เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 ผลลัพธ์ไม่เป็นดั่งใจหวัง!

บทที่ 13 ผลลัพธ์ไม่เป็นดั่งใจหวัง!

บทที่ 13 ผลลัพธ์ไม่เป็นดั่งใจหวัง!


ทุกคนต่างจ้องมองด้วยดวงตาเบิกกว้างแทบถลนออกมา พวกเขาเอามือปิดปากร้องอุทานด้วยความตื่นเต้น “พระชายา! เหตุใดท่านจึงงดงามถึงเพียงนี้! ท่านเป็นมนุษย์จริงๆ หรือเป็นเทพธิดาลงมาจากสวรรค์กันแน่?”

หยุนรั่วเย่ถึงกับชะงักไป ก่อนหน้านี้แต่ละคนยังคอยด่าทอนางว่าเป็นหญิงอัปลักษณ์อยู่เลย พริบตาเดียวกลับเรียกนางว่า “พระชายา” เสียแล้ว เห็นได้ชัดว่าเป็นพวกที่สนใจเพียงรูปลักษณ์ภายนอกโดยแท้

“ข้าไม่ได้ตาฝาดใช่หรือไม่? พระชายาหลี่หาใช่หญิงอัปลักษณ์ไม่ นางเป็นสตรีที่งดงามยิ่งนัก งดงามยิ่งกว่าคุณหนูหนานกงเสียอีก เช่นนี้หลี่อ๋องจะไม่รักสตรีเลอค่าเยี่ยงนี้ได้อย่างไร?”

“มีข่าวลือว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลหยุนเป็นหญิงอัปลักษณ์มิใช่หรือ? หรือว่าข่าวลือนั้นเป็นเท็จ?”

“งามเหลือเกิน งามจนแทบหาที่เปรียบไม่ได้! แต่ต้องปิดบังใบหน้าด้วยผ้าคลุมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก!”

“เจ้าไม่เข้าใจหรือ? สำหรับสตรีที่อ่อนแอ ความงดงามจนเกินไปย่อมเป็นภัย บางทีนางอาจปิดบังโฉมหน้าเพื่อต้องการปกป้องตัวเอง นั่นเป็นการแสดงออกถึงความถ่อมตนและการรักษาตัวต่างหาก”

“ถูกต้องแล้ว ไม่เหมือนบางคนที่รูปลักษณ์ธรรมดา แต่กลับอวดอ้างตัวเองว่าเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของเมืองฉู่ นางมิได้งดงามเทียบพระชายาหลี่เลยด้วยซ้ำ!”

“แต่ก่อนข้าเคยเห็นใบหน้าของหญิงอัปลักษณ์ผู้นี้มาก่อน ตอนนั้นใบหน้าของนางเต็มไปด้วยพิษ รอยแผลก็ดูเลวร้ายจนแทบมองไม่ได้ เจ้าคิดว่านางเปลี่ยนไปเช่นนี้ได้อย่างไร?”

“เจ้าจะพูดอะไรไร้สาระ! ในใต้หล้ามีหมอเทวดาอยู่มากมาย บางทีพิษบนใบหน้านางอาจถูกขจัดออกแล้ว และบาดแผลก็ได้รับการรักษาให้หายเป็นปกติก็ได้!”

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ หยุนรั่วเย่อ้าปากค้างจนแทบกลมเป็นวง นางมิได้อยากตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งหมดเช่นนี้ แต่นี่ก็ล้วนเป็นฝีมือของหนานกงโหยว!

ทันใดนั้น นางก็สัมผัสได้ถึงสายตาเย็นเยียบหนึ่งที่จับจ้องมาทางนางตั้งแต่ต้นจนจบ เมื่อนางหันไปมองกลับก็พบว่าผู้ที่ส่งสายตานั้นมาคือฉู่เสวียนเฉิน!

สายตาของฉู่เสวียนเฉินเต็มไปด้วยความตกตะลึงและความไม่อยากเชื่อ

เขาเคยเห็นใบหน้าของหยุนรั่วเย่มาแล้ว เมื่อคืนก่อนตอนที่อยู่กับนาง เขาก็มองใบหน้าของนางอย่างชัดเจน ใบหน้านั้นมีรอยแผลอยู่เด่นชัด แต่เหตุใดเพียงข้ามวันรอยแผลนั้นกลับหายไปจนหมดสิ้น?

