เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 - ไม่จบไม่สิ้นสักที?

บทที่ 34 - ไม่จบไม่สิ้นสักที?

บทที่ 34 - ไม่จบไม่สิ้นสักที?


บทที่ 34 - ไม่จบไม่สิ้นสักที?

ขุยเจินเผยสีหน้าลุกลน เธอไม่รู้ว่าทำไมคนที่เดินออกมาจากโลงศพถึงเป็นผีสาวชุดแดง แล้วซอมบี้ตัวเบ้อเริ่มของเธอหายไปไหนแล้ว

ต้องเข้าใจก่อนว่าวรยุทธ์ทั้งหมดของสำนักศพซอมบี้ล้วนพึ่งพาซอมบี้ หากคนจากสำนักศพซอมบี้ไร้ซอมบี้ ก็เหมือนเสือที่ไร้กรงเล็บและเขี้ยว

"ทำยังไงดี?"

จางหยางเหลือบมองขุยเจิน เห็นท่าทางลนลานของเธอก็รู้ทันทีว่าคงพึ่งพาไม่ได้แล้ว

เขามองผีสาวชุดแดงที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ด้วยใบหน้าเคร่งขรึม

"อู๋อี? แม่งเอ๊ย ฉันนึกว่าอู๋ซินซะอีก!"

หัตถ์มรณะสีครามพุ่งออกมาจากความว่างเปล่า มือผีนับไม่ถ้วนพันเกี่ยวกันราวกับงูยักษ์ที่ถาโถมเข้าใส่หญิงชุดแดง

"ตู้ม~"

หัตถ์มรณะสีครามกลืนกินหญิงชุดแดงในชั่วพริบตา แต่จางหยางยังคงมีสีหน้าเคร่งเครียด เขาคว้าตัวขุยเจินแล้วเตรียมจะวิ่งหนีออกไปนอกประตู

ทว่าผีสาวชุดแดงกลับยังคงยืนอุ้มเด็กอยู่ท่ามกลางหิมะเหมือนเมื่อครู่เปี๊ยบ "นายท่านทั้งสอง ข้างนอกลมหนาวพัดแรงนัก ข้าขอเข้าไปพักผ่อนสักหน่อยได้หรือไม่?"

"พวกท่านเคยเห็นสามีข้าไหม? เขาชื่ออู๋อีไงล่ะ!" เสียงร้องโหยหวนของผีสาวดังขึ้นจากด้านหลัง

"บัดซบเอ๊ย~"

จางหยางขมวดคิ้วแน่น ผีสาวชุดแดงที่อยู่ด้านหลังไม่ได้ถูกหัตถ์มรณะสีครามกำจัดไป หนำซ้ำที่ประตูยังโผล่มาเพิ่มอีกหนึ่งตน

"แม่นางขุยเจิน เจ้ายังมีของวิเศษเอาตัวรอดอะไรอีกบ้าง รีบหยิบออกมาใช้สิ?"

เมื่อได้ยินคำพูดของจางหยาง ขุยเจินก็พยายามดึงสติกลับมา เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วหยิบตะปูตอกโลงศพออกมาจากถุงมิติ

"ทลายฟ้าสังหารเทพ!"

บทพูดที่เต็มไปด้วยความเบียวขั้นสุด ทำให้จางหยางอดไม่ได้ที่จะกลอกตาบนอย่างบ้าคลั่ง

ตะปูตอกโลงศพเปล่งแสงเย็นเยียบออกมา แล้วพุ่งแหวกอากาศดัง "ฟิ้ว" ตรงไปยังผีสาวชุดแดง

ทว่ามันกลับพุ่งทะลุร่างของผีสาวไปปักเข้าที่รูปปั้นเทวรูปอันทรุดโทรมในห้องโถงใหญ่อย่างจัง

จางหยาง: "..."

ขุยเจิน: "..."

จางหยางมองจนหางตากระตุกยิกๆ ได้ยินขุยเจินตะโกนเสียอลังการ เขาก็นึกว่าเป็นของวิเศษระดับเทพอะไรเสียอีก ที่ไหนได้กลับไร้ประโยชน์สิ้นดี

"เอ่อ... นี่คือของวิเศษของสำนักศพซอมบี้พวกเจ้าเหรอ?"

