- หน้าแรก
- เนตรสีเลือดใต้ตะวันวิปริตกับระบบบัฟโกงสยบสิ่งลี้ลับ
- บทที่ 42 - ภัยร้ายที่ขุยเลี่ยต้องรับเคราะห์โดยไม่รู้ตัว
บทที่ 42 - ภัยร้ายที่ขุยเลี่ยต้องรับเคราะห์โดยไม่รู้ตัว
บทที่ 42 - ภัยร้ายที่ขุยเลี่ยต้องรับเคราะห์โดยไม่รู้ตัว
บทที่ 42 - ภัยร้ายที่ขุยเลี่ยต้องรับเคราะห์โดยไม่รู้ตัว
"ไม่มีดวงตาสัตว์อสูรกลายพันธุ์งั้นเหรอ?" จางหยางถามด้วยความสงสัย
"เอาไว้รุ่งเช้า เราค่อยไปถามท่านลุงดูก็แล้วกัน บางทีเขาอาจจะรู้ก็ได้ว่าพอจะหาดวงตาสัตว์อสูรกลายพันธุ์ได้จากที่ไหน"
ขุยเจินมองหน้าจางหยาง
จางหยางเองก็จนปัญญา ได้แต่พยักหน้ารับคำ เพราะเขายิ่งไม่มีหนทางจะไปหาดวงตาสัตว์อสูรกลายพันธุ์มาได้เลย
ตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาให้ขุยเลี่ยไม่จับเขาฉีกเป็นชิ้นๆ ก็พอแล้ว ในเมื่อเขาดันไปขโมยเสื้อบุนวมตัวน้อยสุดที่รักของตาแก่นั่นมานี่นา
แต่คิดๆ ดูแล้วก็คงเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะยังมีขุยเจินอยู่ทั้งคนนี่
จางหยางเอนหลังพิงกำแพงหิน ส่วนขุยเจินก็ซบไหล่เขาอย่างอ่อนโยน แล้วผล็อยหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า
บนใบหน้าของขุยเจินยังคงประดับด้วยรอยยิ้ม ความรู้สึกแบบนี้เป็นสิ่งที่เธอไม่เคยได้รับมาตั้งแต่เด็กเลย
......
ท้องฟ้าเริ่มสาง สัตว์ประหลาดหัวหมูที่หลับไหลไปตลอดทั้งคืนก็ไม่รู้ว่าคลานออกมาจากที่ไหน
มันรู้เพียงว่าเจ้านายสั่งให้มันเฝ้าต้นไม้ต้นนี้ไว้ ทุกๆ สองสามวันเจ้านายก็จะเอาอาหารมาให้มันกิน
สิ่งที่มันโปรดปรานที่สุดก็คือท่อนขาของผู้หญิง ขาวๆ นุ่มๆ อวบอิ่มชุ่มฉ่ำ
แค่คิดถึงสัตว์ประหลาดหัวหมูก็แลบลิ้นเลียจมูกตัวเอง ราวกับยังจดจำรสชาติแสนอร่อยเมื่อหลายวันก่อนได้เป็นอย่างดี
"อู๊ดๆ..." มันส่งเสียงร้องในลำคอ พร้อมกับแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ
แต่แล้วรอยยิ้มของมันก็ค่อยๆ เลือนหายไป เพราะต้นไม้ที่ยังคงงดงามเมื่อวาน บัดนี้กลับเหลือเพียงกิ่งก้านไร้ใบ ไม่ต้องพูดถึงผลไม้เลย
ด้วยสมองอันน้อยนิดของมัน มันไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น เพียงแค่ข้ามคืนเดียว ทุกสิ่งทุกอย่างถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้?
"โฮก~ ต้นไม้... ต้นไม้... ผลไม้... ผลไม้!"
เสียงคำรามอันดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วทั้งภูเขาอู๋หยา
ขณะเดียวกัน ขุยเลี่ยที่กำลังตามหาขุยเจินอยู่นั้น เมื่อได้ยินเสียงคำรามของสัตว์ประหลาดหัวหมู หางคิ้วของเขากระตุกยิกๆ เขารีบบังคับซอมบี้ให้มุ่งหน้าไปทางยอดเขาอู๋หยาทันที
เขากลัวว่าหลานสาวจะตกอยู่ในอันตราย เพราะจากสัมผัสที่เชื่อมโยงกับซอมบี้ เขารู้ว่าขุยเจินยังคงอยู่บนภูเขาลูกนี้
สัตว์ประหลาดหัวหมูอาละวาดทำลายข้าวของทุกอย่างที่ขวางหน้า มันรู้เพียงว่าผลไม้หายไปแล้ว เนื้อแสนอร่อยก็คงไม่มีอีก เจ้านายจะต้องลงโทษมันอย่างหนักหน่วงแน่
ในเวลานั้นขุยเลี่ยก็เดินทางมาถึงบริเวณยอดเขาแล้ว เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นสัตว์ประหลาดหัวหมูร่างยักษ์ "หืม? ของสกปรกจากศาลซานชางงั้นรึ?"
