- หน้าแรก
- วิชาประสานสุขพลิกชะตาเซียน
- บทที่ 354 อาจจะยังไม่รู้ว่า ศาสตราจารย์อวี๋ตายแล้ว
บทที่ 354 อาจจะยังไม่รู้ว่า ศาสตราจารย์อวี๋ตายแล้ว
บทที่ 354 อาจจะยังไม่รู้ว่า ศาสตราจารย์อวี๋ตายแล้ว
"ผู้อาวุโสซุน เพราะคำพูดประโยคเดียวของผม ทำให้ท่านต้องเดินทางไกลมาถึงเจียงเฉิง รู้สึกเกรงใจจริงๆ ครับ ขอบคุณที่ท่านไว้ใจ!"
"คุณหนูซุน ไม่เจอกันนาน ยิ่งโตยิ่งสวยสะพรั่งเลยนะครับ!"
ฉินเกอทักทายสองปู่หลานตระกูลซุนอย่างกระตือรือร้นและมีมารยาท จากนั้นก็เบี่ยงตัวเชิญทั้งสองคนเข้าไปข้างใน
ซุนซื่อเจิ้งโบกมือ "น้องฉิน ระหว่างพวกเราไม่ต้องเกรงใจกันขนาดนี้หรอก"
"ที่ฉันมา ก็เพราะฉันเชื่อใจนาย!"
"นายพูดมาตรงๆ เถอะ มีอะไรให้ฉันช่วย ตราบใดที่มันอยู่ในความสามารถของฉัน ฉันไม่ปฏิเสธแน่นอน!"
"ไม่รีบครับ พวกเราเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่า" ฉินเกอพาซุนซื่อเจิ้งและหลานสาวเดินตรงไปยังโถงด้านใน ระหว่างทางก็มีคนคอยทักทายเขาด้วยความเคารพอยู่เป็นระยะ
"น้องฉิน ทำไมคนที่นี่ถึงเรียกนายว่าหัวหน้าหอกันหมดล่ะ?" ซุนซื่อเจิ้งอดทนเก็บความสงสัยมาตลอดทาง พอมาถึงโถงด้านในและเพิ่งจะนั่งลง เขาก็เอ่ยปากถามทันที
พอพูดออกไป ในใจเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ ดวงตาที่ฝ้าฟางตามวัยเบิกกว้างขึ้นมาก "นะ...นายคือหัวหน้าหออิงอู่สาขาเจียงเฉิงงั้นเหรอ?!"
ซุนเมี่ยวเมี่ยวที่กำลังจะนั่งลง ชะงักท่าทางไปครึ่งจังหวะ แล้วเงยหน้ามองฉินเกอ
"ผู้อาวุโสซุนหูตากว้างไกลจริงๆ นะครับ ขนาดหออิงอู่ก็ยังรู้จัก" ฉินเกอพูดพร้อมรอยยิ้ม ถือเป็นการยอมรับกลายๆ
ซุนซื่อเจิ้งรู้สึกตกตะลึงในใจอย่างมาก ผ่านไปพักใหญ่ถึงได้ถอนหายใจออกมา "เจ้าหนูนี่ เติบโตเร็วเกินไปแล้ว!"
เมื่อก่อนเขากับอวี๋เซี่ยงหมินมักจะพูดถึงฉินเกอกันบ่อยๆ ทั้งสองคนต่างก็รู้สึกว่าความสำเร็จในอนาคตของฉินเกอจะต้องไร้ขีดจำกัดอย่างแน่นอน
แต่เขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่า ไม่ได้เจอกันแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ฉินเกอจะกลายเป็นหัวหน้าหอสาขาของหออิงอู่ไปซะแล้ว!
ด้วยความเร็วระดับนี้ ถ้าให้เวลาฉินเกออีกสักสองสามปี จะยิ่งขนาดไหนกัน?
"แล้วที่นายรีบร้อนให้ฉันมาเจียงเฉิงขนาดนี้ เป็นเพราะเรื่องอะไรล่ะ?"