เขารู้ว่านี่คือใบหน้าของนาง เป็นใบหน้าของนางจริงๆ เพียงแต่ไม่มีรอยแผลอีกต่อไป และงดงามขึ้นจนเกินบรรยาย…

เขาในตอนนี้รู้สึกสงสัยยิ่งนัก ว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้มันเป็นมาอย่างไรกันแน่?

ต้องยอมรับว่า ยามที่ใบหน้าของหยุนรั่วเย่ไร้ซึ่งรอยแผลเป็นนั้น นางงดงามมาก ทว่าน่าเสียดาย ที่นางไม่ใช่สตรีในแบบที่เขาปรารถนา

ส่วนหนานกงโหยวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ นั้น เมื่อเห็นสายตาของฉู่เสวียนเฉินจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของหยุนรั่วเย่ไม่วางตา นางก็รู้สึกริษยายิ่งนัก

หยุนรั่วเย่เป็นสตรีอัปลักษณ์มิใช่หรือ? แล้วเหตุใดนางจึงกลับมางดงามได้เล่า?

นางไม่เชื่อว่าหยุนรั่วเย่จะกลายเป็นคนงดงาม เพราะพิษที่อยู่บนใบหน้าของหยุนรั่วเย่นั้น นางเป็นผู้วางเองกับมือ!

…ในอดีต นางและหยุนรั่วเย่ได้รับการขนานนามว่าเป็นสองสาวงามแห่งนครหลวง ทั้งคู่ต่างเชี่ยวชาญในศิลปะเพลงพิณ หมากล้อม พู่กัน และกาพย์กลอน นางทั้งสองเป็นทั้งหญิงงามและหญิงผู้เปี่ยมปัญญา แต่เมื่อครั้งที่ชาวเมืองหลวงเริ่มร่ำลือถึงการคัดเลือกหญิงงามอันดับหนึ่ง หยุนรั่วเย่กลับได้รับเสียงสนับสนุนมากที่สุด นางจึงหวาดกลัวว่าหยุนรั่วเย่จะช่วงชิงตำแหน่งนั้นไป

ด้วยเหตุนี้ นางจึงปรึกษามารดา แล้วนำพิษใส่ลงในอาหารของหยุนรั่วเย่ ตั้งแต่นั้นมา ใบหน้าของหยุนรั่วเย่ก็เสียโฉม และนางเองก็ได้รับตำแหน่ง “หญิงงามอันดับหนึ่งแห่งแคว้นฉู่” ไปครอง

การได้ตำแหน่งหญิงงามอันดับหนึ่งนี้ทำให้นางมีชื่อเสียงเลื่องลือในชั่วข้ามคืน และทำให้นางได้รู้จักกับเหล่าองค์ชายหลายพระองค์

ท้ายที่สุด นางก็เลือกฉู่เสวียนเฉิน ผู้ซึ่งเพียบพร้อมที่สุดมาเป็นคู่ครอง

ชื่อเสียงของตำแหน่งหญิงงามอันดับหนึ่งคือกุญแจสำคัญที่ทำให้นางได้พบกับฉู่เสวียนเฉิน แต่บัดนี้ใบหน้าของหยุนรั่วเย่กลับฟื้นคืนความงดงามอีกครั้ง ตำแหน่งหญิงงามอันดับหนึ่งของนางจึงตกอยู่ในอันตราย

นางรู้สึกเสียใจยิ่งนัก เสียใจที่เมื่อครู่ได้พลั้งมือกระชากผ้าคลุมหน้าของหยุนรั่วเย่ออก ทั้งที่ไม่มีเหตุอันใดให้ต้องทำเช่นนั้น

ผลลัพธ์กลับไม่เป็นดังที่หวัง นางมิได้ทำให้หยุนรั่วเย่ต้องอับอาย ซ้ำยังเปิดเผยความงดงามของนางให้ผู้คนได้เห็นอย่างเต็มตา อีกทั้งยังทำให้หยุนรั่วเย่เจิดจรัสขึ้นมาในทันที และบดบังความงามของนางจนสิ้น นับว่าเป็นการกระทำที่พลั้งพลาดอย่างถึงที่สุด

เมื่อเห็นหยุนรั่วเย่กลายเป็นจุดสนใจของผู้คน ฉู่เสวียนเฉินก็หันมามองนางด้วยสายตาอันเย็นชา ก่อนเอ่ยเสียงเข้มว่า

“เจ้าทำให้ได้ดังใจแล้วมิใช่หรือ? เช่นนั้นยังไม่รีบไสหัวกลับไปอีกหรือ?”

จบบทที่ บทที่ 13 ผลลัพธ์ไม่เป็นดั่งใจหวัง!

คัดลอกลิงก์แล้ว