เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 - ราบรื่นไร้อุปสรรค

บทที่ 14 - ราบรื่นไร้อุปสรรค

บทที่ 14 - ราบรื่นไร้อุปสรรค


บทที่ 14 - ราบรื่นไร้อุปสรรค

เมื่อเห็นมือที่แบยื่นออกมาของเณรน้อย จางหยางก็ยิ้มขำ ล้วงเอาเหรียญอาคมสองสามเหรียญจากถุงยัดใส่มือนั้น

เณรน้อยเดาะเหรียญอาคมในมือเล่น แล้วยิ้มร่า "ตามข้ามาสิ!"

จางหยางเดินตามเณรน้อยลัดเลาะผ่านอุโบสถที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นธูป เขาสอดส่ายสายตามองพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น รู้สึกถึงความแปลกประหลาดที่บรรยายไม่ถูก

โดยเฉพาะพระพุทธรูปพันกรองค์กลาง มองเผินๆ ก็ดูมีเมตตากรุณาดี แต่พอมองดูให้ดีๆ กลับแฝงความน่าขนลุกชวนสยองไว้อย่างน่าประหลาด

เขาไม่เคยเห็นพระพุทธรูปหน้าตาแบบนี้ในชาติก่อนเลย!

"ก้มหน้าลง อย่ามองส่งเดช นี่คือพระพุทธองค์อัฐิอนันต์นะ!" เณรน้อยก้มหน้ากระซิบดุ

'หืม? พระอัฐิ? หรือพระโบราณ?' จางหยางขมวดคิ้ว ก้มหน้าเดินตามเณรน้อยต่อไป

จนกระทั่งเดินพ้นอุโบสถ เณรน้อยถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก "จำไว้นะ เวลาอยู่ต่อหน้าพระพุทธองค์อัฐิอนันต์ ต้องมีความนอบน้อม

เห็นแก่ที่เจ้าเป็นผู้มีเงินตรา ข้าจะเตือนเจ้าอีกอย่าง เดี๋ยวตอนเจอไต้ซือชิงหมิง ห้ามจ้องหน้าท่านเด็ดขาด"

จางหยางอดสงสัยไม่ได้ "ทำไมล่ะครับ? ไต้ซือชิงหมิงหน้าตาขี้เหร่มากเหรอครับ?"

"ระวังปากหน่อย!" เณรน้อยหันซ้ายหันขวาลุกลี้ลุกลน "เอาเป็นว่าเจ้าเชื่อข้าก็แล้วกัน"

เณรน้อยพาจางหยางเลี้ยวลดคดเคี้ยวไปมา จนมาถึงหน้าวิหารหลังเล็กแห่งหนึ่ง

"ท่านเจ้าอาวาส ประสกท่านนี้บอกว่ามาขอฝากตัวเป็นศิษย์ขอรับ"

รออยู่ครู่หนึ่ง ก็มีเสียงแหบพร่าดังก้องมาจากในวิหาร "ใครเป็นคนแนะนำมา?"

จางหยางรีบก้าวไปข้างหน้า "จดหมายแนะนำจากรองหัวหน้าหน่วยกำจัดสิ่งลี้ลับแห่งเมืองอูจี๋ อู๋เหล่าเอ้อร์ครับ"

"หืม? เจ้าคือจางหยางงั้นรึ?"

เสียงจากในห้องดูประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด

จางหยางได้ยินก็ชะงักไป เขาไม่นึกเลยว่าตัวยังไม่ทันมาถึง ชื่อเสียงจะนำร่องมาก่อนแล้ว อู๋เหล่าเอ้อร์นี่จัดการเรื่องให้ซะดิบดีเชียวรึ?

"ผู้น้อยชื่อจางหยางครับ" จางหยางรีบประสานมือคารวะ

"อืม เข้ามาคุยกันข้างในเถอะ!"

