เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 51 : ข้าไม่ได้มาเพื่อคารวะ ข้ามาเพื่อเก็บหนี้

ตอนที่ 51 : ข้าไม่ได้มาเพื่อคารวะ ข้ามาเพื่อเก็บหนี้

ตอนที่ 51 : ข้าไม่ได้มาเพื่อคารวะ ข้ามาเพื่อเก็บหนี้


นางเองเตรียมการที่อยู่อาศัย เหยาซื่อจะอาศัยอยู่ในลานด้านในสุดของนาง นางจะอยู่ในลานที่สอง และจื่อหรูจะอาศัยอยู่ในลานด้านนอกสุด ลานแต่ละลานมีห้องหลักและห้องปีก มีห้องพักสำหรับบ่าวรับใช้มากพอ

นางเปลี่ยนห้องปีก 2 ห้องของนางเป็นห้องเก็บยาขนาดเล็ก จากนั้นนางก็ได้จัดเตรียมตู้เก็บยาสมุนไพรจีนไว้ด้วย นางยังวางยาบางส่วนที่โดดเด่นไว้พร้อมกับกระดาษและแท่นหมึก

เดิมเรือนนี้มีห้องเก็บของ 2 ห้อง ซึ่งไม่พอเก็บของหมั้นส่วนตัว

เฟิงหยูเฮงมองที่การจัดเรียงโดยรวมของลาน มันเหมือนกับว่ามันถูกจัดเตรียมไว้สำหรับพวกเขาเท่านั้น ทุกอย่างพอดีและเป็นธรรมชาติ

ลานของจื่อหรูมีบางอย่างที่เหมือนห้องการศึกษาที่ดี มีหนังสืออยู่แล้ว

เด็กชายดูเหมือนจะมีความสุขมากในขณะที่เขาถือหนังสือเกี่ยวกับการทหาร ไม่เต็มใจที่จะวางมันลง

เหยาซื่อไม่มีงานอดิเรกที่สำคัญ นางยังไม่ได้สืบทอดความสามารถทางการแพทย์ของตระกูลเหยา นางใช้เวลาหลายวันในการเย็บปักถักร้อย

เฟิงหยูเฮงคิดว่าเรื่องนี้ก็ดี นางมีบุตรชายและบุตรสาว ดังนั้นนางจึงมีความสุขและมีเสถียรภาพ นางได้จัดเตรียมหญิงสาว 2 คนเพื่อดูแลเหยาซื่อ วิธีนี้ดูเหมือนจะดีมากขึ้น

แต่หลังจากที่ย้ายมา พวกเขาพบว่าจำนวนบ่าวรับใช้ที่พวกเขามีน้อยเกินไป นางให้แม่นมซันไปหาบ่าวรับใช้เพิ่ม 5 คน พวกเขามีชื่อเริ่มต้นด้วยจื่อ

หลังจากที่รวมเรือนหลังนี้เข้าไป ก็ปรากฎว่าเรือนนนี้กลายเป็นเรือนที่ใหญ่ที่สุดของตระกูลเฟิง เชื่อมต่อกันด้วยประตูจันทราเล็ก ๆ ราวกับสรวงสวรรค์ เดิมทีเฟิงหยูเฮงต้องการที่จะคืนเรือนขจีให้ตระกูลเฟิง แต่ฮูหยินผู้เฒ่ายืนยันว่าพวกเขาไม่ต้องการ เฟิงหยูเฮงทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับมัน เมื่อคิดถึงการเข้าออกเรือน ถ้ามีใครบางคนย้ายเข้ามาอยู่ ประตูจันทราอาจขยายกว้างออกไป ถ้าเป็นไปได้นั้นนางได้มอบหมายให้บ่าวรับใช้ 2 คนไปดูแลเส้นทาง ถ้ามีคนที่อยากพบนาง คนหนึ่งจะวิ่งเข้ามาในห้องเพื่อรายงาน ขณะที่อีกคนจะดูแลคนที่มาหานาง

คฤหาสน์ใหม่ได้รับการขนานนามว่า "เรือนตงเซิง" ชื่อนี้หยูเฮงเป็นคนตั้ง หวงซวนรู้สึกทึ่งเมื่อได้ยินชื่อนี้และถามเฟิงหยูเฮงว่าหมายถึงอะไร

เฟิงหยูเฮงอธิบายว่า "ไม่มีใครสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง คนฉลาดจะรู้ว่าจะพึ่งพาคนอื่นได้ เพราะฉะนั้นการอยู่ร่วมกันจึงสามารถมีชีวิตที่ยืนยาวได้"

ดวงตาของหวงซวนกระพริบด้วยความชื่นชมยินดี "คุณหนูรองและองค์ชายเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกจริง ๆ เจ้าค่ะ!"

