- หน้าแรก
- ยอดซินแสไขปริศนากับคดีลี้ลับระดับวีไอพี
- บทที่ 79 - ฟลุคเจอดี
บทที่ 79 - ฟลุคเจอดี
บทที่ 79 - ฟลุคเจอดี
บทที่ 79 - ฟลุคเจอดี
เซี่ยงซื่อหลินมือหนึ่งถือยันต์ อีกมือก็ร่ายรำนิ้วเป็นมุทรา หลบหลีกการโจมตีของผีดิบอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับหาจังหวะโจมตีกลับไปด้วย
ด้วยฝีมือของเขา ถ้าเป็นผีดิบอย่างหานโหย่วกุ้ย ป่านนี้คงโดนอัดจนหมอบกระแตไปแล้ว แต่นี่เขากลับทำอะไรผีดิบตัวนี้ไม่ได้เลย ยันต์ที่ปาใส่ตัวมันทำได้แค่เกิดประกายไฟแวบวาบ เหมือนปาใส่ก้อนเหล็กยังไงยังงั้น
"ซื่อหลิน ยันต์ของนายมันอ่อนไป รับนี่ไป!"
จงหลินตะโกนบอก พร้อมกับล้วงเอาท่อนไม้ปราบมารออกมาจากอกเสื้อ แล้วโยนให้เซี่ยงซื่อหลิน
เซี่ยงซื่อหลินเบี่ยงตัวหลบการโจมตีของผีดิบ แล้วกระโดดรับท่อนไม้ไว้ได้พอดี
ท่อนไม้ปราบมารอันนี้คืออันที่พวกเราได้มาจากโลงศพของผู้เฒ่าซ่ง ฉันนึกว่าจงหลินไม่ได้พกมาด้วยซะอีก ที่ไหนได้ เธอพกติดตัวมาด้วยตลอด
เห็นแบบนี้ ฉันก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองก็พกไม้บรรทัดอุกกาบาตมาเหมือนกัน นึกแล้วก็อยากจะเขกหัวตัวเองสักที ทำไมไม่รีบเอาให้เซี่ยงซื่อหลินแต่แรกล่ะฟะ
แต่ก็นะ ตอนนี้ฉันยืนอยู่ห่างๆ จะเอาของวิเศษไปให้เขาก็คงไม่มีประโยชน์อะไร
ตอนนี้ยังหาจังหวะเอาไม้บรรทัดอุกกาบาตไปให้พวกเซี่ยงซื่อหลินกับจงหลินไม่ได้ คงต้องรอดูสถานการณ์ไปก่อน เผื่อจะมีโอกาสเหมาะๆ
"กรรซซซ์!"
สงสัยผีดิบมันคงจะรำคาญความพลิ้วไหวของเซี่ยงซื่อหลินกับจงหลิน มันเลยคำรามลั่น ปล่อยคลื่นพลังหยินออกมา ทำเอาอากาศรอบๆ สั่นสะเทือน
พลังหยินที่แผ่ออกมาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนโดนเสือตะปบ หัวใจเต้นรัว เหงื่อแตกซ่านเต็มหน้าผากโดยไม่รู้ตัว
เซี่ยงซื่อหลินกับจงหลินที่อยู่บนเวทีก็โดนคลื่นพลังกระแทกจนต้องถอยร่นไปตั้งสองก้าว เพื่อตั้งหลัก
จังหวะนี้เอง ผีดิบก็พุ่งตัวกระโดดเข้าใส่ เหยียดแขนตรงดิ่งหมายจะแทงร่างจงหลินให้ทะลุ
"หึ โอหังนักนะ!"
จงหลินไม่หลบ เธอยืนหยัดอย่างมั่นคง ตวาดลั่นพร้อมกับกระชากลูกปัดจากสร้อยข้อมือเทียนเหอออกมาสากำมือ แล้วขว้างใส่ผีดิบร่างยักษ์เต็มแรง
ระยะห่างระหว่างพวกเขามีแค่สามเมตรกว่าๆ ผีดิบกระโดดพุ่งเข้ามา ไม่ถึงสองวินาทีก็คงถึงตัวจงหลินแล้ว...
