- หน้าแรก
- เนตรสีเลือดใต้ตะวันวิปริตกับระบบบัฟโกงสยบสิ่งลี้ลับ
- บทที่ 13 - พุทธะโปรดสัตว์ผู้มีเงินตรา!
บทที่ 13 - พุทธะโปรดสัตว์ผู้มีเงินตรา!
บทที่ 13 - พุทธะโปรดสัตว์ผู้มีเงินตรา!
บทที่ 13 - พุทธะโปรดสัตว์ผู้มีเงินตรา!
จ้าวเหวินหน้าดำทะมึนยืนอยู่บนถนนทางไปเขาชิงหยาง เขาตามรอยมุ่งหน้าไปทางวัดชิงหยางมาตลอดทาง แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของจางหยาง
"หรือว่าไอ้เด็กนั่นมันบินได้วะ?" จ้าวเหวินขมวดคิ้วพึมพำกับตัวเอง
ตามหลักแล้ว ต่อให้บินได้ ด้วยความเร็วของเขาก็น่าจะตามทันสิ อีกฝ่ายเป็นแค่ผู้ตื่นรู้ปลายแถว จะหนีไปได้เร็วขนาดนี้เลยรึไง
เขาเงยหน้ามองวัดชิงหยางบนยอดเขา "หรือว่าไอ้เด็กนั่นมันเข้าไปข้างในแล้วจริงๆ?
หึ... ความแค้นของพี่ข้า จะไม่ชำระไม่ได้ ยังไงก็ต้องขึ้นไปดูสักหน่อย"
เมื่อตัดสินใจได้ จ้าวเหวินก็ใช้เส้นผมสีแดงด้านหลังสานกันเป็นปีกประหลาดคู่หนึ่ง พาร่างของเขาบินตรงไปยังวัดชิงหยางทันที
ครึ่งชั่วยามต่อมา เสียงระเบิดตูมตามก็ดังสนั่นมาจากในวัดชิงหยาง ปะปนกับเสียงคำรามแปลกประหลาดน่าสะพรึงกลัว
มองเห็นรางๆ ว่ากำแพงวัดชิงหยางพังทลายลงมาแถบหนึ่งด้วย
หลังจากนั้นไม่นาน จ้าวเหวินก็เดินโซซัดโซเซลงมาจากเขา แขนซ้ายขาดด้วน เลือดสดๆ หยดติ๋งๆ ลงมาไม่ขาดสาย
เส้นผมสีแดงด้านหลังก็ทิ้งตัวลู่ตกลงมาอย่างไร้เรี่ยวแรง
"อู๋เหล่าเอ้อร์... แกกล้าหลอกข้า!" จ้าวเหวินกุมแขนซ้าย คำรามลอดไรฟันด้วยความโกรธแค้น
ในวัดชิงหยางแม่มไม่มีคนชื่อจางหยางเลยสักคน เขาโดนไอ้โล้นเฒ่าชิงหมิงอัดซะน่วม แถมยังเสียแขนไปข้างนึงอีกต่างหาก
กลับไปคราวนี้ ต่อให้มีอู๋จิ่งหมิงคุ้มกะลาหัวอยู่ เขาก็ต้องไปคิดบัญชีกับอู๋เหล่าเอ้อร์ให้รู้เรื่อง!
จ้าวเหวินหันขวับกลับไปมองวัดชิงหยางด้วยสายตาอาฆาตแค้น ก่อนจะรีบจ้ำอ้าวกลับเมืองไป
......
