เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 62 - งั้นก็ไม่เป็นคนแล้วกัน!

บทที่ 62 - งั้นก็ไม่เป็นคนแล้วกัน!

บทที่ 62 - งั้นก็ไม่เป็นคนแล้วกัน!


บทที่ 62 - งั้นก็ไม่เป็นคนแล้วกัน!

เมื่อเห็นขุยเลี่ยเดินลงบันไดมา จางหยางก็รีบประสานมือคารวะ "ท่านลุง!"

ขุยเลี่ยมองจางหยางพลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ลึกๆ แล้วเขาก็รู้สึกถูกชะตากับว่าที่หลานเขยกำมะลอคนนี้อยู่ไม่น้อย

"มาๆ เข้ามาคุยกันข้างใน!"

ขุยเลี่ยดึงแขนจางหยางเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่

พอเข้ามาในห้อง เสียงของขุยเลี่ยก็เบาลง

"ไอ้หนุ่ม วัตถุดิบเลื่อนขั้นที่เจ้าต้องการ ข้าหามาให้ครบหมดแล้วนะ"

สวรรค์เท่านั้นที่รู้ ว่าขุยเลี่ยต้องยอมบากหน้าไปติดต่อกับขุยซิง ผู้อาวุโสสี่ที่ไม่ได้คุยกันมาเป็นสิบๆ ปี ก็เพื่อจะแลกกับดวงตาสัตว์อสูรกลายพันธุ์มาให้จางหยาง

เรียกว่าเสียหน้าแบบสุดๆ ไปเลย!

"วางใจเถอะครับท่านลุง! พอเข้าไปในประตูสวรรค์ ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อหาหญ้านิพพานมาให้ท่านให้ได้!"

จางหยางไม่ใช่คนเนรคุณ เขารู้ดีว่าด้วยภูมิหลังที่ไร้ที่พึ่งในโลกนี้ ต่อให้มีเวลาอีกสามปี เขาก็คงหาทรัพยากรสำหรับเลื่อนขั้นไม่ได้แน่ๆ

แม้จะไม่รู้ว่าขุยเลี่ยต้องแลกกับอะไรมาบ้าง แต่การจะได้ของพวกนี้มาคงไม่ใช่เรื่องง่าย

ขุยเจินที่ยืนอยู่ข้างๆ มองดูท่าทางจริงจังของจางหยางด้วยแววตาหลงใหล

"หึหึ... ไม่ต้องฝืนตัวเองหรอกนะ เอาความปลอดภัยไว้ก่อน!"

ยังไงเสีย 'ประตูสวรรค์' ก็เป็นงานประชันความยิ่งใหญ่ของสายเทวะนอกรีต มีอัจฉริยะมากมายรวมตัวกันอยู่ในนั้น การจะหาไอเทมเฉพาะเจาะจงสักชิ้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

การฆ่าคนชิงทรัพย์ในนั้น ถือเป็นเรื่องปกติเหมือนกินข้าวอาบน้ำนั่นแหละ

คิดย้อนกลับไป ตัวเขาเองก็บุกตะลุยฝ่าดงเลือดมาแบบนี้เหมือนกัน โชคดีที่ดวงแข็ง ไม่อย่างนั้นก็คงกลายเป็นเศษกระดูกร่วงหล่นอยู่ใน 'ประตูสวรรค์' ไปตลอดกาลแล้ว

"เอ้านี่ รีบเอาไปเลื่อนขั้นซะเถอะ"

ขุยเลี่ยยัดถุงมิติใส่มือจางหยาง ก่อนจะลากตัวขุยเจินที่กำลังเป็นห่วงออกไปข้างนอก

จางหยางส่งยิ้มให้ขุยเจินพลางพยักหน้ารับ

เมื่อทั้งสองคนออกไปแล้ว เขาก็ล้วงเอาวัตถุดิบต่างๆ ออกมาจากถุงมิติ

อ้อยตัดวิญญาณ + หินถ่วงน้ำหนัก + ผลพฤกษาโอบหลัง + หญ้าอู๋จี๋ + ดวงตาสัตว์อสูรกลายพันธุ์