ซุนซื่อเจิ้งรู้จักตัวเองดี สิ่งที่เขาสามารถนำมาใช้การได้ก็มีแค่วิชาแพทย์เท่านั้น ทว่าวิชาแพทย์ของฉินเกอกลับอยู่เหนือเขาไปไกลลิบ
ฉินเกอมาหาเขาไม่น่าจะใช่เพื่อขอให้รักษาโรค แล้วยังมีเรื่องอะไรอีกที่เขาสามารถช่วยได้?
ฉินเกอมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า "ผู้อาวุโสซุนตรงไปตรงมาขนาดนี้ งั้นผมก็ขอพูดตามตรงเลยแล้วกันนะครับ!"
"ช่วงนี้ผมเพิ่งคิดค้นยาชนิดใหม่ขึ้นมาได้ ผลลัพธ์ของมันอาจจะดูน่าตกใจไปสักหน่อย ผมก็เลยอยากจะขอให้ผู้อาวุโสซุนช่วยอะไรสักนิด ขอยืมชื่อเสียงและบารมีของท่านมาใช้หน่อยน่ะครับ"
ซุนซื่อเจิ้งเกิดความสนใจขึ้นมาทันที "ยาอะไรจะเวอร์ขนาดนั้น?"
ฉินเกอเป็นคนที่ขนาดสูตรรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงยังเอาออกมาได้ การที่เขาบอกว่าผลลัพธ์น่าตกใจ มันจะต้องเป็นอะไรที่สะท้านฟ้าสะเทือนดินแน่!
"มันคือยาสูตรพิเศษสำหรับรักษาโรคมะเร็งน่ะครับ แต่ว่าตัวอย่างยาล็อตแรกที่ผมปรุงออกมาใช้หมดไปแล้ว เดี๋ยวถ้าปรุงล็อตใหม่เสร็จเมื่อไหร่ ผมจะเอามาให้ผู้อาวุโสซุนดูสักสองเม็ดนะครับ"
ความจริงแล้วฉินเกอยังไม่ได้ปรุงยาเลยด้วยซ้ำ เขาแค่ให้คนไปกว้านซื้อสมุนไพรก่อนที่จะเดินทางจากตงไห่มาเจียงเฉิงเท่านั้น
ที่พูดไปแบบนั้นก็เพื่อตัดปัญหาความยุ่งยากบางอย่างทิ้งไป เขามีความมั่นใจในตัวเองสูง
ถึงแม้จะเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่ซุนซื่อเจิ้งก็ยังอดตกใจไม่ได้อยู่ดี "น้องฉิน นายพูดให้ชัดๆ หน่อยสิ"
"ที่นายบอกว่ารักษาน่ะ แค่บรรเทาอาการ หรือว่ารักษาให้หายขาด?"
ถ้าคนตรงหน้าเป็นคนอื่น เขาไม่มีทางถามแบบนี้เด็ดขาด แถมยังไม่มีทางคิดไปถึงเรื่องการรักษาให้หายขาดด้วย นั่นมันโรคมะเร็งเชียวนะ!
