- หน้าแรก
- ย้อนเวลาทวงแค้นตำนานมหาเศรษฐียอดฝีมือ
- บทที่ 11 - 24 ล้าน เทหมดหน้าตัก
บทที่ 11 - 24 ล้าน เทหมดหน้าตัก
บทที่ 11 - 24 ล้าน เทหมดหน้าตัก
บทที่ 11 - 24 ล้าน เทหมดหน้าตัก
แน่นอนว่า คำว่าเงียบๆ ที่ว่านั้น เป็นเพียงความเงียบในความคิดของหลิวอวี้หลิงเท่านั้น
แต่หารู้ไม่ว่า การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของเธอนั้น ล้วนตกอยู่ในสายตาของเฉากุนทั้งหมด
และเฉากุนก็ไม่เกรงใจ จ้องมองตรงไปที่จุดนั้นอย่างโจ่งแจ้ง
ในเมื่อคนเขาตั้งใจให้ดู ถ้าตัวเองไม่ดู ก็เท่ากับเสียความตั้งใจดีของคนอื่นไปน่ะสิ?
แถมเขายังให้คะแนนอย่างตรงไปตรงมาอีกด้วย
"ขาวจั๊วะ ใหญ่บึ้ม!"
เมื่อได้ยินดังนั้น หลิวอวี้หลิงก็ชะงักไป แสร้งทำเป็นเพิ่งรู้ตัว ร้องอุ๊ยเบาๆ แล้วรีบยกมือขึ้นปิดหน้าอกด้วยความเอียงอาย
"บ้า คุณเฉากุนมองอะไรคะเนี่ย"
ปากก็บอกว่าบ้า แต่น้ำเสียงและท่าทางของหลิวอวี้หลิงกลับดูเหมือนกำลังออดอ้อนเสียมากกว่า
เฉากุนหัวเราะลั่นพลางเอ่ย "ก็คุณปลดกระดุมเองไม่ใช่หรือไงครับ"
"อะไรกันคะ" หลิวอวี้หลิงพูดด้วยความเอียงอาย "ค... คนเขาร้อนนี่นา คุณคิดไปถึงไหนแล้ว ไม่ได้มีความหมายอื่นสักหน่อย"
เฉากุนยิ้มและพยักหน้า "ครับๆๆ ผมผิดเอง ขับรถดีๆ ก่อนเถอะครับ เดี๋ยวจะชนเอา"
เวลาผ่านไปอีกสิบนาที หลิวอวี้หลิงก็จอดรถ
เฉากุนลงจากรถ มองไปรอบๆ ภายในใจก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้
เวลานี้ ตำแหน่งที่พวกเขาอยู่ แม้จะอยู่ในเขตอวิ๋นตง แต่ก็จัดว่าเป็นชานเมืองฝั่งตะวันออกที่ค่อนข้างห่างไกล
ทอดสายตามองไปรอบๆ ไม่เห็นเค้าโครงของเมืองใหญ่เลยสักนิด จะบอกว่าเป็นเมืองระดับสี่เล็กๆ ยังฝืนเกินไปเลย
มองไปรอบๆ มีแต่กลิ่นอายของชานเมืองลอยมาเตะจมูก!
ทว่า ใครจะไปคิดว่า ชานเมืองที่ห่างไกลความเจริญแบบนี้ ในอนาคตกลับกลายเป็นศูนย์กลางของเขตเศรษฐกิจพิเศษอวิ๋นตง
ในอนาคต ราคาบ้านทำเลนี้ เริ่มต้นก็ปาเข้าไปแสนกว่าหยวนต่อตารางเมตรแล้ว
และที่นี่ ก็เป็นจุดที่ราคาบ้านพุ่งสูงและเร็วที่สุด หลังจากมีข่าวเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษอวิ๋นตงออกมา
เพราะทันทีที่ข่าวเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษอวิ๋นตงถูกปล่อยออกมา หลายคนก็มองออกทันทีว่าทำเลตรงนี้สำคัญแค่ไหน
ท้ายที่สุดแล้ว ทางทิศตะวันตกก็คือใจกลางเมือง ซึ่งพัฒนาจนเต็มพื้นที่แล้ว ไม่มีพื้นที่ให้พัฒนาอีกต่อไป
ส่วนทางทิศใต้และทิศเหนือ ภูมิประเทศไม่เหมาะกับการพัฒนา ภูเขาเพียงไม่กี่ลูกของไห่เฉิง ก็ตั้งอยู่ทางทิศใต้และทิศเหนือของเขตอวิ๋นตงนี่แหละ
มีเพียงต้องพัฒนาไปทางทิศตะวันออกเท่านั้น!