จางหยางกลั้นใจกลืนเนตรมารมุนีพันกรลงท้องไปแล้ว หลังจากทนรับความเจ็บปวดทรมานอยู่พักใหญ่ เขาก็เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู
ชื่อ: จางหยาง
สายเนตรตื่นรู้ (ระดับ 0)
สายเลือด: ไม่มี
ความสามารถ: มองทะลุหมอก (D), ระบุจุดอ่อน (D), ถักทอภาพลวง (C), ปรสิต (C)
วิชาศักดิ์สิทธิ์: ไม่มี
ทิศทางวิวัฒนาการ: เนตรโลหิตลวงตา (เนตรมารมุนีพันกร + ศิลาเงาปฐพี + เพลิงบริสุทธิ์)
ค่าสถานะ: พละกำลัง 20; จิตวิญญาณ 6; ร่างกาย 10;
บัฟ: บัฟคุ้มกัน (196 วัน 0 ชั่วโมง 2 นาที)
เบ็ดเตล็ด: ธรรมพจน์พุทธมาร+10, หัตถ์ยมโลก+50
"หืม? ปรสิตเหรอ?"
ถักทอภาพลวงนั้นเขาพอเข้าใจ เพราะมันมีอยู่ในเนตรมารอยู่แล้ว แต่ไอ้ความสามารถปรสิตที่เพิ่มเข้ามานี่สิ ทำให้เขาสงสัยอยู่ไม่น้อย
"กา กา กา~" เสียงอีกาดำบนกิ่งไม้ดึงดูดความสนใจของจางหยาง
เขาตั้งสมาธิ ดวงตาสีเลือดบนหน้าผากกลอกกลิ้ง จ้องเขม็งไปที่อีกาดำ
ดวงตาของอีกาดำเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีแดงก่ำในพริบตา มันตกลงสู่ห้วงแห่งภาพลวงตาทันที
จางหยางกวักมือเรียก อีกาดำก็บินโฉบลงมาเกาะบนฝ่ามือของเขาอย่างว่าง่าย
เขาลูบไล้ขนของมันเบาๆ รวบรวมสมาธิ ดวงตาสีเลือดดวงหนึ่งก็เบียดแทรกขนที่หน้าท้องของอีกาดำ ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าเขาอย่างน่าอัศจรรย์
"แปลกประหลาดจริงๆ!"
จางหยางรู้สึกเหมือนตัวเองมีวิสัยทัศน์สองมุมมอง มุมหนึ่งคือของเขาเอง อีกมุมหนึ่งคือของอีกาดำ
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยพลังผสมผสานระหว่างปรสิตและการถักทอภาพลวง เขาสามารถควบคุมการกระทำของอีกาดำได้อย่างสมบูรณ์
"พรึ่บ~" อีกาดำบินขึ้นจากฝ่ามือ ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ผ่านดวงตาสีเลือดใต้ท้องของอีกาดำ เขาสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวในรัศมีหลายสิบลี้ แม้กระทั่งเขาชิงหยางที่อยู่ห่างไกลก็ยังเห็นได้ชัดเจน
เขาควบคุมให้อีกาดำบินต่อไปข้างหน้า ภาพความลี้ลับต่างๆ ยามค่ำคืนปรากฏขึ้นสู่สายตาไม่ขาดสาย
"หืม? นั่นมัน..."
เบื้องล่างหน้าผา มีซากศพนอนเกลื่อนกลาดทับถมกันเป็นชั้นๆ บางศพก็เน่าเปื่อยเฟะ บางศพก็เหลือแต่กระดูกขาวโพลน
ด้วยความที่มีศพมากเกินไป จึงเกิดความเคลื่อนไหวแปลกๆ ดูเหมือนจะมีสิ่งลี้ลับถือกำเนิดขึ้นในหมู่ซากศพพวกนั้นเสียแล้ว
"นี่คือ... ใต้หน้าผาเขาชิงหยางงั้นเหรอ?"
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ภายในอุโบสถวัดชิงหยาง เสียงเคาะมู่ยวี๋ก็หยุดชะงักลง ไต้ซือชิงหมิงเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า
จางหยางรู้สึกใจสั่นสะท้าน รีบบังคับให้อีกาดำบินกลับมาทันที
"ท่านอาจารย์... มีอะไรผิดปกติหรือขอรับ?"
