- หน้าแรก
- เนตรสีเลือดใต้ตะวันวิปริตกับระบบบัฟโกงสยบสิ่งลี้ลับ
- บทที่ 11 - ต้นไม้ผีและผลไม้ประหลาด
บทที่ 11 - ต้นไม้ผีและผลไม้ประหลาด
บทที่ 11 - ต้นไม้ผีและผลไม้ประหลาด
บทที่ 11 - ต้นไม้ผีและผลไม้ประหลาด
"หึหึ... ท่านรองเจ้าเมืองจ้าว ช่างมีอำนาจบาตรใหญ่เสียจริงนะ เป็นอะไรไปล่ะ? ถึงกับคิดจะฆ่ารองหัวหน้าหน่วยกำจัดสิ่งลี้ลับเลยงั้นรึ?"
ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าซีดเซียวเดินทอดน่องเข้ามาอย่างเชื่องช้า
มองเผินๆ ก็ดูเหมือนคนธรรมดาทั่วไป แต่ถ้าสังเกตให้ดี จะเห็นว่าบนร่างของชายผู้นี้มีแมลงสีเขียวอมฟ้าไต่ยั้วเยี้ย พวกมันมุดเข้ามุดออกตามผิวหนังอย่างน่าสยดสยอง
จ้าวเหวินมองแมลงน่าเกลียดน่ากลัวพวกนั้นด้วยความหวาดระแวง "ท่านเจ้าเมืองอู๋ กล่าวหนักไปแล้ว พี่ชายข้าพร้อมครอบครัวรวมสามชีวิตต้องมาตายอย่างอนาถ
เห็นได้ชัดว่าเป็นฝีมือของไอ้เด็กหนุ่มที่รองหัวหน้าอู๋พามา ด้วยความโศกเศร้าและเคียดแค้น ข้าถึงได้ลงมือไปเช่นนั้น"
อู๋จิ่งหมิง ท่านเจ้าเมืองแค่นเสียงหัวเราะเยาะ กวาดสายตามองซากศพของเจ้าหน้าที่สิบกว่าคนที่นอนเกลื่อนพื้น
"คนธรรมดาตายก็ช่างเถอะ แต่ผู้ตื่นรู้คือกระดูกสันหลังของเมืองอูจี๋ของเรา เจ้ารู้จักยับยั้งชั่งใจบ้างก็ดีนะ
อย่าคิดว่าข้าไม่รู้เรื่องเลวทรามที่จ้าวอู่ทำไว้ล่ะ ถ้ามันไม่ใช่พี่ชายเจ้า ป่านนี้คงตายไปเป็นร้อยรอบแล้ว"
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของจ้าวเหวินก็ยิ่งดำทะมึนขึ้นไปอีก
หลายปีมานี้ จ้าวอู่อาศัยเส้นสายของตนเอง แอบไปช่วงชิงร่างกลายพันธุ์ของผู้ตื่นรู้ไร้ศักยภาพมาไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับสำหรับพวกระดับสูงในเมืองอูจี๋เลยสักนิด
"ท่านเจ้าเมือง ถึงยังไงพี่ชายข้าก็ถูกฆ่าล้างตระกูลไปแล้ว ข้าจะยอมให้พวกเขาตายตาไม่หลับไม่ได้หรอก
ท่านก็รู้ว่าข้าน่ะ... มีเวลาเหลืออีกไม่นานแล้ว"
เส้นผมสีแดงบนแผ่นหลังของจ้าวเหวินพุ่งทะลักออกมาอีกครั้ง มันยืดหดไปมาอย่างว้าวุ่น
อู๋จิ่งหมิงมองเขาด้วยสายตายากจะคาดเดา หันไปพูดกับอู๋เหล่าเอ้อร์ว่า "เหล่าเอ้อร์ ไอ้เด็กนั่นไปไหนแล้ว? บอกเขาไปเถอะ!"
แววตาของอู๋เหล่าเอ้อร์ฉายแววไม่เต็มใจนัก "ท่านเจ้าเมือง..."
"อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำสอง!"
"ข้าให้จดหมายแนะนำตัวไปวัดชิงหยางกับจางหยาง คาดว่ามันคงไปที่นั่นแหละขอรับ"
อู๋เหล่าเอ้อร์ที่ไม่กล้าขัดคำสั่งของอู๋จิ่งหมิง หลุดปากบอกออกไปทันที
"วัดชิงหยางรึ?"