【ติ๊ง~ ตรวจพบวัตถุดิบเลื่อนขั้น อ้อยตัดวิญญาณ...】

【ติ๊ง~ ตรวจพบวัตถุดิบเลื่อนขั้น หินถ่วงน้ำหนัก...】

【ติ๊ง~ ตรวจพบวัตถุดิบเลื่อนขั้น ผลพฤกษาโอบหลัง...】

【ติ๊ง~ ตรวจพบวัตถุดิบเลื่อนขั้น หญ้าอู๋จี๋...】

【ติ๊ง~ ตรวจพบวัตถุดิบเลื่อนขั้น ดวงตาสัตว์อสูรกลายพันธุ์ พลังจิต +8...】

"ฟู่... มีแค่ดวงตาสัตว์อสูรกลายพันธุ์ที่บวกค่าสถานะให้ มิน่าล่ะมันถึงได้ล้ำค่าที่สุด"

จางหยางพึมพำขณะบีบดวงตาสัตว์อสูรกลายพันธุ์ที่กลายเป็นผลึกคริสตัลในมือ

'เลื่อนขั้น!'

สิ้นเสียงสั่งการในใจ วัตถุดิบทั้งหมดในมือก็ละลายซึมเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้น พลังงานมหาศาลก็ถาโถมเข้ามา พลังจากจันทร์ลี้ลับที่ไม่ควรจะปรากฏในตอนกลางวันพวยพุ่งออกมาจากความว่างเปล่า

มันชะล้างไปทั่วร่างกายราวกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก แต่จางหยางก็รับรู้ได้ว่าพลังของจันทร์ลี้ลับกำลังพยายามกลืนกินและหลอมรวมกับร่างกายของเขา

จังหวะนั้นเอง พลังประหลาดอีกสายก็ปรากฏขึ้น พลังจันทร์ลี้ลับที่เหมือนหิมะเจอกับแสงแดดแผดเผา ถูกซัดกระเจิงจนสลายหายไปในพริบตา

ความรู้สึกเหมือนตอนเลื่อนขั้นครั้งก่อนเปี๊ยบ จางหยางรู้สึกเหมือนมีกุญแจอีกดอกถูกไขออกในร่างกาย

ผ่านไปพักใหญ่ จางหยางค่อยๆ ลืมตาขึ้น พร้อมกับพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา

"นี่สินะ พลังของระดับสอง?"

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะระบบหรือเปล่า แต่พอเขาขึ้นระดับสอง พลังของเขาก็พุ่งไปแตะจุดสูงสุดทันที

จากนั้นเขาก็เปิดดูหน้าต่างสถานะ

ชื่อ: จางหยาง

ผู้ตื่นรู้สายเนตร: เนตรเจ็ดขั้ว (ระดับ 2)

สายเลือด: ไม่มี

ความสามารถ: โจมตีจุดอ่อนคริติคอล (B), ภาพลวงพุทธมาร (B+), ปรสิต (B), มองเห็นรอบทิศทาง (B)

อิทธิฤทธิ์: หัตถ์มรณะสีครามกลายพันธุ์ (50%) {คุณลักษณะ: กลืนวิญญาณ, เคลื่อนย้ายพริบตา}

ทิศทางวิวัฒนาการ: เนตรเจ็ดขั้ว (ระดับ 3) มุกแมงมุม + ยันต์หยินฝังกระดูก + ดวงตางูหลามอัสนี

ค่าสถานะ: พละกำลัง 30; พลังจิต 30; ร่างกาย 30

บัฟ: บัฟคุ้มกัน (421 วัน 6 ชั่วโมง 18 นาที) บัฟทำนายทายทัก (1)

อื่นๆ:

'หืม? นอกจากปรสิตจะเลื่อนเป็นระดับ B แล้ว ยังมีความสามารถมองเห็นรอบทิศทางเพิ่มมาอีกงั้นหรือ?'