ขุยเจินทำหน้าเจื่อน "นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ข้าเดินทางไกล ปกติข้าก็แค่เดินตามหลังพวกผู้อาวุโส..."

จางหยางส่ายหัว อุตส่าห์คิดว่าขุยเจินจะเก่งกาจสักแค่ไหนเชียว

ที่แท้ก็เป็นแค่มือใหม่หัดขับที่เพิ่งก้าวออกจากเซฟโซนเหมือนกับเขานี่เอง

เมื่อเห็นผีสาวชุดแดงขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จางหยางก็ขมวดคิ้วแล้วแหงนมองท้องฟ้า หากไม่มีพลังจากจันทร์ลี้ลับคอยหนุน เขาก็มองไม่ทะลุถึงตัวตนที่แท้จริงและจุดอ่อนของผีสาวตนนี้เลย

หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะผีสาวตนนี้มีระดับสูงกว่าเขามาก!

"สามีของข้าชื่ออู๋อี ฮือๆ..."

เสียงร้องไห้โหยหวนดังก้องจนแสบแก้วหู

ขุยเจินถอยมาพิงจางหยางด้วยความหวาดกลัว แววตาเผยให้เห็นความตื่นตระหนก สองมือขยุ้มจีวรของเขาแน่น

ทว่าจางหยางกลับไม่ได้รู้สึกเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสนุ่มนิ่มของอิสตรีในอ้อมแขนเลยแม้แต่น้อย เพราะผีสาวชุดแดงทั้งสามตนได้ประชิดเข้ามาจนแทบจะถึงตัวแล้ว

ในบรรดาวิชาทั้งหมดที่เขามี เหลือเพียงธรรมพจน์พุทธมารเท่านั้นที่ยังไม่ได้ลองใช้ ตอนนี้คงต้องลองเสี่ยงดูสักตั้ง เผื่อฟลุค

"พุทธมารแห่งสวรรค์สิบแดนจุติ ฝังฟ้า ฝังดิน ฝังสรรพสัตว์"

ทันใดนั้น เสียงสวดมนต์ก็ดังก้องกังวาน ร่างเงาของพุทธมารปรากฏขึ้นกลางห้องโถงใหญ่อย่างกะทันหัน เบื้องหลังพุทธมารมีแขนนับพัน และบนฝ่ามือแต่ละข้างก็มีดวงตาอยู่หนึ่งดวง

ใบหน้าครึ่งหนึ่งเปี่ยมด้วยความเมตตา ส่วนอีกครึ่งกลับเต็มไปด้วยความละโมบ เพียงแค่ปรายตามอง ก็ราวกับวิญญาณจะถูกดูดกลืนเข้าไป เป็นภาพที่หลอนประสาทสุดๆ

"พระโพธิสัตว์และพระมหาสัตว์ทั้งหลาย พึงปราบปรามจิตของตนเช่นนี้..."

เมื่อเสียงสวดมนต์เข้าหู ผีสาวชุดแดงก็หยุดชะงัก สีหน้าเผยให้เห็นถึงความขัดขืน

ส่วนขุยเจินยิ่งอาการหนักกว่า ดวงตาเลื่อนลอย ประนมมือขึ้นและเตรียมจะกราบไหว้ร่างเงาของพุทธมารโดยไม่รู้ตัว

จางหยางไม่รู้ว่าถ้ากราบลงไปแล้วจะเกิดผลลัพธ์อะไรตามมา แต่ที่แน่ๆ มันต้องไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน

เขาจึงยื่นมือไปตบหัวขุยเจินดังฉาด "โอ๊ย~"

ขุยเจินกุมหัวพลางถลึงตาใส่จางหยาง จางหยางพยักพเยิดให้เธอดูผีสาว

ทันใดนั้นก็เห็นว่าสีหน้าดิ้นรนของผีสาวค่อยๆ เลือนหายไป สองมือเริ่มประนมขึ้น แล้วค่อยๆ ค้อมตัวลงกราบ

"ขอถึงพระพุทธองค์เป็นที่พึ่ง~ โปรดช่วยให้ข้าบรรลุธรรม! สาธุ~ สาธุ~"

ทันทีที่ผีสาวซึ่งมีสีหน้าเปี่ยมด้วยความเลื่อมใสศรัทธาโขกศีรษะลงกับพื้น พุทธมารก็ขยับตัวกะทันหัน

ยื่นมือไปคว้าร่างผีสาวยัดเข้าปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคม แล้วเคี้ยวกร้วมๆ อย่างต่อเนื่อง

"นี่... นี่มันตัวบ้าอะไรเนี่ย?"