จ้าวเหวินขมวดคิ้ว หันไปประสานมือคารวะอู๋จิ่งหมิง แล้วรีบจ้ำอ้าวออกไปทันที
ด้วยความเร็วของเขา ต่อให้จางหยางจะล่วงหน้าไปก่อนถึงสี่ชั่วยาม เขาก็น่าจะตามทันได้ไม่ยาก
หลังจากจ้าวเหวินจากไปแล้ว อู๋จิ่งหมิงก็เอ่ยขึ้นว่า "จ้าวเหวินทนอยู่ได้อีกไม่นานหรอก ช่วงนี้อย่าไปยั่วโมโหเขาเชียวล่ะ
พักนี้เจ้าก็ทำตัวให้สงบเสงี่ยมหน่อย 'ธุรกิจ' กับทางวัดชิงหยางก็ระงับไว้ก่อน อย่าให้เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่ายล่ะ
ส่วนไช่เฟิงน่ะ ลงมาแค่เพื่อสร้างผลงานเท่านั้น รอให้ไช่เฟิงกลับไป ข้าจะเลื่อนขั้นให้เจ้าเป็นหัวหน้าหน่วย! ส่วนพอจ้าวเหวินตาย... ตำแหน่งรองเจ้าเมือง เจ้าก็ลองพิจารณาดูแล้วกัน"
อู๋เหล่าเอ้อร์พยักหน้ารับ "เข้าใจแล้วขอรับ ลูกพี่! แต่คราวนี้ชิงหมิงเร่งรัดเอาของมาเหลือเกิน..."
อู๋จิ่งหมิงไม่ฟังคำแก้ตัวของเขา เดินจ้ำอ้าวออกจากบ้านตระกูลจ้าวไปทันที
"บัดซบ ไอ้เด็กเหลือขอนี่ หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ"
อู๋เหล่าเอ้อร์กัดฟันสบถด่าพลางเดินตามออกไป
เหลือเพียงเจ้าหน้าที่ไม่กี่คนที่รอดชีวิต กำลังเก็บกวาดซากศพภายในบ้านด้วยความหวาดผวา
......
ในเวลาเดียวกัน จางหยางไม่ได้มุ่งหน้าไปทางวัดชิงหยาง แต่เขากำลังตามหาป่าพรุตามคำทำนายในเซียมซี
แสงแดดสีเขียวอมฟ้าสาดส่องลงบนพื้นดิน อาบไล้ต้นไม้ใบหญ้าจนดูแปลกประหลาดน่าขนลุก
แต่ตามถนนหนทางกลับมีพ่อค้าเร่เดินกันขวักไขว่มากขึ้น
พ่อค้าเร่พวกนี้อาศัยส่วนต่างของราคาสินค้าระหว่างเมืองต่างๆ เพื่อหาเลี้ยงชีพ
จางหยางเห็นยานพาหนะที่หน้าตาคล้ายรถม้าด้วย แต่นั่นเอาไว้สำหรับการขนส่งระยะทางไกล
"พี่ชายครับ แถวนี้มีป่าพรุบ้างไหมครับ?" จางหยางร้องทักพ่อค้าเร่สวมหมวกฟางคนหนึ่ง
"ไม่รู้สิ อย่ามาทำให้ข้าเสียเวลาเลย" พ่อค้าเร่ตอบปัดอย่างรำคาญ
ในสายตาของพ่อค้าเร่เหล่านี้ เวลาคือเงินคือทอง เพราะยิ่งเสียเวลามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องผลาญเหรียญอาคมไปมากเท่านั้น
จางหยางล้วงเอาเหรียญอาคมสองเหรียญจากถุงยัดใส่มือพ่อค้าเร่ "ทีนี้พอนึกออกรึยังครับ?"
พ่อค้าเร่โยนเหรียญอาคมในมือเล่น "เดินไปทางตะวันออกอีกสี่ลี้ ก็ถึงป่าพรุแล้ว แต่ข้าขอเตือนว่าอย่าไปเลยดีกว่า ที่นั่นมีตัวอันตรายซ่อนอยู่ ได้ยินมาว่าขนาดหน่วยกำจัดสิ่งลี้ลับยังไม่กล้าเข้าไปเลยนะ"
พูดจบ พ่อค้าเร่ก็รีบจ้ำอ้าวจากไป
จางหยางมองตามหลังพ่อค้าเร่พลางครุ่นคิด ก่อนจะมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก เขาเชื่อว่าระบบไม่มีทางหลอกเขาแน่
ยังไงซะก็นี่มันระดับโชคดีเล็กน้อยนี่นา!
เดินไปทางทิศตะวันออกราวสองลี้ ต้นไม้ก็เริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ดูคล้ายกับป่าดงดิบเขตร้อนจนแทบไม่มีที่ให้เดิน
ที่นี่รกร้างผู้คน มีเพียงจางหยางคนเดียวที่ย่ำไปบนใบไม้แห้งกรอบเกิดเสียง "กรอบแกรบ~" ดังไปตลอดทาง
"หืม? สงสัยจะถึงแล้วสิ!"
จางหยางได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยมา เป็นกลิ่นโคลนตมผสมกับกลิ่นเนื้อเน่า
มองไปไม่ไกลนัก ก็เห็นซากสัตว์เน่าเปื่อยกระจัดกระจายอยู่
"นี่มัน...?"