ซุนเมี่ยวเมี่ยวเองก็เงี่ยหูฟัง รอคอยคำตอบของฉินเกออย่างตื่นเต้น โดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองจะตื่นเต้นไปทำไม
"หายขาดครับ" ฉินเกอตอบอย่างจริงจังและสงบนิ่ง "แต่ว่ายาสูตรพิเศษตัวนี้ไม่สามารถผลิตออกมาในปริมาณมากๆ ได้ จำนวนมันมีจำกัดครับ"
"เมื่อใดที่คนบนโลกรู้ว่ามียาชนิดนี้อยู่ อาจจะก่อให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ และด้วยจำนวนที่มีจำกัด อาจจะทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นได้ ผมก็เลยต้องการความช่วยเหลือจากผู้อาวุโสซุนครับ"
การปรุงยาสูตรพิเศษสำหรับรักษาโรคมะเร็ง นอกจากวัตถุดิบจะล้ำค่าและหายากแล้ว ขั้นตอนการปรุงยังต้องใช้พลังปราณอีกด้วย ฉินเกอไม่ใช่คนดีศรีสวรรค์ เขาไม่มีทางยอมสูบพลังตัวเองจนหมดก๊อกเพื่อไปช่วยชีวิตคนอื่นหรอก
ถ้าไม่ใช่เพื่อล่องูออกจากถ้ำ เขาก็คงไม่คิดที่จะปรุงยาตัวนี้ขึ้นมาแต่แรกแล้ว จะได้ไม่ต้องหาเรื่องใส่ตัวโดยใช่เหตุ
ซุนซื่อเจิ้งและซุนเมี่ยวเมี่ยวต่างก็นิ่งเงียบไปพร้อมกัน สีหน้าของทั้งคู่ดูมีหลากหลายอารมณ์
พวกเขาไม่ได้สงสัยในสิ่งที่ฉินเกอพูดเลย และเพราะเชื่ออย่างสนิทใจนี่แหละ ถึงได้รู้สึกตกตะลึงในใจอย่างมหาศาล
ผ่านไปเนิ่นนาน ซุนซื่อเจิ้งถึงได้ถอนหายใจแล้วเอ่ยปาก "น้องฉิน นายไม่เหมือนคนธรรมดาจริงๆ นะ พอเปิดปากพูดทีก็ทำเอาสะท้านฟ้าสะเทือนดินไปหมด หัวใจของคนแก่อย่างฉันแทบจะรับไม่ไหวแล้วเนี่ย"
"แต่ฉันก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี ที่นายบอกว่าให้ฉันช่วยน่ะ หมายความว่ายังไง?"
เขานึกถึงอวี๋เซี่ยงหมิน นึกถึงโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว "หรือว่า..."
"นายอยากจะให้ฉันทำเหมือนเหล่าอวี๋ ใช้ชื่อฉันเพื่อเปิดตัวยาสูตรพิเศษของนายเหรอ?"
พอเห็นฉินเกอยิ้มแต่ไม่พูดอะไร เขาก็รีบโบกมือส่ายหน้าทันที "ไม่ได้ๆ เรื่องนี้ฉันช่วยนายไม่ได้หรอก นายไปหาคนอื่นเถอะ!"
"นายดูเหล่าอวี๋สิ ถึงเขาจะพยายามย้ำแล้วย้ำอีกว่าสูตรรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงไม่ได้มาจากฝีมือเขา แต่มีคนเชื่อที่ไหนล่ะ?"
"วุ่นวายจนตอนนี้แทบจะไม่เหลืออิสระแล้ว ถ้ามาเกิดเรื่องแบบนี้กับฉัน ฉันรับไม่ไหวหรอก!"
"ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากช่วยนะ แต่มันช่วยไม่ได้จริงๆ ฉันก็อายุมากขนาดนี้แล้ว ปล่อยให้ฉันใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุขเถอะ!"
ตอนที่เขารู้ว่าอวี๋เซี่ยงหมินตัดสินใจจะตีพิมพ์วิทยานิพนธ์ฉบับนั้น เขาก็ชิงเผ่นออกจากบ้านพักของอวี๋เซี่ยงหมินมาก่อนแล้ว ก็เพราะกลัวจะหาเรื่องใส่ตัวนี่แหละ
แล้วตอนนี้ยังจะให้เขาเอาตัวเข้าไปเสี่ยงอีก จะเป็นไปได้ยังไง!
