- หน้าแรก
- พรสวรรค์ไร้ขีดจำกัด อัปเกรดเคล็ดวิชาทะลวงสวรรค์
- บทที่ 22 - ปรมาจารย์ในหมัดเดียว
บทที่ 22 - ปรมาจารย์ในหมัดเดียว
บทที่ 22 - ปรมาจารย์ในหมัดเดียว
บทที่ 22 - ปรมาจารย์ในหมัดเดียว
ก่อนหน้านี้เจียงหยวนแสดงความสามารถที่น่าตกตะลึงเกินไป ทำให้พวกเขาลืมสนใจอายุของเขาไปชั่วขณะ ตอนนี้พอสังเกตให้ดี ทั้งสามคนก็เริ่มมีคำตอบในใจ
พวกเขามองหน้ากัน แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะตกใจไปมากกว่านี้ หมัดของเจียงหยวนก็กระแทกเข้ากับเครื่องทดสอบอีกครั้ง
ครั้งนี้เครื่องทดสอบทั้งเครื่องสั่นสะเทือนเบาๆ ตัวเลขหกหมื่นถูกรีเฟรชอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง เสียงหวีดหวิวดังไม่ขาดสาย
พริบตาเดียวก็ถึงเจ็ดหมื่น แต่ก็ยังไม่หยุด ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เพียงชั่วพริบตาก็ไปถึงระดับน่าสะพรึงกลัวอย่างหนึ่งแสน ถึงตรงนี้ความเร็วถึงได้ลดลง
"ปรมาจารย์..." "เป็นปรมาจารย์จริงๆ ด้วย!"
ทั้งสามคนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ในที่สุดตัวเลขก็หยุดที่ 120,000 เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าโดยตรง
พลังรบต่ำกว่าหนึ่งหมื่น นอกจากคนธรรมดาแล้ว ก็คือขอบเขตนักสู้ ซึ่งเป็นขอบเขตเริ่มต้น ตั้งแต่หนึ่งหมื่นถึงหนึ่งแสน เรียกว่าขอบเขตยอดนักสู้
สามารถเป็นอาจารย์ ถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ได้
หนึ่งแสนขึ้นไปเป็นอีกหนึ่งจุดแบ่งแยก มักจะเรียกว่า ขอบเขตปรมาจารย์ ตัวตนแบบนี้ หากอยู่ในกองทัพ ก็สามารถบัญชาการได้หนึ่งกองพัน หากอยู่ในมหาวิทยาลัย ก็คืออธิการบดี หากอยู่ในสำนักยุทธ์ ก็คือเจ้าสำนัก
จัดเป็นชนชั้นหัวกะทิอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ได้รับการเคารพยกย่อง สามารถติดเข็มกลัดสีทอง ซึ่งทำจากทองคำแท้ มีราคาแพงลิ่ว และยังเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกฐานะอีกด้วย
มองดูตัวเลขที่ตนชกได้ เจียงหยวนมีสีหน้าเรียบเฉย เขารู้ว่านี่ไม่ใช่ขีดจำกัดของตัวเอง หากระเบิดพลังออกมาทั้งหมด ตัวเลขนี้ยังเพิ่มขึ้นได้อีกมาก
ทว่าผลลัพธ์แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
"พ่อหนุ่มแม่หนูทั้งหลาย แท่นทดสอบนี่มอบให้คนหนุ่มสาวอย่างพวกเธอจัดการแล้วกัน ชายแก่คนนี้ขอตัวก่อนล่ะ" เจียงหยวนหันไปมองทั้งสามคนที่กำลังตกตะลึง เอามือไพล่หลัง แล้วเดินทอดน่องลงเขาไป
ทั้งสามคนมองดูท่าทางแก่หง่อมของเจียงหยวนอย่างอึ้งๆ แล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"นี่มันหลอกตาเกินไปแล้ว!" หญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มอดพึมพำออกมาไม่ได้ ซึ่งก็ตรงกับใจของอีกสองคน
"จู่ๆ ฉันก็นึกถึงประโยคหนึ่ง... ปู่ก็ยังเป็นปู่อยู่วันยันค่ำ"
ทั้งสามคนมองแผ่นหลังของเจียงหยวน หากเจียงหยวนไม่ระเบิดพลังอันแข็งแกร่งขนาดนั้นออกมาให้เห็นเอง ให้ตายพวกเขาก็ไม่เชื่อว่า คนที่ก้าวขาเข้าไปในโลงศพแล้วครึ่งก้าวแบบนี้ จะเป็นถึงปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่
ส่วนเจียงหยวนที่ออกจากยอดเขา ก็เดินลงเขาไปทีละก้าว
ประจวบเหมาะกับที่สวนทางกับกลุ่มนักเรียนก่อนหน้านี้พอดี
รวมไปถึงศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยในกลุ่มนั้น ไม่มีใครจำเจียงหยวนได้เลย เพราะก่อนหน้านี้เขาเต็มเปี่ยมไปด้วยออร่า แผ่กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัว ทว่าตอนนี้ เขาไม่ต่างอะไรกับชายแก่ธรรมดาคนหนึ่งเลย