ถ้าจงหลินไม่มีไม้เด็ดซ่อนอยู่ เธอคงไม่กล้ายืนนิ่งเป็นเป้านิ่งแบบนี้หรอก
ลูกปัดไม้หลายเม็ดพุ่งปะทะร่างผีดิบ เกิดเสียงดัง "เป๊าะแป๊ะ" เหมือนจุดประทัด ตามมาด้วยประกายไฟแตกกระจาย ร่างผีดิบที่กำลังลอยคว้างกลางอากาศถึงกับกระเด็นถอยหลังไปชนกับเชือกกั้นเวทีอีกฝั่งอย่างแรง
ผีดิบไม่มีความรู้สึกนึกคิด มีแต่สัญชาตญาณดิบเถื่อนที่กระหายการฆ่า เสื้อผ้าด้านหน้าของมันขาดวิ่นจากการโจมตี แต่กลับไม่มีเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดเล็ดลอดออกมาเลยสักนิด
แต่ความอึดของผีดิบตัวนี้ก็ใช่ย่อย ลูกปัดเทียนเหอที่กระแทกใส่ตัวมันจนไหม้เกรียมร่วงหล่นลงพื้น พลังหยินที่แผ่ออกมาจากตัวมันก็ยังคงรุนแรงเหมือนเดิม ดูท่าลูกปัดเทียนเหอจะทำอะไรมันไม่ได้มากนัก การโจมตีเมื่อกี้ก็คงเหมือนมดกัดสำหรับมันเท่านั้นแหละ!
เชือกกั้นเวทีมีความยืดหยุ่นสูง ตอนแรกฉันก็นึกว่ามันจะขาดสะบั้นเพราะแรงกระแทกของผีดิบ แต่สุดท้ายมันก็รับน้ำหนักไหว และดีดร่างผีดิบกลับมา
"เวรเอ๊ย แบบนี้ก็ได้เหรอ!"
พอเห็นแบบนั้น จงหลินก็สบถลั่น รีบกระโดดหลบ
ผีดิบลอยเคว้งกลางอากาศ ควบคุมทิศทางไม่ได้ เลยเด้งไปชนเชือกกั้นเวทีอีกฝั่งเข้าอย่างจัง...
แต่คราวนี้แรงกระแทกมันมหาศาล เชือกกั้นเวทีทนไม่ไหว ขาดสะบั้นลง เสาเวทีก็หักโค่นลงมา กองระเนระนาดอยู่บนพื้น
"ตึง!" เสียงผีดิบร่วงกระแทกพื้นดังสนั่น
ผีดิบล้มหน้าคะมำลงกับพื้น ตอนแรกฉันก็นึกว่าแขนของมันจะหักงอเพราะแรงกระแทก แต่พอมันเด้งตัวลุกขึ้นมา แขนทั้งสองข้างกลับไร้รอยขีดข่วน แถมที่พื้นยังมีรูกลวงโหว่สองรูรอยนิ้วมือมันเจาะทะลุพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กไปเลย!
เห็นภาพนี้ ฉันถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อก นี่แหละความน่ากลัวของผีดิบดำ!
ในจังหวะเดียวกันนั้น เซี่ยงซื่อหลินก็พุ่งตัวเข้าไป ฟาดท่อนไม้ปราบมารเข้าที่กลางหลังผีดิบอย่างแรง
"ป้าบ!"