ฉินเกอไม่ได้แปลกใจกับปฏิกิริยาของซุนซื่อเจิ้ง เขาหุบยิ้มลง สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังและเคร่งขรึม "ผู้อาวุโสซุน ท่านอาจจะยังไม่รู้ว่า ศาสตราจารย์อวี๋ตายแล้วครับ"
เก้าอี้ใต้ก้นของซุนซื่อเจิ้งและซุนเมี่ยวเมี่ยวราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน ทั้งสองคนเด้งตัวลุกพรวดขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ริมฝีปากของซุนซื่อเจิ้งสั่นระริก ผ่านไปพักใหญ่ก็ยังเค้นคำพูดออกมาไม่ได้
ปฏิกิริยาแรกของเขาคือไม่เชื่อ ถึงเขาจะไม่รู้ความเป็นไปล่าสุดของอวี๋เซี่ยงหมินแบบเจาะลึก แต่ก็พอจะเดาสถานการณ์คร่าวๆ ได้
เขารู้ถึงสภาพร่างกายของอวี๋เซี่ยงหมินดี ไม่มีทางที่จะมาด่วนจากไปเพราะโรคภัยไข้เจ็บกะทันหันแบบนี้แน่ งั้นก็ต้องเป็นสาเหตุการตายอย่างอื่น ซึ่งความเป็นไปได้มากที่สุดก็คือถูกฆาตกรรม!
ข้างกายมีคนคอยคุ้มกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ใครจะไปฆ่าเขาได้ แล้วใครหน้าไหนมันจะไปกล้าหาญชาญชัยขนาดนั้น?
ซุนซื่อเจิ้งรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ไม่คิดว่าฉินเกอจะเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่น
ฉินเกอพูดต่อ "ผู้อาวุโสซุน ผมรู้ว่าท่านอาจจะยังรับไม่ได้ในตอนนี้ แต่ที่ผมพูดคือเรื่องจริงครับ"
"ศาสตราจารย์อวี๋ตายแล้วจริงๆ ถูกคนฆ่าตายครับ"
"ตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างการสืบสวน ชั่วคราวนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร"
"ผมบอกท่านตามตรงเลยแล้วกัน ยาสูตรพิเศษสำหรับรักษาโรคมะเร็งของผมน่ะ ความจริงแล้วมันคือเหยื่อล่อเพื่อล่องูออกจากถ้ำ!"
"คำขอร้องนี้อาจจะดูมากเกินไปสักหน่อย แถมยังอันตรายมากด้วย ถ้าไม่ระวัง ท่านอาจจะต้องพบจุดจบเหมือนศาสตราจารย์อวี๋"
"ผมถึงไม่กล้าบังคับไงครับ เพียงแต่ตอนนี้ยังคิดหาวิธีที่ดีกว่านี้ไม่ออก ก็เลยต้องหน้าด้านมาขอร้องท่าน"
"แล้วทำไมคุณไม่ทำเองล่ะ ทำไมต้องให้คุณปู่ของฉันมารับเคราะห์เสี่ยงอันตรายแทนด้วย?" ซุนเมี่ยวเมี่ยวมีสีหน้าโกรธเคือง เธอไม่พอใจการกระทำของฉินเกอเป็นอย่างมาก
เธอรู้สึกเสียใจกับการจากไปของอวี๋เซี่ยงหมิน และอยากจะจับตัวฆาตกรมาล้างแค้นให้เขา แต่ก็ใช่ว่าจะเอาคุณปู่ของเธอไปเสี่ยงอันตรายแบบนี้นี่!
"อันตรายมากงั้นเหรอ?" ซุนซื่อเจิ้งกดมือลงเป็นเชิงห้ามหลานสาว ทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจอย่างรวดเร็ว "ฉันตกลง!"
"ต้องทำยังไงบ้าง ฉันจะให้ความร่วมมือกับนายเอง!"
"แต่ก่อนหน้านั้นมีคำถามหนึ่งที่ฉันต้องถามให้ชัดเจนก่อน ที่นายเพิ่งบอกว่ายาสูตรพิเศษสำหรับรักษาโรคมะเร็งเป็นเหยื่อล่อน่ะ มันหมายความว่ายังไง?"
"หรือว่ายาชนิดนี้ไม่ได้มีอยู่จริงตั้งแต่แรกแล้ว?"