เขามองปราดเดียวก็รู้ว่าสัตว์ประหลาดหัวหมูตัวนี้เป็นผลผลิตจากศาลซานชาง
ดวงตาของสัตว์ประหลาดหัวหมูแดงก่ำ มันกำลังคลุ้มคลั่งอย่างหนัก
เมื่อขุยเลี่ยไม่เห็นวี่แววของขุยเจิน และไม่อยากแกว่งเท้าหาเสี้ยน จึงตั้งใจจะหันหลังกลับ
ทว่าสัตว์ประหลาดหัวหมูกลับทำจมูกฟุดฟิด ราวกับได้กลิ่นแปลกปลอม
"ต้นไม้... ผลไม้... คืนมา!"
ขุยเลี่ยหันขวับไปมอง ก็ประจวบเหมาะกับที่ต้องสบตากับดวงตาแดงก่ำของสัตว์ประหลาดหัวหมูพอดี
"เชี่ยเอ๊ย!"
สัตว์ประหลาดหัวหมูรวบรวมพละกำลังทั้งหมดพุ่งเข้าใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง!
หนึ่งคนหนึ่งซอมบี้และสัตว์ประหลาดหัวหมูจึงเปิดฉากต่อสู้กันอย่างดุเดือด...
ภายในถ้ำที่อยู่ห่างออกไป จางหยางลืมตาขึ้นด้วยความงัวเงีย เมื่อได้ยินเสียงคำรามของสัตว์ประหลาดหัวหมู
"เจินเอ๋อร์ เจินเอ๋อร์ ตื่นเร็ว พวกเราต้องไปแล้ว ไอ้หัวหมูนั่นคงรู้ตัวแล้วว่าผลไม้หายไป"
"อื้อ?"
ขุยเจินลืมตาขึ้น ขยี้ตาอย่างแรง "เช้าแล้วเหรอ? งั้นเรารีบไปหาท่านลุงกันเถอะ"
จางหยางพยักหน้า ตั้งใจจะพาขุยเจินไปล้างหน้าล้างตาที่ลำธารเล็กๆ แถวนี้เสียก่อน จะได้สดชื่นขึ้น
ระหว่างที่กำลังล้างหน้ากันอยู่นั้น จางหยางก็เงยหน้าขึ้นอย่างกะทันหัน
"เจินเอ๋อร์ เจ้าได้ยินเสียงอะไรไหม?"
ขุยเจินชะงักไป "นอกจากเสียงหมูร้องแล้ว ยังมีเสียงอะไรอีกเหรอ?"
จางหยางเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ เสียงที่ลอยแว่วมาตามลมเบาๆ คือ "บัดซบเอ๊ย... ไอ้หัวหมูบ้า... ข้าไม่ได้ทำ..."
"เอ่อ... เสียงคุ้นๆ นะเนี่ย? แต่มันไกลไปหน่อยเลยฟังไม่ค่อยชัด"
ขุยเจินเองก็เอามือป้องหูพยายามฟังอย่างอยากรู้อยากเห็น สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปทันที "ดูเหมือน... ดูเหมือนจะเป็นเสียงของท่านลุงนะ"
ทั้งสองสบตากันด้วยความตกใจ รีบคว้าข้าวของแล้วกระโดดขึ้นโลงศพ พุ่งตรงไปทางยอดเขาทันที
หนึ่งเค่อต่อมา เมื่อทั้งสองมาถึงยอดเขา
พวกเขาก็พบขุยเลี่ยนั่งหอบหายใจอยู่บนโขดหิน ในสภาพเสื้อผ้าขาดวิ่น ซอมบี้ที่อยู่ข้างๆ ก็มีสภาพไม่ต่างกัน แขนข้างหนึ่งห้อยต่องแต่ง
ส่วนสัตว์ประหลาดหัวหมูนอนแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่บนพื้น กลิ่นเหม็นคาวลอยคละคลุ้งไปไกล
"ท่านลุง... เป็นอะไรหรือเปล่า?"