เสียงเนื้อกระทบไม้ดังลั่น ผีดิบเสียหลักล้มคว่ำไปข้างหน้าอีกครั้ง
จังหวะที่เซี่ยงซื่อหลินกำลังจะฟาดซ้ำ ผีดิบก็เด้งตัวลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แขนทั้งสองข้างเหวี่ยงกลับหลัง ข้อศอกกระแทกเข้าที่ไหล่ของเซี่ยงซื่อหลินอย่างจัง ดูเหมือนจะเป็นการโจมตีธรรมดาๆ แต่กลับทำให้เซี่ยงซื่อหลินกระเด็นลอยไปไกลเกือบสิบเมตร ราวกับลูกปืนใหญ่
ถ้าเป็นคนธรรมดาโดนกระแทกขนาดนี้ คงกระดูกหักนอนร้องโอดโอยไปแล้ว แต่เซี่ยงซื่อหลินไม่ธรรมดา เขาร่วงลงพื้นปุ๊บก็สปริงตัวลุกขึ้นยืนปั๊บ โดยไม่ต้องเอามือยันพื้นเลยสักนิด
เห็นแบบนั้น ฉันก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่พอมองไปที่ไหล่เขา ฉันก็ต้องขมวดคิ้วแน่น
การโจมตีเมื่อกี้ ทำให้เซี่ยงซื่อหลินที่แข็งแกร่งดั่งหินผาถึงกับบาดเจ็บสาหัส เลือดสดๆ ไหลอาบย้อมแขนซ้ายจนแดงฉาน
เขากัดฟันพยายามจะยกแขนขึ้น แต่แขนซ้ายกลับห้อยต่องแต่งไร้เรี่ยวแรง บ่งบอกว่าบาดเจ็บหนักแค่ไหน!
แต่ผีดิบไม่ปล่อยโอกาสให้เขาหนี มันกระโดดพุ่งเข้าหา อ้าปากกว้างแยกเขี้ยวเตรียมจะดูดเลือดเซี่ยงซื่อหลินให้หมดตัว
แต่ในจังหวะที่มันกำลังจะกระโดดขึ้น เสียง "เป๊าะแป๊ะ" ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ร่างของมันเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น
จงหลินนั่นเองที่ใช้ลูกปัดเทียนเหอที่เหลือปาใส่หลังผีดิบ ลูกปัดไหม้เกรียมเป็นตอตะโก มีควันสีขาวลอยกรุ่น ไม่เหลือชิ้นดีแล้ว
ผีดิบตัวนี้อึดเหมือนเครื่องจักรที่พังยาก มันค่อยๆ ลุกขึ้นมายืนทรงตัวเอียงๆ เสียงครางต่ำๆ ดังออกมาจากลำคอ จ้องเขม็งไปที่จงหลิน
ถึงผีดิบจะไม่มีความรู้สึก แต่สัญชาตญาณดิบเถื่อนของมันก็ยังอยู่ การกระทำของจงหลินคงไปกระตุกต่อมโกรธของมันเข้าอย่างจัง
"พี่จง รับนี่ไป!"
ฉันตะโกนลั่น พร้อมกับกำไม้บรรทัดอุกกาบาตไว้แน่น แล้วขว้างสุดแรงเกิดไปทางจงหลิน
ไม้บรรทัดอุกกาบาตมันหนักมาก ถึงจะดูอันเล็กๆ แต่ก็หนักอึ้ง ฉันกะแรงไม่ถูก เลยขว้างไปสุดแรงเกิด
ใครเคยปาก้อนหินคงรู้ดี ถ้าไม่เคยฝึกมาก่อน กะแรงไม่ถูก ความแม่นยำก็ต่ำ ยิ่งของหนักเท่าไหร่ ความแม่นยำก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น
คราวนี้ฉันขว้างพลาดเป้าไปไกลโข ตั้งใจจะให้ตกใกล้ๆ จงหลิน แต่ดันเบี้ยวไปเกือบสี่สิบห้าองศา เสียง "โป๊ก" ดังสนั่นเหมือนเอาหินทุบแตงโม ไม้บรรทัดอุกกาบาตหล่นใส่หัวเฉียนซานเข้าอย่างจัง เลือดสาดกระเซ็น...
เฉียนซานที่กำลังสู้กับซืออันโหรวอยู่ โดนไม้บรรทัดอุกกาบาตของฉันฟาดหัวเข้าให้โดยไม่ทันตั้งตัว เขาหันมามองฉันด้วยแววตาตกตะลึง ก่อนจะสลบเหมือดล้มตึงลงไปกองกับพื้น...
