- หน้าแรก
- พรานป่ามหาภัย ล่า ท้า รวย ในปี 1997
- บทที่ 32 - เพื่อนร่วมทางคนใหม่ ความดื้อรั้นของลู่เสวี่ยหาน!
บทที่ 32 - เพื่อนร่วมทางคนใหม่ ความดื้อรั้นของลู่เสวี่ยหาน!
บทที่ 32 - เพื่อนร่วมทางคนใหม่ ความดื้อรั้นของลู่เสวี่ยหาน!
บทที่ 32 - เพื่อนร่วมทางคนใหม่ ความดื้อรั้นของลู่เสวี่ยหาน!
เมื่อเห็นเนี่ยชางมีท่าทีตื่นเต้นขึ้นมาอย่างกะทันหัน ลู่เสวี่ยหานก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
เธอพยักหน้าอย่างงุนงง ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ เนี่ยชางถึงมีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้
"ปู่ของเธอขายลาไปในราคา 350 หยวนแล้วยังขอยืมเงินจากคนที่ซื้อลาไปอีก 50 หยวนใช่ไหม"
"คุณ... คุณรู้ได้ยังไง" ลู่เสวี่ยหานตกตะลึง เบิกตากว้างมองเนี่ยชางด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เนี่ยชางแทบจะหัวเราะร่าด้วยความโมโห เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าแล้วหยิบใบสัญญากู้เงินที่ชายชราเขียนให้ตอนที่เขาซื้อลาออกมา
"ฉันรู้ได้ยังไงน่ะเหรอ เธอแแหกตาดูนี่สิ นี่ใช่ใบสัญญากู้เงินที่ปู่เธอเขียนไว้ตอนนั้นหรือเปล่า" เนี่ยชางยัดกระดาษใส่มือลู่เสวี่ยหานทันที
ลู่เสวี่ยหานถึงกับชะงักไป เมื่อมองดูลายมือโย้เย้บนใบสัญญากู้เงิน มันเป็นลายมือของปู่เธอไม่ผิดแน่
ข้างๆ ตัวเลขจำนวนเงินมีรอยแปะโป้งกำกับไว้ด้วย ใบสัญญากู้เงินแผ่นนี้ดูยังไงก็เป็นของจริงแน่ๆ
"คุณ... คุณไปเอาของสิ่งนี้มาจากไหน หรือว่าคนที่ให้ปู่ฉันยืมเงินตอนนั้น..."
"ใช่ ฉันนี่แหละไอ้โง่คนนั้น บ้าเอ๊ย" เนี่ยชางทนไม่ไหวจนต้องสบถออกมา
"พวกเธอสองปู่หลานจ้องจะเล่นฉันใช่ไหมเนี่ย เป็นไงล่ะ พอรู้ว่าฉันเข้าป่าหาเงินได้นิดหน่อยก็กะจะมาปอกลอกฉันเลยว่างั้น"
เนี่ยชางเริ่มมีน้ำโห เรื่องบังเอิญบ้าบอแบบนี้มันทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้จริงๆ ว่าตัวเองกำลังถูกตัวซวยที่ไหนตามรังควานอยู่หรือเปล่า
ก่อนหน้านี้เขาต้องการลาพอดีก็เลยบังเอิญไปซื้อลาของชายชราจากหมู่บ้านซวงสุ่ย
มาวันนี้เขาได้รู้จักกับลู่เสวี่ยหานผ่านการแนะนำของต่งชิวจวน ไม่คิดเลยว่าโลกจะกลมขนาดนี้
ลู่เสวี่ยหานคนนี้ดันกลายเป็นหลานสาวของชายชราจากหมู่บ้านซวงสุ่ยที่เขาเพิ่งให้ยืมเงินไปงั้นเหรอ
ลึกๆ แล้วเนี่ยชางไม่ได้คิดจะรีบทวงหนี้จากชายชราเร็วๆ นี้หรอก เพราะเขาก็ไม่ได้ขัดสนเงิน 50 หยวนนั้นสักเท่าไหร่
แต่เงินของเขาไม่ได้ร่วงลงมาจากฟ้า จะให้ยกหนี้ให้ฟรีๆ ก็คงเป็นไปไม่ได้
เรื่องที่หลานสาวของชายชราคนนี้คิดจะแต่งงานกับเขาโดยที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยต่างหากที่ทำให้เนี่ยชางรู้สึกพูดไม่ออกที่สุด
"เอ๊ะ" ลู่เสวี่ยหานเองก็อึ้งไปเหมือนกัน เธอยืนนิ่งค้างอยู่กับที่จนพูดอะไรไม่ออกไปพักใหญ่
เธอคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าผู้ชายที่เธออยากจะแต่งงานด้วยเพื่อแลกกับค่าสินสอดคนนี้จะเป็นเจ้าหนี้ที่เคยให้พวกเธออืมเงิน
"นี่... นี่มันจะเป็นไปได้ยังไง..." ลู่เสวี่ยหานเหม่อลอย ดวงตาที่เบิกกว้างเต็มไปด้วยความตกตะลึง
"ขอ... ขอโทษด้วยนะ ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าคุณคือคนที่ให้พวกเรายืมเงิน"
ลู่เสวี่ยหานพร่ำขอโทษไม่หยุด ตอนนี้สายตาที่เธอมองเนี่ยชางเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ก่อนที่จะรู้ความจริงเรื่องนี้อย่างมากเธอก็มองเนี่ยชางเป็นแค่เป้าหมายที่พอจะแต่งงานด้วยได้เท่านั้น
ในเมื่อฐานะทางบ้านย่ำแย่ขนาดนี้ การได้แต่งงานกับคนที่มีฐานะพอใช้ได้ก็ไม่ใช่ทางเลือกที่เลวร้ายอะไรนัก
ในยุคสมัยนี้จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่มีสิทธิ์เลือกครอบครัวสามีด้วยตัวเองกันล่ะ
ถึงแม้การตัดสินใจครั้งนี้ของเธอจะดูบุ่มบ่ามไปหน่อยแต่ก็ถือว่าเธอได้เลือกสามีด้วยตัวเอง อย่างน้อยเธอก็มีอิสระมากกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ ในจุดนี้
ทีแรกเธอกะจะปล่อยให้ตัวเองแต่งงานออกไปแบบมึนๆ แล้วแท้ๆ ลู่เสวี่ยหานเตรียมใจยอมรับชะตากรรมแล้วด้วยซ้ำ
ขอแค่แลกเป็นเงินมาช่วยชีวิตปู่ได้ ลู่เสวี่ยหานก็พร้อมที่จะเสียสละตัวเอง
แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นกะทันหันกลับทำลายทิศทางของเรื่องราวไปจนหมดสิ้น เธอมองเนี่ยชางด้วยความหวาดกลัวราวกับเด็กที่ทำความผิด
ตอนนี้เนี่ยชางเริ่มดึงสติกลับมาและเยือกเย็นลงจากความรู้สึกมึนงงเมื่อครู่แล้ว
"ฉันก็ให้พวกเธอยืมเงินไปแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วเงินก้อนนี้ฉันก็ไม่ได้รีบทวงคืนสักหน่อย ทำไมเธอถึงต้องรีบร้อนหาคนแต่งงานด้วยล่ะ" เนี่ยชางก้มหน้าถาม
ตอนนี้ลู่เสวี่ยหานไม่ได้ดูนิ่งสงบเหมือนเมื่อกี้นี้แล้ว น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
"ปู่... ปู่ของฉันป่วยหนัก ต้องใช้เงินรักษาตัว"
"เงินที่ได้จากการขายลาและเงินที่ยืมมา ปู่เอาไปใช้เป็นค่ารักษาฉันจนหมดแล้ว ที่บ้านไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ..."
"เธอเลยคิดจะจับใครสักคนแต่งงานด้วยงั้นสิ" เนี่ยชางถามจี้จุด
ลู่เสวี่ยหานอึกอักพูดไม่ออก ร้อนรนจนแทบจะร้องไห้ออกมาอีกรอบ
ผ่านไปพักใหญ่กว่าเธอจะสงบสติอารมณ์ลงได้และรวบรวมความกล้าเล่าเรื่องราวความเป็นอยู่ในบ้านให้เนี่ยชางฟัง
ลู่เสวี่ยหานเป็นคนหมู่บ้านซวงสุ่ยในชุมชนเขตจางเจียจี๋ แม่ของเธอเสียชีวิตไปตั้งแต่เธอยังเล็ก พ่อของเธอเคยเป็นหนึ่งในหัวหน้าขบวนหาโสม ตั้งแต่ลู่เสวี่ยหานจำความได้พ่อก็เอาแต่วิ่งวุ่นอยู่ในป่า คอยนำคนไปหาของป่าและขุดโสม ชีวิตความเป็นอยู่ก็ถือว่าพอประทังไปได้
จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาพ่อของลู่เสวี่ยหานทำโสมป่าต้นใหญ่ที่ขบวนหาโสมเพิ่งจะขุดได้หล่นหายไป ทำให้ที่บ้านต้องเป็นหนี้ก้อนโต