นางพึมพำเล็กน้อยจากคำพูดของสาวใช้ "ใครอยากเป็นคู่กับเขา?"

"แม้แต่คำพูดที่คุณหนูรองพูดก็เหมือนกัน ถ้าไม่ได้เป็นคู่กันแล้วก็น่าเสียดาย" หวงซวนหัวเราะเบา ๆ " ถ้าไม่ใช่เพราะข้อเท็จจริงที่ว่าข้าพึ่งอยู่เคียงข้างคุณหนูรองเพียงไม่กี่วัน ข้าจะไม่ประหลาดใจเลยหากคุณหนูรองเคยพบกับองค์ชายแล้ว ถึงได้มีแนวคิดในการครองคู่เหมือนกันเช่นนี้"

นางมึนงงเล็กน้อย เขาก็คิดเหมือนกันเช่นนี้หรือ?

ในความเป็นจริงนางรู้สึกว่าการเรียกมันว่าตำหนักตงเซิงมันครอบคลุมมากขึ้น แต่นี่เป็นเพียงแค่เรือนที่อยู่ใกล้กับคฤหาสน์ของตระกูลเฟิงจึงไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นตำหนัก ในอนาคตหากพวกเขากลายเป็นอิสระจากตระกูลเฟิงก็ยังคงไม่ได้กลายเป็นคฤหาสน์ตงเซิงหรือสิ่งที่คล้ายคลึงกัน นี่เป็นเพียงสิ่งที่นางคิดในตอนนี้เพื่อความสนุก เรียกมันว่าเป็นเช่นนั้นไม่กี่ปีก็เพียงพอ

คืนนั้นในเรือนตงเซิงทุกคนนอนหลับสบายดี

ตระกูลเฟิง ภายใต้ความตั้งใจของฮูหยินผู้เฒ่าที่ส่งผ้าปูที่นอนกับผ้าห่มให้ทุกเรือน ฮูหยินผู้เฒ่าเตรียมผ้าห่มสำหรับเจ้านายทั้งสามคน และของใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น

ในความเป็นจริงสิ่งเหล่านี้จะไม่เคยเห็น เพราะเฟิงหยูเฮงพบว่าคนดังกล่าวได้สร้างลานทั้งสามไว้แล้ว แม้ห้องหลังมีผ้าคลุมเตียงเรียบร้อย ไม่ต้องพูดถึงการตกแต่งห้อง พวกเขามีทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาต้องการ

นางนอนพักอยู่ในห้องที่ตกแต่งอย่างดี และนอนหลับสนิทเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ย้ายมาอยู่ในโลกนี้

วันรุ่งขึ้นเหยาซื่อ, เฟิงหยูเฮง และเฟิงจื่อหรู ไปที่เรือนซูหยาเพื่อคารวะฮูหยินผู้เฒ่า

เพราะพวกเขาอาศัยอยู่ห่างจากทั้งสามเรือนใหญ่ และฮูหยินผู้เฒ่าก็อยู่ใกล้กัน  เฉินซื่อถูกกักบริเวณอยู่แต่ในเรือน ดังนั้นนางจึงไม่สามารถออกไปได้ และจินเฉินยังคงไม่ปรากฏตัว

เมื่อทั้งสามปรากฏตัวขึ้นในระยะไกล ดวงตาของเฟิงเฟินไดกลายเป็นสีแดงด้วยความอิจฉาตาร้อน

พูดถึงอดีตที่ผ่านมา จริง ๆ นางเพียงแค่อิจฉาเสื้อผ้าที่ดีที่เฟิงหยูเฮงได้รับ ปัจจุบันนางกำลังตกตะลึงกับเรือนตงเซิง

มีที่อยู่อาศัยของตัวเองมันดีแค่ไหน!