ชุดจงซานสีเทาดำ แผ่นหลังค่อมนิดๆ ดูยังไงก็ทำให้คนนึกเชื่อมโยงไปถึงยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ไม่ออก
ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์คนไหนบ้างที่ไม่สง่าผ่าเผยราวกับขุนเขา ตั้งตระหง่านสยบทิศ ปกปักรักษาความสงบสุข เป็นตัวตนอันยิ่งใหญ่เสมือนเสาค้ำสมุทร
ไม่นานนัก เจียงหยวนก็ลงมาถึงตีนเขา เขามองดูเวลา แล้วก็หาของกินง่ายๆ จากแผงลอยริมถนนรองท้อง จากนั้นก็เรียกแท็กซี่มุ่งหน้าไปที่สำนักยุทธ์อู่จี๋
สำนักยุทธ์อู่จี๋ ติดหนึ่งในสามอันดับแรกของเมืองฮ่าวหราน ตั้งอยู่ในวงแหวนชั้นในสุด ถึงจะเรียกว่าสำนักยุทธ์ แต่ความจริงแล้วเป็นตึกระฟ้าสูงหกสิบชั้น กินพื้นที่ถึงสามสิบหมู่
ตั้งอยู่ใจกลางถนนวงแหวน การคมนาคมสะดวกสบาย ผู้คนที่เข้าออกล้วนเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่ง
เจียงหยวนมาถึงหน้าประตูสำนักยุทธ์อู่จี๋ จ่ายค่ารถ แล้วเดินเข้าไปในโถงต้อนรับ
พนักงานต้อนรับเป็นหญิงสาว ดูอายุราวๆ ยี่สิบกว่าปี ผมยาว ตอนนี้เธอกำลังก้มหน้าก้มตาจดอะไรบางอย่างลงในสมุด
เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว หญิงสาวก็เงยหน้าขึ้น สบตากับเจียงหยวนพอดี จึงถามด้วยความแปลกใจเล็กน้อยว่า "สวัสดีค่ะคุณปู่ มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?"
"สวัสดี ฉันมาทดสอบน่ะ" เจียงหยวนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เปิดข้อความให้ฝ่ายตรงข้ามดู
หญิงสาวมองดูปราดหนึ่ง ก็ร้องอ๋อทันที "ที่คุณปู่มาทดสอบนี่เอง! รอกระเดี๋ยวเดียวนะคะ ขอหนูเช็คข้อมูลสักครู่"
พูดจบ เธอก็ก้มหน้าหยิบปึกเอกสารออกมาเปิดดูอย่างละเอียด ไม่นานก็เจอประวัติของเจียงหยวน เมื่อเห็นอายุของเจียงหยวนที่ระบุไว้ในนั้น เธอก็อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าตกตะลึง
"คุณปู่ คุณปู่อายุเก้าสิบแล้วเหรอคะ!"
มองดูสีหน้าตกใจของอีกฝ่าย เจียงหยวนก็หัวเราะอย่างใจดี "เฮ้อ... แก่แล้วล่ะ ไม่เอาไหนแล้ว"
"คุณปู่ คุณปู่ดูพอๆ กับคุณปู่ของหนูเลยค่ะ อย่างมากก็แค่เจ็ดสิบ" หญิงสาวยิ้ม แล้วลุกขึ้นยืน "คุณปู่คะ พอดีหนูว่างอยู่ เดี๋ยวหนูพาคุณปู่ไปทดสอบเองค่ะ!"
"งั้นรบกวนเธอด้วยนะ"
ทั้งสองคนเดินตามกันไปที่ลิฟต์
ในขณะเดียวกัน ที่โถงนักสู้ชั้นหกสิบ ยอดนักสู้หลายคนก็ได้รับข่าวแล้ว
"ไม่คิดเลยว่าตาแก่นี่จะกล้ามาจริงๆ! ไม่รู้ว่ามีฝีมืออยู่บ้าง หรือคิดว่าตัวเองเป็นยอดนักสู้ไปแล้วจริงๆ" ยอดนักสู้คนหนึ่งนั่งหมุนเก้าอี้ ในมือถือปากกาหมุนเล่นพลางหัวเราะ
"ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าก่อนหน้านี้เขาโกงได้ยังไง แต่ดูๆ ไปแล้วน่าจะเป็นเซียนคอมพิวเตอร์ เดาว่าคงใช้วิธีอะไรที่เราไม่รู้จักแฮ็กเครื่องทดสอบแน่ๆ" ยอดนักสู้อีกคนดื่มกาแฟไปอึกหนึ่งแล้วยิ้ม
"ในเมื่อกล้ามา ไม่ว่าจะพูดยังไง ชายแก่ก็ยังมีความมั่นใจสูง พวกนายก็เลิกหัวเราะเยาะได้แล้ว ไปดูด้วยกันเถอะ อย่าให้โดนเขาโกงเอาอีก ไม่งั้นพวกเราคงเอาหน้าไปไว้ไหน"
ยอดนักสู้ที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าทีมพูดด้วยรอยยิ้มจางๆ
"คิดเหมือนกันเลย ไปดูด้วยกันเถอะ"
ทั้งสามคนปรึกษากันครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินลงไปชั้นล่าง
ไม่นานเจียงหยวนก็มาถึงชั้นห้าสิบเก้า
[จบแล้ว]