ฉันยืนอึ้งไปเลย ระยะห่างระหว่างเฉียนซานกับจงหลินตั้งแปดเมตรกว่าๆ ทำไมฉันถึงขว้างพลาดได้ขนาดนี้เนี่ย
ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวที่อึ้ง ซืออันโหรวกับจงหลินก็อึ้งไปตามๆ กัน
"พี่สาม!" คุนซื่อเห็นเฉียนซานล้มลงก็ตะโกนลั่น หันมาถลึงตาใส่ฉันด้วยความเคียดแค้น
ฉันอยากจะบอกคุนซื่อเหลือเกินว่า ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปาใส่เฉียนซานนะ มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ
แต่ความจริงก็คือความจริง สำหรับฉัน ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ไม่ได้แย่อะไรมาก ออกจะโชคดีซะด้วยซ้ำ แบบนี้ที่เขาเรียกว่าบุญหล่นทับสินะ
ซ่งอันที่ตอนแรกทำท่าชิลๆ ก็นั่งไม่ติด ลุกพรวดขึ้นมาจ้องหน้าฉันเขม็ง แล้วพูดเสียงเครียด "ถอย!"
ถอยงั้นเหรอ?
ถึงตอนนี้จะมีแค่เฉียนซานที่ร่วงไป แต่สถานการณ์ของพวกเขาก็ยังเป็นต่ออยู่ดี ฉันงงมากว่าทำไมซ่งอันถึงตัดสินใจแบบนี้
แล้วตอนนั้นเอง จงหลินก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่น "ฮ่าๆๆ ที่แท้เฉียนซานก็เป็นคนควบคุมผีดิบนี่เอง พอเฉียนซานสลบ ผีดิบก็หลุดการควบคุม ไอ้หวัง แกนี่มันดวงดีจริงๆ!"
ซ่งอันแค่นเสียงเย็น "รู้แล้วจะทำไม พวกแกก็ไม่มีปัญญาจัดการผีดิบตัวนี้อยู่ดี ขังพวกแกไว้ที่นี่ ก็เท่ากับปิดประตูตีแมวแล้ว!"
พูดจบ ซ่งอันก็รีบถอยฉากออกไป โดยมีติงย่าหลานกับคุนซื่อคอยคุ้มกัน
ซืออันโหรว เถาฝั่ง และโจวจาง คงไม่ยอมปล่อยพวกนั้นไปง่ายๆ แน่ แต่ผีดิบมันหันไปเล่นงานจงหลินที่อยู่ใกล้ที่สุดแทน ซืออันโหรวเลยต้องทิ้งเป้าหมาย หันไปช่วยจงหลิน
เถาฝั่งกับโจวจางไม่ใช่คู่ต่อสู้ของติงย่าหลานและคุนซื่อเลย พวกเราก็เลยทำอะไรไม่ได้ ได้แต่มองซ่งอันกับลูกน้องหนีรอดไปได้
สำหรับฉัน การขว้างมั่วๆ เมื่อกี้แต่ดันฟลุคไปโดนเฉียนซานที่เป็นคนควบคุมผีดิบเข้า ถือเป็นเรื่องโชคดีสุดๆ
ตอนนี้ศัตรูลดน้อยลงไปเยอะ เป็นเรื่องดีก็จริง แต่เรื่องแย่คือเราหนีออกไปจากที่นี่ไม่ได้!
ไม่ต้องพูดถึงว่าจะจัดการผีดิบได้หรือเปล่า ต่อให้ออกไปได้ ซ่งอันก็คงไม่ปล่อยพวกเราไว้แน่ สุดท้ายก็คงไม่พ้นความตายอยู่ดี
"ไอ้หวัง ของที่แกขว้างมามันคืออะไรวะ หนักชิบเป๋ง!"
ซืออันโหรวนึกว่าไม้บรรทัดอุกกาบาตจะเบาโหวง พอหยิบขึ้นมาถึงกับเซถลา เกือบหน้าทิ่มพื้น เลยหันมาด่าฉัน
สงสัยคงจะติดนิสัยมาจากจงหลินแน่ๆ ถึงได้เรียกฉันแบบนี้ คนดีๆ ไม่คบ ดันไปคบยัยบ้านั่น
จงหลินหลบการโจมตีของผีดิบ แล้วคว้าไม้บรรทัดอุกกาบาตมาจากมือซืออันโหรว "ถ้ามันไม่หนัก เฉียนซานมันจะสลบเหมือดได้ไงล่ะ!"
ซืออันโหรวพยักหน้าเห็นด้วย "ก็จริง"
(จบแล้ว)