นางไม่เคยคิดว่าผู้หญิงจะได้รับการดูแลเช่นนี้ ในความคิดของนางผู้หญิงอยู่ที่บ้านโดยเริ่มจากบิดาของตน ต่อมาแต่งงานกับสามีของนาง กับการเสียชีวิตของสามี และภรรยา ก่อนแต่งงานนางจะอยู่บ้าน หลังจากแต่งงานแล้วจนตาย นางจะอยู่กับสามีของนาง จะมีบ้านเป็นของตัวเองได้อย่างไร

แม้ว่าเรือนตงเซิงยังคงเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลเฟิงในนาม แต่ก็มีโฉนดและที่ดินของตัวเอง ประตูจันทราขนาดเล็กที่เฟิงหยูเฮงสามารถปิดตายได้ หมายความว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตระกูลเฟิง

ชีวิตแบบนี้เฟิงเฟินไดอยากมีโอกาสได้รับมันบ้าง ไม่ใช่แค่เฟิงเฟินไดคนเดียวที่มีความคิดเช่นนี้ เฟิงเฉินหยูยังอิจฉาด้วยเช่นกัน

แม้ว่าตระกูลเฟิงกล่าวว่าทุกสิ่งทุกอย่างทำขึ้นเพื่อนาง และเตรียมการที่ดีที่สุดสำหรับนาง แต่นางก็ต้องเสียค่าใช้จ่าย นางต้องวางตัวให้คู่ควรกับการเป็นฮองเฮาและมีคุณงามความดีในระดับหนึ่ง สวรรค์รู้ว่านางโกรธมากแค่ไหนจนกระทั่งถึงจุดที่บ้าคลั่ง แต่นางก็ไม่กล้าล่วงเกินผู้อาวุโสเช่นเดียวกับเฟิงหยูเฮง นางไม่กล้าที่จะทำให้สภาพของนางดีขึ้น gab’เฉินหยูไม่ได้มีอิสรภาพ นางมีแต่สิ่งที่สามารถอธิบายได้ว่าเป็นอนาคตอันสดใส

แต่ ... นั่นคืออนาคต!

เหยาซื่อและเฟิงหยูเฮงเดินช้า ๆ พร้อมกับเฟิงจื่อหรูที่เดิมตามข้างหลังพวกเขา และเดินไปด้วยกริยาที่ดี เขาไม่ได้ดูเหมือนจะเป็นเหมือนเด็กปกติที่จะมองไปรอบ ๆ  ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ทั้งสามเดินเข้าไปในห้องโถง และทักทายฮูหยินผู้เฒ่าด้วยความเคารพ

ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นสามคนปรากฏตัวต่อหน้าต่อตาอีกครั้ง รู้สึกแตกต่างจากที่นางเห็นเมื่อวันที่พวกเขากลับมา

"รีบลุกขึ้นเถิด" นางพยายามวางท่าให้เป็นกันเองมากขึ้น นางหันหน้าไปหาจื่อหรูและกล่าวกับเขาว่า "หลานรัก มาหาย่า"

การแสดงออกของเฟิงเฉินหยูมืดลงทันที เมื่อคืนที่ผ่านมาเฟิงจื่อเฮาเพิ่งก่อให้เกิดความวุ่นวาย และตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่ากำลังทำแบบนี้กับเฟิงจื่อหรู มันทำให้นางคิดมากเกินไป

เฟิงจื่อหรูเชื่อฟังและเดินขึ้นไป แต่ไม่ได้เข้าใกล้ เขาก้าวขึ้นไปเพียงไม่กี่ก้าวก่อนจะกล่าว "จื่อหรูคารวะท่านย่า เป็นเวลานานตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่ข้าได้มาคารวะท่านย่าของข้า ข้าหวังว่าท่านย่าจะไม่ตำหนิข้า"

"ข้าไม่โทษเจ้า ไม่เลย!" ความรู้สึกของเฟิงจื่อหรูทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าคิดถึงเวลาที่เหยาซื่อเป็นฮูหยินใหญ่และไม่สามารถช่วยเติมเต็มอารมณ์ได้ ในเวลานั้นตระกูลเฟิงมีคนหนุนหลังอย่างแท้จริง คงไม่เกิดเรื่องน่าวิตกกังวลเช่นในปัจจุบัน "ยายจาว รีบจัดที่นั่งให้พวกเขา"

ทั้งสามคนนั่ง เฟิงจือหรูนั่งข้างเฟิงเซียงหรู เฟิงเซียงหรูชอบเด็กคนนี้มาก นางซ่อนรอยยิ้มเล็ก ๆ และแอบบีบมือเล็ก ๆ ของเขา

เฟิงเฟินไดมองที่ฮันชิทันทีและตำหนินางอีกครั้งเนื่องจากไม่สามารถแข่งขันได้เป็นธรรมดา

แต่เด็กหญิงคนนี้มองไปรอบ ๆ ห้อง และพบว่ามีคนคนหนึ่งหายไป นางถามว่า "เกิดอะไรขึ้นกับอนุคนใหม่, แม่รองจินเฉิน? ทำไมนางถึงไม่ยอมมาคารวะท่านย่า?"