จางหยางขมวดคิ้ว ทันใดนั้น ดวงตาสีเลือดกลางหน้าผากก็เบียดทะลักออกมา

"นี่มัน...?"

พอดวงตาสีเลือดเปิดออก เขาก็พบความผิดปกติ เขาสามารถมองเห็นภาพรอบทิศทาง 360 องศาได้หมด

ไม่ว่าจะเป็นด้านหลังหัวหรือกลางกระหม่อม

เขาเดินไปที่หน้ากระจกในห้องอย่างช้าๆ วินาทีที่เห็นใบหน้าตัวเอง รูม่านตาก็หดเกร็งทันที

ที่แท้บริเวณใต้ตาซ้ายของเขาก็มีดวงตาสีเลือดแดงฉานงอกขึ้นมาอีกดวง!

มันเหมือนกับดวงตาที่เบียดตัวแหวกออกมาจากรอยแยกของผิวหนัง แผ่กลิ่นอายชั่วร้ายและน่าสะพรึงกลัว ใครเห็นเป็นต้องใจสั่นเหมือนถูกวิญญาณอาฆาตตามติด

"ใบหน้าเกิดเจ็ดเนตร! หนึ่งเนตรหนึ่งอิทธิฤทธิ์ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง"

จางหยางกระตุกยิ้มมุมปากอย่างชั่วร้าย

ดูเหมือนจะต้องรอให้งอกครบเจ็ดตา ความสามารถพวกนี้ถึงจะกลายเป็นอิทธิฤทธิ์โดยสมบูรณ์!

แค่คิด ดวงตาสีเลือดก็หดกลับเข้าไปทันที เขาลองลูบคลำใต้ตาซ้ายดู ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ ราวกับภาพเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตา

"ข้า... เริ่มจะไม่เหมือนมนุษย์เข้าไปทุกทีแล้วสิ!"

จางหยางถอนหายใจเบาๆ "ก็ถูกแล้วล่ะ ในโลกแบบนี้ มนุษย์ที่ใสสะอาดไม่มีทางมีชีวิตรอดได้หรอก

งั้นก็ไม่เป็นคนแล้วกัน!"

ด้านนอกห้อง ขุยเจินมองประตูที่ปิดสนิทด้วยความเป็นห่วง สองมือบีบเข้าหากันแน่นพลางเดินวนไปวนมา

"ท่านลุง ผ่านมาตั้งนานแล้ว จางหยางคงไม่เป็นอะไรไปหรอกใช่ไหม?"

ขุยเลี่ยเห็นหลานสาวเป็นกังวลขนาดนั้น ก็รู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาตงิดๆ "หึ~ ทรัพยากรครบครันขนาดนี้ ถ้ายังเลื่อนขั้นไม่สำเร็จอีก ก็ไอ้ขยะดีๆ นี่เอง"

ในความคิดของเขา การที่เตรียมทรัพยากรไว้พร้อมสรรพแต่กลับเลื่อนขั้นล้มเหลว มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมากๆ

ขุยเจินได้ยินดังนั้น ก็ตวัดสายตาค้อนขวับใส่ 'ท่านลุง' ของตัวเองทันที

"แหม... สองพ่อลูกมายืนอาบแดดอะไรกันตรงนี้แต่กลางวันแสกๆ หือ?"

เสียงยียวนกวนประสาทดังขึ้นจากด้านหลังของขุยเลี่ยและขุยเจิน

"ขุยซิง ถ้าแกไม่หุบปาก ก็ไม่มีใครหาว่าแกเป็นใบ้หรอกนะ!"

ขุยเลี่ยถลึงตาใส่ขุยซิงด้วยความแค้นใจ สักวันเขาต้องฉีกปากไอ้หมานี่ให้ได้

"ผู้อาวุโสสี่!"

ขุยเจินทำความเคารพตามมารยาท

ขุยซิงเดินโซเซเข้ามาอย่างไม่ยี่หระกับน้ำเสียงของขุยเลี่ย "ข้าแค่กลัวหลานสาวสุดที่รักจะร้อนแดดน่ะ!"