และในขณะที่พัฒนาไปทางทิศตะวันออก ศูนย์กลางเขตเศรษฐกิจพิเศษก็ย่อมต้องย้ายมาทางทิศตะวันออกด้วยเช่นกัน
ดังนั้น ทันทีที่ข่าวเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษอวิ๋นตงถูกปล่อยออกมา ผู้คนจำนวนมหาศาลจะแห่กันมาที่นี่ ราคาบ้านแถวนี้จะพุ่งขึ้นสิบกว่าเท่าในเวลาอันสั้น ราวกับเล่นเกมเลยทีเดียว
หลิวอวี้หลิงก็ลงจากรถเช่นกัน เธอเดินมาอยู่ข้างๆ เฉากุน
เวลานี้ เธอเปิดเผยมากกว่าตอนอยู่บนรถเสียอีก เธอตัดสินใจแบะคอเสื้อออกกว้าง ทำให้ลูกนิมิตทั้งสองลูกโผล่ออกมาให้เห็นถึงหนึ่งในสามส่วน
เธอตั้งใจแน่วแน่แล้วว่า ไม่ว่ายังไงก็ต้องเผด็จศึกเฉากุนให้ได้
ตอนนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มันซบเซาเกินไป การจะเจอลูกค้าที่อยากซื้อบ้านจริงๆ มันยากเหลือเกิน
เฉากุนมองดูความขาวผ่องที่หลิวอวี้หลิงเผยให้เห็น แล้วเอ่ยแซว "ผู้จัดการหลิว ทุนหนาไม่เบาเลยนะครับ"
"แน่นอนสิคะ" หลิวอวี้หลิงแอ่นอกอย่างภูมิใจ แต่แล้วก็กลับมาทำหน้าเศร้า ถอนหายใจ "เฮ้อ ก็เหลือแค่ทุนที่ไม่ค่อยมีราคาพวกนี้นี่แหละค่ะ"
"อ้าว ทำไมล่ะครับ" เฉากุนถามด้วยความสงสัย "ฟังจากน้ำเสียงคุณแล้ว เหมือนกำลังเจอปัญหาอะไรอยู่เลย"
"ก็จะมีปัญหาอะไรได้อีกล่ะคะ นอกจากช็อตเงิน" หลิวอวี้หลิงฝืนยิ้ม "ตอนที่อสังหาฯ ยังบูมๆ ฉันก็พอทำเงินได้ก้อนหนึ่งอยู่เหมือนกัน"
"แล้วฉันก็ไม่เจียมตัว ไปกู้เงินซื้อบ้านใกล้โรงเรียนดีๆ ในเมืองมาหนึ่งหลัง"
"หนึ่งก็เพื่อลงทุน สองก็เพื่อเตรียมไว้ให้ลูกในอนาคต จะได้ไปโรงเรียนสะดวกๆ"
"บ้านหลังนั้น กู้มาทั้งหมด 20 ปี ผ่อนเดือนละ 8,000 หยวน"
"แต่ใครจะไปคิดล่ะคะ เพิ่งผ่านไปแค่สองปี ธุรกิจอสังหาฯ ก็ตกต่ำลงฮวบฮาบ งานของสามีฉันก็แย่ลงเรื่อยๆ เหมือนกัน"
"ตอนนี้ เงินที่พวกเราสองคนหาได้ แค่ผ่อนบ้านก็แทบจะไม่พอแล้วค่ะ พูดจริงๆ นะคะ ใกล้จะถึงขั้นไม่มีจะกินแล้วล่ะค่ะ"
พูดถึงตรงนี้ หลิวอวี้หลิงก็ไม่ลืมส่งสายตาที่น่าสงสารไปให้เฉากุน
ทำทีท่าให้ดูน่าทะนุถนอม
เห็นดังนั้น เฉากุนก็ยิ้มออกมา
สมแล้วที่เป็นแม่ม่ายทรงเครื่อง ร้ายกาจกว่าพวกสาววัยรุ่นเยอะ!
ท่าทางและสีหน้าเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ มันช่างยั่วยวนซะเหลือเกิน
เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปาก "ในเมื่อผู้จัดการหลิวเล่าซะน่าสงสารขนาดนี้ ถ้าผมไม่ซื้อบ้านกับคุณ ผมคงต้องรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตแน่ๆ"
เมื่อได้ยินเฉากุนพูดแบบนั้น สีหน้าของหลิวอวี้หลิงก็ยิ่งดูน่าสงสารกว่าเดิม
"นั่นสิคะ ถ้าคุณเฉากุนไม่ซื้อบ้านกับฉัน ฉันคงต้องไปกินลมกินแล้งแน่ๆ คุณห้ามทิ้งฉันไปนะคะ"
เฉากุนยิ้มและพยักหน้า "ได้ครับ งั้นเรามาตกลงเงื่อนไขกันก่อนดีกว่า"
ตกลงเงื่อนไข?
แววตาของหลิวอวี้หลิงฉายแววผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด
ซื้อบ้านทำเลแบบนี้สักหลัง เต็มที่ก็ล้านเดียว
ตามเรตค่านายหน้าในปัจจุบัน เฉากุนต้องจ่ายค่านายหน้า 1.5% ฝั่งเจ้าของบ้านก็ต้องจ่าย 1.5% เช่นกัน
คิดเป็นเงิน บ้านราคาล้านหนึ่ง เธอได้ค่านายหน้าเต็มที่ก็แค่ 3 หมื่นหยวน
แต่นั่นคือกรณีที่เพอร์เฟกต์ที่สุด!