หยูเฮงหัวเราะเบา ๆ เฟินไดเป็นคนที่มีพรสวรรค์ที่ดีในการก่อปัญหา

เมื่อพูดถึงเรื่องจินเฉิน ไม่มีใครยินดีที่ได้ยินเรื่องนี้ ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวด้วยเสียงเย็นชา "จะดีที่สุดถ้านางไม่มาปรากฏตัวต่อหน้าข้า แค่มองไปที่นางมันทำให้ข้ารู้สึกรำคาญ" แต่การคิดถึงว่าเฟิงจื่อเฮาอาจจะรักษาหายขาดได้หรือไม่ นางก็เริ่มหวังว่าจินเฉินสามารถตั้งครรภ์มีบุตรชายให้ตระกูลเฟิงได้

ฮันชิเป็นคนที่ไม่กลัวที่จะพูด และนางเอ่ยขึ้นมาว่า "จินเฉินเป็นคนที่ได้รับการสั่งสอนจากฮูหยินใหญ่ นางควรจะมีความรู้มากเกี่ยวกับกฎในการแต่งงาน เป็นไปได้ไหมที่ท่านใต้เท้าเฟิงจะพักค้างคืนที่เรือนหรูยี่ นางอาจจะตื่นสาย" หลังจากพูดแล้วนางก็ไม่ลืมที่จะหัวเราะ

ฮูหยินผู้เฒ่ารำคาญเฉินซื่อแล้ว การได้ยินคำพูดของฮันชิซึ่งเอ่ยออกมาอย่างนั้นทำให้นางไม่พอใจมากขึ้น "ผู้หญิงต่ำช้าเช่นนั้นจะสั่งสอนใครให้ดีขึ้นมาได้ ? "

เฟิงหยูเฮงทำราวกับว่ามันยากที่จะพูด "พูดไป ท่านแม่ก็ถูกตัดสินให้ถูกกักบริเวณ แล้วข้าจะไปหาโฉนดร้านห้องโถงสมุนไพรได้ที่ไหนเจ้าคะ?"

เฟิงหยูเฮงได้นำเรื่องของร้านค้าขึ้นมาพูด ฮูหยินผู้เฒ่าจ้องมองที่ขวดขนาดเล็กอยู่ในมือของนาง

ตั้งแต่เฟิงหยูเฮงได้มอบพลาสเตอร์ยาให้แก่นาง นางรู้สึกว่านางได้รับผลกระทบอย่างมาก คนโบราณได้เห็นอะไรที่มีน้ำหนักเบาและแบบตะวันตกเช่นพลาสเตอร์ยา ไม่เพียงแต่มันแตกต่างจากสิ่งที่หมอคนอื่น ๆ ใช้ สิ่งสำคัญที่สุดคือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทันที นางใช้มันเป็นเวลา 2 วัน แต่นางก็พบเคล็ดลับ ไม่เพียงแต่แปะไว้ที่เอวของนางเท่านั้น นางก็สามารถติดได้ทุกที่ที่นางรู้สึกเจ็บปวด และมันก็จะช่วยได้

คิดถึงเวลาที่นางรู้สึกเวียนหัวในเวลากลางคืน เฟิงหยูเฮงจับชีพจรของนางและบอกว่านางจะนำยาที่ดีบางอย่างให้ เป็นไปได้ไหมที่ยาที่ดีนั้นอยู่ในขวดนั้น?

ฮูหยินผู้เฒ่าโบกมือให้ยายจาว "ไปพาเฉินซื่อมาทำสิ่งที่นางต้องทำ" คิดอีกครั้ง นางเสริมว่า "ให้นางนำบัญชีมาด้วย"

ยายจาวรับคำสั่งและเดินออกไป เฟิงหยูเฮงลอบยิ้มขณะที่นางลุกขึ้นยืนและก้าวขึ้นบันได 2 ขั้น วางขวดยาให้ฮูหยินผู้เฒ่า "นี่เป็นยาที่อาเฮงเตรียมไว้สำหรับท่านย่าเจ้าค่ะ ข้าได้ใช้สมุนไพรทางการแพทย์ที่มีคุณค่าซึ่งองค์ชายเก้าให้ไว้ บางอย่างไม่มีในราชวงศ์ต้าชุนเจ้าค่ะ"