ประตูวิหารเปิดออกเองโดยอัตโนมัติ เณรน้อยถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างแนบเนียน

จางหยางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ก้าวเท้าเข้าไปในวิหาร

ภายในวิหารมืดสลัว แสงแดดสีเขียวอมฟ้าสาดส่องเข้ามาไม่ถึงเลยสักนิด บนตั่งมีหลวงจีนชรารูปหนึ่ง ศีรษะโล้นเลี่ยนมีรอยจุดธูปเก้าจุด นั่งจ้องมองเขาอยู่

สีหน้าของหลวงจีนชราดูยากจะคาดเดา จางหยางก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองตาฝาดไปหรือเปล่า เมื่อกี้เหมือนเห็นเส้นสีแดงสองสามเส้นเลื้อยผ่านใต้ผิวหนังบนใบหน้าของหลวงจีนชราแวบๆ

"ไต้ซือชิงหมิง ผู้น้อยจางหยางอยากจะขอฝากตัวเป็นศิษย์ท่าน นี่คือจดหมายแนะนำตัวกับป้ายประจำตัวครับ"

เขายื่นจดหมายแนะนำตัวและป้ายไม้ให้

ยังไม่ทันที่จางหยางจะส่งให้ถึงมือ จดหมายแนะนำตัวก็ลอยละลิ่วจากมือเขา ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นจับมันส่งไปถึงมือชิงหมิง

ชิงหมิงกวาดสายตาอ่านจดหมาย พยักหน้าเบาๆ "เอาล่ะ! เอาเป็นว่า... เจ้าเริ่มจากการเป็นพระตัดฟืนก่อนก็แล้วกัน"

'พระตัดฟืน?' จางหยางขมวดคิ้ว เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นพระตัดฟืนนะโว้ย

ชิงหมิงราวกับจะรู้ทัน จึงปรายตามองเขาแวบหนึ่ง "จางหยาง อย่ามักใหญ่ใฝ่สูงให้มากนัก วิธีบำเพ็ญเพียรในสำนักของเรา ล้วนแฝงอยู่ในการตัดฟืนทั้งสิ้น ไปได้แล้ว!"

"ครับ ท่านเจ้าอาวาส!"

จางหยางถอยร่นออกจากวิหาร

"ทัมมั่วะ พาว่าที่ศิษย์น้องคนนี้ไปหาลั่วภะ ให้เขาช่วยจัดการเรื่องที่พักให้ด้วย" เสียงของไต้ซือชิงหมิงดังแว่วมาจากในวิหาร

"ขอรับ ท่านเจ้าอาวาส" จากนั้นเณรน้อยก็หันมามองจางหยาง "ศิษย์น้อง ตามข้ามาสิ"

พูดจบ ก็เดินนำลึกเข้าไปในเขตวัด

จางหยางเดินตามหลังไปเงียบๆ แอบยัดเหรียญอาคมใส่มือเณรน้อยไปสองสามเหรียญ ทัมมั่วะรีบเก็บเข้ากระเป๋าทันที

"แค่กๆ... ถึงแม้ในนามเราจะเป็นศิษย์ของไต้ซือชิงหมิง แต่ท่านไม่เคยอนุญาตให้พวกเราเรียกท่านว่าอาจารย์เลย

ศิษย์พี่ใหญ่ลั่วภะ ศิษย์พี่รองลั่วพะ และศิษย์พี่สามฆามะ ถึงจะเป็นศิษย์ที่แท้จริงของท่าน!

แล้วเจ้าก็ควรจะระวังตัวไว้ให้ดี ศิษย์พี่ใหญ่เกลียดพวกผู้ตื่นรู้ที่สุด รู้ไว้ด้วยนะว่าพวกเราศรัทธาในพระพุทธองค์อัฐิอนันต์"

เณรน้อยทัมมั่วะเห็นแก่หน้าเหรียญอาคม เลยยอมเปิดปากเตือนอีกสองสามคำ

จางหยางพยักหน้ารับรู้ ก่อนมาอู๋เหล่าเอ้อร์ก็บอกเขาแล้วว่าวัดชิงหยางเป็น "มวลหมู่ดารา" ที่นับถือภูตผีปีศาจสมัยโบราณ ซึ่งต่างจากสายจันทร์ลี้ลับหรือสุริยันวิปลาสที่เป็นกระแสหลักในตอนนี้