โดยปกติแล้ว เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะได้ค่านายหน้าเต็ม 3%
เพราะตอนนี้เป็นตลาดของผู้ซื้อ คนขายเยอะ คนซื้อน้อย
ดังนั้น ตอนนี้คนซื้อคือพระเจ้า!
ในเมื่อเป็นพระเจ้าแล้ว ก็คงไม่กล้าเก็บค่านายหน้า 1.5% จากพระเจ้าหรอก
เต็มที่ก็ขอแค่ 0.5%!
หรือเผลอๆ 0.5% ก็ยังไม่ได้ ค่านายหน้าฝั่งผู้ซื้อไม่เอาเลย ไปเอาจากฝั่งคนขายอย่างเดียว
พูดง่ายๆ ก็คือ สุดท้ายเธอจะได้เงินเต็มที่ก็แค่ 15,000 หรือ 20,000 หยวนเท่านั้น
เงินแค่นี้ เฉากุนยังมีหน้ามาตั้งเงื่อนไขกับเธออีกเหรอ?
เขาคงไม่ได้คิดจริงๆ หรอกนะ ว่าเงินแค่นี้จะซื้อตัวเธอไปปู้ยี่ปู้ยำได้น่ะ?
ไม่มีทาง!
เต็มที่ก็แค่ให้ลวนลามนิดๆ หน่อยๆ พอเป็นกระษัย
เธอเป็นผู้หญิงที่มีจุดยืนนะ!
เมื่อความคิดเหล่านี้แล่นผ่านเข้ามาในหัว หลิวอวี้หลิงก็อยากจะลองต่อรองดูอีกหน่อย น้ำเสียงออดอ้อน
"คุณเฉากุนคะ คนเขากำลังลำบากอยู่เลย ทำไมคุณต้องมาตั้งเงื่อนไขกับคนเขาด้วยล่ะคะ บ้านแค่หลังเดียว สำหรับคุณมันเรื่องขี้ปะติ๋วไม่ใช่เหรอคะ"
เฉากุนยิ้มและพยักหน้า "บ้านแค่หลังเดียว มันเรื่องขี้ปะติ๋วก็จริงครับ แต่... ใครบอกว่าผมจะซื้อแค่หลังเดียวล่ะ?"
หา?
สีหน้าของหลิวอวี้หลิงแข็งค้างไปชั่วขณะ
"ค... คุณตั้งใจจะซื้อสองหลังเหรอคะ?"
"เปล่า!" เฉากุนส่ายหน้า "ผมไม่ได้ตั้งใจจะซื้อเป็นหลัง แต่ผมตั้งใจจะซื้อเป็นจำนวนเงิน"
ซื้อเป็นจำนวนเงิน?
ได้ยินสามคำนี้ หลิวอวี้หลิงก็มึนตึ้บไปเลย
อะไรคือซื้อเป็นจำนวนเงิน?
ทำงานวงการอสังหาฯ มาตั้งหลายปี เธอเพิ่งเคยได้ยินคำศัพท์แปลกใหม่แบบนี้เป็นครั้งแรก
"คุณเฉากุน ฉ... ฉันไม่ค่อยเข้าใจค่ะ ที่คุณบอกว่าซื้อเป็นจำนวนเงิน หมายความว่ายังไงคะ?"
เฉากุนมองเข้าไปในดวงตาของหลิวอวี้หลิง อธิบายอย่างจริงจัง
"ซื้อเป็นจำนวนเงินก็หมายความว่า ตอนนี้ผมมีเงินอยู่ 24 ล้าน ผมตั้งใจจะเอา 24 ล้านนี้ ซื้อบ้านแถวนี้ให้หมด ไม่ว่าจะกี่หลังก็ตาม ซื้อจนกว่าเงิน 24 ล้านนี้จะหมดเกลี้ยง เข้าใจไหมครับ?"
แม้ทองคำจะขายได้แค่ 22.45 ล้าน แต่เฉากุนก็ยังมีเงินเก็บส่วนตัวอยู่อีกนิดหน่อย
เงินเก็บพวกนี้เป็นเงินที่คุณปู่ของเขาทำงานหนักมาทั้งชีวิต ประหยัดกินประหยัดใช้เพื่อเก็บไว้ให้เขา รวมทั้งหมดประมาณ 1 ล้าน 5 แสนหยวน พอเอามารวมกัน ก็ได้ 24 ล้านพอดี!
และเฉากุน ก็ตั้งใจจะเทหมดหน้าตัก เอาเงิน 24 ล้านนี้ ไปเปลี่ยนเป็นบ้านในเขตอวิ๋นตงแถวนี้ให้หมด
ท้ายที่สุดแล้ว นี่มันธุรกิจที่ได้กำไรเห็นๆ ตอนนี้ลงทุนเพิ่มไปสักแดง อีกไม่นานก็ได้กำไรกลับมาเป็นสิบเป็นร้อยเท่า
สถานการณ์แบบนี้ เปลี่ยนเป็นคนบ้าที่ไหนมาเห็น ก็ต้องเทหมดหน้าตักกันทั้งนั้นแหละ
(จบแล้ว)