เณรน้อยเอ่ยถามไต้ซือชิงหมิงด้วยเสียงสั่นเครือ
"อืม ไม่มีอะไรหรอก"
ไต้ซือชิงหมิงละสายตาลง "แค่รู้สึกหิวขึ้นมานิดหน่อย..."
เณรน้อยหน้าซีดเผือด "ท่านอาจารย์ ไว้ชีวิต..."
ภายใต้แสงเทียนสลัวๆ ในอุโบสถ ชิงหมิงกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดน่าเกลียดน่ากลัว มันจับเณรน้อยโยนเข้าปากคำโต
เสียงเคี้ยวกร้วมๆ ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงเคาะมู่ยวี๋ที่ดังขึ้นอีกครั้ง
จนกระทั่งบินพ้นอาณาเขตของวัดชิงหยาง ดวงตาสีเลือดใต้ท้องอีกาดำจึงค่อยๆ ผุดขึ้นมาอีกครั้ง
"แฮ่ก แฮ่ก... วัดชิงหยางมีตัวอันตรายซ่อนอยู่!"
จางหยางหอบหายใจอย่างหนัก เริ่มลังเลว่าควรจะไปที่วัดชิงหยางต่อดีไหม
เขากลับมาพิจารณาคำทำนายของเซียมซีระดับล่างอีกครั้ง
【เซียมซีระดับล่าง, เคราะห์ร้ายเล็กน้อย เมื่อออกจากเมืองแล้ว ให้มุ่งหน้าไปยังวัดชิงหยางที่ห่างออกไปทางใต้ร้อยลี้ สามารถฝากตัวเป็นศิษย์ของไต้ซือชิงหมิง เจ้าอาวาสวัดชิงหยางได้ จะได้รับความสงบสุขชั่วคราว แต่หนทางคดเคี้ยว เต็มไปด้วยภยันตราย มีโอกาสรอดเพียงหนึ่งในสิบ】
"หมายความว่า ไปที่วัดชิงหยางจะปลอดภัยชั่วคราวสินะ?"
คิดทบทวนดูแล้ว เขาก็ยังเลือกที่จะไปวัดชิงหยาง อย่างน้อยที่นั่นก็ยังปลอดภัยกว่า
ขืนเดินเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอก ถ้าเจอสิ่งลี้ลับโหดๆ เข้า มีหวังเขาได้กลายเป็นอาหารมื้อดึกของพวกมันแหงๆ
เมื่อได้ทิศทางที่แน่นอน จางหยางก็ไม่ลังเลอีกต่อไป มุ่งหน้าตรงไปยังเขาชิงหยางทันที โดยมีอีกาดำคอยบินสำรวจเส้นทางอยู่เบื้องบน
หนทางไกลลิบตา กว่าจางหยางจะไปถึงเขาชิงหยางก็หอบแฮก สุริยันวิปลาสลอยเด่นอยู่กลางฟ้าแล้ว
ระหว่างทางขึ้นเขาชิงหยาง จางหยางบังเอิญเจอหลวงจีนหน้าตาดุร้ายกลุ่มหนึ่ง
จะว่าเป็นหลวงจีนก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะบางคนยังมีผมอยู่เลย อายุอานามก็ไม่มาก น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเขาเนี่ยแหละ
แต่หน้าตาแต่ละคนนี่สิ น่ากลัวสุดๆ บางคนมีเขางอกที่หัว บางคนหน้าดำปี๋ บางคนมีฝีหนองปูดโปนเต็มตัว หรือแม้กระทั่งมีอวัยวะแปลกๆ งอกออกมาเกินมนุษย์มนา
จางหยางขมวดคิ้ว ขณะเดินผ่านคนพวกนี้ เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าดวงตาสีเลือดที่ซ่อนอยู่ในรอยแยกบนหน้าผากกำลังดิ้นพล่านอย่างกระสับกระส่าย
"พี่ชายครับ ข้างหน้าคือวัดชิงหยางใช่ไหมครับ? ไต้ซือชิงหมิง..."