"ศิษย์พี่ทัมมั่วะ ท่านเจ้าอาวาสจะสอนอะไรพวกเราเหรอครับ?" จางหยางถามด้วยความสงสัย

พวกสายจันทร์ลี้ลับกับสุริยันวิปลาสต้องเลื่อนระดับไปเรื่อยๆ ถึงจะแข็งแกร่งขึ้น

แต่เขาไม่รู้เลยว่าไอ้พระพุทธองค์อัฐิอนันต์อะไรนี่มันมีอิทธิฤทธิ์ยังไงบ้าง

ทัมมั่วะได้ยินคำถามของจางหยาง ก็เม้มปาก ลูบคลำแขนตัวเองโดยอัตโนมัติ "ปากเนื้อ" บนแขนเล็กๆ นั่นดูสะดุดตามาก ดูเหมือนจะมีตัวอะไรยุบยับอยู่ใต้ผิวหนัง

"เดี๋ยวเจ้าก็รู้เองแหละ" ทัมมั่วะเหมือนนึกถึงเรื่องไม่สบอารมณ์ขึ้นมาได้ แววตาฉายแววเคียดแค้นวูบหนึ่ง "หึ... คนที่ให้จดหมายแนะนำตัวเจ้าน่ะ ไม่ได้หวังดีอะไรหรอก"

จางหยางเหลือบมอง ไม่ได้ตอบโต้อะไร เขารู้ธาตุแท้ของอู๋เหล่าเอ้อร์มาตั้งนานแล้ว

ที่เขายังดันทุรังมาวัดชิงหยาง ก็เพราะเขาเชื่อในคำทำนายของเซียมซีต่างหากล่ะ

เซียมซีระดับกลางค่อนบนที่เขาเลือก ไม่เพียงแต่จะบอกทิศทางวิวัฒนาการใหม่ แต่ยังมอบความสามารถปรสิตและการถักทอภาพลวงตาที่เป็นประโยชน์กับเขาอย่างมากอีกด้วย

"ศิษย์น้องจางหยาง ข้างหน้านั่นคือที่พักของศิษย์พี่ใหญ่ ที่พักของพวกเจ้าก็อยู่ที่นั่นด้วยแหละ!" ทัมมั่วะชี้ไปที่หมู่บ้านครึ่งทางขึ้นเขา ท่าทางหวาดหวั่น "ข้าต้องไปรับแขกต่อแล้ว ไม่ไปส่งนะ"

"ครับ" จางหยางพยักหน้า แม้จะไม่รู้ว่าทำไมทัมมั่วะถึงกลัวศิษย์พี่ใหญ่นัก แต่เขาก็ต้องระวังตัวไว้ก่อน

ครึ่งชั่วยามต่อมา จางหยางก็มาถึงครึ่งทางขึ้นเขา เขายืนอยู่หน้าห้องพักที่ใหญ่ที่สุดแล้วร้องตะโกนว่า "ศิษย์ใหม่จางหยาง ขอคารวะศิษย์พี่ใหญ่ครับ"

"เข้ามา!"

จางหยางผลักประตูเข้าไป 'เอ๊ะ? ศิษย์พี่ใหญ่คนนี้ยังหนุ่มอยู่เลยนี่นา'

ลั่วภะศิษย์พี่ใหญ่อายุราวๆ ยี่สิบกว่าๆ โกนหัวโล้น แต่รอยแผลเป็นบนหน้ากลับดูโดดเด่นสะดุดตา

ลั่วภะกวาดสายตามองจางหยางตั้งแต่หัวจรดเท้า พยักหน้า "เจ้าคือจางหยางรึ? รูปร่างหน้าตาใช้ได้เลยนี่ ฝีมือการแกว่งเท้าหาเสี้ยนก็ไม่เบาเหมือนกัน ก่อนเจ้ามาถึง ท่านอาจารย์ถึงกับต้องลงไม้ลงมือเพื่อเจ้าเลยนะ"

จางหยางนัยน์ตาหดเกร็ง นึกถึงคำเตือนในเซียมซีระดับล่างขึ้นมาได้ทันที ดูท่าจ้าวเหวินคงจะมาดักซุ่มโจมตีเขาจริงๆ แถวยังแวะมาถึงวัดชิงหยางอีกต่างหาก

"ศิษย์น้องรู้สึกผิดยิ่งนัก ที่ทำให้ท่านเจ้าอาวาสและศิษย์พี่ต้องเดือดร้อนไปด้วย"

