรมดาเอาซะเลยโว้ยยย ! "

"ย้อนกลับไปตอนปี 1 ฉันแอบหลงเชื่อสนิทใจเลย ว่าฐานะทางบ้านของแก คงจะอยู่ในระดับพอ ๆ กับบ้านฉัน หรืออย่างเก่งก็คงรวยกว่าฉันแค่นิด ๆ หน่อย ๆ ..."

"แต่พอกลับมาคิดทบทวนดูตอนนี้ เชี่ยยย ฉันอับอายจนไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าตัวเองเลยว่ะ..." หวังอี้ฝานร่วมวงบ่นกระปอดกระแปด

แม้แต่หลิวฉีชายหนุ่มผู้แสนซื่อ ก็ยังพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะเปรียบเปรยขึ้นมาว่า "ใช่เลย ตอนนั้นหลี่ตงทำตัวติดดินสุด ๆ ไม่สิ ! มันไม่ใช่แค่ติดดินธรรมดาแล้ว ! แต่พฤติกรรมแกเนี่ย มันเหมือนกับพวกองค์ชายรัชทายาทในซีรีส์ย้อนยุคที่ชอบปลอมตัวลงมาเดินปะปนกับชาวบ้านตาดำ ๆ เพื่อหลอกตาคนชัด ๆ ! "

เมื่อโดนแก๊งเพื่อนซี้รุมทึ้งสับเละ หลี่ตงก็ถึงกับพูดไม่ออก "โธ่ มันก็ไม่มีทางเลือกอื่นไหมวะ ขืน ฉันเดินไปไหนมาไหน แล้วคอยป่าวประกาศว่าพ่อ ฉันคือมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก มันจะไม่กลายเป็นเป้าสายตาที่โดนคนจ้องจับผิดทั้งมหา'ลัยหรือไงวะ ? เพราะงั้น ฉันก็เลยต้องพยายามทำตัวให้โลว์โปรไฟล์ที่สุดไงเล่า..." หลี่ตงตีหน้าซื่อแกล้งทำเป็นผู้ถูกกระทำ

จากนั้น เขาก็รีบหาทางเปลี่ยนเรื่องหนีทันที "เอาล่ะ ๆ เลิกบ่นกันได้แล้ว ! กองทัพต้องเดินด้วยท้อง พวกเรารีบไปหาร้านอร่อย ๆ กระแทกปากกันดีกว่าโว้ย ! ..."

"เออ ไปดิ ! "

"แต่เดี๋ยวก่อน หลี่ตง ! คืนนี้แกต้องเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวพวกฉันนะ ! โทษฐานที่แกบังอาจปิดบังความลับระดับโลกนี้มาตั้งนานสองนาน ! " เหลยเหวินปินชี้หน้าคาดโทษ

"ใช่เลย ! คืนนี้ พวกฉันจะต้องเชือดกระเป๋าตังค์แก ให้เลือดซิบเลยคอยดู ! " หวังอี้ฝานพยักหน้าผสมโรงอย่างอาฆาตมาดร้าย

หลี่ตงทั้งขำทั้งฉิว "เออ ๆ ๆ ! จัดไป ! ฉันเลี้ยงก็ได้ ! คืนนี้พวกแกอยากจะยัดอะไรลงท้อง หรืออยากจะแดกเหล้าแดกเบียร์แพงแค่ไหน ก็สั่งมาได้เต็มที่เลย ไม่ต้องเกรงใจ ! "

"มันแน่อยู่แล้ว ! ต่อให้พวกฉันจะยัดห่ากันพุงกางแค่ไหน มันก็คงไม่มีวันแดกจนมหาเศรษฐีอย่างแกล้มละลายหรอกโว้ย ! "

แก๊งเพื่อนซี้เดินหยอกล้อ ปะทะฝีปากกันไปตลอดทาง จนกระทั่งเดินมาถึงร้านอาหารสุดหรูแห่งหนึ่งในละแวกนั้น หลังจากสั่งอาหารเสร็จสรรพ หลี่ตงก็วกกลับมาคุยเรื่องงานกับเหลยเหวินปินต่อ เกี่ยวกับความคืบหน้าในการเปิดสาขาใหม่ของร้านซื่อจี้ฉาจั๋ว ที่หน้ามหา'ลัยหัวซือต้า ซึ่งตอนนี้ พวกเขาได้ทำเลทองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือก็แค่ขั้นตอนการตกแต่งภายใน ซึ่งถ้าหากทุกอย่างราบรื่นตามแผน สาขาใหม่นี้ก็น่าจะพร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการภายในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้อย่างแน่นอน...