ขุยเจินกระโดดลงจากโลงศพด้วยความร้อนใจ รีบวิ่งเข้าไปหาขุยเลี่ย
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของขุยเจิน ขุยเลี่ยก็เงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ "เจินเอ๋อร์ เจ้าหายไปไหนมา?"
"ท่านลุง บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"
"ไม่เป็นไรหรอก สัตว์ประหลาดหัวหมูกระจอกๆ แค่นี้ ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก
แม่งเอ๊ย ไอ้หัวหมูนี่มันบ้าไปแล้ว พุ่งเข้าใส่ข้าไม่ยั้ง พวกผลผลิตของศาลซานชางนี่มันโง่เง่าจริงๆ"
ขุยเลี่ยสบถด่าไม่หยุด ไอ้หัวหมูนี่มันทำเหมือนเขาเป็นศัตรูคู่อาฆาต พุ่งเข้าใส่เขาไม่ลืมหูลืมตา
จางหยางที่ได้ยินดังนั้น ก็ค่อยๆ ถอยกรูดไปหลบอยู่ด้านหลัง
เมื่อวานเขากับขุยเจินก็นั่งโลงศพซอมบี้มาที่นี่ สัตว์ประหลาดหัวหมูจมูกดีขนาดนั้น กลิ่นซอมบี้ก็แรงซะขนาดนี้ สงสัยมันคง...
"เอ๊ะ? เจ้าจับไอ้เด็กนี่ได้แล้วเหรอ?"
ขุยเลี่ยเพิ่งจะสังเกตเห็นจางหยางที่ซ่อนตัวอยู่หลังซอมบี้ จึงเอ่ยกับขุยเจินด้วยรอยยิ้ม
"อะแฮ่ม... ท่านลุง คือว่า ข้าเปลี่ยนใจไม่อยากสกัดจางหยางเป็นซอมบี้แล้วล่ะ ข้าอยากให้เขามาเป็นสามีข้ามากกว่า"
ขุยเจินพูดด้วยความเขินอายเล็กน้อย
"อืม ก็ดีเหมือนกัน หา? อะไรนะ? เจ้าพูดว่าอะไรนะ? สามีงั้นรึ?"
ขุยเลี่ยจ้องมองขุยเจินด้วยความตกตะลึง
ขุยเจินพยักหน้าอย่างหนักแน่น
"เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!"
ไหนตอนแรกบอกจะสกัดเป็นซอมบี้ไง ทำไมแค่ไม่เจอหน้ากันสองวันถึงได้กลายมาเป็นสามีไปได้ล่ะ?
เขารู้สึกปวดใจอย่างบอกไม่ถูก ราวกับผักกาดขาวที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมาอย่างดี ถูกหมูที่ไหนก็ไม่รู้มาขโมยกินไปซะแล้ว
และที่สำคัญไอ้หมูตัวนี้มันน่ารังเกียจยิ่งกว่าไอ้ตัวที่นอนกองอยู่บนพื้นเสียอีก!
ขุยเจินยิ้มพลางอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงสองวันที่ผ่านมาให้ขุยเลี่ยฟังอย่างละเอียด
"แค่ผลวัชระแปดลูก เจ้าก็ยอมขายตัวเองเลยงั้นรึ ไม่ได้ เด็ดขาด! ต่อให้ไม่แต่งกับมัน เราก็ต้องได้ผลวัชระมาอยู่ดี"
ขุยเลี่ยจ้องมองจางหยางที่อยู่ไม่ไกลด้วยความเคียดแค้น แทบอยากจะตบให้ตายคามือ
เมื่อจางหยางได้ยินคำพูดนั้น ก็ตกใจจนแทบกระโดดโหยง เริ่มมองหาทางหนีทีไล่ทันที เผื่อว่าขุยเลี่ยจะขาดสติ เขาจะได้หนีเอาตัวรอดได้ทัน
"ท่านลุง... พวกเราข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกแล้ว ถ้าท่านอยากให้หลานของท่านกำพร้าพ่อ ก็เชิญตบเขาให้ตายได้เลย"
ขุยเจินลุกขึ้นยืน เอามือลูบท้อง จ้องมองขุยเลี่ยด้วยสายตาแน่วแน่
"หา...?"
เมื่อเห็นท่าทีอันหนักแน่นของหลานสาว (ลูกสาว) ขุยเลี่ยก็เหลือบมองเธอแวบหนึ่ง ก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ไอ้หนู มานี่สิ!"
จางหยางยิ้มเจื่อนๆ ค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปใกล้ๆ อย่างกล้าๆ กลัวๆ
"ผู้อาวุโสขุยเลี่ย ข้าก็ไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้หรอกนะ แต่ความรักมันบังคับกันไม่ได้นี่นา!"