จากนั้นก็กลอกตาไปมา "ให้ข้าเดานะ คนที่อยู่ข้างในนั่น คงไม่ใช่ลูกเขยราคาถูกของแกหรอกใช่ไหม?"

ขุยเลี่ยแค่นเสียงเย็น ไม่ยอมตอบคำถาม

"ใช่แล้ว คนที่อยู่ข้างในคือคู่หมั้นของข้าเอง!"

ขุยเจินเป็นคนรักแรงเกลียดแรง นอกจากจะทำตัวออดอ้อนเฉพาะกับจางหยางแล้ว เธอก็พร้อมจะแผลงฤทธิ์ใส่คนอื่นได้เสมอ

"อืม งั้นข้าในฐานะท่านอา ก็คงต้องช่วยตรวจสอบให้หลานสาวเสียหน่อยแล้วล่ะ"

ขุยซิงลูบเครายาวเฟื้อยที่หน้าอกตัวเองเบาๆ

"หึ~ ลูกเขยข้า เกี่ยวอะไรกับแกที่ต้องมาช่วยตรวจสอบด้วย?"

"อ้าวเฮ้ย... ก็ข้าเป็นคนช่วยแกหาดวงตาสัตว์อสูรกลายพันธุ์มาให้นี่หว่า"

"ข้าขอร้องแกรึไง? เดี๋ยวข้าจะสั่งให้เขาคายออกมาคืนแกเดี๋ยวนี้แหละ!"

"เอาสิ คายเลย!"

"คายก็คายสิวะ ใครกลัวใคร?"

"ถุย!"

"หนอย ไอ้เวร แกถุยจริงเหรอ? งั้นข้าก็ถุยบ้าง ถุย~"

"..."

ขุยเจินกุมขมับถอนหายใจเฮือกใหญ่ สองคนนี้เวลาไม่เจอกันก็เฉยๆ แต่พอมาอยู่ด้วยกันทีไรต้องทะเลาะกันทุกที หยุมหัวกันยิ่งกว่าคู่กัดเสียอีก

"แอ๊ด~"

ประตูห้องถูกเปิดออก จางหยางเดินก้าวออกมาจากข้างใน

"จางหยาง!"

ขุยเจินตาเป็นประกาย รีบวิ่งถลาเข้าไปหา

"เลื่อนขั้นสำเร็จแล้ว!"

จางหยางเอ่ยบอกหญิงสาวรูปงามตรงหน้าเสียงนุ่ม

"ข้าบอกแล้วไง ว่าเจ้าต้องทำได้แน่ๆ"

ขุยเจินพูดด้วยความดีใจ ลืมความกังวลเมื่อครู่นี้ไปเสียสนิท

"ลูกเขยคนเก่ง ข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้าเสมอแหละ"

ขุยเลี่ยเดินยิ้มร่าเข้ามาหา ทำทีเป็นพูดจาสนิทสนม

จางหยางถึงกับพูดไม่ออก บ๊ะ! ก่อนหน้านี้ยังเรียกไอ้หนุ่มอยู่เลย ตอนนี้กลายเป็นลูกเขยคนเก่งไปซะแล้ว เปลี่ยนสรรพนามเร็วจริงๆ

"อะแฮ่ม... ท่านลุง ข้าทำสำเร็จตามความคาดหมายแล้วครับ!"

ขุยซิงที่ยืนอยู่ด้านหลัง ก็มองจางหยางด้วยความสนใจเช่นกัน "ข้าคือท่านอาซิงของเจ้านะ!"

"ท่านอาซิง!"

จางหยางประสานมือคารวะอย่างสุภาพ

ขุยซิงกวาดสายตามองจางหยางตั้งแต่หัวจรดเท้า

หืม เขาระดับหกแล้วแท้ๆ แต่กลับมองระดับพลังของไอ้หนุ่มนี่ไม่ออกซะงั้น

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 62 - งั้นก็ไม่เป็นคนแล้วกัน!

คัดลอกลิงก์แล้ว