พ่อของลู่เสวี่ยหานเป็นคนหยิ่งทะนงและชอบเอาชนะ เพื่อที่จะหาเงินมาใช้หนี้ก้อนนี้เขาจึงเสี่ยงตายเข้าไปในป่าลึก ถึงแม้จะหาเงินมาใช้หนี้ได้สำเร็จแต่สุดท้ายเขาก็ต้องทิ้งชีวิตไว้ในป่า
เมื่อไร้ซึ่งที่พึ่งพาลู่เสวี่ยหานจึงต้องเติบโตมาจากการเลี้ยงดูของปู่
ต่อมาลู่เสวี่ยหานล้มป่วย ปู่จึงต้องขายลาที่บ้านและถึงขั้นต้องบากหน้าไปยืมเงินเนี่ยชาง เรื่องพวกนี้ไม่ต้องรอให้เธอเล่าเนี่ยชางก็พอจะเดาออกอยู่แล้ว
"เธอว่าเธอวิ่งเล่นในป่าเป็นประจำจนคุ้นเคยกับภูมิประเทศในนั้นเป็นอย่างดีงั้นเหรอ" เนี่ยชางไม่อยากให้เธอเล่าต่อจึงแกล้งเปลี่ยนเรื่อง
เขารู้สึกสนใจประสบการณ์ที่ลู่เสวี่ยหานเคยตามขบวนหาโสมเข้าป่ามาก จึงเอ่ยปากถามถึงอดีตของเธอ
"อืม เมื่อก่อนฉันมักจะตามพ่อเข้าป่าบ่อยๆ พอพ่อไม่อยู่แล้วฉันก็แอบเข้าป่าไปขุดสมุนไพรหาของป่ามาจุนเจือครอบครัวบ้างเป็นบางครั้ง" ลู่เสวี่ยหานตอบตามตรง
"แล้วเธอคุ้นเคยกับภูมิประเทศแถวยอดเขาอูโถวไหม แล้วเทือกเขาเยว่หม่าล่ะ รู้จักภูเขารอบๆ บริเวณนั้นหรือเปล่า"
"รู้สิ" เมื่อได้ยินคำถามของเนี่ยชาง ดวงตาของลู่เสวี่ยหานก็เป็นประกายสดใส คำถามพวกนี้จิ๊บจ๊อยมากสำหรับเธอ เพราะมันคือถิ่นที่ลู่เสวี่ยหานคุ้นเคยเป็นอย่างดี
เธออธิบายลักษณะภูมิประเทศและสภาพป่าให้เนี่ยชางฟังอย่างละเอียดไม่มีหมกเม็ด
เนี่ยชางเอาข้อมูลที่เธอเล่ามาประมวลผลเทียบกับสิ่งที่เขารู้ ก็พบว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้โกหกเลย
เธอไม่เพียงแต่คุ้นเคยกับภูมิประเทศในป่าเป็นอย่างดี แต่บางสถานที่ที่เธอพูดถึงขนาดเนี่ยชางเองยังไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่ลู่เสวี่ยหานกลับจำต้นไม้ใบหญ้าในนั้นได้แม่นยำ
ความสามารถแบบนี้หาได้ยากยิ่งนัก เรียกได้ว่าเกิดมาเพื่อเป็นคนนำทางในป่าโดยเฉพาะ
"เธอสนใจจะเข้าป่าไปกับฉันไหม" เนี่ยชางลองเอ่ยปากชวนดู
"น้องชายของฉันสองคนยังเด็กอยู่ ประสบการณ์ในป่ายังมีไม่พอ ฉันต้องการคนที่เชี่ยวชาญและคุ้นเคยกับพื้นที่มาช่วยงาน..."
ลู่เสวี่ยหานคิดไม่ถึงเลยว่าเนี่ยชางจะชวนเธอไปเป็นคู่หูร่วมล่าสัตว์ในป่า เธอทำหน้าเหวอไปชั่วขณะ
"คุณ... คุณพูดจริงเหรอ" แววตาของลู่เสวี่ยหานเริ่มมีความหวัง
"แน่นอนสิ" เนี่ยชางตอบอย่างหนักแน่น
"ฉันรู้ว่าที่บ้านของเธอกำลังร้อนเงิน เธอแค่ตามฉันเข้าป่า ขอแค่ช่วยเหลือฉันได้ ค่าตอบแทนต้องทำให้เธอพอใจแน่นอน"
"ส่วนหนี้ที่ติดฉันไว้ยังไม่ต้องรีบใช้คืนหรอก ไว้ตอนขากลับถ้าเธอต้องการเงินฉันสามารถเบิกล่วงหน้าให้ก่อนได้นะ"
เนี่ยชางเสนอเงื่อนไขของตัวเองพร้อมกับล้วงเอาธนบัตรในกระเป๋าออกมายื่นให้ลู่เสวี่ยหานเพื่อแสดงความจริงใจ
แต่ใครจะไปคิดว่าลู่เสวี่ยหานในตอนนี้กลับมีท่าทีเปลี่ยนไปจากเดิมและปฏิเสธความหวังดีของเนี่ยชางไปอย่างดื้อๆ
"ฉันยังมีเงินเหลืออยู่นิดหน่อย ที่บ้านยังพอประทังไปได้อีกสองสามวัน คุณไม่ต้องทำแบบนี้หรอก"
[จบแล้ว]