ลั่วภะได้ยินดังนั้น ก็มองจางหยางด้วยสายตาแปลกๆ "ไม่ได้เดือดร้อนอะไรหรอก ท่านอาจารย์ก็แค่เก็บแขนมันไว้ดูต่างหน้าข้างนึงเท่านั้นเอง

ส่วนเจ้าน่ะไม่เลวเลย ไม่เหมือนผู้ตื่นรู้คนอื่นที่หน้าตาอัปลักษณ์ดูไม่ได้"

จางหยางขนลุกซู่ จู่ๆ ก็นึกถึงคำพูดของทัมมั่วะเมื่อครู่ที่บอกว่าศิษย์พี่ใหญ่รังเกียจพวกผู้ตื่นรู้เข้าไส้

แต่ตอนนี้กลับมาชมหน้าตาเขาแบบนี้ อย่าบอกนะว่า...

เวรเอ๊ย รู้งี้เกิดมาหน้าตาขี้เหร่ก็ดีหรอก!

ใครจะไปรู้ว่าความ "หล่อ" มันจะเป็นภาระขนาดนี้

"อืม เจ้าไปพักผ่อนเถอะ ป้ายนี้ของเจ้า ไปพักที่ห้องติงอู่ซะ"

ลั่วภะโยนป้ายให้จางหยาง แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก

จางหยางรับป้ายมาอย่างรู้มารยาท โค้งคำนับเล็กน้อยแล้วถอยออกมา

เขาขมวดคิ้วมองดูป้ายในมือ แล้วหันกลับไปมองห้องพักของศิษย์พี่ใหญ่อีกครั้ง

ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆ รู้สึกว่ามัน... ราบรื่นเกินไปหน่อย

ใช่ ราบรื่นเกินไปจริงๆ

"ราบรื่นไร้อุปสรรคจริงๆ ด้วยแฮะ!" เขาส่ายหน้า ถือป้ายเดินไปทางเขตติง

......

อู๋เหล่าเอ้อร์ถูกจับแขวนต่องแต่งอยู่กลางอากาศอย่างน่าเวทนา เส้นผมสีแดงนับไม่ถ้วนแทงทะลุร่างเขา ตรึงเขาไว้กับขื่อหลังคา

"กล้าหลอกข้ารึ? ไอ้เด็กนั่นไม่ได้ไปวัดชิงหยางเลยสักนิด"

จ้าวเหวินแขนเดียวทำหน้าตาดุร้ายราวกับผีห่า จ้องมองอู๋เหล่าเอ้อร์เขม็ง

"ท่านรองเจ้าเมือง... ข้าไม่ได้หลอกท่าน ข้าให้จดหมายแนะนำตัวจางหยางไปจริงๆ แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงไม่ไปที่นั่น"

อู๋เหล่าเอ้อร์กัดฟันทนความเจ็บปวด พูดจาขาดห้วง

ในใจเขาเคียดแค้นจางหยางแทบคลั่ง ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้ลูกหมานั่น เขาจะต้องมาทนทรมานแบบนี้เหรอ?

"เอาเถอะ ครั้งนี้ถือเป็นความผิดของอู๋เหล่าเอ้อร์ก็แล้วกัน ผลึกเลือดก้อนนี้ข้าให้เป็นการชดเชยให้เจ้าก็แล้วกัน"

อู๋จิ่งหมิงวางถ้วยชาในมือลง พลิกฝ่ามือวางก้อนผลึกสีเลือดลงบนโต๊ะ

จ้าวเหวินเหลือบมองแวบหนึ่ง เส้นผมสีแดงม้วนตวัดเอาผลึกเลือดไป แล้วเดินออกจากห้องไปทันที

"ปัง~" อู๋เหล่าเอ้อร์กระชากเส้นผมสีแดงขาดสะบั้น กระโดดลงมาจากกลางอากาศ แววตาฉายแววเหี้ยมเกรียม "ท่านเจ้าเมือง..."

อู๋จิ่งหมิงยกมือขึ้นห้ามอู๋เหล่าเอ้อร์พูดต่อ "เขาอยู่ได้อีกไม่กี่วันหรอก ปล่อยเขาไปเถอะ"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 14 - ราบรื่นไร้อุปสรรค

คัดลอกลิงก์แล้ว