ขุยเจินถอยหลังไปหลายก้าว ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ขนาดตัวเธอเองยังรับมือผีสาวตนนี้ไม่ได้ นึกไม่ถึงเลยว่าจะถูกตัวประหลาดนี่จับกินหน้าตาเฉย

จางหยางเองก็เพิ่งเคยใช้ภาพลวงตาพุทธมารเป็นครั้งแรก ไม่คิดเลยว่าผีสาวที่เขาจนปัญญาจะรับมือ จะถูกพุทธมารเขมือบลงท้องในคำเดียว

แม้แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าพุทธมารตนนี้มันมีกลิ่นอายความชั่วร้ายเกินบรรยาย!

เมื่อสังเกตดูที่หน้าจอสถานะ ภาพลวงตาพุทธมารก็กระโดดข้ามจาก C+ ไปเป็น B ทันที

หลังจากผีสาวถูกจางหยางกำจัดไปในพริบตา ขุยเจินที่รู้สึกปลอดภัยแล้วก็มองจางหยางด้วยความอยากรู้อยากเห็น

รู้สึกแค่ว่าผู้ชายคนนี้ไม่เหมือนใคร ดูจะมีความลึกลับซ่อนอยู่นิดหน่อย

จางหยางขมวดคิ้ว "เจ้ามองข้าทำไม? ถึงข้าจะยอมรับว่าเจ้าสวย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะมาใช้สายตาแทะโลมข้าแบบนี้ได้หรอกนะ"

"ถุย ปากหมาๆ พ่นอะไรดีๆ ไม่เป็นหรอก!"

ขุยเจินกลอกตาบน ทำท่าทางรังเกียจ แต่ในใจลึกๆ กลับรู้สึกดีใจนิดหน่อย ยังไงโดนชมว่าสวย เธอก็ชอบอยู่แล้ว

"อย่างที่คิดไว้เลย~"

จางหยางเดินออกจากห้องโถงใหญ่ มองดูพื้นที่เต็มไปด้วยใบไม้ร่วงหล่น ไม่มีหิมะตกเลยแม้แต่นิดเดียว ทุกอย่างเป็นเพียงภาพลวงตาที่ผีสาวสร้างขึ้นเท่านั้น

แม้ภาพลวงตาจะสมจริงมาก ตอนที่เขายื่นมือไปรับเกล็ดหิมะเมื่อครู่ ยังสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบ

แต่จุดบอดเพียงอย่างเดียวก็คือ ตอนที่เกล็ดหิมะละลายในฝ่ามือ เขาไม่รู้สึกถึงความเย็นเลยแม้แต่นิดเดียว

"ผู้อาวุโสขุยเลี่ยทำไมถึงยังไม่กลับมาอีก?"

เมื่อขุยเจินได้ยินคำถามของจางหยางก็ชะงักไปเช่นกัน และรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย ตามหลักแล้ว แค่ท่านลุงของเธอจะล่าสัตว์ป่าทั่วไป มันเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก

"เทียนจุนไร้ประมาณ โยมทั้งสองเคยเห็นภรรยาของอาตมาหรือไม่?"

เสียงที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยจากในห้องโถงใหญ่ ทำให้จางหยางขนลุกซู่ไปทั้งหัว เขาหันขวับกลับไปมองข้างในทันที

ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่มีนักพรตถือแส้ปัดรังควานคนหนึ่งยืนอยู่กลางห้องโถงใหญ่ นักพรตอายุไม่มากนัก ผมสีดำขลับถูกเกล้าเป็นมวย

แต่สิ่งที่ทำให้จางหยางและขุยเจินหวาดกลัวก็คือ ดวงตาทั้งสองข้างของนักพรตเป็นหลุมกลวงโบ๋ ราวกับไม่มีดวงตามาตั้งแต่เกิด

"อาตมาคืออู๋อี ขอถามหน่อยว่าพวกท่านเคยเห็นหญิงสาวที่สวมชุดสีแดงอุ้มทารกผ่านมาบ้างหรือไม่?"