...

ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนในเทศกาลหยุดยาววันชาติผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว

วันนี้ หลังจากที่หลี่เจ๋อเดินทางมาถึงศูนย์บัญชาการอาคารเจ๋อตงได้เพียงไม่นาน...สวี่ไข่ผู้บริหารจากเจ๋อรัน เทคโนโลยี ก็รีบก้าวเท้าเข้ามาขอเข้าพบถึงในห้องทำงานทันที

"ท่านประธานหลี่ครับ..." สวี่ไข่ค้อมศีรษะเอ่ยทักทาย

หลี่เจ๋อพยักหน้ารับ ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากถาม หางตาของเขาก็ดันไปสะดุดเข้ากับอุปกรณ์ประหลาดที่สวี่ไข่ถือติดมือมาด้วย เขาจึงชะงัก แล้วเอ่ยถามด้วยความสนใจ "ประธานสวี่ ไอ้ของที่คุณถือมาด้วยนั่น มันคือแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ใช่ไหมครับ ? "

เมื่อได้ยินเจ้านายถาม สวี่ไข่ก็คลี่ยิ้มกว้าง พร้อมกับพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ "ใช่เลยครับ ! นี่คือเครื่องต้นแบบแท็บเล็ตรุ่นใหม่ ! ที่ทีมนักวิจัยของเราเพิ่งจะพัฒนาและปรับปรุงข้อบกพร่องจนเสร็จสมบูรณ์สด ๆ ร้อน ๆ เลยครับ ! "

"ถึงแม้ว่า ในตอนนี้ เราอาจจะต้องนำมันไปผ่านกระบวนการทดสอบระบบขั้นสุดท้ายอีกสักเล็กน้อย แต่ถ้ามองในภาพรวม ทั้งเรื่องของฟังก์ชันการใช้งานและประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สมบูรณ์แบบและเสถียรมากแล้วครับ"

"และถ้าหากไม่มีข้อผิดพลาดร้ายแรงอะไร ภายในระยะเวลา 1-2 เดือนนี้ เราก็น่าจะสามารถเคาะสเปกขั้นสุดท้าย แล้วผลักดันเข้าสู่สายการผลิตจริงได้เลยครับ ! "

เมื่อได้รับฟังข่าวดี หลี่เจ๋อก็ยิ้มแป้นด้วยความดีใจ เพราะโปรเจกต์แท็บเล็ตนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งอาวุธลับที่เขาเฝ้ารอและตั้งความหวังเอาไว้สูงมาก ๆ !

ดังนั้น หลี่เจ๋อจึงไม่รอช้า รีบเอ่ยปากขอดูของทันที "ประธานสวี่ ! คุณลองส่งแท็บเล็ตเครื่องนั้นมาให้ผมเทสต์ดูหน่อยสิครับ ! ผมอยากจะรู้เหมือนกัน ว่าประสบการณ์การใช้งานของมัน จะทำออกมาได้ลื่นไหลสมูทแค่ไหน..."

"ได้เลยครับ ท่านประธานหลี่ ! " สวี่ไข่ขานรับอย่างแข็งขัน พร้อมกับยื่นแท็บเล็ตต้นแบบในมือ ส่งให้หลี่เจ๋ออย่างนอบน้อม

จากนั้น สวี่ไข่ก็ยืนประกบอยู่ข้าง ๆ คอยทำหน้าที่เป็นพรีเซนเตอร์ บรรยายสรรพคุณ ทั้งเรื่องฟังก์ชันล้ำๆ , วิธีการใช้งานแบบทัชสกรีน, รวมถึงสเปกฮาร์ดแวร์ของเครื่อง ให้หลี่เจ๋อฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วน