เขาขมวดคิ้วจ้องมองไปเบื้องหน้า เห็นต้นไม้ขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่ห่างออกไปราวร้อยเมตร
เรือนยอดไม้เขียวชอุ่ม แผ่กิ่งก้านสาขาจนแทบจะบดบังแสงแดดมิด
"เอ๊ะ?"
แค่มองแวบเดียว ต้นไม้ต้นนั้นก็ดูเหมือนจะขยับเข้ามาใกล้เขาอีกนิด
ตอนแรก เขาคิดว่าตัวเองตาฝาดไปเอง
"ไม่ใช่ละ นี่ไม่ใช่ตาฝาดแน่"
จนกระทั่งดวงตาสีเลือดเบียดรอยแยกออกมาอย่างซุกซน เขาถึงได้เห็นชัดๆ ว่าต้นไม้ต้นนี้กำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาเขา แถมยังเคลื่อนที่แบบวาร์ปมาทีละนิดราวกับภาพกระตุก
จางหยางขมวดคิ้ว ถอยหลังไปสองสามก้าว แต่ระยะห่างกลับไม่ลดลงเลย ซ้ำยังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
เพียงพริบตาเดียว เขาก็มายืนอยู่ใต้เรือนยอดไม้เสียแล้ว เมื่อมองดูใบไม้เขียวชอุ่ม จางหยางก็รู้สึกใจคอไม่ดี
เขาพบว่าต้นไม้ต้นนี้สามารถบดบังแสงแดดสีเขียวอมฟ้าจากสุริยันวิปลาสได้ด้วยซ้ำ
แม้เขาจะลองเดินออกจากรัศมีของต้นไม้ แต่ไม่ว่าจะเดินไปไกลแค่ไหน พอหันกลับมา ต้นไม้ก็ยังอยู่ข้างหลัง ประชิดตัวเหมือนเดิม
เขาลองใช้ดวงตาสีเลือดค้นหาจุดอ่อนของต้นไม้ผีสิงต้นนี้ แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ราวกับว่ามันเป็นแค่ต้นไม้ธรรมดาๆ ต้นหนึ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น เนื้อไม้ยังแข็งแกร่งมาก จางหยางลองโจมตีดู ปรากฏว่าเจาะไม่เข้าแม้แต่เปลือกไม้ ทำเอามือของเขาชาหนึบไปหมด
ลงแรงงัดข้ออยู่หลายชั่วยาม เขาก็ยังสลัดไม่หลุดจากต้นไม้นี้แม้แต่นิ้วเดียว
"คิกคิก..."
"คิกคิกคิก..."
"ฮ่าฮ่า..."
เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กดังแว่วมา ดวงตาสีเลือดบนหน้าผากของจางหยางเบิกโพลงคอยระแวดระวัง ราวกับว่ามีบางอย่างที่ทำให้มันรู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่รอบตัว
จางหยางขมวดคิ้ว เงี่ยหูฟัง พยายามค้นหาต้นตอของเสียง
"แย่ล่ะ ข้างบน....."
เขาแหงนหน้าขึ้นมองทันที
เห็นผลไม้ขนาดเท่ากะละมังผลแล้วผลเล่ามุดออกมาจากพุ่มไม้ บนผลไม้มีขาแมงมุมงอกออกมา ปากที่ฉีกกว้างเต็มไปด้วยฟันแหลมคม
น้ำลายไหลย้อยหยดลงมาจากปาก ส่งกลิ่นหอมฉุนกึก ทำเอาเขารู้สึกวิงเวียนศีรษะ
"คิกคิก..."
"ฮ่าฮ่า..."
"เชี่ยเอ๊ย (พืชชนิดหนึ่ง) ตัวบ้าอะไรวะเนี่ย!"
จางหยางถอยหลังไปสองสามก้าว มองดูผลไม้ประหลาดที่เต็มต้นไปหมด
"ตุบ~" ผลไม้ประหลาดผลหนึ่งกระโดดลงมาจากต้นไม้ พุ่งตรงมาทางจางหยาง
"คิกคิก~"
"คิกคิกพ่องมึงสิ คิดว่าตัวเองเป็นน้ำยาล้างจิมิรึไง ถึงได้สดชื่นสดใสนักน่ะ?"
จางหยางอดไม่ได้ที่จะเตะสวนผลไม้ประหลาดที่พุ่งเข้ามา
แต่ท่อนขาของเขากลับทะลุผ่านร่างของผลไม้ประหลาดไปเฉยเลย "ไอ้ตัวบ้าอะไรวะเนี่ย? ภาพลวงตา? หรือภาพบิดเบือน?"
ผลไม้ประหลาดกระโดดร่วงหล่นลงมาจากเรือนยอดไม้ราวกับห่าฝน พวกมันเริ่มมารวมตัวกันทางจางหยางมากขึ้นเรื่อยๆ!
(จบแล้ว)