จางหยางกัดฟันกรอด ดึงตัวขุยเจินถอยหลังไม่หยุด "แม่งเอ๊ย ยังไม่จบไม่สิ้นอีกเหรอเนี่ย?"

ทันทีที่ตั้งจิต เสียงสวดมนต์ก็ดังก้อง พุทธมารปรากฏขึ้นกลางอากาศอีกครั้ง

แต่คราวนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ผล นักพรตทำราวกับมองไม่เห็นและไม่ได้ยิน เดินตรงดิ่งเข้ามาหาพวกเขาทั้งสอง

"ฆาเหริน... พระพุทธองค์ของเจ้าเหนื่อยแล้วหรือเปล่าเนี่ย ทำไมถึงไม่เห็นผลล่ะ"

ขุยเจินกระตุกแขนเสื้อเขา แล้วกระซิบถามเสียงเบา

จางหยางทำหน้าขรึม ชี้ไปที่นักพรต "เจ้าดูหูของเขาสิ!"

ขุยเจินเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นว่าที่หูของนักพรตมีคราบเลือดสีดำแห้งกรังติดอยู่

"พระพุทธองค์ตรัสไว้ ไม่ฟัง ไม่มอง ไม่พูด ตอนนี้วิญญาณทั้งแปดของพุทธมารใช้ได้แค่สองอย่างแรกเท่านั้น ชั่วคราวตอนนี้ข้ายังไม่มีวิธีจัดการกับเจ้าตัวประหลาดนี่หรอกนะ"

จางหยางลองสัมผัสดูแล้วเอ่ยขึ้น

"แต่เมื่อกี้เขาก็พูดไม่ใช่เหรอ?"

"เจ้าเห็นปากเขาขยับบ้างไหมล่ะ?"

ที่แท้ปากของนักพรตก็ไม่เคยขยับเลย เสียงนั้นดังขึ้นมาในหัวของพวกเขาโดยตรง

"ข้าถามพวกท่าน ว่าเคยเห็นภรรยาของข้าไหม?" น้ำเสียงของนักพรตเริ่มแสดงความไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อเห็นทั้งสองยังคงเงียบ นักพรตก็ตวัดแส้ปัดรังควาน เส้นใยสีขาวบนแส้ก็พุ่งยาวออกมากวาดม้วนเข้าใส่ทั้งสองคนทันที

"เปิดโลงพบโชค!" ขุยเจินตวาดเสียงแหลม

ซอมบี้กระโดดออกมาจากโลงศพ แล้วพุ่งตรงไปหานักพรตทันที

"ปัง~" นักพรตเพียงแค่สะบัดแส้ปัดรังควานเบาๆ ซอมบี้ก็ถูกเส้นใยรัดจนแน่นแล้วเหวี่ยงไปกระแทกกำแพงอย่างแรง

โชคดีที่ซอมบี้มีร่างกายแข็งแกร่งดั่งทองแดงเหล็กกล้าและไม่รู้จักความเจ็บปวด มันพลิกตัวลุกขึ้นแล้วพุ่งเข้าใส่นักพรตอีกครั้ง

นักพรตก็ดื้อดึงไม่ต่างกัน ดูเหมือนจะสนใจแค่ซอมบี้ที่อยู่ตรงหน้า ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่จางหยางและขุยเจินต่อ

"ไปเร็ว!"

จางหยางกระซิบ

เขาคว้าตัวขุยเจินเตรียมจะวิ่งออกไปทางประตูภูเขา ทว่าประตูใหญ่ของลานบ้านกลับถูกเส้นใยสีขาวพันจนแน่นหนาไปหมดแล้ว

ขุยเจินเผลอไปสัมผัสโดนเส้นใยสีขาวเข้า นักพรตสัมผัสได้ถึงบางอย่าง จึงทิ้งซอมบี้แล้ววิ่งปรี่เข้ามาหาทั้งสองคนทันที

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 34 - ไม่จบไม่สิ้นสักที?

คัดลอกลิงก์แล้ว