เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 กลับมารักษาบาดแผล!

บทที่ 14 กลับมารักษาบาดแผล!

บทที่ 14 กลับมารักษาบาดแผล!


เขาเพิ่งจะเข้าใจเหตุผลที่หยุนรั่วเย่ปรากฏตัวในวันนี้ ก็เพื่ออวดความงามที่เปลี่ยนไป และคงอยากจะช่วงชิงความโดดเด่นจากหนานกงโหยวและแย่งชิงความโปรดปรานจากทุกคน

น่าเสียดายที่ฉู่เสวียนเฉินไม่ใช่คนที่หลงใหลเพียงรูปลักษณ์ภายนอก ถ้าเขาอยากเห็นความงามจริง ๆ ก็เพียงแค่ส่องกระจกดูตัวเองก็พอ

หยุนรั่วเย่รู้ดีว่าเขาเข้าใจผิด

ผู้ชายหัวโบราณคนนี้ คงคิดว่านางวิ่งออกมาเพราะอยากแสดงต่อหน้าเขา

นางเพียงแค่ยกยิ้มเย็นชา ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเดินออกจากห้องโถงไปทีละก้าวอย่างไม่สนใจสายตาของใคร พร้อมกับยกมือโบกลาเล็กน้อย แต่ในใจกลับรู้สึกกังวล นางไม่เคยคิดอยากแย่งซีนใคร นั่นมันเป็นเพราะหนานกงโหยวที่ก่อเรื่องทั้งนั้น

แผลที่ข้อมือของนางที่ถูกหนานกงโหยวกรีดยังไม่หาย นางก็ต้องรีบกลับไปทายา

…เมื่อกลับมาถึงตำหนัก หยุนรั่วเย่พับแขนเสื้อขึ้น แล้วมองไปที่รอยแผลที่ข้อมือ พลางสูดลมหายใจลึกอย่างเจ็บปวด “เจ็บชะมัด…”

เฟิงเอ๋อร์ที่เดินเข้ามาเห็นแผลของนาง ก็ถึงกับตกตะลึงและรีบถามด้วยความเป็นห่วง “พระชายา! ท่านไปได้แผลนี้มาได้อย่างไร?”

ในขณะเดียวกัน เฟิงเอ๋อร์ก็นึกสงสัยในใจว่า “เจ็บชะมัด” หมายความว่าอย่างไรกัน? พระชายาช่างเปลี่ยนไปจนไม่น่าเชื่อ

“เมื่อครู่ตอนที่หนานกงโหยวยกชามาให้ ข้าไม่ทันระวัง นางใช้มีดเล็ก ๆ กรีดข้อมือของข้า” หยุนรั่วเย่กล่าวด้วยน้ำเสียงขมขื่น ใครจะไปคาดคิดว่าหนานกงโหยวจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ แม้แต่ในวันพิธีก็ยังหาวิธีกลั่นแกล้งนางจนได้

“ว่าอะไรนะ? นางช่างโหดร้ายเกินไปแล้ว! ทำไมตอนนั้นพระชายาไม่บอกเรื่องนี้กับองค์ชาย?” เฟิงเอ๋อร์มองแผลบนข้อมือของหยุนรั่วเย่ด้วยดวงตาแดงก่ำ รู้สึกสงสารจนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

“บอกเขาแล้วจะมีประโยชน์อะไร? เจ้าคิดว่าเขาจะเชื่อข้าหรือ?” หยุนรั่วเย่ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “รีบไปหาผ้าพันแผลมาให้ข้า ข้าจะพันเอง”

“ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้!” เฟิงเอ๋อร์กล่าวด้วยความรีบร้อน แล้ววิ่งออกไปทันที

เมื่อเฟิงเอ๋อร์จากไป หยุนรั่วเย่ค่อย ๆ หลับตาลง นางจดจ่อในใจ ก่อนที่ภาพของห้องทดลองทางการแพทย์ในสมองจะปรากฏขึ้นมา…

เมื่อนางเหลือบมองไปยังชั้นวางของนั้น สายตาก็สะดุดเข้ากับขวดไอโอดีนและผ้าก๊อซปลอดเชื้อได้อย่างง่ายดาย

ไอโอดีนใช้สำหรับฆ่าเชื้อที่บาดแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ แต่นางยังต้องหาเซรุ่มป้องกันบาดทะยักอีก เพราะนางไม่มั่นใจว่าใบมีดที่หนานกงโหยวใช้จะขึ้นสนิมหรือไม่ หากใบมีดนั้นขึ้นสนิมและไม่ได้ฉีดเซรุ่มป้องกันบาดทะยัก อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อนางค้นหาไปรอบๆ ห้องทดลอง กลับไม่พบเซรุ่มป้องกันบาดทะยักเลย

นางเริ่มรู้สึกตื่นตระหนก แม้ว่าห้องทดลองของนางจะมีตัวยาหลากหลายชนิด แต่ก็ไม่ได้มีครบทุกอย่าง โดยเฉพาะยาที่พบได้ทั่วไป เพราะยาทั่วไปสามารถหาซื้อได้ง่ายจากข้างนอก ห้องทดลองของนางจึงมักมีแต่ยาหายาก

หากไม่มีเซรุ่มป้องกันบาดทะยัก แล้วเกิดติดเชื้อขึ้นมาจะทำอย่างไร?

ในขณะที่นางกำลังสิ้นหวัง จู่ๆ นางก็พบว่าบนชั้นวางตรงหน้ามีขวดเซรุ่มป้องกันบาดทะยักโผล่ขึ้นมาราวกับจากอากาศธาตุ

นางตกตะลึงในทันที เพราะตรงนั้นคือที่วางขวดไอโอดีน นางเพิ่งหยิบขวดไอโอดีนออกไปก่อนหน้านี้ มันยังเป็นที่ว่างอยู่เลย แต่พอหันกลับมาอีกที ก็มีขวดเซรุ่มป้องกันบาดทะยักปรากฏขึ้นมาเสียอย่างนั้น

นี่มันน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก!

หยุนรั่วเย่จ้องมองขวดยานั้นด้วยหัวใจที่เต้นระรัว หรือว่า…เพียงแค่นางต้องการยาอะไรก็ได้ ห้องทดลองแห่งนี้จะสามารถเสกมันออกมาให้นางได้?

เซรุ่มป้องกันบาดทะยักจะต้องฉีดภายใน 72 ชั่วโมง ดังนั้นนางจึงไม่รอช้า รีบหยิบขวดยาออกมา พร้อมกับเข็มฉีดยาชุดหนึ่ง

หลังจากนั้น นางนำอุปกรณ์ทั้งหมดไปวางบนโต๊ะ ก่อนจะเริ่มทำการทดสอบผิวหนังเพื่อดูว่าร่างกายนี้มีอาการแพ้ยาหรือไม่

…สิบห้านาทีต่อมา ผลการทดสอบออกมาเป็นลบ แสดงว่านางไม่ใช่คนที่มีอาการแพ้ยา สามารถฉีดเซรุ่มได้อย่างปลอดภัย

ไม่นาน หยุนรั่วเย่ก็ทำการฆ่าเชื้อบาดแผลของตัวเองเรียบร้อย ฉีดเซรุ่มป้องกันบาดทะยักเข้าไป และพันแผลด้วยผ้าก๊อซปลอดเชื้ออย่างประณีต

โชคดีที่หนานกงโหยวไม่ได้ฟันโดนเส้นเลือดใหญ่ ไม่เช่นนั้นนางคงตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต!

จบบทที่ บทที่ 14 กลับมารักษาบาดแผล!

คัดลอกลิงก์แล้ว