หลี่เจ๋อนั่งฟังคำบรรยายไปพลาง นิ้วมือก็คอยเลื่อน ปัดทัชสกรีน ทดสอบความลื่นไหลของแท็บเล็ตในมือไปพลาง อย่างเพลิดเพลิน

เมื่อสวี่ไข่สาธยายสรรพคุณของแท็บเล็ตจนจบ เขาก็เหมือนจะฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบรายงานความคืบหน้าอีกโปรเจกต์หนึ่ง ให้ผู้เป็นนายฟังทันที "อ้อ ! จริงสิครับ ท่านประธานหลี่ ! สำหรับโปรเจกต์ สมาร์ทโฟนแบรนด์ ส้ม รุ่น J1 ที่ท่านสั่งการให้พวกเราพัฒนาขึ้นมานั้น ตอนนี้ กระบวนการวิจัยและพัฒนาก็ได้ก้าวเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายแล้วนะครับ"

"ในส่วนของต้นทุนค่าฮาร์ดแวร์ ตอนนี้ ทางเราสามารถบีบและกดราคาให้ต่ำที่สุด ได้ที่ระดับ 1,700 หยวน บวกลบนิดหน่อยครับ แต่ถ้าหากเราต้องนำไปบวกรวมกับต้นทุนแฝงในด้านอื่น ๆ เข้าไปด้วยล่ะก็ ผมประเมินว่า ต้นทุนรวมต่อเครื่องก็คงจะพุ่งทะลุ 2,000 หยวนอยู่ดีครับ"

"อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเราเคาะสเปกของรุ่น J1 อย่างเป็นทางการ แล้วสั่งเดินสายการผลิตจริงในลอตใหญ่เมื่อไหร่ ราคาของชิ้นส่วนอะไหล่แต่ละชิ้น มันก็น่าจะถูกซัพพลายเออร์หั่นราคาลดลงมาได้อีกนิดหน่อยครับ"

"สรุปง่าย ๆ ก็คือ ในช่วงที่ผลิตจริง ต้นทุนรวมของสมาร์ทโฟนรุ่น J1 น่าจะถูกกดลงมาให้อยู่ในระดับไม่เกิน 2,000 หยวนได้แบบฉิวเฉียดเลยล่ะครับ ! "

"เพียงแต่ว่า ถ้าหากท่านประธานหลี่ยังคงยืนกรานที่จะเคาะราคาขายของรุ่น J1 เอาไว้ที่1,999 หยวนเหมือนเดิมล่ะก็ ผมเกรงว่า บริษัทของเราจะแทบไม่เหลือกำไรเลยสักแดงเดียวนะครับ ! อย่างน้อย ๆ ก็ในช่วงลอตแรกของการผลิต เราจะต้องยอมเจ็บตัวขายแบบเท่าทุนไปก่อน"

"จนกว่าจะถึงช่วงลอตหลัง ๆ ที่ต้นทุนฮาร์ดแวร์ในตลาดโลกเริ่มปรับตัวถูกลง เมื่อถึงตอนนั้นแหละครับ เราถึงจะพอมีส่วนต่างกำไรให้เก็บได้บ้างนิด ๆ หน่อย ๆ  ..."

"แบบนี้เองสินะ..."

เมื่อได้รับฟังปัญหาเรื่องต้นทุนจากสวี่ไข่ หลี่เจ๋อก็ถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหนักใจ

เขาถึงกับต้องวางแท็บเล็ตต้นแบบในมือลงบนโต๊ะชั่วคราว นิ้วมือแกร่งเคาะลงบนโต๊ะทำงานเป็นจังหวะเบา ๆ อย่างใช้ความคิด

เมื่อเห็นเจ้านายใหญ่กำลังจมอยู่ในห้วงความคิด สวี่ไข่ก็รู้มารยาท เขาหุบปากเงียบ และยืนรอรับคำสั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างสงบเสงี่ยม...

จบบทที่ ตอนที่ 177 หลี่ตง นี่พ่อแกเหรอ ? ทำไมฉันมองแล้วรู้สึกว่า เขาหน้าตาคล้าย ๆ กับมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกคนนั้นเลยวะ ? !

คัดลอกลิงก์แล้ว