ขุยเลี่ยฟาดฝ่ามือลงบนโขดหินจนแหลกละเอียด ตวาดลั่นว่า "ยังจะมีหน้ามาพูดอีก!"
จางหยางรีบหุบปากฉับ ไม่กล้ายั่วโมโหว่าที่พ่อตาอีกต่อไป
"เอาผลไม้มาให้ข้า!"
"หา?"
"อะไรกัน? นี่มันสินสอดไม่ใช่รึไง กะจะฟันแล้วทิ้งงั้นสิ?"
สายตาของขุยเลี่ยเริ่มกลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง
จางหยางรีบยื่นถุงให้ขุยเลี่ยทันที ความจริงตอนแรกเขากะจะเอาไปเก็บไว้ในถุงมิติของขุยเจิน
แต่ขุยเจินบอกว่านี่คือของแลกเปลี่ยน และยืนกรานให้เขานำมามอบให้ท่านลุงด้วยตัวเอง เขาจึงไม่ได้ขัดข้องอะไร
ขุยเลี่ยมองดูผลไม้ในถุง สีหน้าก็ดูผ่อนคลายลงบ้าง
"หึ... ไอ้หนู ดวงดีไม่เบานี่" ขุยเลี่ยแค่นเสียงเย็นชา
มุมปากของจางหยางกระตุกยิกๆ นี่มันวาสนาของเขาชัดๆ เลยนะเนี่ย
ขุยเลี่ยมองแผนการในใจของจางหยางออกอย่างทะลุปรุโปร่ง "หึ... วางใจเถอะ ข้าไม่มีทางปล่อยให้ลูกเขยกระจอกๆ ของข้าต้องเสียเปรียบหรอก อยากได้อะไรก็บอกมาได้เลย"
จางหยางได้ยินดังนั้นก็อดกลอกตาไม่ได้ ลูกเขยก็ลูกเขยสิ ทำไมต้องเติมคำว่ากระจอกเข้าไปด้วยเล่า?
"อะแฮ่ม... ท่านพ่อ!"
ขุยเลี่ยแทบจะสำลักความหน้าด้านของจางหยาง ฟังแค่นี้ก็รู้แล้วว่าลูกสาวตัวเองคงเทใจให้ไอ้เด็กนี่ไปหมดแล้ว ถึงได้เล่าเรื่องทุกอย่างให้มันฟังจนหมดเปลือก
"อะแฮ่ม... อยู่ข้างนอกให้เรียกว่าท่านลุง!"
"ฮี่ๆ... เอ่อ... ท่านลุง ข้าอยากได้ทรัพยากรสำหรับการเลื่อนขั้นน่ะ"
"ไม่มีปัญหา เรื่องนี้ข้าจัดการเอง"
ขุยเลี่ยยิ้มกว้างด้วยความดีใจ แค่ทรัพยากรสำหรับการเลื่อนขั้นจากระดับหนึ่งไประดับสอง จะต้องใช้ของล้ำค่าอะไรหนักหนากันเชียว
"เอ่อ... ท่านลุง นี่คือรายการของที่ต้องการ!"
ขุยเจินยื่นใบรายการให้ขุยเลี่ย
ขุยเลี่ยมองดูใบรายการแล้วหน้าดำคร่ำเครียดขึ้นเรื่อยๆ "อ้อยสะบั้นวิญญาณ, หินศิลาหนัก... ดวงตาสัตว์อสูรกลายพันธุ์รึ?"
"ของมีไม่เยอะ รบกวนท่านลุงด้วยนะ!"
จางหยางเอ่ยด้วยรอยยิ้มแฉ่ง ทำหน้าตายียวนราวกับจะบอกว่าท่านลุงคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม
ขุยเลี่ย: "..."
ที่จริงเขาก็อยากจะปฏิเสธอยู่หรอก แต่พอเห็นสายตาของขุยเจินที่จ้องมองมา เขาก็พูดไม่ออก
"จริงสิ ท่านลุง ท่านเคยได้ยินชื่อพระหัวงูไหม?"
ขุยเลี่ยปรายตามองจางหยาง "ทำไม รู้จักมันงั้นรึ? คิดจะเอาชื่อมันมาข่มข้าหรือไง มันก็แค่หนึ่งในห้าวิถีสิบสองนักบวชแห่งศาลซานชางเท่านั้นแหละ!"
"เปล่า ข้าแค่จะบอกว่า ผลวัชระแห่งความมืดพวกนี้ เป็นของมันต่างหากล่ะ!"
"......"
(จบแล้ว)