จางหยางรั้งตัวคนที่ดูหน้าตาเป็นผู้เป็นคนที่สุดไว้ ชายหนุ่มคนนี้อายุไม่มากนัก บนท่อนแขนที่เปลือยเปล่ามี "ปากเนื้อ" เล็กๆ ที่มีหนอนไต่ยั้วเยี้ยอยู่ข้างใน
"ไม่รู้โว้ย หลีกไป!"
หลวงจีนหนุ่มตวาดใส่จางหยางด้วยสายตาขยะแขยง
จางหยางชะงักไปนิด เอื้อมมือไปตบไหล่หลวงจีนเบาๆ "พี่ชาย ใจเย็นๆ ก่อนสิครับ..."
"เอามือของแกออกไป!" หลวงจีนตวาดลั่น
ปากเนื้อบนแขนเริ่มพ่นควันสีดำคลุ้ง พร้อมกับส่งกลิ่นเหม็นชวนอ้วกออกมา
"โอเคๆ ไม่ต้องโมโห"
จางหยางยกมือยอมแพ้ กระตุกยิ้มมุมปาก
"หึ~" หลวงจีนแค่นเสียงเย็น เดินลงเขาต่อไป "ไอ้ลูกหมาที่ไหนวะเนี่ย ร้อยทั้งร้อยคงมาไหว้พระขอพรล่ะสิ คิดว่าคนอย่างแกจะได้พบไต้ซือชิงหยางง่ายๆ รึไง?"
จางหยางส่ายหน้ายิ้มกริ่ม มองตามแผ่นหลังของหลวงจีนแล้วดีดนิ้วดังเป๊าะ
"อ๊าก~ นี่มันอะไรกัน?"
หลวงจีนมองดวงตาสีเลือดที่ผุดทะลักผิวหนังบนแขนตัวเองออกมา เพียงพริบตาเดียวมันก็ลุกลามไปทั่วทั้งตัว
แม้แต่ "ปากเนื้อ" บนแขนก็ยังถูกดวงตาสีเลือดเบียดจนเสียทรง
"แย่แล้ว... ศิษย์พี่กลายร่างแล้ว!"
ในพริบตาเดียว หลวงจีนก็ถูกดวงตาสีเลือดกลืนกินจนหมดสิ้น กลายสภาพเป็นกองก้อนเนื้อไร้สติ ล้มฟุบลงกับพื้น
"ปรสิตงั้นเหรอ? ไม่เลว ใช้งานได้ดีทีเดียว"
จางหยางยิ้มกริ่ม ผิวปากเดินขึ้นไปยังวัดชิงหยางอย่างสบายใจ
หนึ่งชั่วยามต่อมา จางหยางก็มายืนอยู่หน้าประตูวัด
เขามองดูป้ายกลอนคู่หน้าประตู "ก้มมองสรรพสัตว์ กวาดล้างทุกข์เข็ญในโลกหล้ามิหมดสิ้น; แหงนหน้าทอดถอนใจ รดน้ำมนต์โปรดเวไนยสัตว์มิถ้วนทั่ว"
'ช่างโอ้อวดเสียจริง!'
"ประสก มาไหว้พระขอพรหรือ?"
เณรน้อยเดินเข้ามาถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"เอ่อ... ผมมาขอฝากตัวเป็นศิษย์น่ะครับ ไต้ซือชิงหมิงอยู่ไหมครับ?"
พอได้ยินดังนั้น เณรน้อยที่ค้อมหลังอยู่ก็ยืดตัวขึ้นทันที มือข้างหนึ่งประนมไว้ที่อก ส่วนอีกข้างยื่นแบมาทางจางหยางพลางกล่าวว่า "ประสก พุทธะโปรดสัตว์ผู้มีเงินตรา!"
จางหยางเงยหน้ามองป้ายกลอนคู่อีกครั้ง รู้สึกตลกร้ายขึ้นมาจับใจ!
(จบแล้ว)