ฮูหยินผู้เฒ่ารับมันพร้อมรอยยิ้ม รูปลักษณ์แห่งความสุขนั้นยิ่งสังเกตเห็นได้มากขึ้นกว่าวันที่นางได้รับสร้อยหยกจากเฉินซื่อ

เฟิงเฉินหยูยับยั้งความคับแค้นใจ และพูดว่า "น้องรอง ไม่เสียทีที่เป็นหลานสาวของตระกูลเหยา เจ้าได้รับมรดกทางทักษะอย่างแท้จริงจากท่านตา"

เฟิงหยูเฮงทำหน้าเจียมเนื้อเจียมตัว "มันจะเป็นยังไง ท่านตาสอนข้าเพียงไม่กี่ปี นอกจากนี้เมื่อข้ายังเด็กมันจะเทียบเท่ากับการที่มีมารดาคอยสอนได้อย่างไรเจ้าคะ"

ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวอย่างเย็นชา "ผู้หญิงต่ำช้าเช่นนั้น เจ้าไม่ต้องเรียนรู้จากมารดาของเจ้า"

เฟิงเฉินหยูรู้สึกเศร้าใจมากในใจ แต่นางยังคงกล่าวว่า "ข้าจะเชื่อฟังท่านย่าเจ้าค่ะ"

ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้า นางไม่ต้องการพูดคุยเกี่ยวกับเฉินซื่อต่อ มองไปที่ขวดยาในมือของนาง นางถามเฟิงหยูเฮง "หยูเฮง เจ้าบอกย่าเร็วว่ายานี้ใช้อย่างไร?"

"ท่านย่าไม่จำเป็นต้องใช้มันทุกวัน แต่ครั้งต่อไปที่ท่านย่ารู้สึกเวียนหัว เทออกมา 1 เม็ดถั่ว เทลงในน้ำ" เฟิงหยูเฮงตอบ

ในความเป็นจริงนางได้รับยาความดันโลหิตเพียงบางส่วน และบดขยี้พวกเขาแล้ววางใส่ในขวดยาที่ใช้ในสมัยโบราณ จำนวน 1 เม็ดถั่วคือครึ่งหนึ่งของยา มันช่วยป้องกันนางจากความดันโลหิตที่ฉับพลัน

ฮูหยินผู้เฒ่าพอใจกับยาที่ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ไม่ต้องการมอบให้คนอื่น นางเก็บไว้ในแขนของนางเอง "ข้าจะเก็บมันไว้กับตัว เพื่อหลีกเลี่ยงกรณีที่ข้าต้องการใช้ ตอนที่บ่าวรับใช้ไม่อยู่"

เฟิงหยูเฮงพยักหน้า "อาเฮงหวังว่าท่านย่าจะมีสุขภาพดีสืบไปเจ้าค่ะ" เมื่อนางมีสุขภาพดี นางสามารถช่วยข้าจัดการกับเฉินซื่อได้ เพื่อที่จะกำจัดเฉินซื่อออกจากตระกูลเฟิง นางเป็นบุตรสาวของอนุที่ไม่สำคัญ พูดอะไรได้ไม่มากนัก การช่วยฮูหยินผู้เฒ่าช่วยให้ง่ายขึ้น

ทุกคนรอสักครู่หนึ่ง ขณะที่ยายจาวพาเฉินซื่อมา ด้านหลังนางคือม่านซีและเปาถัง

เฟิงหยูเฮงได้สังเกตเล็บของม่านซี นางยังคงใช้ยาทาเล็บ นางนับวัน คืนนี้นางจะต้องมอบยาแก่ม่านซี

เฉินซื่อเดินตรงกลางห้องด้วยใบหน้ามืดครึ้ม หันหน้าไปทางฮูหยินผู้เฒ่า นางโค้งคำนับอย่างไม่เป็นทางการ และกล่าวว่า "คารวะท่านแม่" จากนั้นนั่งลงข้าง ๆ เฟิงเฉินหยู

ยายจาวเดินไปหาฮูหยินผู้เฒ่าพร้อมกับเอกสารบางอย่างในมือ "เหล่านี้เป็นโฉนด และบัญชีจากฮูหยินใหญ่เจ้าค่ะ"

จบบทที่ ตอนที่ 51 : ข้าไม่ได้มาเพื่อคารวะ ข้ามาเพื่อเก็บหนี้

คัดลอกลิงก์แล้ว